- หน้าแรก
- อยากใช้ชีวิตสโลว์ไลฟ์ในห้วงอวกาศ แต่พวกสาวต่างดาวดันบังคับให้ผมกู้โลก
- บทที่ 36 - แขกผู้มาเยือนจากนอกโลก
บทที่ 36 - แขกผู้มาเยือนจากนอกโลก
บทที่ 36 - แขกผู้มาเยือนจากนอกโลก
บทที่ 36 - แขกผู้มาเยือนจากนอกโลก
✿ ✿ ✿ ✿ ✿ ✿ ✿ ✿ ✿ ✿
พวกที่โผล่มาตายคือรถเอทีวีแบบเบาสองสามคัน
รถที่ไม่มีเกราะป้องกันซึ่งถูกโหลดลงมาในกระสวยอวกาศเพื่อใช้ทิ้งตัวลงมาเหล่านี้ เป็นยานพาหนะชุดแรกที่ทหารพลร่มวงโคจรจะได้รับ
การเสียสละความสามารถในการป้องกันและอำนาจการยิงป้องกันตัวเองเพื่อแลกมากับความสามารถในการวิ่งระยะไกลพิเศษถึงเก้าร้อยกิโลเมตร
แถมยังเป็นกรณีที่บรรทุกทหารพลร่มวงโคจรมาเต็มคันรถถึงห้าคนอีกด้วย
รถเอทีวีที่ขับเรียงแถวพุ่งทะยานด้วยความเร็วสูงไปตามทุ่งข้าวสาลีและทหารพลร่มวงโคจรที่อยู่บนนั้นไม่ได้รู้ตัวเลยว่า
ในป่าทางซ้ายมือที่ห่างออกไปเก้าร้อยเมตรนั้น ระบบควบคุมการยิงของปืนกลโซ่อัตโนมัติขนาด 40 มิลลิเมตรสามกระบอกได้เล็งเป้าหมายมาที่พวกเขาอย่างแน่นหนาแล้ว
ป้อมปืนที่ขับเคลื่อนด้วยไฟฟ้าเต็มรูปแบบกำลังหมุนตามการเคลื่อนไหวของเป้าหมายอย่างช้าๆ และนุ่มนวล ท่ามกลางเสียงมอเตอร์ที่ดังหึ่งๆ
"หมวดครับ ล็อกเป้าหมายเรียบร้อยแล้ว ยิงได้ทุกเมื่อครับ!"
เสียงรายงานจากผู้บัญชาการรถแต่ละคันดังขึ้นในช่องสัญญาณสื่อสาร
แอมเบอร์มองดูแผนที่ยุทธวิธีตรงหน้า ในบรรดารถเอทีวีหกคันที่ถูกทำเครื่องหมายว่าเป็นศัตรู มีสามคันถูกตีกรอบด้วยสี่เหลี่ยมขนมเปียกปูนสีแดงเอาไว้แล้ว
นั่นหมายความว่า พวกมันก็คือคนดวงซวยสามคันที่ถูกปืนกลโซ่อัตโนมัติล็อกเป้าเอานั่นเอง
"ยิงได้ ยิงตามอัธยาศัย!"
เมื่อสิ้นเสียงคำสั่งของแอมเบอร์ พลปืนของรถทั้งสามคันก็รีบกดปุ่มบนคันบังคับเพื่อควบคุมให้ปืนกลโซ่อัตโนมัติยิงออกไปทันที
"ปัง ปัง ปัง ปัง ปัง!"
เสียงปืนที่ดังระงมรัวอย่างต่อเนื่องดังขึ้นในป่าทันที ทำให้นกที่กำลังพักผ่อนอยู่บนยอดไม้ต้องแตกตื่นบินหนีไป
ในยุคที่ระบบควบคุมการยิงมีความเป็นอัจฉริยะขั้นสูงและเทคโนโลยีการผลิตลำกล้องปืนได้รับการพัฒนาขึ้นอย่างมาก
ต่อให้เป็นปืนกลโซ่อัตโนมัติขนาด 40 มิลลิเมตรก็ยังสามารถทำผลงานได้ดีเยี่ยมในระยะหนึ่งพันเมตร
แอมเบอร์มองผ่านกล้องส่องทางไกลของผู้บัญชาการรถในรถรุ่นทวนสัญญาณสื่อสาร เขาเห็นเพียงสายกระสุนสีส้มเหลืองสามสายพุ่งตรงไปยังกองทหารจักรวรรดิที่กำลังพุ่งทะยานอยู่ไกลๆ
และในชั่วพริบตาเดียวลูกไฟสามดวงก็สว่างวาบขึ้นมา
ผลกระทบด้านลบที่เกิดจากการวิ่งในระยะทางไกลของรถเอทีวีก็คือถังน้ำมันมีขนาดใหญ่มาก
ในสถานการณ์ที่ทางฝั่งของแอมเบอร์ใช้กระสุนเจาะเกราะเพลิงทั้งหมด มันก็แทบจะเหมือนกับไฟแช็กที่จุดปุ๊บก็ติดปั๊บ
"วู้ฮู ฉันยิงโดนแล้ว ฉันยิงโดนแล้ว!"
"ให้ตายสิ... ให้ตายสิ!"
เสียงร้องโหยหวนด้วยความดีใจดังขึ้นในช่องสัญญาณสื่อสารทันที
"ยิงต่อไป ยิงต่อไป!"
แอมเบอร์ตระโกนลั่นในช่องสัญญาณสื่อสารเพื่อระงับความตื่นเต้นขั้นสุดของทีมรถทั้งสามคัน
เขาถึงกับสงสัยนิดหน่อยว่าการยิงเมื่อครู่นี้อาจจะเป็นครั้งแรกที่พลปืนเหล่านี้ได้ทำลายเป้าหมายในการต่อสู้จริงก็เป็นได้
"ปัง ปัง ปัง ปัง ปัง!"
เสียงคำรามของปืนกลโซ่อัตโนมัติดังขึ้นอีกครั้ง
รถเอทีวีอีกสามคันที่เหลือซึ่งถูกระบบควบคุมการยิงล็อกเป้าเอาไว้กำลังวิ่งวนไปมาบนทุ่งข้าวสาลีราวกับแมลงวันหัวขาด
พวกเขากำลังหักเลี้ยวหลบหลีกแบบงูเลื้อยอย่างบ้าคลั่งเพื่อพยายามรบกวนการยิงของศัตรู
แต่บนที่ราบอันกว้างใหญ่สุดลูกหูลูกตาแห่งนี้ มันก็เป็นเพียงการดิ้นรนที่สูญเปล่าเท่านั้น
หลังจากการยิงชุดสั้นผ่านไปสองรอบ ควันดำสามสายก็ลอยขึ้นมาจากทุ่งข้าวสาลีอีกครั้ง
ถึงแม้การยิงของปืนกลโซ่อัตโนมัติขนาด 40 มิลลิเมตรจะกวาดล้างรถเอทีวีทั้งหกคันนี้ได้อย่างง่ายดายก็ตาม
แต่อาจเป็นเพราะการป้องกันของโครงกระดูกภายนอกของทหารพลร่มวงโคจรเหล่านี้ดีเกินไปหน่อย
ในภาพที่โดรนส่งกลับมายังคงมีทหารพลร่มวงโคจรของจักรวรรดิที่รอดชีวิตคลานออกมาจากซากรถอยู่ดี
เมื่อเห็นพวกเขาลากร่างที่บาดเจ็บสาหัสคลานออกมาจากแสงไฟที่กำลังลุกไหม้ซากรถ รวมไปถึงภาพที่นอนดิ้นรนอยู่บนพื้นอย่างไม่หยุดหย่อน
แอมเบอร์ก็รู้สึกทนดูไม่ได้ขึ้นมานิดหน่อย
เพื่อที่จะยุติความเจ็บปวดของผู้รอดชีวิตเหล่านี้โดยเร็วที่สุด เขาจึงสั่งการให้หน่วยสนับสนุนการยิงทั้งสองทีมทำการยิง
เมื่อกระสุนระเบิดแรงสูงขนาด 120 มิลลิเมตรตกลงมาปะทะและระเบิดขึ้น ท่ามกลางคลื่นกระแทกที่สามารถมองเห็นได้ด้วยตาเปล่า ความเจ็บปวดของผู้รอดชีวิตเหล่านี้ก็อันตรธานหายไปเช่นกัน
"รถหมายเลขหนึ่งออกเดินทาง รถและทหารคนอื่นคอยคุ้มกัน!"
หลังจากโดรนที่บินวนเป็นรูปเลขแปดอยู่บนท้องฟ้าเพื่อทำการสอดแนมอย่างต่อเนื่องได้ยืนยันแล้วว่า ในตอนนี้ไม่มีทหารจักรวรรดิกลุ่มอื่นกำลังมุ่งหน้ามายังบริเวณใกล้เคียง
ภายใต้คำสั่งของแอมเบอร์ รถหมายเลขหนึ่งก็พุ่งพรวดออกจากป่ามุ่งหน้าไปยังทิศทางที่ยานหลบภัยอยู่
ในตอนที่เพิ่งจะโจมตีกองทหารจักรวรรดิไปหมาดๆ ในที่สุดทหารสื่อสารก็สามารถติดต่อกับยานหลบภัยลำนี้ผ่านสัญญาณขอความช่วยเหลือเมื่อครู่ได้สำเร็จ
ตามคำกล่าวอ้างของนายทหารที่แนะนำตัวเองว่าเป็นพันตรีแลนเดล สังกัดศูนย์บัญชาการท่าอวกาศยานแลนส์ฟอร์ด
ในยานหลบภัยลำนี้ นอกจากเขาแล้วยังมีผู้บาดเจ็บอยู่อีกสองคน
แต่หนึ่งในผู้บาดเจ็บนั้นแผลเกิดฉีกขาดจากการกระแทกอย่างรุนแรงตอนที่ยานหลบภัยร่อนลงจอด ทำให้เสียเลือดมากจนเสียชีวิตไปแล้ว
ส่วนผู้บาดเจ็บอีกคนที่เหลือก็มีบาดแผลจากการถูกยิง และกำลังต้องการความช่วยเหลืออย่างเร่งด่วน
ในสถานการณ์เช่นนี้ แอมเบอร์จึงให้นายทหารพันตรีคนนี้ลากผู้บาดเจ็บออกมาจากยานหลบภัยก่อน แล้วค่อยให้รถหมายเลขหนึ่งเข้าไปรับ
ท่ามกลางสายตาอันตึงเครียดของทุกคน รถหมายเลขหนึ่งก็พุ่งทะยานไปจนถึงข้างยานหลบภัย
คนขับหักเลี้ยวอย่างกะทันหันก่อนจะจอดรถขวางทางออกของยานหลบภัยเพื่อใช้เป็นที่กำบัง
ป้อมปืนของรถหุ้มเกราะหมุนอย่างช้าๆ เพื่อเฝ้าระวังรอบด้าน ในขณะเดียวกันทหารราบยานเกราะสองสามคนก็กระโดดลงจากรถอย่างรวดเร็ว
พวกเขาเข้าไปช่วยพันตรีแลนเดลที่นั่งยองๆ อยู่ตรงประตูยานหลบภัยยกผู้บาดเจ็บที่อยู่บนพื้นขึ้นรถทางประตูด้านหลังอย่างระมัดระวัง
"ถอย ถอย ถอย!"
เมื่อทหารราบยานเกราะที่คอยคุ้มกันด้านหลังมุดเข้าไปในรถและปิดประตูด้านหลังลง
ผู้บัญชาการรถก็ตบไหล่คนขับรถอย่างแรง ฝ่ายหลังเข้าใจความหมายจึงเหยียบคันเร่งทันที
รถหุ้มเกราะหนักยี่สิบห้าตันส่งเสียงคำรามทุ้มต่ำและพุ่งทะยานออกไป ก่อนจะหักรถซิ่งกลับเข้าไปในป่าอีกครั้ง
...
"ทอม แข็งใจไว้นะ พวกเราเจอกองกำลังฝ่ายเดียวกันแล้ว!"
เมื่อแอมเบอร์เห็นนายทหารที่อ้างว่าตัวเองเป็นพันตรีแลนเดลเป็นครั้งแรก เขากำลังช่วยคนอื่นๆ หามผู้บาดเจ็บที่เหลือลงมาจากรถหุ้มเกราะ
อิซาเบลรีบพาหมอทหารสองคนที่เหลือรอดในทีมเดินเข้าไปหาทันที
หลังจากตรวจดูอาการบาดเจ็บอย่างรวดเร็วแล้ว สายลับสาวก็หันกลับมามองแอมเบอร์ด้วยสีหน้าเคร่งเครียดซึ่งหาดูได้ยาก
"อาการของผู้บาดเจ็บคนนี้ไม่ค่อยดีเท่าไหร่ ต้องผ่าตัดด่วนเดี๋ยวนี้เลย!"
"ทำบนรถไม่ได้เหรอ"
"ไม่ได้ รถพวกนี้เป็นรถขนส่งบุคลากร ไม่ใช่รถพยาบาลเฉพาะทาง มันกระเทือนเกินไป ผ่าตัดไม่ได้หรอก!"
แอมเบอร์ใช้หางตาเหลือบมองพันตรีแลนเดล ฝ่ายหลังกำลังมองมาที่เขาด้วยท่าทีตึงเครียด
"จิ๊..." แอมเบอร์หลับตาลงอย่างจนใจภายใต้หน้ากากยุทธวิธี
"อย่าให้มันนานนักล่ะ กองทัพจักรวรรดิน่าจะส่งกองทหารที่อยู่ใกล้ๆ มาสมทบเร็วๆ นี้"
"เข้าใจแล้ว ขอเวลาฉันยี่สิบนาที... ไม่สิ สิบนาทีก็พอ จัดการส่วนที่เร่งด่วนที่สุดไปก่อน ส่วนที่เหลือค่อยไปจัดการบนรถต่อ!"
หลังจากได้รับคำตอบจากแอมเบอร์ อิซาเบลก็พยักหน้ารับ
จากนั้นเธอก็เรียกทหารราบยานเกราะหลายคนให้ช่วยกันหามผู้บาดเจ็บที่ชื่อทอมไปวางบนเปลหามที่ถูกจัดไว้เป็นเตียงผ่าตัดชั่วคราว
เวลาเร่งด่วนขนาดนี้ คงกางห้องปลอดเชื้อแบบพกพาไม่ทันแล้ว
"เอาล่ะ คนอื่นๆ เลิกมุงดูเป็นไทยมุงได้แล้ว!"
แอมเบอร์เตะก้นทหารราบยานเกราะคนหนึ่งเพื่อไล่พวกมันไปให้พ้นทาง
เขาเพิ่งจะเตรียมเอ่ยปากชมพวกทหารฝึกหัดเหล่านี้ว่าเชื่อฟังคำสั่งดีอยู่เลยแท้ๆ แต่สุดท้ายแต่ละคนก็ลืมกฎระเบียบในสนามรบไปซะสนิท
"หน่วยสนับสนุนการยิง เก็บปืนครกขึ้นรถเดี๋ยวนี้!"
"รถหมายเลขสามและหมายเลขสี่ เฝ้าระวังสนามรบต่อไป!"
"คนอื่นๆ กระจายกำลังออกไปเฝ้าระวังโดยเว้นระยะห่างสิบเมตร เตรียมพร้อมขึ้นรถได้ทุกเมื่อ!"
"รอให้คุณหมอผ่าตัดเสร็จเมื่อไหร่ เราจะออกเดินทางกันทันที!"
หลังจากที่แอมเบอร์ออกคำสั่งเป็นชุด ทหารเหล่านี้ถึงเพิ่งจะนึกขึ้นได้ว่าผู้บังคับบัญชาในปัจจุบันของพวกเขาไม่ใช่คนที่ควรจะไปแหยมด้วย
เมื่อนึกถึงข่าวลือที่หน่วยสนับสนุนการยิงนำกลับมาหลังจากไปเก็บกู้ปืนครกของจักรวรรดิก่อนหน้านี้ว่าหมวดแอมเบอร์อาจจะเป็นนักล่าหัวสุดสยองก็เป็นได้
การเคลื่อนไหวของทหารแต่ละคนก็เร็วขึ้นมาหลายส่วน
และในที่สุดแอมเบอร์ก็มีเวลาไปหาพันตรีแลนเดลที่ยืนรออยู่ข้างๆ มาตั้งนานเสียที
เมื่อเขาเดินเข้าไปใกล้ นายทหารยศพันตรีในชุดเครื่องแบบของกองทัพเรือสหพันธ์ก็มองมาที่เขาด้วยสีหน้าซาบซึ้งใจ
[จบแล้ว]