เราไม่เผยแพร่ผลงานที่มีลิขสิทธิ์ในประเทศไทย หากท่านพบเนื้อหาที่ละเมิดลิขสิทธิ์ แจ้งได้ที่เพจ Facebook NovelStore เราจะลบให้โดยเร็ว
ปัญหาการใช้งานเว็บไซต์ ติดต่อได้ที่เพจดังกล่าว
We do not publish or distribute copyrighted works in Thailand. To report infringing content, contact us via our Facebook page and we will remove it promptly. For other issues, use the same channel.

บทที่ 17 โถเลี้ยงแมลง

บทที่ 17 โถเลี้ยงแมลง

บทที่ 17 โถเลี้ยงแมลง


บทที่ 17 โถเลี้ยงแมลง

ออกจากถ้ำแมลงวิญญาณมาได้พักใหญ่ หลินเค่อยังคงหวนนึกถึงบทสนทนากับศิษย์พี่หญิงเมื่อครู่นี้

แม้เจ้าของร่างเดิมจะเผชิญกับความยากลำบากมาสารพัด ทว่าการมีศิษย์พี่หญิงที่อ่อนโยนและเอาใจใส่คอยดูแลเช่นนี้ แท้จริงแล้วก็นับเป็นความสุขอย่างหนึ่ง

ทว่าตอนนี้ไม่ใช่เวลาที่จะมามัวดื่มด่ำกับความผูกพันฉันท์ครอบครัว

หลินเค่อหมายตาอาคมที่ตนต้องการจะซื้อเอาไว้คร่าวๆ แล้ว และยังได้กำหนดราคาของผีเสื้อเหยี่ยวเหล็กในเป็นที่เรียบร้อย จึงรีบมุ่งหน้ากลับไปที่พัก

ภายในยอดเขาไหมทอง มีผู้คนเดินขึ้นลงไปมาเพื่อตรวจตราและเฝ้ายาม

ส่วนคนอื่นๆ ล้วนกระจายตัวไปจับแมลงตามภูเขาลูกอื่น

ก่อนหน้านี้หลินเค่อได้สั่งให้เหล่าชาวนาไปจับแมลง พวกเขาจึงงัดเอาฝีมือก้นหีบออกมาใช้จนหมดสิ้น

บางคนสะพายตะกร้าไม้ไผ่ทรงกลมไว้บนหลัง ภายในตะกร้าอัดแน่นไปด้วยฟางข้าว มักจะมีหนวดแมลงโผล่ออกมาจากฟางข้าวให้เห็นเป็นระยะ ทว่าพวกมันกลับไม่สามารถหลบหนีออกมาจากช่องว่างขนาดใหญ่เหล่านั้นได้เลย

บางคนถือโถดินเผา ภายในโถถูกแบ่งออกเป็นหลายชั้นซึ่งสามารถเปิดออกได้คล้ายกับลิ้นชัก แต่ละชั้นบรรจุแมลงต่างชนิดกัน และแมลงเหล่านี้ก็ไม่กัดกินกันเองด้วย

อย่างเช่นฟางทงที่ดูโดดเด่นสะดุดตาที่สุด ทุกครั้งที่เขาจับแมลงได้หนึ่งตัว ก็จะใช้เส้นด้ายที่ถักทอจากหญ้าตำแยมาผูกแมลงเอาไว้ คล้ายกับการจูงสุนัขหรือคล้องม้า แมลงทั้งหมดถูกผูกติดและเกาะอยู่บนตัวเขา มองดูเผินๆ ราวกับมนุษย์แมลงก็ไม่ปาน

หลินเค่อยืนดูอยู่ด้านข้างครู่หนึ่ง ก็อดไม่ได้ที่จะเดาะลิ้นด้วยความทึ่ง

ต้องยอมรับเลยว่า แม้จะไร้ซึ่งอาคม ทว่าสติปัญญาก็สามารถนำมาใช้แทนอาคมได้

วิธีการจับแมลงเหล่านี้ ล้วนเป็นภูมิปัญญาที่ชาวบ้านท้องถิ่นในเทือกเขาสกัดพิษสืบทอดต่อกันมาจากรุ่นสู่รุ่น และผ่านการพิสูจน์จากกาลเวลามาแล้วทั้งสิ้น

หลังจากยืนดูอยู่ครู่หนึ่ง หลินเค่อก็ให้ฟางทงรวบรวมคนนำแมลงที่จับได้ทั้งหมดมามอบให้เขา

ประโยชน์ของแมลงเหล่านี้ นอกจากจะนำไปผสมพันธุ์กับผีเสื้อไหมทองคำนิลเพื่อสร้างแมลงสายพันธุ์ใหม่แล้ว ยังสามารถนำไปเป็นอาหารเนื้อให้แก่หลินฉานได้อีกด้วย

ก่อนหน้านี้หลินเค่อเคยถามหลินฉานว่ากินเนื้อหมูเนื้อวัวอะไรเทือกนั้นหรือไม่ ทว่าหลังจากที่หลินฉานรับรู้จากความทรงจำสืบทอดว่าเนื้อหมูเนื้อวัวคือสิ่งใด นางก็แสดงท่าทีปฏิเสธที่จะกินมันทันที

กินแต่แมลงเท่านั้น!

ประจวบเหมาะพอดี หลินเค่อนำแมลงเข้าไปในตำหนักหนี่วานแล้วยังกังวลอยู่เลยว่าหากผสมพันธุ์ล้มเหลวจะนำซากไปทิ้งที่ใด ท้ายที่สุดแล้วเศษเนื้อและของเหลวที่แตกกระจายเต็มพื้นก็ดูน่าสะอิดสะเอียนอยู่ไม่น้อย

กองเลือดและเศษเนื้อเล็กๆ ไม่กี่กองที่หลงเหลือจากการตายหลังผสมพันธุ์กับผีเสื้อไหมทองคำนิลก่อนหน้านี้ ก็ถูกผีเสื้อเหยี่ยวเหล็กในกัดกินไปจนหมดสิ้น

"ท่านเซียน นี่คือโถเลี้ยงแมลงและหีบเลี้ยงแมลงขอรับ แมลงบางชนิดชอบมุดดิน แมลงบางชนิดชอบชอนไชไม้ ดังนั้นจึงต้องแยกเก็บไว้ในที่ที่ต่างกัน"

ฟางทงวิ่งกระหืดกระหอบลงมา มือซ้ายและขวาโอบอุ้มภาชนะทั้งสองชิ้นเอาไว้

โถทรงกลมสูงครึ่งเมตรหนึ่งใบ และหีบไม้ที่มีขนาดไล่เลี่ยกันซึ่งดูคล้ายกับรวงผึ้งอีกหนึ่งใบ

ภาชนะทั้งสองใบส่งเสียง 'หึ่งๆ' ดังระงมสลับกันไปมา ฟังดูก็รู้ทันทีว่าภายในนั้นมีแมลงอยู่มากมายมหาศาล

"ขอบใจมาก" หลินเค่อรับภาชนะทั้งสองใบมาอย่างมีมารยาท พลางยิ้มกล่าว "เจ้าไปจับแมลงต่อเถอะ"

"ได้เลยขอรับ!" ฟางทงเผยรอยยิ้มซื่อๆ ก่อนจะหันหลังกลับไปจับแมลงต่อ

สภาพแวดล้อมของเทือกเขาสกัดพิษเหมาะสมต่อการดำรงชีวิตของแมลงเป็นทุนเดิมอยู่แล้ว ผนวกกับยามนี้เข้าสู่ช่วงวสันตฤดู จึงทำให้มีแมลงอยู่ทุกหนทุกแห่ง

พวกฟางทงจับแมลงมาได้สองสามชั่วโมงแล้ว ทว่าก็ยังคงหลงเหลืออยู่อีกมาก

"หลากหลายสายพันธุ์จริงๆ"

หลินเค่อแผ่พลังจิตเข้าไปสำรวจภายในโถเลี้ยงแมลง และต้องตกตะลึงกับจำนวนแมลงอันมหาศาลรวมถึงสายพันธุ์ที่หลากหลายอยู่ภายในนั้นทันที

มากมายเกินไปแล้ว! กวาดตามองเพียงแวบเดียว ก็สามารถมองเห็นแมลงหลายชนิดที่ขัดต่อหลักธรรมชาติของดาวโลกอย่างสิ้นเชิง

ตัวอย่างเช่น ไส้เดือนที่มีสามหัว แมงป่องที่มีหางคล้ายกระบองหนาม หรือตะขาบที่มีปีกเหมือนแมลงปอ

แมลงเหล่านี้ถูกจัดแบ่งหมวดหมู่ตามลักษณะว่าเป็นแมลงมีพิษ แมลงไร้พิษ สัตว์กินเนื้อ หรือสัตว์กินพืช พวกที่ดุร้ายจะถูกแยกขังไว้ในช่องเล็กๆ ของโถเลี้ยงแมลง ส่วนพวกที่เชื่องหน่อยก็จะถูกจับไปรวมกับแมลงตัวอื่นๆ

"โถเลี้ยงแมลงเช่นนี้ก็ถือว่ามีหลักการทางวิทยาศาสตร์ไม่เลวเลย" หลินเค่อดึงพลังจิตกลับมา ยกโถใบนั้นขึ้น แล้วเก็บมันเข้าไปในตำหนักหนี่วานของตนโดยตรง

วินาทีต่อมา ใบหน้าของเขาก็พลันซีดเผือด ก่อนจะทิ้งตัวลงนั่งขัดสมาธิอยู่กับที่ทันที

เพียงแค่ของชิ้นใหญ่ปานนั้นชิ้นเดียว กลับสูบพลังจิตขอบเขตฐานมรรคาของเขาไปจนหมดเกลี้ยง!

พลังจิตขอบเขตฐานมรรคาเพิ่งจะเพียงพอให้เก็บของชิ้นนี้เข้าไปได้แบบฉิวเฉียด นี่เป็นเพราะพลังจิตของเขาเหนือล้ำกว่าผู้ที่อยู่ในระดับเดียวกันมาก มิฉะนั้นเมื่อครู่นี้เขาคงต้องกระอักเลือดและได้รับบาดเจ็บเนื่องจากพลังจิตแห้งเหือดไปแล้วอย่างแน่นอน

ดูท่าว่าหากต้องการเก็บสัตว์ขนาดใหญ่บางชนิดเข้าไป คงต้องวางแผนให้รอบคอบกว่านี้ในภายหลังเสียแล้ว

"ฟู่..." หลินเค่อปรับลมหายใจอยู่ครู่หนึ่ง พรูลมหายใจขุ่นมัวออกมายาวเหยียด ก่อนจะดึงสติสัมปชัญญะดำดิ่งลงสู่ตำหนักหนี่วาน

แม้ผืนดินภายในตำหนักหนี่วานจะจมดิ่งลงสู่ตำหนักโอบต้นกำเนิดไปจนหมดสิ้นแล้ว ทว่าตำหนักทั้งสองกลับยังคงเชื่อมโยงเข้าด้วยกันด้วยวิถีทางอันพิสดารบางอย่าง เปรียบเสมือนแผ่นฟ้าและผืนดิน

ดังนั้น ร่างจำแลงพลังจิตของเขาจึงยังคงควบแน่นอยู่บนพื้นดิน

บนพื้นดินยังมีโถเลี้ยงแมลงที่เขาเพิ่งนำเข้ามาวางอยู่

หลินฉานที่อยู่ด้านข้างจ้องมองโถเลี้ยงแมลงด้วยความอยากรู้อยากเห็น เมื่อได้ยินเสียงและได้กลิ่นที่โชยออกมาจากภายใน น้ำลายของนางก็ไหลย้อยลงมาทันที

ท่อนล่างที่เป็นรากไม้ของนางหยั่งลึกลงไปในผืนดินของตำหนักโอบต้นกำเนิด มือซ้ายยันพื้นดินไว้ ส่วนมือขวาก็ชี้สั่งการผีเสื้อเหยี่ยวเหล็กในที่อยู่ด้านข้าง "ฆ่าแมลง กินเนื้อ!"

ผีเสื้อเหยี่ยวเหล็กในจึงบินขึ้นมาอย่างงงๆ คิดจะไปล่าแมลงเหมือนตอนที่กินอาหารเมื่อคราวก่อน

"เดี๋ยวก่อน" หลินเค่อรีบส่งเสียงร้องห้าม

ผีเสื้อเหยี่ยวเหล็กในหยุดชะงัก หลินฉานเองก็หันมองมา

"ข้าจะนำพวกมันไปผสมพันธุ์กับผีเสื้อไหมทองคำนิล ตัวที่ตายแล้วค่อยยกให้พวกเจ้ากิน" หลินเค่อยิ้มกล่าว

เขาเองก็ไม่รู้แน่ชัดว่าแมลงเหล่านี้จะมีโอกาสหลอมรวมกับผีเสื้อไหมทองคำนิลจนกลายเป็นสายพันธุ์ใหม่ได้หรือไม่

ก่อนหน้านี้เขาทดลองมาตั้งหลายครั้ง ล้วนล้มเหลวไม่เป็นท่า มีเพียงผีเสื้อเหยี่ยวเหล็กในเท่านั้นที่ประสบความสำเร็จ

ครั้งนี้ก็ไม่รู้เหมือนกันว่าจะต้องตายไปอีกกี่ตัว

"ได้~" หลินฉานพยักหน้ารับ จากนั้นก็รอคอยการทดลองของหลินเค่อทั้งน้ำลายสอ

หลินเค่อไม่ได้ถือสาอะไร เขาเพียงยิ้มบางๆ แล้วถอนสติออกจากตำหนักหนี่วาน

ที่เมื่อครู่เขารีบร้อนเข้ามาก็เพราะกลัวว่าหลินฉานจะอดใจไม่ไหว หลังจากห้ามปรามหลินฉานเรียบร้อยแล้ว เขาก็รีบไปนำผีเสื้อไหมทองคำนิลตัวผู้และตัวเมียมาอย่างละตัว ก่อนจะกลับเข้ามาในเรือนพัก

เมื่อเข้ามาในตำหนักหนี่วานอีกครั้ง หลินเค่อก็เริ่มลงมือทำการทดลอง

ผีเสื้อไหมทองคำนิลนั้นมีค่าดั่งทองคำ นี่คือแมลงวิญญาณเพียงชนิดเดียวที่เขามีอยู่ในมือ

ในตอนนี้เขาไม่มีหินวิญญาณ หนำซ้ำยังไม่มีความสามารถพอที่จะเข้าไปค้นหาและจับแมลงวิญญาณในเทือกเขาสกัดพิษได้ ดังนั้นผีเสื้อไหมทองคำนิลในมือจึงเป็นเพียงสิ่งเดียวที่อาจสามารถยกระดับคุณภาพของแมลงธรรมดาให้สูงขึ้นได้

รอให้หลินฉานกินเนื้อจนอิ่มหนำ ผลิตผีเสื้อเหยี่ยวเหล็กในออกมาให้มากขึ้นอีกสักหน่อย แล้วค่อยนำผีเสื้อเหยี่ยวเหล็กในไปขาย เขาก็จะมีเงินไปซื้อแมลงวิญญาณชนิดอื่นมาลองผสมพันธุ์ดูบ้าง

เมื่อถึงเวลานั้น ผีเสื้อไหมทองคำนิลผู้น่าสงสารเหล่านี้จึงจะรอดพ้นจากเคราะห์กรรม

ทว่านั่นก็ไม่แน่เสมอไป

หากท้ายที่สุดพบว่าผีเสื้อไหมทองคำนิลมีความเข้ากันได้กับแมลงวิญญาณหลากหลายชนิดมากที่สุด เขาก็ยังคงต้องเพาะเลี้ยงผีเสื้อไหมทองคำนิลออกมาให้มากขึ้น เพื่อใช้เป็นแม่พันธุ์พ่อพันธุ์อยู่ดี

"พั่บ พั่บ..."

หลินเค่อวางผีเสื้อไหมทองคำนิลลงบนพื้น จากนั้นก็เปิดโถเลี้ยงแมลงออกช่องหนึ่ง ใช้เคล็ดวิชาจับแมลงของ 'เคล็ดวิชาพิษกู่แดนเหมียว' จับตะขาบยักษ์สีม่วงอมเขียวตัวหนึ่งขึ้นมาด้วยมือเปล่า

นี่คือตะขาบตัวเมีย

ดังนั้น เขาจึงนำส่วนท้ายของตะขาบและผีเสื้อไหมทองคำนิลตัวผู้มาจ่อประกบเข้าด้วยกัน

"ฟ่อ! ฟ่อ!"

เป็นไปตามคาด ตะขาบยักษ์สีม่วงอมเขียวตัวเมียบิดเร่าลำตัวและขานับไม่ถ้วนของมันด้วยความเจ็บปวดทรมาน ก่อนจะร่างระเบิดแหลกเหลวสิ้นใจตาย

"ไปๆ" หลินฉานที่อยู่ด้านข้างไม่เข้าใจคำว่าน่าเสียดงน่าเสียดายอะไรทั้งนั้น ในชั่ววินาทีที่ตะขาบยักษ์สิ้นใจ นางก็เร่งเร้าให้ผีเสื้อเหยี่ยวเหล็กในพุ่งเข้าไปกัดกินทันที

ผีเสื้อเหยี่ยวเหล็กในบินโงนเงนเข้าไปหา กวาดเศษซากชิ้นส่วนบนพื้นเข้าปากจนหมดเกลี้ยง จากนั้นก็เริ่มเกาะรอคอยอยู่ด้านข้าง เพื่อรอให้หลินเค่อ 'ฆ่า' แมลงตัวต่อไป

ผีเสื้อเหยี่ยวเหล็กในตัวนี้ไม่เพียงแต่สามารถใช้ปากกัดกินได้เท่านั้น ทว่ายังสามารถใช้เหล็กในที่ส่วนหางดูดกลืนได้อีกด้วย

ทว่าดูเหมือนว่าผีเสื้อเหยี่ยวเหล็กในจะชอบใช้เหล็กในดูดกลืนมากกว่า ยามที่กัดกินซากเศษเนื้อเหล่านี้จึงมีท่าทางราวกับไม่ค่อยเต็มใจนัก

หลินเค่อปรายตามองเพียงไม่กี่ครั้งก็ไม่ได้ใส่ใจอีก

ก่อนหน้านี้เขาคำนวณดูแล้ว ในยามนี้สวนหม่อนเขียวมีผีเสื้อไหมทองคำนิลอยู่ในมือเพียงสิบหกตัวเท่านั้น ในจำนวนนี้ยังต้องกันเอาไว้ห้าคู่สิบตัว เพื่อใช้เพาะพันธุ์หนอนไหมทองคำนิลรุ่นใหม่ ดังนั้นจำนวนที่เขาสามารถนำมาใช้งานได้จึงมีเพียงหกตัวเท่านั้น

หากใช้หมดแล้วก็คือหมดเลย

น่าเสียดายนัก หากหลินฉานต้องการจะผลิตแมลงวิญญาณอย่างผีเสื้อเหยี่ยวเหล็กในในปริมาณมาก นางก็สามารถทำได้ด้วยการกลืนกินสิ่งประดิษฐ์จากตำหนักหนี่วานเท่านั้น

มิฉะนั้นหลินเค่อคงให้หลินฉานผลิตหนอนไหมทองคำนิลจำนวนมหาศาลไปตั้งนานแล้ว

ขณะกำลังครุ่นคิดถึงเรื่องเหล่านี้ หลินเค่อก็จับเอาด้วงหนวดยาวสีม่วงอ่อนขนาดเท่าหัวแม่มือออกมาตัวหนึ่ง

ใครจะคาดคิดว่า เมื่อเขานำด้วงหนวดยาวตัวผู้ตัวนี้มาผสมพันธุ์กับผีเสื้อไหมทองคำนิลตัวเมีย เหตุไม่คาดฝันก็อุบัติขึ้น

"ยังมีเรื่องเช่นนี้ด้วยหรือ?"

จบบทที่ บทที่ 17 โถเลี้ยงแมลง

คัดลอกลิงก์แล้ว