- หน้าแรก
- อยากใช้ชีวิตสโลว์ไลฟ์ในห้วงอวกาศ แต่พวกสาวต่างดาวดันบังคับให้ผมกู้โลก
- บทที่ 22 - ฐานทัพถูกโจมตี
บทที่ 22 - ฐานทัพถูกโจมตี
บทที่ 22 - ฐานทัพถูกโจมตี
บทที่ 22 - ฐานทัพถูกโจมตี
✿ ✿ ✿ ✿ ✿ ✿ ✿ ✿ ✿ ✿
ในการโจมตีจากวงโคจรของจักรวรรดิ เนื่องจากในฐานทัพยัสซินมีทั้งสายลับที่แฝงตัวอยู่และทหารสหพันธ์ที่ยอม สวามิภักดิ์ อยู่ด้วย
ดังนั้นทหารสหพันธ์ในฐานทัพแห่งนี้จึงไม่โดนทิ้งระเบิดไฮโดรเจนทางยุทธวิธีใส่
แต่โดนระเบิดแรงดันความร้อนทางยุทธวิธีแบบจุดระเบิดกลางอากาศแทน
โดยเฉพาะเหล่าทหารที่กำลังรวมตัวกันอยู่ในงานเลี้ยงฉลองวันสถาปนากองทัพ เรียกได้ว่าโดนกวาดล้างจนแทบไม่เหลือซาก
ส่วนผู้บัญชาการอดัมที่เพิ่งร้องเพลงเสร็จ กลับ บังเอิญ ลงไปตรวจตราทหารในบริเวณใกล้กับหลุมหลบภัยพอดีในตอนที่การโจมตีจากวงโคจรเริ่มขึ้น
เขาจึงรอดพ้นจากการถูกทิ้งระเบิดไปได้อย่างหวุดหวิด
แต่ทหารคนอื่นๆ กลับไม่โชคดีแบบนั้น
ยังไม่ทันที่พวกเขาจะได้สติจากการทิ้งระเบิดและทำความเข้าใจว่ามันเกิดเรื่องบ้าอะไรขึ้นกันแน่
พวกเขาก็เห็นแคปซูลดิ่งพสุธาของจักรวรรดิร่วงหล่นลงมากระแทกพื้นดิน พร้อมกับเสียงกรีดร้องแหลมปรี๊ดของอากาศ ฝ่าดงกระสุนต่อสู้อากาศยานที่ยังหลงเหลืออยู่ลงมาได้
และเมื่อพวกเขาเห็นทหารพลร่มวงโคจรที่ติดอาวุธครบมือกรูกันออกมาจากแคปซูลเหล่านั้น
ในที่สุดเหล่าทหารที่รอดชีวิตก็เข้าใจได้เสียทีว่ามันเกิดอะไรขึ้น
กองทัพจักรวรรดิบุกมาแล้ว
กลุ่มแรกที่เปิดฉากตอบโต้ก็คือบรรดาทหารเวรของฐานทัพยัสซินที่ยังรอดชีวิตอยู่
แม้ว่าป้อมยามของพวกเขาส่วนใหญ่จะตกเป็นเป้าหมายหลักในการโจมตีระลอกแรก
และอาวุธป้องกันอัตโนมัติเกือบทั้งหมดก็ใช้งานไม่ได้หลังจากสถานีไฟฟ้าถูกทำลาย
แต่เหล่าทหารที่สวมโครงกระดูกภายนอกเหล่านี้ก็ยังสามารถรวมตัวกันได้อย่างรวดเร็วภายใต้การนำของนายทหาร และเปิดฉากยิงใส่ทหารพลร่มของจักรวรรดิที่บุกเข้ามาในฐานทัพ
ด้วยการสนับสนุนจากรถถังหลายขาหลายคัน ทหารราบยานเกราะก็สามารถยึดถนนสายหลักภายในฐานทัพไว้ได้อย่างเหนียวแน่น
จากนั้นก็อาศัยอำนาจการยิงที่เหนือกว่าอย่างเห็นได้ชัดของปืนใหญ่เคมีไฟฟ้าและปืนใหญ่อนุภาคประจุไฟฟ้าขนาดเล็กบนรถถังหลายขา กดหัวพวกทหารพลร่มเอาไว้ตรงหัวมุมถนน
เมื่อก้าวออกมาจากแคปซูลดิ่งพสุธา ไวเคานต์อันคาลินก็ไปสมทบกับสมาชิก หน่วยรบชนชั้นสูง ในบริเวณนั้นทันที
สิ่งที่เขาได้ยินผ่านช่องสัญญาณสื่อสารคลื่นสั้น ก็คือเสียงร้องขอความช่วยเหลือจากหน่วยรบแนวหน้าหลายต่อหลายหน่วยที่อยู่ใต้บังคับบัญชา
และเมื่อดูข้อมูลจากระบบบัญชาการรบ อันคาลินก็พบว่าในบรรดาแคปซูล 100 แคปซูลแรกของกรมทหารเขาที่ทิ้งลงมา (หนึ่งแคปซูลบรรจุได้ 5 คน)
มีเพียง 56 แคปซูลเท่านั้นที่ลงถึงพื้นได้อย่างปลอดภัย
"ถุย! พวกหน่วยข่าวกรองไปกินขี้ซะไป..."
เมื่อเห็นความสูญเสียอย่างหนักของกองกำลังพลร่ม อันคาลินก็หงุดหงิดจนต้องเปิดหน้ากากขึ้นแล้วถ่มน้ำลายออกมา
"ดันกล้าพูดในที่ประชุมก่อนรบว่า กองกำลังพลร่มจะเสียหายไม่เกิน 25 เปอร์เซ็นต์ อย่างมาก ไร้สาระสิ้นดี!"
ไวเคานต์อันคาลินส่ายหน้าพลางขมวดคิ้ว ก่อนจะดึงสลักปืนไรเฟิลเกาส์ที่ติดอยู่ใต้แขนจนเกิดเสียงดังกริ๊ก
จากนั้นเขาก็หันไปพูดกับทหารพลร่มคนหนึ่งที่เพิ่งเดินออกมาจากแคปซูลข้างๆ
"เดล! ฝากบัญชาการรบด้วย พาลูกน้องไปยึดพื้นที่เป้าหมายให้ได้!"
แม้ไวเคานต์อันคาลินจะเป็นทหารพลร่มวงโคจรที่เก่งกาจ แต่ทักษะด้านการบัญชาการรบของเขากลับไม่ค่อยโดดเด่นนัก
ดังนั้นหน้าที่ในการบัญชาการรบของ กรมทหารมังกรโลหิต จึงมักจะตกไปอยู่ในมือของเหล่าผู้บังคับกองพันใต้บังคับบัญชาแทน
ส่วนท่านไวเคานต์มักจะทำหน้าที่เป็น ยูนิตฮีโร่ ในสนามรบ คอยปลุกขวัญกำลังใจให้กับเพื่อนร่วมรบมากกว่า
"รับทราบครับ ท่านไวเคานต์! เชิญท่านไปสนุกกับสนามรบให้เต็มที่เลยครับ~"
ผู้บัญชาการยุทธวิธีที่ชื่อเดลยักไหล่ ดูเหมือนเขาจะชินกับหน้าที่นี้ไปเสียแล้ว
"ฮ่าฮ่าฮ่าฮ่า! ในบรรดาผู้บังคับกองพันทั้งสี่คน มีนายแหละที่รู้ใจฉันที่สุด!"
อันคาลินหัวเราะร่วน ก่อนจะพาสมาชิกหน่วยรบชนชั้นสูงมุ่งหน้าไปอีกทาง
แต่ก่อนไป เขาก็ยังไม่ลืมหันกลับมากำชับอีกครั้ง
"อ้อ! เร่งมือหน่อยนะ กรมทหารมังกรโลหิตของเราจะยอมแพ้พวกหน่วยอื่นไม่ได้เด็ดขาด!"
"น้อมรับบัญชาครับ~"
เดลโค้งคำนับส่งอันคาลินราวกับเป็นนักแสดงละครเวที
แต่เมื่อเขาหันกลับมามองทหารคนอื่นๆ รอบตัว สีหน้าของเขาก็กลับมาจริงจังอีกครั้ง
"ทุกคนได้ยินที่ท่านไวเคานต์พูดแล้วนะ! พวกเราคือใคร!"
"มังกรโลหิต!"
"มังกรโลหิตคือใคร!"
"คมดาบขององค์จักรพรรดิ!"
"ดีมาก~ ลุยได้!"
เดลมองดูเหล่าทหารพลร่มที่แม้จะได้รับความสูญเสียอย่างหนัก แต่ก็ยังมีขวัญกำลังใจเต็มเปี่ยมด้วยความพึงพอใจ ก่อนจะสะบัดมือไปข้างหน้าอย่างห้าวหาญ
พร้อมกันนั้น เขาก็เริ่มสั่งการกองกำลังผ่านช่องสัญญาณสื่อสารคลื่นสั้นและระบบบัญชาการรบ
"ผู้รอดชีวิตจากกองร้อย A และ B ให้รวมตัวกันแล้วฟังคำสั่งจากผู้บังคับกองร้อย A! พวกนายไปเสริมกำลังให้หน่วยแนวหน้า ยันแนวรบเอาไว้ให้ได้!"
"กองร้อย C ตามฉันเข้าไปในตึก เตรียมตัวทำการระเบิด!"
"หน่วยยิงสนับสนุนไปที่จุดที่ฉันมาร์คไว้ หาจังหวะสอยรถถังหลายขาซะ!"
"หน่วยสงครามอิเล็กทรอนิกส์ ปล่อยโดรนสงครามอิเล็กทรอนิกส์ออกไป เริ่มทำการก่อกวนระบบในสนามรบ!"
"หน่วยสื่อสาร รีบนำทางให้กองกำลังระลอกต่อไปลงมาสมทบด่วน!"
...
ในขณะเดียวกัน ไวเคานต์อันคาลินที่นำหน่วยรบชนชั้นสูงมุ่งหน้าไปยังศูนย์สื่อสาร ก็ต้องปะทะกับการต่อต้านจากทหารสหพันธ์ที่รอดชีวิตในเวลาอันรวดเร็ว
เมื่อเวลาผ่านไป ทหารสหพันธ์ที่รอดชีวิตก็เริ่มขุดคุ้ยอุปกรณ์ขึ้นมาจากซากปรักหักพัง และกระโจนเข้าสู่สมรภูมิมากขึ้นเรื่อยๆ
แรงกดดันที่ไวเคานต์อันคาลินต้องเผชิญในการบุกโจมตีศูนย์สื่อสารจึงเพิ่มสูงขึ้นตามไปด้วย
"รถถังหลัก! ทิศ 11 นาฬิกา!"
จู่ๆ เสียงร้องเตือนด้วยความตื่นตระหนกก็ดังขึ้นในช่องสัญญาณสื่อสาร
ระบบเพิ่งจะล็อกเป้าหมายพร้อมแสดงสัญลักษณ์สีม่วงแจ้งเตือน ยูนิตที่มีระดับภัยคุกคามสูง บนหน้าจอ HUD ของอันคาลิน
วินาทีต่อมา กระสุนระเบิดแรงสูงแบบตั้งเวลาก็พุ่งแหวกอากาศมาและระเบิดขึ้นกลางวงของทหารพลร่มที่กำลังบุกตะลุย
"ตู้ม!"
คลื่นกระแทกจากระเบิดทำให้ท่านไวเคานต์ปลิวว่อนไปทันที
เขาตะเกียกตะกายลุกขึ้นจากพื้น แล้วรีบโซเซไปหลบหลังกำแพงที่พังทลาย
บริเวณที่ถูกกระสุนระเบิดแรงสูงตกใส่ มีร่างไร้วิญญาณของทหารพลร่มเจ็ดแปดนายกองอยู่
ทหารที่ได้รับบาดเจ็บในบริเวณนั้นกำลังถูกเพื่อนร่วมรบช่วยพยุงไปหลบหลังที่กำแพงใกล้ๆ
ไวเคานต์อันคาลินชะโงกหน้าออกไปมองดูจากหลังกำแพง รถถังหลักสีเทาที่มีเกราะหนาเตอะราวกับสัตว์ร้าย กำลังพุ่งทะลุกำแพงออกมา
ปืนใหญ่เคมีไฟฟ้าอเนกประสงค์ขนาด 155 มิลลิเมตรในโหมดเล็งยิงตรงดูน่าเกรงขามสุดๆ ปากกระบอกปืนที่เพิ่งยิงออกไปยังคงมีควันจางๆ ลอยกรุ่นอยู่
ปืนกลโซ่อัตโนมัติลำกล้องคู่ขนาด 35 มิลลิเมตรบนหลังคารถถังกำลังพ่นไฟอย่างบ้าคลั่ง
ห่ากระสุนสาดกระเซ็นไปทั่วถนนราวกับไม้กวาดขนาดยักษ์ สับร่างของทหารพลร่มหลายนายที่หลบไม่ทันจนขาดครึ่ง
ปืนกลโซ่ไม่ได้สนหรอกว่าคุณจะเป็นชนชั้นสูงหรือไม่ ต่อให้เป็นใครหน้าไหน ถ้าโดนยิงก็ตัวขาดเหมือนกันหมด
เมื่อเห็นภาพนั้น ไวเคานต์อันคาลินก็ไม่ได้รู้สึกเศร้าสลดอะไรมากมายนัก
ไม่ว่าจะเป็นเขาหรือสมาชิกคนอื่นๆ ในหน่วยรบชนชั้นสูง ต่างก็เตรียมใจรับความสูญเสียแบบนี้มาตั้งแต่แรกแล้ว
แทนที่จะเสียเวลามานั่งเศร้าหรือหวาดกลัว สู้เอาเวลาไปคิดหาวิธีจัดการกับเจ้ารถถังกระป๋องเหล็กนี่ดีกว่า
"บัดซบเอ๊ย ทำไมในฐานทัพของสหพันธ์ถึงยังมีของโบราณแบบนี้อยู่อีกวะ!"
"โธ่เอ๊ย ในฐานทัพชายแดนของเราก็ยังมีรถถังพวกนี้ที่ยังไม่ปลดประจำการอยู่อีกเพียบเหมือนกันแหละ"
"จะว่าไป ของเก่าก็คือของเก่า แต่พอถึงเวลาคับขัน มันก็พึ่งพาได้จริงๆ แฮะ..."
สมาชิกหน่วยรบชนชั้นสูงที่ถูกกดหัวอยู่หลังที่กำบังต่างพากันบ่นอุบอิบในช่องสัญญาณสื่อสาร
แต่พวกเขาก็ไม่ได้เอาแต่นั่งรอความตายอยู่หลังที่กำบังหรอกนะ
เพราะปืนหลักของรถถังยังคงระดมยิงอย่างต่อเนื่องเป็นจังหวะ
ถ้าไม่รีบทำอะไรสักอย่าง อีกไม่นานสิ่งปลูกสร้างรอบๆ ที่พอจะเป็นที่กำบังได้ คงโดนกระสุนระเบิดแรงสูงขนาด 155 มิลลิเมตรของเจ้านี่พังราบเป็นหน้ากลองแน่ๆ
ทหารพลร่มสองสามนายที่พกอาวุธต่อต้านยานเกราะมาด้วย อาศัยจังหวะที่เพื่อนยิงคุ้มกัน แอบลอบเข้าไปทางด้านข้าง
ครู่ต่อมา ขีปนาวุธโจมตีจากด้านบนหลายลูกก็พุ่งออกมาจากด้านหลังตึกรอบๆ
แต่ในเสี้ยววินาทีที่ขีปนาวุธพุ่งดิ่งลงมาและกำลังจะกระทบกับรถถัง จู่ๆ ก็มีแสงสีขาวสว่างวาบขึ้นพร้อมกับแสงไฟจากการระเบิด
"เชี่ยเอ๊ย! มันมีสนามพลังเบี่ยงเบน!"
ขีปนาวุธที่ถูกสนามแม่เหล็กแรงสูงรอบๆ รถถังกระตุ้นให้ระเบิดก่อนเวลาอันควร ทำได้แค่ทิ้งรอยไหม้สีดำไว้บนหลังคารถถังเท่านั้น
"หัวหน้า เจ้านี่ไม่ใช่ของที่เราจะรับมือได้แล้ว! ต้องใช้อาวุธที่แรงกว่านี้เพื่อจัดการมัน!"
"รับทราบ เดี๋ยวผมจะเรียกให้พวกข้างบนโยนไททันลงมาสักตัว!"
[จบแล้ว]