เราไม่เผยแพร่ผลงานที่มีลิขสิทธิ์ในประเทศไทย หากท่านพบเนื้อหาที่ละเมิดลิขสิทธิ์ แจ้งได้ที่เพจ Facebook NovelStore เราจะลบให้โดยเร็ว
ปัญหาการใช้งานเว็บไซต์ ติดต่อได้ที่เพจดังกล่าว
We do not publish or distribute copyrighted works in Thailand. To report infringing content, contact us via our Facebook page and we will remove it promptly. For other issues, use the same channel.

บทที่ 23 - ชิกิงามิของบุตรแห่งทวยเทพ

บทที่ 23 - ชิกิงามิของบุตรแห่งทวยเทพ

บทที่ 23 - ชิกิงามิของบุตรแห่งทวยเทพ


บทที่ 23 - ชิกิงามิของบุตรแห่งทวยเทพ

เมื่อพลังปีศาจของยูกิอุเมะปะทุขึ้น นางก็สลัดคราบมนุษย์ทิ้งไป และเผยให้เห็นร่างที่แท้จริงของปีศาจ

ขนนกสีเทาอมน้ำตาลค่อยๆ แทงทะลุผิวหนังบริเวณที่อยู่นอกร่มผ้าออกมา กลิ่นอายปีศาจที่ถูกซ่อนเร้นมาโดยตลอดเริ่มแผ่ซ่าน

ม้าตื่นตกใจจนสลัดพวกมนุษย์ที่ขี่อยู่บนหลังตกลงมา แล้ววิ่งหนีเตลิดไป

มีเพียงเด็กหนุ่มร่างอ้วนคนนั้น ที่อาจจะเป็นเพราะน้ำหนักตัวเยอะ เลยยังสามารถนั่งเกาะติดอยู่บนหลังม้า และถูกม้าพาหนีออกไปได้สำเร็จ

เด็กหนุ่มสามคนที่ล้มลุกคลุกคลานอยู่บนพื้น มองดูยูกิอุเมะที่กำลังกลายร่างด้วยความหวาดกลัวสุดขีด

โทมิเอะรีบกระโดดเข้าไปกอดแขนข้างที่ถือดาบของนางไว้แน่น

"ยูกิอุเมะ อย่าทำแบบนี้ฮะ ใจเย็นๆ ก่อน"

กลิ่นอายรอบตัวยูกิอุเมะกำลังปั่นป่วน โทมิเอะกลัวว่าจะเผลอทำร้ายนาง จึงไม่กล้าใช้พลังของตัวเองสุ่มสี่สุ่มห้า

"อ๊าก!" สิ้นเสียงกรีดร้องของยูกิอุเมะ เครื่องรางที่คอยพันธนาการนางก็แตกออกเป็นเสี่ยงๆ โทมิเอะที่เกาะนางอยู่ก็ถูกกระแทกจนกระเด็นออกไปเช่นกัน

ยูกิอุเมะคลุ้มคลั่งอย่างสมบูรณ์แบบแล้ว

ขนนกบนร่างของนางงอกยาวขึ้นอย่างรวดเร็ว เมื่อนางเชิดหน้าขึ้น หน้ากากรูปนกก็เลื่อนจากหลังศีรษะมาด้านหน้า และเมื่อนางหันหน้ากลับมาอยู่ในตำแหน่งปกติ หน้ากากนั้นก็ปิดทับใบหน้าของนางพอดี

"ปีศาจ! นางเป็นปีศาจ!"

"ทำไมถึงมีปีศาจมาอยู่ที่นี่ได้!"

"บุตรแห่งทวยเทพแอบเลี้ยงปีศาจไว้!"

พวกเด็กหนุ่มแหกปากร้องโวยวายด้วยความตื่นตระหนก ตัวสั่นงันงก แต่กลับไม่มีเรี่ยวแรงแม้แต่จะลุกขึ้นยืนเพื่อวิ่งหนี

ยูกิอุเมะตวัดดาบฟาดฟันใส่ทั้งสามคน ทว่าอากาศตรงหน้ากลับแข็งตัวและเกิดรอยร้าวขึ้น เป็นเพราะเขตแดนได้สกัดกั้นนางเอาไว้

"วิ่งหนีก็ยังทำไม่เป็นอีก" โทมิเอะอดไม่ได้ที่จะกลอกตาใส่พวกนั้น

มือขวาของเขากุมหัวไหล่ที่ยังคงปวดหนึบ ส่วนมือซ้ายก็ฝืนยกขึ้นอย่างยากลำบาก เพื่อกางเขตแดนปกป้องพวกเขาทั้งสามคนอย่างต่อเนื่อง

นับตั้งแต่ยูกิอุเมะถูกส่งมาอยู่ข้างกายเขา ทางศาลเจ้าก็เริ่มเคี่ยวเข็ญให้เขาฝึกฝนวิชาเขตแดนอย่างหนัก ตอนนี้วิชานี้ถือเป็นทักษะที่พอจะเอาไปโชว์ชาวบ้านได้พอๆ กับวิชาลวงตาเลยล่ะ

ดาบของยูกิอุเมะฟาดลงมาอีกครั้ง

แต่จู่ๆ โทมิเอะก็ดึงพลังกลับ ทำให้ดาบของยูกิอุเมะชะงักค้างไป

ภาพที่ปรากฏแก่สายตาของนาง คือเด็กน้อยวัยสองสามขวบสามคนที่กำลังนั่งหมดสภาพอยู่บนพื้น พวกเขายังดูไร้เดียงสาและอ่อนแอเหลือเกิน

"เด็ก... หรือ?" ดาบในมือของนางร่วงหล่นลงสู่พื้น

โทมิเอะค่อยๆ เดินเข้าไปใกล้

ตอนแรกเขาใช้เขตแดนขัดขวางยูกิอุเมะเอาไว้ จากนั้นก็สร้างภาพลวงตาซ้อนไว้หลังเขตแดนอีกชั้น เขาตัดสินใจเสี่ยงดวง โดยเดิมพันกับสัญชาตญาณดั้งเดิมของปีศาจที่ถูกขนานนามว่า 'กูฮั่วเหนี่ยว' ในตอนนี้

โทมิเอะเดินไปยืนขวางหน้าพวกนั้นไว้ พร้อมกับส่งสัญญาณมือให้พวกรีบหนีไปก่อน

แต่จู่ๆ ขากางเกงของเขาก็ถูกกระตุกอย่างแรง

โทมิเอะหันกลับไปมองด้วยความประหลาดใจ

เด็กหนุ่มที่เป็นลูกน้องขี้ประจบกำลังจับขากางเกงเขาไว้แน่น น้ำตาและน้ำมูกไหลอาบเต็มหน้า

"ช่วยด้วย ช่วยพวกเราด้วย"

ความสนใจที่เบี่ยงเบนไปเพียงชั่วครู่ ทำให้ภาพลวงตาเกิดช่องโหว่

"เจ้าหลอกข้า นี่ไม่ใช่เด็ก!" ยูกิอุเมะกรีดร้องลั่น ดาบยาวที่ตกลงพื้นกระเด็นกลับเข้าไปในมือของนาง และตวัดผ่านร่างของโทมิเอะไป

ไอปีศาจสีแดงวาบขึ้นเพียงชั่วครู่ โทมิเอะยกมือขึ้นกุมลำคอที่ถูกบาด เลือดสีแดงสดหยดลงผ่านง่ามนิ้วมือทีละหยด

"อ๊าก!" ในที่สุดพวกขยะทั้งสามคนก็ร้องลั่นและลุกขึ้นวิ่งหนีไปได้เสียที

พลังวิญญาณถูกดึงมารวมกันที่บาดแผลอย่างบ้าคลั่ง ด้วยพลังที่ผสานเข้ากับสภาพร่างกายแบบคาวาคามิ โทมิเอะ บาดแผลจึงสมานตัวอย่างรวดเร็ว

กระดิ่งที่โฮชิงุมะโดจิเคยมอบให้ แผ่ไอปีศาจออกมาปะทะกับดาบของยูกิอุเมะ ทำให้ดาบพลาดจุดสำคัญอย่างหลอดลมไป ปลายดาบเพียงแค่กรีดโดนผิวหนังและเนื้อบางส่วนเท่านั้น

"เจ็บจังเลยฮะ" โทมิเอะไม่อยากใช้เสียงสะอื้นตะโกนใส่ยูกิอุเมะเลย

ในเมื่อตัวถ่วงทั้งสามคนหนีไปแล้ว เขาก็สามารถลองหยั่งเชิงนางดูได้เต็มที่เสียที อย่างน้อยเขาก็มีความสามารถพอที่จะหนีเอาตัวรอดได้

ยูกิอุเมะชะงักไปเมื่อได้ยินเสียงสะอื้นของเขา แต่ด้วยความรู้สึกที่ถูกหลอกเมื่อครู่ ทำให้นางยังไม่ยอมวางดาบยาวในมือลง

โทมิเอะลดมือลง เลือดอาบเต็มสองมือ บนพื้นก็มีหยดเลือดเปรอะเปื้อนอยู่ไม่น้อย

"เจ็บจริงๆ นะฮะ" โทมิเอะยื่นมือไปหายูกิอุเมะ

ปีศาจสาวถูกดึงดูดด้วยกลิ่นเลือด ในที่สุดนางก็ทิ้งดาบยาวในมือ แล้วค่อยๆ ขยับเข้าไปใกล้

ดวงตาของนางแดงก่ำไปด้วยเส้นเลือด นางคุกเข่าลงตรงหน้าโทมิเอะ ประคองมือของเขาทั้งสองข้าง มือของนางสั่นเทาขณะใช้แขนเสื้อเช็ดคราบเลือดให้เขาอย่างเบามือ

จากนั้นนางก็ฉีกเสื้อผ้าของตัวเอง นำมาพันแผลบริเวณที่โดนแส้ม้าฟาดเมื่อครู่

ยูกิอุเมะเค้นเสียงพูดออกมาอย่างยากลำบาก: "เพี้ยง... หายเจ็บนะ"

โทมิเอะจ้องมองนางด้วยความประหลาดใจ ก่อนจะลองหยั่งเชิงเรียกดู: "ยูกิอุเมะ"

แต่ก็ไม่มีเสียงตอบรับเหมือนเช่นเคย

"ไม่ต้องกลัวนะ ไม่ต้องกลัว" ยูกิอุเมะยังคงพึมพำปลอบโยนเขาต่อไป นางกำลังต่อสู้กับสัญชาตญาณของปีศาจ เพื่อพยายามทำแผลให้เขา

สมองของโทมิเอะหมุนจี๋ เขารู้สึกได้ด้วยสัญชาตญาณว่า นี่คือโอกาสดีที่จะทำให้ยูกิอุเมะยอมรับชื่อนี้

โทมิเอะมองเสี้ยวหน้าที่เต็มไปด้วยความกังวลของนาง แล้วเผลอหลุดปากเรียกออกไป: "ยูกิอุเมะ... คุณแม่?"

"แม่ก็อยู่นี่ไง" นางตอบกลับมาโดยไม่ลังเลเลยสักนิด

โทมิเอะเบิกตากว้าง นางยอมรับชื่อนี้แล้วเหรอเนี่ย?

เส้นเลือดฝอยในดวงตาของยูกิอุเมะค่อยๆ จางลง เผยให้เห็นแววตาที่เต็มเปี่ยมไปด้วยความดีใจ นางจับไหล่ของโทมิเอะไว้แน่น คลี่ยิ้มที่ดูแข็งทื่อออกมา แล้วเอ่ยปากอ้อนวอน: "เรียกอีกครั้งสิ"

ทันใดนั้น คาถาสีทองอร่ามก็พุ่งเข้าสะกดทับร่างของยูกิอุเมะ โทมิเอะเห็นนางถูกกดทับจนจมลงไปในกองฝุ่นต่อหน้าต่อตา

โทมิเอะหันขวับไปมอง ยังไม่ทันจะได้เห็นอะไรชัดเจน เขาก็ถูกมิโกะที่รีบวิ่งเข้ามาอุ้มออกจากจุดนั้นทันที

"ปีศาจตนนี้แหละที่จู่ๆ ก็กระโดดเข้ามาทำร้ายพวกข้า!" เด็กหนุ่มร่างอ้วนชี้มือไปที่ยูกิอุเมะซึ่งนอนกองอยู่บนพื้น พลางตะโกนเสียงดังลั่น

โทมิเอะพยายามดิ้นรนจนเอาหัวโผล่พ้นอ้อมกอดของมิโกะมาได้สำเร็จ เมื่อมองข้ามไหล่ของนางไป ก็เห็นว่าเด็กหนุ่มสามคนที่เพิ่งหนีไปเมื่อกี้ กำลังยืนอยู่ท่ามกลางวงล้อมของพวกองเมียวจิและทหารองครักษ์ พวกเขากำลังมองมาทางนี้จากที่ไกลๆ

ลูกน้องขี้ประจบคนนั้นถึงขั้นกำลังยืนร้องไห้โฮอยู่เลย

"ปีศาจแบบนี้เก็บไว้ไม่ได้เด็ดขาด!" ซามูไรตระกูลขุนนางที่ตามมาด้วย ชักดาบยาวออกมาแล้วเดินเข้าไปใกล้ยูกิอุเมะ เขาเงื้อดาบคาตานะขึ้นเตรียมจะฟันลงไป

"อย่านะ!" โทมิเอะตะโกนสุดเสียง!

เขายื่นมือออกไปกางเขตแดนปกป้องศีรษะของยูกิอุเมะไว้

ดาบคาตานะของซามูไรถูกกระแทกจนสะท้อนกลับ

"ท่านกำลังทำอะไรเจ้าคะ?" มิโกะที่อุ้มเขาอยู่ตกใจมาก นางพยายามเอื้อมมือไปกดแขนของโทมิเอะที่กำลังร่ายคาถาให้ลดลง

แต่กลับถูกคลื่นพลังวิญญาณอันมหาศาลที่ปะทุออกจากตัวโทมิเอะกระแทกใส่ จนนางต้องปล่อยมือจากเขาไปชั่วขณะเพราะความเจ็บปวด

โทมิเอะปีนขึ้นมา แล้ววิ่งโซเซกลับไปยืนขวางหน้ายูกิอุเมะ ใช้ร่างกายบังนางไว้มิดชิด

เขาถลึงตาใส่ซามูไรคนนั้น แม้จะโกรธแค่ไหน แต่ก็ทำได้เพียงตะโกนออกไปประโยคเดียว: "นางเป็นของผมนะ!"

"บุตรแห่งทวยเทพกำลังปกป้องปีศาจอย่างนั้นหรือ?" ซามูไรแสยะยิ้ม พยายามใช้ความน่าเกรงขามกดดันโทมิเอะกลับ

"เกิดอะไรขึ้น? ทำไมถึงได้เสียงดังเอะอะกันนัก?" มินาโมโตะ โนะ ฮิโรมาสะ ผู้จัดงานล่าสัตว์ในครั้งนี้เพิ่งจะเดินทางมาถึง

ซามูไรหัวเราะเยาะลั่น จงใจตะโกนเสียงดังเพื่อให้ทุกคนได้ยิน: "บุตรแห่งทวยเทพผู้สูงส่ง กำลังปกป้องปีศาจที่ทำร้ายผู้คนน่ะสิ"

ระหว่างทางที่มา เขาได้คุยกับเด็กหนุ่มร่างอ้วนมาแล้ว จึงรู้ว่าวัยรุ่นกลุ่มนั้นเป็นฝ่ายล่วงเกินบุตรแห่งทวยเทพก่อน แถมยังลงมือทำร้ายอีกด้วย จนเป็นเหตุให้ชิกิงามิที่คอยคุ้มครองบุตรแห่งทวยเทพเกิดอาการคลุ้มคลั่ง

การที่ผู้มีพลังพิเศษจะแอบเลี้ยงชิกิงามิไว้สักสองสามตนเป็นเรื่องปกติอยู่แล้ว ชิกิงามิก็คือปีศาจนั่นแหละ และการที่พวกมันเกิดคุ้มคลั่งขึ้นมาเพราะต้องการปกป้องเจ้านายจนเกิดเหตุไม่คาดฝัน ก็เป็นเรื่องที่เข้าใจได้

ว่ากันตามจริงแล้ว ต้นเหตุของเรื่องนี้มาจากพวกเด็กหนุ่มเหล่านั้น แต่เขาไม่คิดจะยอมรับความจริงข้อนี้หรอก

เพราะงั้น พอมาถึง เขาก็เลยกะจะฆ่าชิกิงามิตนนี้ทิ้งทันที ถ้ามันตายไป มันก็เป็นแค่ปีศาจร้ายตนหนึ่งเท่านั้น

แต่สิ่งที่เหนือความคาดหมายคือ บุตรแห่งทวยเทพที่อายุยังน้อยนิด กลับสามารถร่ายคาถาได้แล้ว

แต่ก็ไม่เป็นไรหรอก บุตรแห่งทวยเทพยังเด็กอยู่ รังแกได้ง่ายจะตาย ขอแค่บีบให้เขายอมรับว่านั่นไม่ใช่ชิกิงามิ แต่เป็นปีศาจร้าย ทุกอย่างก็จัดการได้ง่ายขึ้นแล้ว

ตระกูลฟุจิวาระมีอำนาจล้นฟ้าพอที่จะพลิกดำเป็นขาว ชี้ไม้เป็นนกได้อยู่แล้ว

"ตอนนี้สถานการณ์ยังไม่คลี่คลาย อย่าเพิ่งด่วนสรุปว่าบุตรแห่งทวยเทพปกป้องปีศาจสิ ทำแบบนั้นมันใช้ได้ที่ไหนกัน ตกลงแล้วเรื่องราวมันเป็นมายังไง?" มินาโมโตะ โนะ ฮิโรมาสะก้าวออกมายืนบังโทมิเอะไว้ ด้วยนิสัยที่ตรงไปตรงมา เขาจึงเลือกที่จะปกป้องเพื่อนของตัวเองก่อนตามสัญชาตญาณ

ตระกูลฟุจิวาระในตอนนี้เรียกได้ว่ามีอำนาจคับฟ้า แต่ในสถานการณ์สาธารณะเช่นนี้ พวกเขาก็ไม่อาจแสดงท่าทีกระด้างกระเดื่องต่ออดีตเชื้อพระวงศ์อย่างท่านมินาโมโตะได้

เมื่อต้องเผชิญหน้ากับชายหนุ่มที่อายุน้อยกว่าตนเองมาก ซามูไรก็ก้มหัวลงอย่างว่าง่าย และกำลังจะอธิบายตามข้อแก้ตัวที่เตรียมไว้แล้ว แต่ทว่า เสียงสะอื้นไห้ของบุตรแห่งทวยเทพกลับดังแทรกขึ้นมาเสียก่อน

"พวกเขาสี่คนพยายามจะบังคับถอดหน้ากากของผม แถมยังบอกว่ายูกิอุเมะเป็นคนสวย จะบังคับพานางกลับไปด้วย แล้วพวกเขาก็เอาแส้ม้ากับคันธนูมาตีผมด้วยฮะ"

โทมิเอะชูมือซ้ายที่ยังไม่ได้ปล่อยให้แผลสมานตัวขึ้นมา รอยถลอกและรอยเลือดแห้งกรังภายใต้การทำแผลแบบลวกๆ ปรากฏชัดเจนบนมือเล็กๆ ขาวเนียนนั้น ช่างดูน่าตกใจยิ่งนัก

แม้จะมองไม่เห็นบาดแผลบริเวณลำคอ แต่รอยเลือดที่เปรอะเปื้อนเป็นบริเวณกว้างตั้งแต่ปกเสื้อลงไปก็ชัดเจนพอ

มินาโมโตะ โนะ ฮิโรมาสะกุมมือนั้นของเขาไว้แล้วตรวจสอบอย่างละเอียด

มิโกะและนักบวชทั้งหลายก็รีบกรูกันเข้ามาดู

มิโกะคนหนึ่งเห็นบาดแผลบนมือของโทมิเอะ ก็เผลอหลุดปากอุทานออกมา: "นี่คือฝีมือของพวกเขาทั้งหมดเลยหรือเจ้าคะ?"

โทมิเอะโผเข้ากอดขาของมินาโมโตะ โนะ ฮิโรมาสะ ซุกหน้าลงกับเสื้อผ้าของเขา พร้อมกับส่งเสียงสะอื้นไห้ออกมาเบาๆ

เขารู้ดีว่าในสถานการณ์ตอนนี้ ใครคือคนที่มีอำนาจมากที่สุดที่พอจะควบคุมสถานการณ์ได้

และเขาก็จำคำสอนของโฮชิงุมะโดจิได้แม่นยำด้วยว่า ในบางครั้ง สิ่งที่ไม่ได้พูดออกมา มักจะมีผลลัพธ์ที่ดีกว่าสิ่งที่พูดออกไปตรงๆ

สายตาที่เต็มไปด้วยความโกรธแค้นของมินาโมโตะ โนะ ฮิโรมาสะ และเหล่านักบวชที่อยู่ในเหตุการณ์ ต่างพุ่งเป้าไปที่ซามูไรตระกูลฟุจิวาระและเด็กหนุ่มทั้งสี่คนทันที

"ท่านจะมากล่าวหาพวกข้าลอยๆ แบบนี้เพียงเพราะคำพูดของบุตรแห่งทวยเทพอย่างนั้นหรือ?" ซามูไรยังคงปากแข็ง

เมื่อเห็นมินาโมโตะ โนะ ฮิโรมาสะกำลังจะอ้าปากพูด เขาก็รีบพูดดักคอขึ้นมาทันที: "ต่อให้จะเอาแผลแส้ไปเทียบกับแส้ม้าของพวกเรา มันก็พิสูจน์อะไรไม่ได้หรอก เพราะแส้ม้าแบบนี้มีเกลื่อนกลาดไปหมดในโลกนี้"

โทมิเอะที่ยังคงซุกหน้าอยู่กับขากางเกงของมินาโมโตะ โนะ ฮิโรมาสะ พูดแทรกขึ้นมาด้วยเสียงอู้อี้ ซึ่งเป็นการเปิดเผยความโง่เขลาของอีกฝ่ายอย่างชัดเจน: "ผมยังไม่ได้บอกเลยว่าเป็นรอยแส้ม้า แล้วเขารู้ได้ยังไงล่ะฮะ"

พวกองเมียวจิที่ตามมาด้วย แม้จะไม่ได้แสดงออกอย่างชัดเจน แต่สายตาที่มองมาก็สื่อความหมายในทำนองเดียวกัน

ในเวลาปกติ พวกนักบวชอาจจะยอมอ่อนข้อให้กับอำนาจของตระกูลฟุจิวาระ แต่ตอนนี้ บุตรแห่งทวยเทพผู้ซึ่งเป็นความหวังในการฟื้นฟูศรัทธาของลัทธิชินโตกลับถูกทำร้าย

ยิ่งไปกว่านั้น ตอนที่บุตรแห่งทวยเทพจุติลงมา ทวยเทพได้กำชับนักหนาว่าต้องให้เขาได้สัมผัสกับความดีงามของโลกใบนี้ หากปล่อยให้บุตรแห่งทวยเทพถูกรังแกแบบนี้ต่อไป ก็เท่ากับว่าพวกเขากำลังขัดคำสั่งของทวยเทพ

สำหรับนักบวชแล้ว อำนาจของเทพเจ้ามีความสำคัญเหนืออำนาจของกษัตริย์

นักบวชผู้มีตำแหน่งสูงสุดที่เดินทางมาด้วยในวันนี้ กล่าวเสนอด้วยน้ำเสียงหนักแน่น: "ในเมื่อทั้งสองฝ่ายต่างยืนกรานในข้อเท็จจริงเรื่องการทำร้ายบุตรแห่งทวยเทพไม่ตรงกัน เช่นนั้นพวกเราจะจัดพิธี ให้ทั้งสองฝ่ายกล่าวคำสาบานต่อหน้าแท่นบูชาเทพเจ้าเถิด ผู้ใดที่บังอาจโกหกหลอกลวงทวยเทพ ย่อมต้องรับการลงทัณฑ์จากสวรรค์อย่างแน่นอน"

เหงื่อเม็ดเล็กๆ ผุดพรายขึ้นบนหน้าผากของซามูไรตระกูลฟุจิวาระ ไม่ว่าลึกๆ แล้วเขาจะเคารพยำเกรงภูตผีและเทพเจ้าหรือไม่ แต่อย่างน้อยก็คงไม่มีใครกล้าไปยืนโกหกต่อหน้ารูปเคารพของเทพเจ้าแน่ๆ เพราะที่นี่คือเฮอันเคียว โลกที่มนุษย์และภูตผีอาศัยอยู่ร่วมกันนะ

เขาปาดเหงื่อบนหน้าผาก พยายามเพิ่มระดับเสียงเพื่อกลบเกลื่อนความไม่มั่นใจของตัวเอง: "ตอนนี้ประเด็นไม่ได้อยู่ที่ว่าบุตรแห่งทวยเทพถูกทำร้ายหรือไม่ แต่มันอยู่ที่ศาลเจ้าของพวกท่าน กล้าเลี้ยงปีศาจไว้ข้างกายบุตรแห่งทวยเทพต่างหาก!"

'อ๊ะ เปลี่ยนเรื่องแล้ว ไม่กล้าพูดเรื่องตัวเองปกป้องปีศาจแล้วสิ' โทมิเอะแอบชำเลืองมองซามูไรจากด้านหลังมินาโมโตะ โนะ ฮิโรมาสะ

พร้อมกับสบถด่าในใจ: 'หึ ไอ้ผู้ใหญ่ไม่มีกระดูกสันหลังเอ๊ย'

"นั่นคือชิกิงามิที่ถูกทำให้เชื่องแล้ว เพื่อคอยปกป้องและดูแลบุตรแห่งทวยเทพต่างหากล่ะ!" นักบวชรู้ดีว่าหากยอมรับว่าปีศาจที่หมอบอยู่บนพื้นยังไม่เชื่อง ผู้ที่ต้องรับผิดชอบเรื่องนี้ก็คือตัวเทพเจ้าเอง

และศาลเจ้าคาโมะวาเคอิคาซึจิก็อาจจะสูญเสียสิทธิ์ในการดูแลบุตรแห่งทวยเทพไป

แม้บุตรแห่งทวยเทพจะเป็นสมบัติล้ำค่าของลัทธิชินโตทั้งปวง แต่ก็เป็นที่แน่ชัดว่า ตอนนี้เขาอยู่ภายใต้การดูแลของศาลเจ้าแห่งใด ศาลเจ้าแห่งนั้นย่อมได้รับผลประโยชน์มากมายมหาศาล

"ชิกิงามิตนนี้เป็นของบุตรแห่งทวยเทพ เป็นเพราะบุตรแห่งทวยเทพถูกทำร้าย มันถึงได้คลุ้มคลั่งขึ้นมา" นักบวชปรายตามองยูกิอุเมะที่นอนนิ่งอย่างสงบอยู่บนพื้นอย่างเสียดาย "บุตรแห่งทวยเทพยังเด็กนัก ยังไม่มีความสามารถในการควบคุมชิกิงามิอย่างถูกต้อง จึงไม่สามารถระงับอาการคลุ้มคลั่งของชิกิงามิได้ทันท่วงที"

โทมิเอะพยักหน้าช้าๆ เขาเข้าใจแล้ว

ความหมายของนักบวชท่านนี้คือ ยืนกรานที่จะโยนความผิดก้อนใหญ่ไปให้อีกฝ่าย แล้วให้ตัวเขาช่วยรับผิดชอบความผิดก้อนเล็กๆ ไว้เอง

ไม่มีปัญหาเลย แบบนี้คุยกันรู้เรื่อง

"พวกเราจะกำจัดชิกิงามิตนนี้ทิ้ง แล้วจัดหาชิกิงามิตนใหม่ที่ว่านอนสอนง่ายกว่านี้มาให้บุตรแห่งทวยเทพแทน" ความหมายของเขาคือ ให้ต่างฝ่ายต่างยอมถอยคนละก้าว

"ไม่ยอม!" โทมิเอะไม่เข้าใจเรื่องการต่อรองทางการเมืองระหว่างพวกเขา แต่เขาเข้าใจความหมายที่สื่อออกมา

เขาวิ่งออกมาจากด้านหลังมินาโมโตะ โนะ ฮิโรมาสะ ไปยืนขวางหน้ายูกิอุเมะเอาไว้

ที่เขาอุตส่าห์เล่นละครตบตาเมื่อกี้ ก็เพื่อปกป้องยูกิอุเมะนะ เขาไม่มีทางยอมให้ใครมาฆ่านางง่ายๆ หรอก

"ฮ่า แค่ฆ่าทิ้งมันจะไปง่ายขนาดนั้นได้ยังไง เห็นอยู่ชัดๆ ว่าปีศาจตนนี้จู่ๆ ก็คลุ้มคลั่งขึ้นมาทำร้ายผู้คน พวกเจ้าจะมาอ้างลอยๆ ว่ามันคือชิกิงามิไม่ได้หรอกนะ" ซามูไรตระกูลฟุจิวาระก็ไม่ยอมตกลงเช่นกัน ดูเหมือนศาลเจ้าจะยอมถอยให้ก้าวหนึ่ง แต่แท้จริงแล้วกลับผลักภาระความผิดฐานทำร้ายบุตรแห่งทวยเทพมาให้พวกเขาต้องแบกรับอยู่ดี

"พาท่านบุตรแห่งทวยเทพออกไป" นักบวชสั่งมิโกะที่อยู่ข้างๆ

มิโกะพยายามเดินเข้าไปใกล้ แต่ก็ถูกพลังวิญญาณอันเกรี้ยวกราดที่แผ่ออกมาจากตัวโทมิเอะข่มขู่ จนไม่กล้าเข้าใกล้

"ได้โปรดอย่าทำแบบนี้เลยเจ้าค่ะ" พวกมิโกะวิงวอนเสียงเบา

"โทมิเอะ เราเคยคุยเรื่องนี้กันแล้ว และเจ้าก็เห็นด้วยไม่ใช่หรือ ว่าการดื้อดึงไม่ยอมคุยกันแบบนี้ มันแก้ปัญหาอะไรไม่ได้เลย" มินาโมโตะ โนะ ฮิโรมาสะจับตัวมิโกะข้างๆ ไว้ แล้วเป็นฝ่ายเดินเข้าไปหาโทมิเอะเสียเอง

"ไม่ได้ฮะ!" โทมิเอะส่ายหน้า แล้วชี้ไปที่ซามูไรตระกูลฟุจิวาระ "คนๆ นี้เอาแต่ปัดความรับผิดชอบ"

จากนั้นเขาก็ชี้ไปที่นักบวชฝั่งตัวเอง

"ส่วนคนๆ นี้ก็อยากจะทำให้เรื่องมันจบๆ ไป"

สุดท้ายเขาชี้ไปที่เด็กหนุ่มสามคนที่ยังคงนั่งยองๆ อยู่ด้านหลัง "ทั้งๆ ที่คนที่ทำผิดคือพวกเขา แล้วทำไมคนอื่นถึงต้องมารับเคราะห์แทนด้วย!"

นักบวชเริ่มมีอาการลุกลี้ลุกลน เขาคิดว่าสิ่งที่เขาทำคือการปฏิบัติตามความประสงค์ของทวยเทพ แต่ไม่คิดเลยว่ามันจะทำให้บุตรแห่งทวยเทพเกิดความคลางแคลงใจ

เมื่อต้องเผชิญหน้ากับคำถามของโทมิเอะ มินาโมโตะ โนะ ฮิโรมาสะก็รู้สึกกระอักกระอ่วนใจเช่นกัน แม้เขาจะเป็นคนใสซื่อ แต่ก็ใช่ว่าจะไม่เข้าใจเรื่องพวกนี้ ทว่าการจะอธิบายเรื่องผลประโยชน์ทับซ้อนเหล่านี้ให้เด็กตัวเล็กๆ ฟัง เขาก็ทำไม่ลงจริงๆ

เหตุผลที่ทางฝั่งตระกูลฟุจิวาระเงียบไป ก็เพียงเพราะถูกเด็กตัวเล็กๆ ตอกหน้าหงายกลางวง จนโกรธจนพูดไม่ออกต่างหาก

"ฮ่าๆๆๆๆ!" จู่ๆ องเมียวจิคนหนึ่งในกลุ่มก็หัวเราะลั่นขึ้นมา

ทุกคนหันไปมองเขาด้วยความงุนงง

ไอ้บ้าที่ไหนมันกล้าหัวเราะออกมาในสถานการณ์แบบนี้เนี่ย?

ชายหนุ่มผู้มีท่วงท่าสง่างาม สังเกตเห็นว่าตัวเองตกเป็นเป้าสายตาของทุกคน แต่เขากลับไม่มีทีท่าขัดเขิน ซ้ำยังหัวเราะเสียงดังกว่าเดิมอีกด้วย

"ทาดายูกิ!" เพื่อนร่วมงานที่อยู่ข้างๆ กระตุกแขนเสื้อเขา พยายามห้ามไม่ให้เขาทำตัวเด่นไปมากกว่านี้

"ขอโทษทีๆ" เขาเอื้อมมือไปปาดน้ำตาที่ไหลออกมาเพราะความขำ

ท่าทางของเขาส่งผลให้บรรยากาศตึงเครียดในบริเวณนั้นผ่อนคลายลงอย่างเห็นได้ชัด

"มีอะไรน่าขำงั้นหรือ?" ซามูไรตระกูลฟุจิวาระกัดฟันกรอด

"ข้าแค่รู้สึกว่า วิธีการรับมือกับชิกิงามิของฝั่งชินโตกับฝั่งองเมียวจิเนี่ย ช่างแตกต่างกันจริงๆ เลยนะ" เขายังคงอธิบายปนเสียงหัวเราะ

"ในเมื่อเป็นชิกิงามิของบุตรแห่งทวยเทพ ก็ให้บุตรแห่งทวยเทพเป็นคนลงโทษต่อหน้าทุกคนเลยสิ จะไปก้าวก่ายลงดาบฆ่าทิ้งทำไมกัน?" ทันทีที่ประโยคนี้หลุดออกมา ฝั่งชินโตกลับกลายเป็นฝ่ายที่ตึงเครียดขึ้นมาแทน

ปีศาจที่ถูกส่งมาอยู่ข้างกายบุตรแห่งทวยเทพ ยังไม่ได้ถูกทำสัญญากับใครเลย เป็นเพียงแค่ปีศาจที่ถูกศาลเจ้าใช้เครื่องรางพิเศษสะกดไว้เท่านั้น และตอนนี้เครื่องรางนั้นก็ถูกนางทำลายจนพังพินาศไปแล้วด้วย

ชายหนุ่มเดินเข้าไปใกล้ๆ ช้าๆ ไปยืนอยู่ข้างๆ ซามูไรตระกูลฟุจิวาระ เมื่อเขาสังเกตเห็นสภาพของยูกิอุเมะอย่างชัดเจนแล้ว เขาก็ยิ้มแล้วพูดต่อ: "หรือจะให้บุตรแห่งทวยเทพแสดงให้เห็นถึงอำนาจในการควบคุมชิกิงามิอย่างเด็ดขาด แบบนี้ท่านฟุจิวาระก็น่าจะวางใจได้แล้วกระมัง"

ในเสี้ยววินาทีนั้น นักบวชก็ตระหนักได้ทันทีว่า ชายคนนี้คงสังเกตเห็นแล้วว่าปีศาจสาวตนนั้นไม่มีพันธสัญญาผูกมัดอยู่เลย

ราวกับว่าคำพูดของชายคนนั้นได้ชี้โพรงให้กระรอก ซามูไรตระกูลฟุจิวาระจึงตะโกนขึ้นมาอย่างได้ใจ: "สู้ให้บุตรแห่งทวยเทพทำพันธสัญญากับปีศาจตนนี้ต่อหน้าทุกคนไปเลยไม่ดีกว่าหรือ ในเมื่อศาลเจ้าของพวกท่านยืนกรานว่านี่คือชิกิงามิของบุตรแห่งทวยเทพ งั้นก็คงเป็นพันธสัญญาแบบหละหลวมสินะ ถ้าอย่างนั้น มาเปลี่ยนเป็นพันธสัญญาประเภทที่สามต่อหน้าทุกคนเลยเป็นไง?"

การทำพันธสัญญากับชิกิงามิแบ่งออกเป็นสามประเภท ประเภทแรกคือพันธสัญญาที่ค่อนข้างเท่าเทียมกันทั้งสองฝ่าย คล้ายๆ กับระบบลูกจ้าง ชิกิงามิยังมีอิสระที่จะไปไหนมาไหนก็ได้บนโลกใบนี้ และเมื่อเจ้านายเสียชีวิต ชิกิงามิก็จะได้รับอิสระ แน่นอนว่าเนื่องจากมีอำนาจผูกมัดน้อย จึงเป็นพันธสัญญาที่ถูกทำลายได้ง่ายที่สุด

ประเภทที่สองก็ยังถือว่าเป็นพันธสัญญาที่เท่าเทียมกัน คือมนุษย์กับชิกิงามิจะใช้ชีวิตและแชร์พลังร่วมกัน หากฝ่ายใดฝ่ายหนึ่งได้รับบาดเจ็บ อีกฝ่ายก็จะได้รับผลกระทบไปด้วย เรียกได้ว่าคอยเกื้อกูลและเป็นภาระให้แก่กันและกัน เงื่อนไขในการทำพันธสัญญานี้สูงมาก ต้องได้รับความยินยอมพร้อมใจจากทั้งสองฝ่าย และการยกเลิกสัญญาก็ต้องใช้เงื่อนไขเดียวกัน ว่ากันว่าส่วนใหญ่มักจะใช้กับกรณีที่มนุษย์กับปีศาจตกหลุมรักกัน

ประเภทที่สาม คือพันธสัญญาที่ไม่เป็นธรรมต่อปีศาจอย่างสิ้นเชิง หากทำสัญญาสำเร็จ เจ้านายจะมีสิทธิ์ชี้เป็นชี้ตายชิกิงามิได้ หากชิกิงามิพยายามทำลายสัญญา วิญญาณอาจถูกแผดเผาจนมอดไหม้ จึงยังไม่เคยมีกรณีที่หลบหนีได้สำเร็จเลย เจ้านายถึงขั้นสามารถโยนความบาดเจ็บของตัวเองไปให้ชิกิงามิรับแทนได้ และหากเจ้านายไม่ยอมยกเลิกสัญญา ชิกิงามิก็จะถูกบังคับให้ตายตามไปพร้อมกับเจ้านายเมื่อเจ้านายสิ้นใจ

พันธสัญญาประเภทที่สามนี้ เอื้อประโยชน์ต่อฝ่ายมนุษย์อย่างเต็มที่ สำหรับภูตผีปีศาจแล้ว มันช่างโหดร้ายเกินไป ไม่มีปีศาจตนไหนยอมตกลงทำสัญญาแบบนี้หรอก

ข้อเสนอของซามูไรตระกูลฟุจิวาระ มีจุดประสงค์เพื่อบีบให้ยูกิอุเมะคลุ้มคลั่งต่อหน้าทุกคน เพื่อจะได้ตอกย้ำสถานะความเป็นปีศาจร้ายของนางให้ดิ้นไม่หลุด

นักบวชเริ่มร้อนใจ นี่มันเป็นทางตันชัดๆ

โทมิเอะกัดริมฝีปากแน่น เป็นครั้งแรกที่เขารู้สึกถึงความไร้พลังของตัวเอง เขาถูกคำสรรเสริญเยินยอว่า 'ท่านบุตรแห่งทวยเทพ' จนเหลิง ทั้งๆ ที่ความจริงแล้ว เขาไม่มีแม้แต่พลังที่จะปกป้องใครเลย

"หากปีศาจตนนี้ไม่ยินยอม และบุตรแห่งทวยเทพก็ไม่มีพลังมากพอที่จะบีบบังคับมันได้ งั้นให้พวกข้าลงมือฆ่าทิ้งแทนเอาไหมล่ะ" ซามูไรตระกูลฟุจิวาระหัวเราะเสียงดังลั่น เขาแทบจะลืมจุดประสงค์เดิมไปหมดแล้ว ตอนนี้เขาแค่อยากจะเล่นงานยูกิอุเมะเพียงอย่างเดียวเท่านั้น

"ข้ายินยอม"

(จบแล้ว)

จบบทที่ บทที่ 23 - ชิกิงามิของบุตรแห่งทวยเทพ

คัดลอกลิงก์แล้ว