- หน้าแรก
- อยากใช้ชีวิตสโลว์ไลฟ์ในห้วงอวกาศ แต่พวกสาวต่างดาวดันบังคับให้ผมกู้โลก
- บทที่ 47 - โจมตี!
บทที่ 47 - โจมตี!
บทที่ 47 - โจมตี!
บทที่ 47 - โจมตี!
✿ ✿ ✿ ✿ ✿ ✿ ✿ ✿ ✿ ✿
หลังจากสูญเสียทีมซุ่มโจมตีที่วางกำลังไว้ทางทิศตะวันออกเฉียงใต้ของหมู่บ้านไป เรือโทแอนดรูว์ผู้บัญชาการหมวดทหารพลร่มวงโคจรแห่งจักรวรรดิก็รู้ตัวแล้วว่าเรื่องใหญ่กำลังจะเกิด
ตอนนี้มันไม่ใช่ปัญหาที่ว่าจะบุกโจมตีหมู่บ้านยังไงแล้ว แต่ปัญหาคือคนที่เหลืออยู่จะสามารถถอนกำลังออกจากการต่อสู้ได้อย่างปลอดภัยรึเปล่าต่างหาก
การโจมตีอันดุดันรวดเร็วภายใต้การสั่งการของแอมเบอร์ ทำให้เรือโทคนนี้ประเมินความแข็งแกร่งของทั้งสองฝ่ายผิดพลาดไป
เรือโทแอนดรูว์คิดว่ากองกำลังยานเกราะของสหพันธ์ที่มาสนับสนุนในครั้งนี้จะต้องมีขนาดไม่ธรรมดาแน่ แถมยังมีรถหุ้มเกราะเป็นจำนวนมากอีกด้วย
ใต้บังคับบัญชาของเขาเหลือแค่รถรุ่นโฮลี่สปิริตเพียงคันเดียวกับทหารพลร่มวงโคจรไม่ถึงสี่สิบคน ซึ่งสูญเสียคุณสมบัติที่จะไปต่อกรกับอีกฝ่ายแบบซึ่งๆ หน้าไปแล้ว
เมื่อคิดได้ดังนั้น เรือโทหนุ่มจึงตัดสินใจยุติการโจมตีหมู่บ้านทันที และสั่งให้ทุกคนล่าถอยไปยังฐานซุ่มโจมตีทางทิศตะวันตก
ภายใต้การสั่งการของเขา ทหารสื่อสารได้ยิงพลุสัญญาณสีเขียวและสีน้ำเงินขึ้นฟ้าอย่างละหนึ่งลูก
นี่คือสัญญาณที่ตกลงกันไว้ก่อนการรบ ว่าจะให้คนจากฐานซุ่มโจมตีทางทิศตะวันตกคอยยิงคุ้มกัน เพื่อให้กองกำลังหลักยุติการโจมตีแล้วล่าถอยไปทางทิศตะวันตก
จากนั้นเรือโทคนนี้ก็วิ่งไปที่ข้างรถรุ่นโฮลี่สปิริตซึ่งกำลังเฝ้าระวังไปทางกลุ่มควัน โดยไม่สนอันตรายว่าอาจจะถูกขาจักรกลเหยียบเอาได้ เขาแนบฝ่ามือลงบนขาจักรกลข้างหนึ่งของมันโดยตรง
"คำสั่ง เปิดใช้การสื่อสารฉุกเฉินแบบสัมผัส"
"สร้างช่องสัญญาณสำเร็จ กำลังเชื่อมต่อ..."
หลังจากมีเสียงแจ้งเตือนอันอ่อนโยนดังขึ้น
ครู่ต่อมารถรุ่นโฮลี่สปิริตก็หยุดเคลื่อนที่ชั่วคราว จากนั้นก็ลดระดับตัวถังลงเล็กน้อย
ในหน้าจอช่องสัญญาณการสื่อสารของเรือโทแอนดรูว์ที่มีแต่คำว่าไม่มีสัญญาณ ไอคอนตัวแทนของรถถังหลายขาแบบเบารุ่นโฮลี่สปิริตก็สว่างขึ้นมา
พร้อมกับเสียงของคนขับที่ดังขึ้นข้างหู
"ผู้กองครับ ได้ยินชัดไหมครับ"
"ชัดเจนดี ไม่มีปัญหา ตอนนี้ฉันต้องการให้นายระดมยิงข่มขวัญไปทางกลุ่มควัน เพื่อคุ้มกันให้กองทหารล่าถอยไปทางทิศตะวันตก"
"รับทราบครับผู้กอง ให้คนอื่นๆ หลบออกจากพื้นที่อันตรายหน้าปากกระบอกปืนด้วย พวกคุณถอยไปก่อนเลย ผมจะคอยยิงคุ้มกันให้เอง"
ตูม ตูม
ยังไม่ทันที่พวกเขาจะคุยกันจบ ก็เกิดการระเบิดขึ้นสองครั้งในตำแหน่งที่อยู่ระหว่างกลุ่มควันกับพวกเขา
แอนดรูว์รีบหมอบลงกับพื้นตามสัญชาตญาณหลังจากเกิดการระเบิด
ส่วนคนขับรถถังหลายขาแบบเบารุ่นโฮลี่สปิริตก็ขยับรถเดินหน้าไปสองก้าว เพื่อบังร่างของแอนดรูว์เอาไว้ด้านหลัง
ตูม ตูม
เกิดการระเบิดขึ้นอีกสองครั้ง แต่คราวนี้ระยะห่างขยับเข้ามาใกล้ทางฝั่งกองกำลังโจมตีมากขึ้น
แอนดรูว์รู้ตัวทันทีว่านี่คือการโจมตีจากหน่วยยิงสนับสนุนวิถีโค้งของอีกฝ่าย
ดูจากแรงระเบิดแล้ว เขาคาดเดาว่าหน่วยยิงสนับสนุนวิถีโค้งของสหพันธ์น่าจะเป็นปืนครกขนาด 100 หรือ 120 มิลลิเมตรจำนวนสองกระบอก
ถึงจะไม่รู้ว่าอีกฝ่ายกำลังปรับเทียบศูนย์เล็ง หรือกำลังใช้ปืนครกสองกระบอกนี้สร้างม่านกระสุนปืนใหญ่แบบรุกคืบเข้ามากันแน่
แต่ไม่ว่าจะเป็นกรณีไหน มันก็ไม่ใช่ข่าวดีสำหรับกองกำลังโจมตีของจักรวรรดิเลย
ตอนที่หมอบลงกับพื้น การสื่อสารแบบสัมผัสระหว่างแอนดรูว์กับรถถังหลายขาก็ถูกตัดขาดไป กว่าจะตะเกียกตะกายลุกขึ้นมาจากพื้นได้ เรือโทหนุ่มก็ล้มเลิกความคิดที่จะใช้การสื่อสารแบบสัมผัสต่อ
เขาเงยหน้าขึ้นมองรถรุ่นโฮลี่สปิริต กล้องหลักทรงกลมที่อยู่หน้ารถก็กำลังหันมามองเขาเช่นกัน
เรือโทแอนดรูว์เปิดหน้ากากยุทธวิธีขึ้นแล้วตะโกนลั่นว่า "ยิงเลย!" พร้อมกับทำสัญญาณมือชี้ไปทางกลุ่มควัน
กล้องหลักของรถรุ่นโฮลี่สปิริตสว่างวาบเป็นแสงสีแดง ราวกับกำลังตอบรับคำสั่งของแอนดรูว์
จากนั้นรถถังหลายขาแบบเบาคันนี้ก็เริ่มเคลื่อนไหว
ในขณะที่ทหารพลร่มวงโคจรคนอื่นๆ เริ่มถอยร่นไปทางทิศตะวันตก มันก็ขยับขาจักรกลทั้งแปดข้างก้าวไปอยู่รั้งท้ายขบวน
ตูม
ปืนใหญ่เคมีไฟฟ้าขนาด 120 มิลลิเมตรยิงออกไปทันทีหลังจากระบบบรรจุกระสุนอัตโนมัติทำการบรรจุกระสุนระเบิดแรงสูงที่ตั้งโปรแกรมไว้เรียบร้อยแล้ว
ในขณะเดียวกัน ปืนกลเกาส์ที่แขวนอยู่บนแขนกลใต้ตัวถังท่อนหน้าก็เริ่มสาดกระสุนรัวเป็นชุดยาวไปทางกลุ่มควันเช่นกัน
แต่แอนดรูว์ที่กำลังสั่งการให้กองทหารล่าถอยไปทางทิศตะวันตกกลับไม่รู้ตัวเลยว่า หัวของเขาได้เข้าไปอยู่ในศูนย์เล็งปืนของแอมเบอร์ที่ซ่อนตัวอยู่หลังคันนาห่างออกไปหลายร้อยเมตรเรียบร้อยแล้ว
แอมเบอร์ที่เปิดระบบล่องหนด้วยแสงและแอบซุ่มเดินวนไปมาอยู่ในสนามรบ นอกจากจะคอยจับตาดูสถานการณ์การบุกของกองทหารแล้ว เขายังทุ่มเทความสนใจไปที่การค้นหาผู้บัญชาการของอีกฝ่ายด้วย
ตามความเข้าใจของเขาเกี่ยวกับรูปแบบขบวนรบของทหารราบจักรวรรดิ ในการต่อสู้ที่มีทหารราบผสมกับหน่วยยานเกราะแบบนี้ ผู้บัญชาการถ้าไม่ได้อยู่ข้างในยานเกราะ ก็ต้องคอยสั่งการอยู่ใกล้ยานเกราะแน่ๆ
ดังนั้นตอนที่เรือโทแอนดรูว์กระซิบกระซาบกับทหารสื่อสาร แอมเบอร์ก็เพ่งเล็งเขาเอาไว้แล้ว
ยังไงซะอุปกรณ์สื่อสารที่ติดตั้งอยู่บนโครงกระดูกภายนอกของทหารสื่อสาร ก็มีเสาอากาศยาวเฟื้อยเป็นจุดเด่นให้ระบุตัวตนได้ง่ายอยู่แล้ว
ตามระบบโครงสร้างของจักรวรรดิ ไม่ว่าจะเป็นหมวดทหารราบยานเกราะหรือหมวดทหารพลร่มวงโคจร ศูนย์บัญชาการหมวดก็จะประกอบไปด้วยผู้บังคับหมวด รองผู้บังคับหมวด และทหารสื่อสารรวมสามคน
แอมเบอร์เดาว่ารองผู้บังคับหมวดน่าจะอยู่ในฐานปืนครกที่ถูกถล่มไปก่อนหน้านี้ หรือไม่ก็อยู่ในฐานซุ่มโจมตีทางทิศซ้ายและขวาของหมู่บ้าน
ดังนั้นอีกคนที่กำลังกระซิบกระซาบกับทหารสื่อสารคนนี้ จึงมีความเป็นไปได้สูงมากว่าจะเป็นผู้บังคับหมวด
และเมื่อเห็นคนคนนี้ทาบมือลงบนขาจักรกลของรถรุ่นโฮลี่สปิริตซึ่งดูเหมือนจะทำการสื่อสารแบบสัมผัส
แถมหลังจากนั้นยังโบกไม้โบกมือสั่งให้รถถังหลายขายิงสนับสนุนอีก
แอมเบอร์ก็ฟันธงตัวตนของเขาได้ในที่สุด
ตัวเลขวัดระยะทางในกล้องเล็งหยุดนิ่งอยู่ที่ 562 เมตร
ระยะทางแค่นี้สำหรับปืนซุ่มยิงเกาส์ที่มีความเร็วต้น 2800 เมตรต่อวินาที แทบจะไม่ต้องคำนึงถึงวิถีกระสุนตกหรือระยะเวลาที่กระสุนบินเลย
แอมเบอร์ผ่อนลมหายใจให้ช้าลง โครงกระดูกภายนอกที่เขาสวมใส่อยู่ถูกปรับเป็นโหมดซุ่มยิง มันเริ่มช่วยพยุงร่างกายของเขาให้มั่นคงและลดการสั่นไหวตามธรรมชาติที่ไม่จำเป็นลง
ราวกับว่าเปิดระบบรักษาการทรงตัวของรถถังเอาไว้ แอมเบอร์ล็อกเป้าเล็งไว้ที่หัวของเป้าหมายอย่างแน่นหนา จากนั้นก็เฝ้ารอจังหวะยิงที่เหมาะสมอย่างใจเย็น
ในที่สุดเป้าหมายรายนี้ที่กำลังล่าถอยไปทางทิศตะวันตกพร้อมกับทหารพลร่มวงโคจรแห่งจักรวรรดิคนอื่นๆ ก็หยุดชะงักไปชั่วครู่ตอนที่หันกลับมาดูสถานการณ์
ในจังหวะนั้นเอง แอมเบอร์ก็เหนี่ยวไกปืนซุ่มยิงเกาส์โดยไม่ลังเลเลยแม้แต่น้อย
ห่างออกไปกว่า 560 เมตร ทหารสื่อสารที่กำลังล่าถอยเพิ่งจะเตรียมเข้าไปรายงานสถานการณ์กับเรือโทแอนดรูว์
ผลปรากฏว่าเขากลับเห็นเส้นไฟสว่างจ้าพุ่งแหวกสนามรบมาในชั่วพริบตา และพุ่งทะลุหัวของเรือโทแอนดรูว์เข้าอย่างจัง
ราวกับลูกโป่งที่แตกโพละ ชิ้นส่วนสมองของเรือโทหายวับไปในอากาศทันที
ปัง
ครู่ต่อมาเสียงปืนถึงค่อยดังตามมา
เมื่อเห็นศพที่หัวกระจุยค่อยๆ ล้มลงในกล้องเล็ง แอมเบอร์ก็รีบเก็บปืนแล้วกลิ้งตัวไปทางซ้ายทันที จากนั้นก็ใช้ความเร็วสูงสุดพุ่งทะยานหนีไปให้ไกล
ไม่กี่วินาทีต่อมา จุดที่เขาใช้ซุ่มยิงเมื่อครู่ก็ถูกแรงระเบิดแปรสภาพกลายเป็นทะเลเพลิง
ระบบตรวจจับวิถีกระสุนของรถถังหลายขารุ่นโฮลี่สปิริตส่งสัญญาณเตือนตั้งแต่ตอนที่แอมเบอร์เหนี่ยวไกแล้ว พร้อมกับระบุพิกัดคร่าวๆ ลงบนแผนที่ยุทธวิธีของคนขับ
เมื่อคนขับเห็นผู้บังคับหมวดของตัวเองถูกฆ่าตาย ตอนแรกเขาก็แทบไม่อยากจะเชื่อสายตา จากนั้นความโกรธแค้นก็พวยพุ่งขึ้นมาเต็มอก
เขาราวกับคนเสียสติ หมุนตัวรถและป้อมปืนไปมา จากนั้นก็สั่งให้ระบบบรรจุกระสุนบรรจุกระสุนระเบิดเพลิงที่ใช้ต่อต้านบุคคลโดยเฉพาะ แล้วยิงกระสุนระเบิดเพลิงนัดนี้ไปยังพิกัดคร่าวๆ ที่ถูกระบุไว้
กระสุนระเบิดเพลิงขนาด 120 มิลลิเมตรนอกจากจะเปลี่ยนจุดซุ่มยิงของแอมเบอร์ให้กลายเป็นทะเลเพลิงแล้ว คลื่นกระแทกจากการระเบิดยังซัดจนแอมเบอร์เสียหลักเซถลาไปด้วย
ความเร็วในการตอบโต้ของรถถังหลายขารวดเร็วกว่าที่แอมเบอร์คาดคิดไว้มาก ถ้าเขาหนีช้ากว่านี้อีกนิด ป่านนี้คงโดนย่างสุกไปแปดส่วนแล้ว
และในหูฟังก็มีน้ำเสียงที่ดูร้อนรนเล็กน้อยของอิซาเบลดังขึ้น
"รีบขยับตัวเร็วเข้า ทหารพลร่มวงโคจรพวกนั้นกำลังตีวงล้อมเข้ามาทางนายแล้วนะ"
"หา พวกมันไม่ถอยแล้วเหรอ"
"ฉันจะไปรู้ได้ยังไงล่ะ แต่โดรนจับภาพได้ชัดเจนเลยนะว่ารถถังหลายขาที่เหลือกับพวกทหารกำลังพุ่งตรงไปที่พิกัดของนาย"
แอมเบอร์ที่เพิ่งจะหมอบลงกับพื้นนาอีกครั้งพลันตระหนักได้ว่านี่คือจังหวะเวลาที่ยอดเยี่ยมที่สุด
โดยไม่สนเรื่องความปลอดภัยของตัวเองหรือแม้แต่จะหยุดพักหายใจ เขาก็ออกคำสั่งสุดท้ายทันที
"บุกโจมตีเต็มกำลัง บุกโจมตีเต็มกำลัง"
"รถหุ้มเกราะทุกคันฟังให้ดี ระดมยิงทำลายรถถังหลายขาคันนี้ก่อนเป็นอันดับแรก"
[จบแล้ว]