เราไม่เผยแพร่ผลงานที่มีลิขสิทธิ์ในประเทศไทย หากท่านพบเนื้อหาที่ละเมิดลิขสิทธิ์ แจ้งได้ที่เพจ Facebook NovelStore เราจะลบให้โดยเร็ว
ปัญหาการใช้งานเว็บไซต์ ติดต่อได้ที่เพจดังกล่าว
We do not publish or distribute copyrighted works in Thailand. To report infringing content, contact us via our Facebook page and we will remove it promptly. For other issues, use the same channel.

บทที่ 22 - ฐานทัพถูกโจมตี

บทที่ 22 - ฐานทัพถูกโจมตี

บทที่ 22 - ฐานทัพถูกโจมตี


บทที่ 22 - ฐานทัพถูกโจมตี

✿ ✿ ✿ ✿ ✿ ✿ ✿ ✿ ✿ ✿

ในการโจมตีจากวงโคจรของจักรวรรดิ เนื่องจากในฐานทัพยัสซินมีทั้งสายลับที่แฝงตัวอยู่และทหารสหพันธ์ที่ยอม สวามิภักดิ์ อยู่ด้วย

ดังนั้นทหารสหพันธ์ในฐานทัพแห่งนี้จึงไม่โดนทิ้งระเบิดไฮโดรเจนทางยุทธวิธีใส่

แต่โดนระเบิดแรงดันความร้อนทางยุทธวิธีแบบจุดระเบิดกลางอากาศแทน

โดยเฉพาะเหล่าทหารที่กำลังรวมตัวกันอยู่ในงานเลี้ยงฉลองวันสถาปนากองทัพ เรียกได้ว่าโดนกวาดล้างจนแทบไม่เหลือซาก

ส่วนผู้บัญชาการอดัมที่เพิ่งร้องเพลงเสร็จ กลับ บังเอิญ ลงไปตรวจตราทหารในบริเวณใกล้กับหลุมหลบภัยพอดีในตอนที่การโจมตีจากวงโคจรเริ่มขึ้น

เขาจึงรอดพ้นจากการถูกทิ้งระเบิดไปได้อย่างหวุดหวิด

แต่ทหารคนอื่นๆ กลับไม่โชคดีแบบนั้น

ยังไม่ทันที่พวกเขาจะได้สติจากการทิ้งระเบิดและทำความเข้าใจว่ามันเกิดเรื่องบ้าอะไรขึ้นกันแน่

พวกเขาก็เห็นแคปซูลดิ่งพสุธาของจักรวรรดิร่วงหล่นลงมากระแทกพื้นดิน พร้อมกับเสียงกรีดร้องแหลมปรี๊ดของอากาศ ฝ่าดงกระสุนต่อสู้อากาศยานที่ยังหลงเหลืออยู่ลงมาได้

และเมื่อพวกเขาเห็นทหารพลร่มวงโคจรที่ติดอาวุธครบมือกรูกันออกมาจากแคปซูลเหล่านั้น

ในที่สุดเหล่าทหารที่รอดชีวิตก็เข้าใจได้เสียทีว่ามันเกิดอะไรขึ้น

กองทัพจักรวรรดิบุกมาแล้ว

กลุ่มแรกที่เปิดฉากตอบโต้ก็คือบรรดาทหารเวรของฐานทัพยัสซินที่ยังรอดชีวิตอยู่

แม้ว่าป้อมยามของพวกเขาส่วนใหญ่จะตกเป็นเป้าหมายหลักในการโจมตีระลอกแรก

และอาวุธป้องกันอัตโนมัติเกือบทั้งหมดก็ใช้งานไม่ได้หลังจากสถานีไฟฟ้าถูกทำลาย

แต่เหล่าทหารที่สวมโครงกระดูกภายนอกเหล่านี้ก็ยังสามารถรวมตัวกันได้อย่างรวดเร็วภายใต้การนำของนายทหาร และเปิดฉากยิงใส่ทหารพลร่มของจักรวรรดิที่บุกเข้ามาในฐานทัพ

ด้วยการสนับสนุนจากรถถังหลายขาหลายคัน ทหารราบยานเกราะก็สามารถยึดถนนสายหลักภายในฐานทัพไว้ได้อย่างเหนียวแน่น

จากนั้นก็อาศัยอำนาจการยิงที่เหนือกว่าอย่างเห็นได้ชัดของปืนใหญ่เคมีไฟฟ้าและปืนใหญ่อนุภาคประจุไฟฟ้าขนาดเล็กบนรถถังหลายขา กดหัวพวกทหารพลร่มเอาไว้ตรงหัวมุมถนน

เมื่อก้าวออกมาจากแคปซูลดิ่งพสุธา ไวเคานต์อันคาลินก็ไปสมทบกับสมาชิก หน่วยรบชนชั้นสูง ในบริเวณนั้นทันที

สิ่งที่เขาได้ยินผ่านช่องสัญญาณสื่อสารคลื่นสั้น ก็คือเสียงร้องขอความช่วยเหลือจากหน่วยรบแนวหน้าหลายต่อหลายหน่วยที่อยู่ใต้บังคับบัญชา

และเมื่อดูข้อมูลจากระบบบัญชาการรบ อันคาลินก็พบว่าในบรรดาแคปซูล 100 แคปซูลแรกของกรมทหารเขาที่ทิ้งลงมา (หนึ่งแคปซูลบรรจุได้ 5 คน)

มีเพียง 56 แคปซูลเท่านั้นที่ลงถึงพื้นได้อย่างปลอดภัย

"ถุย! พวกหน่วยข่าวกรองไปกินขี้ซะไป..."

เมื่อเห็นความสูญเสียอย่างหนักของกองกำลังพลร่ม อันคาลินก็หงุดหงิดจนต้องเปิดหน้ากากขึ้นแล้วถ่มน้ำลายออกมา

"ดันกล้าพูดในที่ประชุมก่อนรบว่า กองกำลังพลร่มจะเสียหายไม่เกิน 25 เปอร์เซ็นต์ อย่างมาก ไร้สาระสิ้นดี!"

ไวเคานต์อันคาลินส่ายหน้าพลางขมวดคิ้ว ก่อนจะดึงสลักปืนไรเฟิลเกาส์ที่ติดอยู่ใต้แขนจนเกิดเสียงดังกริ๊ก

จากนั้นเขาก็หันไปพูดกับทหารพลร่มคนหนึ่งที่เพิ่งเดินออกมาจากแคปซูลข้างๆ

"เดล! ฝากบัญชาการรบด้วย พาลูกน้องไปยึดพื้นที่เป้าหมายให้ได้!"

แม้ไวเคานต์อันคาลินจะเป็นทหารพลร่มวงโคจรที่เก่งกาจ แต่ทักษะด้านการบัญชาการรบของเขากลับไม่ค่อยโดดเด่นนัก

ดังนั้นหน้าที่ในการบัญชาการรบของ กรมทหารมังกรโลหิต จึงมักจะตกไปอยู่ในมือของเหล่าผู้บังคับกองพันใต้บังคับบัญชาแทน

ส่วนท่านไวเคานต์มักจะทำหน้าที่เป็น ยูนิตฮีโร่ ในสนามรบ คอยปลุกขวัญกำลังใจให้กับเพื่อนร่วมรบมากกว่า

"รับทราบครับ ท่านไวเคานต์! เชิญท่านไปสนุกกับสนามรบให้เต็มที่เลยครับ~"

ผู้บัญชาการยุทธวิธีที่ชื่อเดลยักไหล่ ดูเหมือนเขาจะชินกับหน้าที่นี้ไปเสียแล้ว

"ฮ่าฮ่าฮ่าฮ่า! ในบรรดาผู้บังคับกองพันทั้งสี่คน มีนายแหละที่รู้ใจฉันที่สุด!"

อันคาลินหัวเราะร่วน ก่อนจะพาสมาชิกหน่วยรบชนชั้นสูงมุ่งหน้าไปอีกทาง

แต่ก่อนไป เขาก็ยังไม่ลืมหันกลับมากำชับอีกครั้ง

"อ้อ! เร่งมือหน่อยนะ กรมทหารมังกรโลหิตของเราจะยอมแพ้พวกหน่วยอื่นไม่ได้เด็ดขาด!"

"น้อมรับบัญชาครับ~"

เดลโค้งคำนับส่งอันคาลินราวกับเป็นนักแสดงละครเวที

แต่เมื่อเขาหันกลับมามองทหารคนอื่นๆ รอบตัว สีหน้าของเขาก็กลับมาจริงจังอีกครั้ง

"ทุกคนได้ยินที่ท่านไวเคานต์พูดแล้วนะ! พวกเราคือใคร!"

"มังกรโลหิต!"

"มังกรโลหิตคือใคร!"

"คมดาบขององค์จักรพรรดิ!"

"ดีมาก~ ลุยได้!"

เดลมองดูเหล่าทหารพลร่มที่แม้จะได้รับความสูญเสียอย่างหนัก แต่ก็ยังมีขวัญกำลังใจเต็มเปี่ยมด้วยความพึงพอใจ ก่อนจะสะบัดมือไปข้างหน้าอย่างห้าวหาญ

พร้อมกันนั้น เขาก็เริ่มสั่งการกองกำลังผ่านช่องสัญญาณสื่อสารคลื่นสั้นและระบบบัญชาการรบ

"ผู้รอดชีวิตจากกองร้อย A และ B ให้รวมตัวกันแล้วฟังคำสั่งจากผู้บังคับกองร้อย A! พวกนายไปเสริมกำลังให้หน่วยแนวหน้า ยันแนวรบเอาไว้ให้ได้!"

"กองร้อย C ตามฉันเข้าไปในตึก เตรียมตัวทำการระเบิด!"

"หน่วยยิงสนับสนุนไปที่จุดที่ฉันมาร์คไว้ หาจังหวะสอยรถถังหลายขาซะ!"

"หน่วยสงครามอิเล็กทรอนิกส์ ปล่อยโดรนสงครามอิเล็กทรอนิกส์ออกไป เริ่มทำการก่อกวนระบบในสนามรบ!"

"หน่วยสื่อสาร รีบนำทางให้กองกำลังระลอกต่อไปลงมาสมทบด่วน!"

...

ในขณะเดียวกัน ไวเคานต์อันคาลินที่นำหน่วยรบชนชั้นสูงมุ่งหน้าไปยังศูนย์สื่อสาร ก็ต้องปะทะกับการต่อต้านจากทหารสหพันธ์ที่รอดชีวิตในเวลาอันรวดเร็ว

เมื่อเวลาผ่านไป ทหารสหพันธ์ที่รอดชีวิตก็เริ่มขุดคุ้ยอุปกรณ์ขึ้นมาจากซากปรักหักพัง และกระโจนเข้าสู่สมรภูมิมากขึ้นเรื่อยๆ

แรงกดดันที่ไวเคานต์อันคาลินต้องเผชิญในการบุกโจมตีศูนย์สื่อสารจึงเพิ่มสูงขึ้นตามไปด้วย

"รถถังหลัก! ทิศ 11 นาฬิกา!"

จู่ๆ เสียงร้องเตือนด้วยความตื่นตระหนกก็ดังขึ้นในช่องสัญญาณสื่อสาร

ระบบเพิ่งจะล็อกเป้าหมายพร้อมแสดงสัญลักษณ์สีม่วงแจ้งเตือน ยูนิตที่มีระดับภัยคุกคามสูง บนหน้าจอ HUD ของอันคาลิน

วินาทีต่อมา กระสุนระเบิดแรงสูงแบบตั้งเวลาก็พุ่งแหวกอากาศมาและระเบิดขึ้นกลางวงของทหารพลร่มที่กำลังบุกตะลุย

"ตู้ม!"

คลื่นกระแทกจากระเบิดทำให้ท่านไวเคานต์ปลิวว่อนไปทันที

เขาตะเกียกตะกายลุกขึ้นจากพื้น แล้วรีบโซเซไปหลบหลังกำแพงที่พังทลาย

บริเวณที่ถูกกระสุนระเบิดแรงสูงตกใส่ มีร่างไร้วิญญาณของทหารพลร่มเจ็ดแปดนายกองอยู่

ทหารที่ได้รับบาดเจ็บในบริเวณนั้นกำลังถูกเพื่อนร่วมรบช่วยพยุงไปหลบหลังที่กำแพงใกล้ๆ

ไวเคานต์อันคาลินชะโงกหน้าออกไปมองดูจากหลังกำแพง รถถังหลักสีเทาที่มีเกราะหนาเตอะราวกับสัตว์ร้าย กำลังพุ่งทะลุกำแพงออกมา

ปืนใหญ่เคมีไฟฟ้าอเนกประสงค์ขนาด 155 มิลลิเมตรในโหมดเล็งยิงตรงดูน่าเกรงขามสุดๆ ปากกระบอกปืนที่เพิ่งยิงออกไปยังคงมีควันจางๆ ลอยกรุ่นอยู่

ปืนกลโซ่อัตโนมัติลำกล้องคู่ขนาด 35 มิลลิเมตรบนหลังคารถถังกำลังพ่นไฟอย่างบ้าคลั่ง

ห่ากระสุนสาดกระเซ็นไปทั่วถนนราวกับไม้กวาดขนาดยักษ์ สับร่างของทหารพลร่มหลายนายที่หลบไม่ทันจนขาดครึ่ง

ปืนกลโซ่ไม่ได้สนหรอกว่าคุณจะเป็นชนชั้นสูงหรือไม่ ต่อให้เป็นใครหน้าไหน ถ้าโดนยิงก็ตัวขาดเหมือนกันหมด

เมื่อเห็นภาพนั้น ไวเคานต์อันคาลินก็ไม่ได้รู้สึกเศร้าสลดอะไรมากมายนัก

ไม่ว่าจะเป็นเขาหรือสมาชิกคนอื่นๆ ในหน่วยรบชนชั้นสูง ต่างก็เตรียมใจรับความสูญเสียแบบนี้มาตั้งแต่แรกแล้ว

แทนที่จะเสียเวลามานั่งเศร้าหรือหวาดกลัว สู้เอาเวลาไปคิดหาวิธีจัดการกับเจ้ารถถังกระป๋องเหล็กนี่ดีกว่า

"บัดซบเอ๊ย ทำไมในฐานทัพของสหพันธ์ถึงยังมีของโบราณแบบนี้อยู่อีกวะ!"

"โธ่เอ๊ย ในฐานทัพชายแดนของเราก็ยังมีรถถังพวกนี้ที่ยังไม่ปลดประจำการอยู่อีกเพียบเหมือนกันแหละ"

"จะว่าไป ของเก่าก็คือของเก่า แต่พอถึงเวลาคับขัน มันก็พึ่งพาได้จริงๆ แฮะ..."

สมาชิกหน่วยรบชนชั้นสูงที่ถูกกดหัวอยู่หลังที่กำบังต่างพากันบ่นอุบอิบในช่องสัญญาณสื่อสาร

แต่พวกเขาก็ไม่ได้เอาแต่นั่งรอความตายอยู่หลังที่กำบังหรอกนะ

เพราะปืนหลักของรถถังยังคงระดมยิงอย่างต่อเนื่องเป็นจังหวะ

ถ้าไม่รีบทำอะไรสักอย่าง อีกไม่นานสิ่งปลูกสร้างรอบๆ ที่พอจะเป็นที่กำบังได้ คงโดนกระสุนระเบิดแรงสูงขนาด 155 มิลลิเมตรของเจ้านี่พังราบเป็นหน้ากลองแน่ๆ

ทหารพลร่มสองสามนายที่พกอาวุธต่อต้านยานเกราะมาด้วย อาศัยจังหวะที่เพื่อนยิงคุ้มกัน แอบลอบเข้าไปทางด้านข้าง

ครู่ต่อมา ขีปนาวุธโจมตีจากด้านบนหลายลูกก็พุ่งออกมาจากด้านหลังตึกรอบๆ

แต่ในเสี้ยววินาทีที่ขีปนาวุธพุ่งดิ่งลงมาและกำลังจะกระทบกับรถถัง จู่ๆ ก็มีแสงสีขาวสว่างวาบขึ้นพร้อมกับแสงไฟจากการระเบิด

"เชี่ยเอ๊ย! มันมีสนามพลังเบี่ยงเบน!"

ขีปนาวุธที่ถูกสนามแม่เหล็กแรงสูงรอบๆ รถถังกระตุ้นให้ระเบิดก่อนเวลาอันควร ทำได้แค่ทิ้งรอยไหม้สีดำไว้บนหลังคารถถังเท่านั้น

"หัวหน้า เจ้านี่ไม่ใช่ของที่เราจะรับมือได้แล้ว! ต้องใช้อาวุธที่แรงกว่านี้เพื่อจัดการมัน!"

"รับทราบ เดี๋ยวผมจะเรียกให้พวกข้างบนโยนไททันลงมาสักตัว!"

[จบแล้ว]

จบบทที่ บทที่ 22 - ฐานทัพถูกโจมตี

คัดลอกลิงก์แล้ว