- หน้าแรก
- ทะลุมิติมาเป็นตัวตึงแดนปีศาจ
- บทที่ 16 - การสักการะศาลเจ้าในวันปีใหม่
บทที่ 16 - การสักการะศาลเจ้าในวันปีใหม่
บทที่ 16 - การสักการะศาลเจ้าในวันปีใหม่
บทที่ 16 - การสักการะศาลเจ้าในวันปีใหม่
ในท้ายที่สุด ราชาปีศาจก็ปลดปล่อยดอกไม้ไฟออกมารวดเดียวถึงยี่สิบเจ็ดดอก ดูจากท่าทีตอนที่เขาค่อยๆ เดินกลับมาแล้ว เห็นได้ชัดว่าเขายังมีพลังเหลือเฟือ แต่ถึงอย่างนั้นก็ยังเอาชนะราชาปีศาจตนอื่นๆ ไปได้อยู่ดี
เมื่อราชาปีศาจทุกตนแสดงการจุดพลุดอกไม้ไฟเสร็จสิ้น เสียงระฆังแรกแห่งวันปีใหม่ก็ดังกังวานขึ้น
เสียงระฆังปีใหม่มีพลังในการชำระล้างความขุ่นมัวและสิ่งชั่วร้าย
ดังนั้นโทมิเอะจึงได้เห็นภาพที่บรรดาภูตผีซึ่งมีพลังอ่อนแอตรงหน้า ค่อยๆ มีขนาดตัวหดเล็กลงเมื่อได้รับผลกระทบจากเสียงระฆัง
ทุกครั้งที่เสียงระฆังดังขึ้น ร่างของพวกมันก็จะหดเล็กลงไปทีละนิด
และเสียงระฆังปีใหม่นั้นจะต้องดังทั้งหมดหนึ่งร้อยแปดครั้ง
บรรดาราชาปีศาจทนดูต่อไปไม่ไหว จึงพร้อมใจกันสร้างเขตแดนขึ้นมา
พวกภูตผีชั้นผู้น้อยที่ทนรับเสียงระฆังไม่ไหว ต่างพากันหนีเข้าไปหลบในเขตแดน เพื่อหยุดยั้งอาการตัวหดของตนเอง
แต่ก็ยังมีภูตผีบางส่วนที่ดื้อดึง ยืนท้าทายเสียงระฆังอยู่นอกเขตแดน
และยังมีบางส่วนที่เข้าไปพักฟื้นในเขตแดนจนดีขึ้นแล้ว ก็วิ่งออกไปท้าทายเสียงระฆังใหม่อีกรอบ
โทมิเอะรู้สึกอยู่ตลอดเลยว่า ภาพเหตุการณ์นี้มันช่างดูคุ้นตาเหมือนบรรยากาศในห้องซาวน่าไม่มีผิด
"นี่ก็เป็นกิจกรรมประจำเหมือนกันแหละ" โฮชิงุมะโดจิที่อยู่ข้างๆ เอ่ยอธิบาย "เพราะพวกภูตผีที่อ่อนแอมักจะใช้วิธีที่หลากหลายในการแสวงหาพลัง ดังนั้นพวกเขาจึงมักจะถูกไอปีศาจที่ขุ่นมัวส่งผลกระทบต่อร่างกายของตัวเอง ก็เลยมีกิจกรรมใช้เสียงระฆังชำระล้างความขุ่นมัวแบบนี้ขึ้นมาไงล่ะ"
โทมิเอะเหลือบไปเห็นทานุกิน้อยที่อยู่ห่างออกไปไม่ไกล รอบตัวของมันราวกับมีเปลวเพลิงลุกโชนอยู่ มันยังคงถลึงตาจ้องมองมาทางพวกเขาอย่างดุเดือด ก่อนจะส่งยิ้มยั่วยวน แล้วเดินผละจากอาจารย์คนสวยของมัน ก้าวออกไปนอกเขตแดน
โฮชิงุมะโดจิสังเกตเห็นสายตาของทานุกิน้อย เขาหัวเราะหึๆ แล้วผลักหลังโทมิเอะไปข้างหน้าหนึ่งที
โทมิเอะเซถลาไปหลายก้าว กว่าจะตั้งหลักยืนได้มั่นคง และเมื่อยืนได้มั่นคงแล้ว เขาก็พบว่าตัวเองมายืนอยู่นอกเขตแดนพอดี โดยห่างจากเส้นเขตแดนแค่ก้าวเดียว
เขาหันไปมองโฮชิงุมะโดจิที่จู่ๆ ก็ผลักเขาด้วยความไม่เข้าใจ
โฮชิงุมะโดจิเดินมายืนหัวเราะร่วนอยู่ข้างๆ เขา "ลองสัมผัสดูสิ ภูตผีตนไหนที่ยืนอยู่นอกเขตแดนได้นานที่สุด จะมีรางวัลให้ด้วยนะ"
โทมิเอะมองดูทานุกิน้อยที่ตัวสั่นเทิ้ม แต่ก็ยังพยายามฝืนรักษากลิ่นอายปีศาจของตัวเองเอาไว้อย่างสุดชีวิต แล้วหันกลับมามองโฮชิงุมะโดจิที่ไม่มีปฏิกิริยาตอบสนองใดๆ เลย
เหอะ ภูตผีน้อยตนนี้ อาศัยหยกโค้งของชูเท็นโดจิ ถึงขั้นเข้าออกศาลเจ้าได้อย่างอิสระ แล้วเขาจะไปกลัวเสียงระฆังปีใหม่ได้ยังไง นี่มันจงใจแกล้งทานุกิน้อยชัดๆ
แต่ทานุกิน้อยก็อึดใช่เล่น มันยืนหยัดมาได้จนถึงเสียงระฆังครั้งที่แปดสิบ ในที่สุดมันก็เป็นลมล้มพับไปกองกับพื้น เหมือนพวกหน้าใหม่ที่โดนอบซาวน่าจนเป็นลมไม่มีผิด ก่อนจะถูกอาจารย์คนสวยเก็บกลับเข้าไปในเขตแดนด้วยความอ่อนใจ
เมื่อโทมิเอะเห็นว่ารอบตัวไม่มีภูตผีตนไหนยืนหยัดอยู่ได้อีกแล้ว เขาก็เตรียมตัวเดินกลับเข้าเขตแดน
ผู้เข้าแข่งขันที่โกงแบบเขา ขืนยืนอยู่เป็นคนสุดท้ายแล้วคว้าชัยชนะไปอีกรางวัล ก็คงรังแกพวกภูตผีเกินไปหน่อย
คราวนี้โฮชิงุมะโดจิไม่ได้ห้ามเขา
เมื่อเสียงระฆังสิ้นสุดลง งานชุมนุมของภูตผีปีศาจก็ไม่เหมาะกับเยาวชนอย่างโทมิเอะอีกต่อไป
ชูเท็นโดจิเปิดประตูเส้นทางแห่งภูตผีโดยตรง เป็นประตูที่เชื่อมตรงไปถึงศาลเจ้าคาโมะวาเคอิคาซึจิเลยทีเดียว
สิ่งนี้ยิ่งเป็นข้อพิสูจน์อีกครั้งว่า แม้จะได้ชื่อว่าเป็นโดจิเหมือนกัน แต่ความห่างชั้นระหว่างชูเท็นโดจิกับโฮชิงุมะโดจินั้นมีมากขนาดไหน
โทมิเอะโบกมือลาพวกเขา แล้วก้าวข้ามประตูที่แบ่งแยกเส้นทางแห่งภูตผีกับโลกมนุษย์
ตำแหน่งของประตูถูกกำหนดไว้ที่ด้านหลังบ้านพักของเขา
พอเดินออกมาปุ๊บก็ถึงห้องนอนของเขาเลย วิชาลวงตาของเขายังคงนอนหลับปุ๋ยอยู่ใต้ผ้าห่มอย่างสงบสุข
โทมิเอะจงใจไปอาบน้ำล้างหน้าล้างตาให้เรียบร้อยก่อน ถึงค่อยคลายวิชาลวงตาออก แต่พอเขาสอดตัวเข้าไปในผ้าห่ม ก็ต้องพบกับความจริงอันน่าเสียดายที่ว่า วิชาลวงตาก็คือวิชาลวงตา ผ้าห่มมันยังเย็นเฉียบอยู่เลย
ประสบการณ์ในวันนี้มันช่างแฟนตาซีสุดๆ โทมิเอะต้องใช้เวลาพักใหญ่กว่าจะควบคุมสมองที่กำลังตื่นเต้นให้สงบลง และผล็อยหลับไปในที่สุด
ผลของการนอนดึกเกินไปก็คือ ตื่นไม่ไหว
โทมิเอะไม่สามารถตื่นขึ้นมาในเวลาปกติได้
สุดท้ายก็เป็นมิโกะที่ต้องมาปลุกเขาเป็นพิเศษ ถึงจะยอมลุกออกจากเตียงอุ่นๆ ได้
ทางศาลเจ้านึกว่าก็แค่เด็กน้อยนอนตื่นสายตามปกติ นอกจากจะตักเตือนเบาๆ สองสามประโยคแล้ว ก็ไม่ได้มีปฏิกิริยาอะไรเพิ่มเติม
โทมิเอะขยี้ตา ยังไม่ทันจะได้ตั้งสติ เขาก็ถูกบรรดามิโกะจับแต่งองค์ทรงเครื่องด้วยชุดพิธีการเต็มยศเสียแล้ว
หลังจากสวมหน้ากากเสร็จ เขาก็ถูกพาตัวไปยังวิหารหลัก
นักบวชใหญ่ฮาเซงาวะมารออยู่ก่อนแล้ว
"วันแรกของการเริ่มต้นปีใหม่ก็สายเลยงั้นหรือ?" นักบวชใหญ่ทำหน้าขรึม ไม่แสดงอารมณ์ใดๆ ออกมาให้เห็น
ทำแบบนี้กลับดูน่ากลัวกว่าเดิมอีกนะเนี่ย
"ขอโทษครับ" โทมิเอะรีบยอมรับผิดทันที
"นี่เป็นการฉลองปีใหม่ครั้งแรกของผมตั้งแต่มาถึงเฮอันเคียว ก็เลยตื่นเต้นไปหน่อยครับ ต่อไปจะไม่ทำอีกแล้ว"
นักบวชใหญ่ฮาเซงาวะรู้สึกเหมือนถูกอุดปาก
บุตรแห่งทวยเทพยอมรับผิดเร็วเกินไป แถมยังตระหนักถึงความผิดของตัวเองอย่างชัดเจนอีกต่างหาก
ถ้าขืนสั่งสอนต่อไปก็คงไม่เหมาะสมแล้ว
แต่ที่เขามารอตั้งนาน แถมยังวางมาดซะขนาดนี้ ก็เพื่อจะได้สั่งสอนบุตรแห่งทวยเทพให้ดีขึ้นไม่ใช่หรือไง?
บุตรแห่งทวยเทพที่ยืนอยู่ห่างออกไปเล็กน้อยเอียงคอเบาๆ คล้ายกำลังรอคอยคำสั่งต่อไปจากเขา
โทมิเอะไม่เข้าใจความหมายของฮาเซงาวะ
อีกฝ่ายเอาแต่จ้องเขาด้วยใบหน้าไร้อารมณ์มาสิบนาทีเต็มๆ แล้ว
นักบวชฮาเซงาวะรู้สึกลังเลอยู่ครู่หนึ่ง ก่อนจะยอมแพ้อย่างอ่อนใจ
เอาเถอะ การสั่งสอนบุตรแห่งทวยเทพใช่ว่าจะทำสำเร็จได้ในวันเดียว ในเมื่อบุตรแห่งทวยเทพสำนึกผิดแล้ว งั้นก็... รอโอกาสหน้าก็แล้วกัน
"คราวหน้า อย่าให้มีอีก"
"ครับ" โทมิเอะพยักหน้า
นักบวชฮาเซงาวะลอบถอนหายใจ ในที่สุดก็ยอมเปิดปากเข้าประเด็นสำคัญ "ช่วงปีใหม่ ทางศาลเจ้าจะมีแขกมาเยือน ความจริงแล้ว เจ้ายังไม่ถึงวัยที่จะต้องออกมารับแขกหรอกนะ"
โทมิเอะตั้งใจฟัง เขารู้ดีว่ากำลังจะเข้าเรื่องแล้ว
นักบวชฮาเซงาวะยอมพูดประโยคครึ่งหลังออกมาในที่สุด "แต่แขกในครั้งนี้มีวาสนาผูกพันกับเจ้า และอีกฝ่ายก็อยากจะพบเจ้าด้วย ดังนั้นจึงถือเป็นกรณีพิเศษที่จะให้เจ้าเป็นผู้รับรอง"
โทมิเอะเต็มไปด้วยความงุนงง ใครมาจากไหนกัน แล้วไปมีวาสนาผูกพันกับเขาสะตอนไหนเนี่ย?
แต่นักบวชฮาเซงาวะก็ไม่ได้คิดจะอ้อมค้อม
"พวกเจ้าก็น่าจะเคยพบกันมาก่อนแล้ว นั่นคือผู้นำตระกูลอุบุยาชิกิ ที่เจ้าเคยไปพักค้างแรมก่อนจะกลับมายังเกียวโตอย่างไรล่ะ"
ในที่สุดโทมิเอะก็นึกออก ตอนที่เขากลับมา อาโทโมะกับโฮชิงุมะโดจิเคยพาเขาไปส่งที่เรียวกังของมนุษย์ที่มีชื่อว่า อุบุยาชิกิ
ตอนนั้นเขาก็เคยเจอคุณชายของบ้านนั้นจริงๆ เป็นเด็กหนุ่มที่ร่างกายอ่อนแออมโรค แต่แววตากลับน่ากลัวมาก
ว่ากันว่าเรียวกังออนเซ็นแห่งนั้น ถูกสร้างขึ้นมาเพื่อให้คุณชายคนนี้ใช้พักฟื้นโดยเฉพาะ
แต่ว่า... เขากับหมอนั่นเคยเจอกันแค่ครั้งเดียวเองนะ
นักบวชฮาเซงาวะอธิบายภารกิจของเขาต่อไป "คุณชายอุบุยาชิกิสุขภาพไม่ค่อยดี ผู้นำตระกูลกับฮูหยินจึงพาเขามาสักการะ เพื่ออธิษฐานขอให้คุณชายมีสุขภาพแข็งแรง..."
โทมิเอะแอบบ่นในใจ: ร่างกายอ่อนแออมโรคแล้วมาขอพรเทพเจ้ามันจะได้ผลอะไร ไปหาหมอเก่งๆ มารักษาไม่ดีกว่าหรือไง!
"ดังนั้น ข้าจึงตัดสินใจว่า ในการสักการะครั้งนี้ เจ้าจะต้องเป็นผู้คอยติดตามรับรองด้วย"
โทมิเอะเข้าใจแล้ว ความจริงก็ไม่ได้ให้เขาไปเป็นคนรับแขกโดยตรงหรอก ก็แค่ใส่ชื่อเขาเพิ่มลงไปในโควตาคนคอยเดินตามเท่านั้นเอง
โทมิเอะที่ไม่ได้มีความเต็มใจเลยสักนิด ถูกบังคับให้เข้าร่วมในขบวนต้อนรับ
คุณนายที่ดูบอบบางกับผู้นำตระกูลที่ดูอ่อนโยนก็ยังพอว่า แต่เด็กหนุ่มอายุราวสิบสามสิบสี่ปีที่เดินตามหลังพวกเขานี่สิ ดูน่ากลัวไปหน่อยนะ
ไม่รู้ว่าหมอนี่เกิดมาพร้อมกับหน้าตาที่ไม่เต็มใจจะทำอะไรเลย หรือว่าศาลเจ้าแห่งนี้ทำให้เขาไม่สบอารมณ์จริงๆ กันแน่
รอบตัวเขามักจะแผ่รังสี 'ฉันอารมณ์ไม่ดี อย่ามายุ่งกับฉัน' ออกมาตลอดเวลา
ยิ่งไปกว่านั้น ไม่น่าจะใช่ความรู้สึกไปเองหรอกนะ แต่คุณชายแห่งตระกูลอุบุยาชิกิคนนี้ ดูจะให้ความสนใจในตัวเขามากเป็นพิเศษ
เรื่องนี้ได้รับการยืนยัน เมื่อนักบวชฮาเซงาวะพาผู้นำตระกูลและภรรยาเดินไปชมสถานที่อีกด้านหนึ่ง ปล่อยให้โทมิเอะกับคุณชายอุบุยาชิกิเดินรั้งท้าย
ตอนที่พวกผู้ใหญ่เดินเลี้ยวตรงมุมตึกจนลับสายตาไป คุณชายอุบุยาชิกิก็เอ่ยถามขึ้นมาอย่างไม่มีปี่มีขลุ่ย "เจ้าแตกต่างจากมนุษย์ตรงไหน?"
(จบแล้ว)