เราไม่เผยแพร่ผลงานที่มีลิขสิทธิ์ในประเทศไทย หากท่านพบเนื้อหาที่ละเมิดลิขสิทธิ์ แจ้งได้ที่เพจ Facebook NovelStore เราจะลบให้โดยเร็ว
ปัญหาการใช้งานเว็บไซต์ ติดต่อได้ที่เพจดังกล่าว
We do not publish or distribute copyrighted works in Thailand. To report infringing content, contact us via our Facebook page and we will remove it promptly. For other issues, use the same channel.

บทที่ 28 - รวบรวมทหารที่เหลือรอด

บทที่ 28 - รวบรวมทหารที่เหลือรอด

บทที่ 28 - รวบรวมทหารที่เหลือรอด


บทที่ 28 - รวบรวมทหารที่เหลือรอด

✿ ✿ ✿ ✿ ✿ ✿ ✿ ✿ ✿ ✿

"ปัง ปัง ปัง!"

ตามมาด้วยเสียงปืนดังกึกก้องติดต่อกันหลายนัด

ทหารพลร่มวงโคจรของจักรวรรดิคนสุดท้ายล้มลงกับพื้นพร้อมกับสีหน้าหวาดผวา

ระยะประชิดขนาดนี้ กระสุนปืนพกเป่าคอของเขาจนแทบจะขาดเป็นสองท่อน เหลือเพียงเศษเนื้อติดกันอยู่บางๆ เท่านั้น

แอมเบอร์ไม่ได้พิศวาสการต่อสู้ระยะประชิดอะไรหรอก

แต่มันเป็นเพราะอัตราการยิงของปืนซุ่มยิง วิญญาณร้าย ต่างหาก

แม้จะเป็นปืนกึ่งอัตโนมัติที่ไม่ต้องดึงกระชากสไลด์เพื่อขึ้นลำใหม่

แต่ทุกครั้งที่ยิงออกไป มอเตอร์ก็ต้องใช้เวลาในการชาร์จพลังงานใหม่เสมอ

ทำให้อัตราการยิงของมันถูกจำกัดเอาไว้

ในจังหวะเมื่อครู่นี้ ทหารจักรวรรดิคนสุดท้ายได้สลับไปใช้โหมดภาพถ่ายความร้อน และสามารถจับภาพของเขาได้แล้ว

ปืนไรเฟิลเกาส์ขนาด 8 มิลลิเมตรที่แขนขวาของอีกฝ่ายก็กำลังเล็งมาทางนี้พอดี

ส่วนปืน วิญญาณร้าย ในมือแอมเบอร์ยังชาร์จพลังงานไม่เต็มที่

เขาไม่อยากเสี่ยงดวงว่าใครจะเหนี่ยวไกได้เร็วกว่า และไม่อยาก ตายตกตามกัน ไปกับศัตรูด้วย

เขาจึงจำต้องพุ่งหลบวิถีกระสุนด้วยการวิ่งซิกแซกเข้าประชิดตัว

และแอมเบอร์ก็ไม่ได้โรคจิตถึงขนาดชอบยิงเจาะกะโหลกหรือเป่าคอศัตรูหรอกนะ

แต่มันเป็นเพราะแผ่นเกราะบนโครงกระดูกภายนอกของทหารพลร่มจักรวรรดิมันปกป้องร่างกายได้ดีเกินไปต่างหาก

ด้วยรูปทรงโค้งมน ไม่เพียงแต่จะแข็งแกร่งเท่านั้น แต่มันยังทำให้กระสุนแฉลบได้ง่ายอีกด้วย

เมื่อต้องเข้าประชิดตัวและเปลี่ยนมาใช้ปืนพก แอมเบอร์จึงต้องเอาปืนจ่อไปที่จุดอ่อนบริเวณหลังคอของอีกฝ่าย เพื่อให้แน่ใจว่ากระสุนจะเจาะทะลุได้จริงๆ

หลังจากจัดการทหารจักรวรรดิทั้งสามนายเรียบร้อย เสียงปะทะจากทางฝั่งหุบเขาก็ดังสนั่นขึ้นอย่างดุเดือด

เห็นได้ชัดว่ากระสุนระเบิดแรงสูงขนาด 120 มิลลิเมตรสองลูกที่เขายิงไปเมื่อกี้ได้ผลดีเกินคาด

ทหารราบยานเกราะของสหพันธ์ที่ได้จังหวะพักหายใจ ในที่สุดก็สบโอกาสอาศัยความได้เปรียบด้านจำนวน ยิงกดดันสวนกลับไปบ้างแล้ว

แอมเบอร์ปลดปืนไรเฟิลเกาส์จากศพหนึ่งขึ้นมาสะพาย พร้อมกับล้วงระเบิดพลาสม่ามาอีกหลายลูก

เขาไม่รอช้า รีบสับเท้าวิ่งมุ่งหน้าไปยังหุบเขาทันที

ในเวลาเดียวกัน แอมเบอร์ก็ใช้สิทธิพิเศษระดับสูงของเจ้าหน้าที่พิเศษพลังจิต เจาะเข้าไปในช่องสัญญาณสื่อสารของหมวดทหารราบยานเกราะที่อยู่ใกล้เคียง

"ทหารสหพันธ์ที่กำลังปะทะอยู่โปรดทราบ ที่นี่คือศูนย์ข่าวกรองยุทธการฐานทัพยัสซิน ผมคือพันจ่าตรีแอมเบอร์จากหน่วยสนับสนุนทางยุทธวิธี"

"อาศัยอำนาจตามกฎอัยการศึกของสหพันธ์มาตรา DT5235 ตอนนี้ผมขอรับหน้าที่บัญชาการหน่วยของพวกคุณชั่วคราว"

"ระบบระบุฝ่ายทำงานแล้ว ทุกคนระวังทิศตะวันออกเฉียงใต้ อย่ากระหน่ำยิงผิดตัว อย่ากระหน่ำยิงผิดตัว!"

ทหารราบยานเกราะที่กำลังใช้รถเกราะเป็นบังเกอร์ สาดกระสุนใส่ทหารจักรวรรดิบนเนินเขาทั้งสองฝั่งอย่างเมามันอยู่กลางหุบเขา

เมื่อได้ยินเสียงที่แทรกเข้ามาในช่องสัญญาณ ต่างก็ชะงักไปครู่หนึ่ง ก่อนจะแปรเปลี่ยนเป็นความดีใจอย่างสุดซึ้ง

ตอนที่เห็นกระสุนปืนครกสองลูกร่วงลงใส่หัวทหารจักรวรรดิ พวกเขายังงงๆ กันอยู่เลย

แต่พอได้ยินเสียงนี้ พวกเขาก็ถึงบางอ้อทันที

มีกำลังเสริมมาช่วย!

แถมยังเป็นถึงเจ้าหน้าที่พิเศษพลังจิตอีกต่างหาก

"ทุกคนระวัง เนินลาดทางทิศเหนือ โยนระเบิดควันพรางความร้อนปิดกั้นไว้!"

เมื่อมนุษย์เห็นแสงสว่างท่ามกลางความสิ้นหวัง พวกเขาก็จะเดินตามแสงนั้นไปโดยสัญชาตญาณ

เหมือนกับทหารราบพวกนี้ที่พอได้ยินเสียงแอมเบอร์สั่งการ ก็รีบทำตามอย่างว่าง่าย

ไม่กี่อึดใจ เครื่องยิงอเนกประสงค์บนบ่าของทหารราบหลายคนก็สาดระเบิดควันพรางความร้อนออกไปหลายลูก

เมื่อควันหนาทึบบดบังทัศนวิสัยของทหารจักรวรรดิทางฝั่งเหนือจนมิด พวกทหารราบในหุบเขาก็เห็นระเบิดพลาสม่าสองลูกลอยข้ามมาจากเนินลาดทางตะวันออกเฉียงใต้

และตกลงตรงตำแหน่งที่พวกทหารจักรวรรดิทางฝั่งใต้ซุ่มอยู่พอดี

ตูม! ลูกไฟขนาดยักษ์จากระเบิดพลาสม่าพวยพุ่งขึ้นฟ้า

ร่างคนผู้หนึ่งพุ่งพรวดออกมาจากเนินลาดด้วยความเร็วที่เหนือจินตนาการ ปืนไรเฟิลเกาส์ในมือสาดกระสุนรัวๆ สอยทหารจักรวรรดิที่ยังไม่ทันโดนระเบิดตายจนร่วงระนาว

ความเร็วของเขาไวชนิดที่ว่าหน้าจอ HUD ยังแทบจะล็อกเป้าตามไม่ทัน

ทหารราบยานเกราะได้แต่มองตาค้าง ขณะที่แอมเบอร์โยนปืนที่กระสุนหมดทิ้ง แล้วพุ่งตัวไปถีบทหารจักรวรรดิคนสุดท้ายที่อยู่บนเนินเขาฝั่งใต้กระเด็นเป็นลูกขนุนราวกับปีศาจร้าย

จากนั้นก็หยิบปืนลูกซองอัตโนมัติจากศพใกล้ๆ ขึ้นมา แล้วจัดการเป่าหมวกเกราะพร้อมหัวของไอ้ซวยคนสุดท้ายจนกระจุยกระจาย (ที่จริงเป็นเพราะกระสุนลูกซองเจาะแผ่นเกราะหน้าอกไม่เข้านั่นแหละ)

จากนั้นเสียงสั่งการก็ดังกึกก้องขึ้นในช่องสัญญาณสื่อสารอีกครั้ง

"อย่ามัวแต่ยืนดูสิวะ! ตีโอบเข้าไปจากทั้งสองปีก อย่าปล่อยให้รอดไปได้แม้แต่คนเดียว!"

"โยนระเบิดควันปิดกั้นไว้อย่าให้ขาดช่วง!"

เสียงตะคอกของแอมเบอร์ ปลุกทหารราบที่กำลังยืนอึ้งให้ตื่นจากภวังค์

ทหารที่ยังเหลือรอดไม่ถึง 30 นาย แบ่งกำลังออกเป็นสองกลุ่ม บุกตะลุยขึ้นเนินเขาจากซ้ายขวา

พร้อมกับสาดระเบิดควันอย่างต่อเนื่อง ปิดกั้นฐานซุ่มยิงทางทิศเหนือจนมิดชิด

ทหารพลร่มของจักรวรรดิที่สูญเสียทัศนวิสัยไปอย่างสิ้นเชิง เริ่มมีอาการตื่นตระหนก

ทหารนายหนึ่งแบกปืนกลโซ่ขนาด 25 มิลลิเมตรพุ่งพรวดออกจากม่านควัน หวังจะสกัดกั้นการบุกของทหารสหพันธ์

แต่กระสุนเจาะเกราะก็พุ่งแหวกอากาศเจาะทะลุหน้าอกของเขา สอยร่างเขาร่วงกลับเข้าไปในม่านควันตามเดิม

ทหารราบที่บุกขึ้นมาถึงเนินเขา กระจายกำลังล้อมกรอบม่านควันไว้ แต่ยังไม่ยอมเปิดฉากยิง

ระเบิดควันพรางความร้อนไม่เพียงแต่ปิดกั้นทัศนวิสัยของศัตรู แต่มันก็บังสายตาของพวกเขาด้วยเช่นกัน

ต่อให้เปิดโหมดภาพถ่ายความร้อน ความร้อนจากการเผาไหม้ของฟอสฟอรัสขาวในระเบิดควัน ก็ทำให้พวกเขามองไม่เห็นอะไรในนั้นอยู่ดี

แต่เรื่องแค่นี้ไม่เป็นปัญหาสำหรับแอมเบอร์เลยสักนิด

ต่อให้มีกำแพงกั้น เขาก็สามารถสัมผัสได้ถึงสัญญาณชีพของสิ่งมีชีวิตอยู่แล้ว นับประสาอะไรกับแค่หมอกควันพวกนี้

สำหรับเขา การต่อสู้ในม่านควัน ก็ไม่ต่างอะไรกับการเปิดโปรฆ่าไก่ในกรง

ทหารราบยานเกราะที่กำลังจดๆ จ้องๆ เห็นเจ้าหน้าที่พิเศษพลังจิตที่เพิ่งโผล่มา พุ่งพรวดเข้าไปในม่านควันอย่างไม่สะทกสะท้าน

ตามมาด้วยเสียงรัวปืนลูกซองอัตโนมัติอันดุดัน และเสียงร้องโหยหวนของทหารจักรวรรดิดังระงมออกมาจากกลุ่มควัน

เมื่อสายลมยามค่ำคืนพัดพาม่านควันให้ค่อยๆ จางหายไป

ทหารราบที่เหลือรอดต่างก็มองดูบุรุษผู้ยืนตระหง่านอยู่ท่ามกลางกองซากศพของทหารจักรวรรดิราวกับ ปีศาจในม่านหมอก ด้วยความเงียบกริบ ไม่มีใครกล้าปริปากพูดอะไรออกมาเลย

"พวกคุณอยู่หน่วยไหน ใครเป็นผู้บัญชาการ"

แอมเบอร์ไม่มีเวลามามัวรอให้พวกนี้ตั้งสติหรอกนะ

ข่าวการถูกกวาดล้างของทหารพลร่มหน่วยนี้ คงส่งไปถึงหูของจักรวรรดิในไม่ช้า

บางทีพวกนั้นอาจจะคิดว่าแถวนี้มีทหารสหพันธ์กระจุกตัวอยู่เยอะ แล้วส่งกำลังพลมาล้อมปราบเพิ่มก็ได้

"รายงานท่าน! พวกเราคือกองกำลังรักษาการณ์ฐานทัพยัสซิน สังกัดหมวด D กองร้อยทหารราบยานเกราะที่ 2 ภายใต้กองพันผสมที่ 179 ครับ"

ทหารราบที่น้ำเสียงฟังดูมีอายุคนหนึ่งเดินเข้ามาหาแอมเบอร์

เขาทำท่าจะยกมือขึ้นทำความเคารพตามสัญชาตญาณ แต่ก็ถูกแอมเบอร์ห้ามไว้เสียก่อน

เมื่อรู้ตัวว่าท่าทีของตัวเองดูไม่เข้ากับสถานการณ์เท่าไหร่ ทหารนายนั้นก็กระแอมแก้เขิน ก่อนจะอธิบายต่อว่า

"หลังจากพลร่มวงโคจรของจักรวรรดิเปิดฉากโจมตี นาวาโทดัลลัสก็เข้ารับหน้าที่บัญชาการกองกำลังรักษาการณ์ฐานทัพ และเตรียมการฝ่าวงล้อมของจักรวรรดิออกไปครับ"

"แต่พวกเราพลัดหลงกับกองกำลังหลัก ก็เลยเตรียมจะมุ่งหน้าไปยังจุดนัดพบที่กำหนดไว้ แต่ดันมาถูกกองทัพจักรวรรดิดักซุ่มโจมตีที่นี่ซะก่อน"

"ผู้บังคับหมวดกับเสนาธิการยุทธการอยู่ในรถคันแรกกันหมด..."

แอมเบอร์มองตามทิศทางที่อีกฝ่ายชี้ไป รถคันแรกของขบวนที่โดนขีปนาวุธต่อต้านยานเกราะสอยไป กำลังถูกไฟลุกท่วมอย่างรุนแรง

ป่านนี้ศูนย์บัญชาการของหมวด D คงโดนย่างสดไปหมดแล้วล่ะ

[จบแล้ว]

จบบทที่ บทที่ 28 - รวบรวมทหารที่เหลือรอด

คัดลอกลิงก์แล้ว