- หน้าแรก
- ทะลุมิติมาเป็นตัวตึงแดนปีศาจ
- บทที่ 13 - เทศกาลภูตผี
บทที่ 13 - เทศกาลภูตผี
บทที่ 13 - เทศกาลภูตผี
บทที่ 13 - เทศกาลภูตผี
ท้ายที่สุดแล้ว โทมิเอะก็ถูกอาโทโมะแบกขึ้นหลังมาจนถึงสถานที่จัดงานเทศกาล
การฉลองปีใหม่ของภูตผีปีศาจนั้นไม่เหมือนกับมนุษย์ หากยังอยู่ในยุคปัจจุบัน ป่านนี้โทมิเอะคงได้นั่งล้อมวงกับพ่อแม่และพี่น้อง เพื่อรองานประชันเพลงขาวแดงเริ่มขึ้น
พี่คูสึเกะคงไม่อยู่หรอก เพราะรายนั้นทนรับความเจ็บปวดจากการถูกคุสึโอะโจมตีทางจิตใจไม่ไหว เลยปล่อยปละละเลยตัวเองด้วยการสอบข้ามชั้นไปเรียนที่มหาวิทยาลัยเคมบริดจ์แล้ว
แต่ทางฝั่งภูตผีปีศาจกลับมีการจัดงานเทศกาลเฉลิมฉลองอย่างยิ่งใหญ่ และรายการสุดท้ายของงาน ก็คือการแข่งขันวิ่งแข่งของบรรดาภูตผีน้อยทั้งหลาย โดยต้องพยายามวิ่งจากจุดหนึ่งไปยังอีกจุดหนึ่ง
ของรางวัลก็ได้รับการสนับสนุนจากเหล่าราชาปีศาจแต่ละฝ่าย
และปีนี้ก็วนมาถึงคิวของชูเท็นโดจิพอดี
เขาสนับสนุนรางวัลเป็นหมวกปีกกว้างคลุมหน้าใบหนึ่ง ซึ่งว่ากันว่าสามารถซ่อนกลิ่นอายของภูตผีปีศาจเอาไว้ได้ และช่วยให้ปลอมตัวเป็นมนุษย์ได้อย่างแนบเนียน
ดูเหมือนว่าชูเท็นโดจิจะมีความสนใจเป็นพิเศษในเรื่องการซ่อนกลิ่นอายของตัวเอง
ตัวอย่างเช่น หยกโค้งที่โฮชิงุมะโดจิไปบังคับยืมมา หรือหมวกปีกกว้างคลุมหน้าที่ตั้งโชว์อยู่บนเวทีในตอนนี้
เพื่อให้แสดงประสิทธิภาพของวิเศษชิ้นนี้ได้อย่างชัดเจนที่สุด จึงมีการเชิญอาจารย์คนสวยของทานุกิน้อยมาเป็นผู้สาธิตการใช้งาน
เพราะส่วนใหญ่คนที่สวมหมวกแบบนี้มักจะเป็นผู้หญิง
วินาทีที่สวมมันลงไป กลิ่นเหม็นสาบของสัตว์ป่าที่เคยมีอยู่จางๆ รวมถึงพลังปีศาจทั้งหมดในตัวของอีกฝ่าย ก็ถูกซ่อนเอาไว้จนหมดจด
โทมิเอะที่เพิ่งตื่นขึ้นมากำลังจ้องมองหมวกปีกกว้างบนเวทีด้วยความสนใจอย่างมาก
ไม่รู้เหมือนกันว่าที่ฝั่งชูเท็นโดจิ จะมีของที่สามารถซ่อนกลิ่นอายบุตรแห่งทวยเทพของเขาได้บ้างหรือเปล่า?
แม้ว่าหน้ากากที่เทพเจ้ามอบให้จะใช้งานได้ดีมาก แต่ก็เป็นอย่างที่โฮชิงุมะโดจิเคยบอกไว้นั่นแหละ
มันสะดุดตาเกินไปจริงๆ
ภูตผีบางตนอาจจะไม่รู้จักเขา แต่พวกเขาต้องรู้จักหน้ากากใบนั้นแน่ๆ
"อยากได้เหรอ?" โฮชิงุมะโดจิเอ่ยถาม
โทมิเอะส่ายหน้า
ในละครย้อนยุคก็เห็นแต่ผู้หญิงสวมหมวกแบบนี้ เขาเอามาแล้วจะไปใช้ประโยชน์อะไรได้?
โฮชิงุมะโดจิครุ่นคิดอยู่ครู่หนึ่ง
ก่อนจะวิ่งไปถามอาโทโมะ "นี่ๆ ข้าลงแข่งด้วยได้ไหม?"
อาโทโมะ "หา?"
ชูเท็นโดจิ "เอาสิ"
"ไม่ได้!" เห็นได้ชัดว่าอาโทโมะกำลังของขึ้นอีกแล้ว ถ้าไม่ใช่เพราะมีภูตผีตนอื่นอยู่ด้วย และต้องรักษาหน้าของราชาปีศาจเอาไว้ เขาคงลงไม้ลงมือไปแล้ว "ของรางวัลที่เขาโอเอะเอามาแจก แต่เขาโอเอะกลับไปคว้าแชมป์เอาคืนมาเอง มันจะไปมีความหมายอะไร!"
การประเมินความแข็งแกร่งของภูตผีปีศาจ อันดับแรกต้องดูว่าพวกมันสามารถแปลงกายเป็นมนุษย์ได้หรือไม่ หากแปลงไม่ได้ ยิ่งมีขนาดตัวใหญ่เท่าไหร่ ก็ยิ่งหมายความว่ามีความแข็งแกร่งมากเท่านั้น
ต่อมาก็คือเรื่องของการแปลงกาย ยิ่งแปลงออกมาได้เหมือนมนุษย์มากเท่าไหร่ ก็ยิ่งแข็งแกร่งมากขึ้น
สำหรับภูตผีที่กลายร่างมาจากมนุษย์นั้น ถือว่ามีข้อได้เปรียบเรื่องการแปลงกายมาตั้งแต่เกิด จึงไม่สามารถนำมานับรวมได้
ส่วนผู้เข้าแข่งขันที่ไปยึดครองร่างของมนุษย์ ถือว่าเป็นการโกง ก็ไม่นับรวมเช่นกัน
หากดูจากรูปลักษณ์ภายนอกแล้วตัดสินได้ยาก ก็สามารถสังเกตจากไอปีศาจได้
ตอนนี้โทมิเอะเพิ่งจะเรียนรู้วิธีการมองกลิ่นอาย ทำให้สามารถแยกแยะได้คร่าวๆ ว่าใครเป็นมนุษย์หรือภูตผีจากกลิ่นอายที่แสดงออกมา และยังสามารถประเมินความแข็งแกร่งของอีกฝ่ายได้แบบคร่าวๆ อีกด้วย
ขอยกตัวอย่างง่ายๆ จากคนของเขาโอเอะ เริ่มจากคนที่แข็งแกร่งที่สุดอย่างชูเท็นโดจิ เขาสามารถแปลงกายได้อย่างสมบูรณ์แบบจนแทบไม่เห็นความแตกต่างจากมนุษย์ทั่วไปเลย แต่นี่ก็เกี่ยวข้องกับอดีตที่เขาเคยเป็นมนุษย์มาก่อนด้วย เมื่อหันมามองที่ไอปีศาจ ไอปีศาจที่เล็ดลอดออกมาจากตัวเขาเป็นครั้งคราวช่างบริสุทธิ์และหนาแน่น สมศักดิ์ศรีอันดับหนึ่งแห่งเขาโอเอะจริงๆ
ต่อมาคือโฮชิงุมะโดจิ ร่างมนุษย์ของภูตผีน้อยตนนี้ถือว่าสมบูรณ์แบบมากเช่นกัน แต่เนื่องจากเผ่ายักษ์ส่วนใหญ่นั้นกลายร่างมาจากมนุษย์ ไอปีศาจที่เล็ดลอดออกมาจึงมีความด่างพร้อยและแปรปรวน ยิ่งไปกว่านั้น จากที่โทมิเอะสังเกตดู ไอปีศาจของเขาก็แปลกประหลาดมาก ไม่ว่าจะเป็นมนุษย์หรือภูตผีตนอื่นที่เขาเคยเห็น แม้จะเป็นกลิ่นอายชนิดเดียวกัน ก็ย่อมมีความหนาบางในแต่ละจุดแตกต่างกันไป แต่ไอปีศาจที่เล็ดลอดออกมาจากโฮชิงุมะโดจิกลับมีความสม่ำเสมอเท่ากันทั้งหมด
สุดท้ายคืออาโทโมะ โทมิเอะไม่เคยเห็นเขาปลอมตัวเป็นมนุษย์เลย หรือบางทีเขาอาจจะแปลงกายเป็นมนุษย์ได้แล้ว แต่แค่ซ่อนลักษณะเฉพาะของเผ่ายักษ์เอาไว้ไม่มิดก็เป็นได้ ไอปีศาจของเขามีความด่างพร้อยมากกว่าโฮชิงุมะ แต่ก็มีความหนาแน่นมากกว่า ทว่ายังคงบางกว่าของชูเท็นโดจิ
หากเปรียบเทียบระดับความแข็งแกร่งของทั้งสามคนนี้ จะเป็นไปตามนี้: ชูเท็นโดจิ แข็งแกร่งกว่า อาโทโมะ แข็งแกร่งกว่า โฮชิงุมะโดจิ
พอมองแบบนี้แล้ว ความแข็งแกร่งของภูตผีปีศาจก็ไม่ได้เกี่ยวอะไรกับความบริสุทธิ์ของไอปีศาจเลย แต่ขึ้นอยู่กับความหนาแน่นต่างหาก
หรือก็คือดูที่ปริมาณรวมนั่นแหละ
โทมิเอะหันไปมองบรรดาภูตผีน้อยที่กำลังส่งเสียงเจี๊ยวจ๊าวเตรียมตัวลงแข่งในงานเทศกาล ไม่ต้องพูดถึงไอปีศาจที่ทั้งบางเบา หม่นหมอง และด่างพร้อยเลย แม้แต่การแปลงกายเป็นรูปร่างมนุษย์คร่าวๆ พวกมันยังทำไม่ได้ด้วยซ้ำ
หากจับโฮชิงุมะโดจิโยนลงไปแข่งด้วย เขาก็คงเป็นเหมือนยอดพีระมิดในกลุ่มนั้นเลยแหละ
โทมิเอะอดไม่ได้ที่จะรำพึงออกมา "อ่อนแอกันจังเลยนะ"
แม้แต่ภูตผีน้อยจอมขี้แกล้งยังเทียบไม่ได้เลยด้วยซ้ำ
"ภูตผีที่ต้องมาแย่งชิงทรัพยากรเล็กๆ น้อยๆ พวกนี้ ปกติก็อ่อนแออยู่แล้วล่ะ" ทานุกิน้อยที่ได้ยินเสียงเขา ก็เอ่ยอธิบายด้วยน้ำเสียงขัดเขิน
โทมิเอะหันไปมองมันเงียบๆ กวาดสายตามองดูขนสั้นๆ ที่ปกคลุมทั่วร่าง และไอปีศาจบางๆ ที่ต่อให้ไม่พยายามซ่อนก็มีอยู่แค่นั้น
นายเองก็อ่อนแอเหมือนกันนั่นแหละ
จู่ๆ โฮชิงุมะโดจิกะคล้องคอโทมิเอะ แล้วตะโกนขึ้นมา "ไปเล่นด้วยกันเถอะ"
"ไม่เอาครับ" โทมิเอะปฏิเสธทันควัน
"แต่มันน่าสนุกออกไม่ใช่เหรอ?" โฮชิงุมะโดจิยังคงหว่านล้อมต่อไป
โทมิเอะส่ายหน้าอย่างจริงจัง
"ผมพละกำลังไม่ดีฮะ"
อย่าคิดนะว่าเขาดูไม่ออกว่านี่มันคือการแข่งวิ่งชัดๆ
ใครถึงเส้นชัยก่อนก็จะได้หมวกปีกกว้างคลุมหน้าใบนั้นไปครอง และคนคนนั้นก็คือผู้ชนะ
และตั้งแต่เล็กจนโต ต่อให้มีพี่คุสึโอะทนดูไม่ไหวคอยช่วยแบบลับๆ มาตลอด คะแนนวิชาพละของเขาก็ยังทำได้แค่เฉียดฉิวผ่านเกณฑ์มาแบบเส้นยาแดงผ่าแปดเสมอ
เขารู้ตัวดีว่าตัวเองมีทักษะด้านกีฬาย่ำแย่ขนาดไหน
"ยังไม่ทันเริ่มทำเลย อย่าเพิ่งบอกว่าทำไม่ได้สิ" โฮชิงุมะโดจิล็อกคอโทมิเอะแล้วออกแรงลากไปดื้อๆ "มีข้าอยู่ด้วยทั้งคน เจ้าต้องเป็นผู้ชนะแน่นอน"
"ไม่เอาฮะ~" โทมิเอะเอนตัวไปด้านหลัง ใช้เท้าฝืนยันพื้นไว้สุดแรง เพื่อแสดงให้เห็นถึงการต่อต้านอย่างเต็มที่
พร้อมกับหันไปส่งสายตาขอความช่วยเหลือจากอาโทโมะ "พี่อาโทโมะ ช่วยด้วยครับ!"
อาโทโมะที่เพิ่งจะเถียงแพ้โฮชิงุมะโดจิมาหมาดๆ ถอยไปหลบอยู่หลังชูเท็นโดจิ แล้วหันหน้าหนีหลบเลี่ยงสายตาขอความช่วยเหลือจากโทมิเอะ
"พอแล้วๆ ไม่ต้องมาทำเป็นอ้อนเลย!"
การขัดขืนของโทมิเอะสำหรับโฮชิงุมะโดจิแล้ว ไม่นับว่าเป็นการต่อต้านอะไรเลย เขาถูกลากไปอย่างง่ายดาย
ชูเท็นโดจิมองดูการหยอกล้อของเด็กน้อยทั้งสองด้วยความเบิกบานใจ
ก็ถือว่าโอเค ไม่ได้โดนข่มจนหงอ
จากนั้นเขาก็ยื่นมือไปคลำที่ด้านข้างลำตัว แต่กลับพบแต่ความว่างเปล่า
เขาหันกลับไปมอง ก็เห็นอาโทโมะยืนอยู่ตรงนั้น ในมือของเขากำลังถือไหเหล้าน้ำเต้าของชูเท็นโดจิอยู่ พอสังเกตเห็นสายตาของราชาปีศาจ อาโทโมะก็เผยรอยยิ้มบางๆ ออกมา
น้ำเต้าใบนั้นที่ได้รับไอปีศาจของเขามาอย่างยาวนานจนมีชีวิตขึ้นมา ตอนนี้กำลังนอนนิ่งแกล้งตายอยู่ในมือของอาโทโมะอย่างเชื่อฟัง
ชูเท็นโดจิหันหน้ากลับไป ทำเป็นเหมือนว่าเมื่อกี้เขาไม่ได้อยากจะดื่มเหล้าเลยสักนิด
โทมิเอะถูกโฮชิงุมะโดจิลากตัวไปลงชื่อเข้าแข่งขันเรียบร้อยแล้ว
ไม่รู้ว่าทานุกิน้อยคิดอะไรอยู่ ถึงได้ไปลงชื่อเข้าร่วมการแข่งขันพร้อมกับพวกเขาด้วย มันยังคงรักษาระยะห่างจากพวกเขาไว้พอสมควร แต่ก็ไม่ไกลจนมองไม่เห็น
โทมิเอะไม่เข้าใจการกระทำของทานุกิน้อยเลย เขารู้สึกตลอดเวลาว่ามันมักจะแอบลอบมองมาทางเขาอยู่เสมอ
แถมยังชอบทำหน้าตาฮึกเหิมพร้อมสู้เป็นระยะๆ อีกต่างหาก
สายตาของเขามองสลับไปมาระหว่างโฮชิงุมะโดจิกับทานุกิน้อย เกิดอะไรขึ้น? เหยื่อการกลั่นแกล้งของภูตผีน้อยเพิ่มมาอีกรายแล้วเหรอ?
โฮชิงุมะโดจิมองดูทานุกิน้อยที่ส่งรังสีอำมหิตแปลกๆ มาให้โทมิเอะ พร้อมกับยิ้มกริ่ม ไม่รู้ว่าในหัวกำลังวางแผนร้ายอะไรอยู่
ความสนใจของโทมิเอะถูกดึงดูดโดยบรรดาภูตผีหน้าตารูปร่างหลากหลายที่อยู่รอบตัว เขากำลังคิดหาวิธีที่จะหลบเลี่ยงการตะลุมบอนของพวกภูตผีให้ได้ในวินาทีแรกที่เริ่มการแข่งขัน เพื่อป้องกันไม่ให้ตัวเองได้รับบาดเจ็บ
โฮชิงุมะโดจิกุมมือของโทมิเอะเอาไว้ พร้อมกับทำหน้าตาประมาณว่า 'เดี๋ยวข้าจะพาเจ้าไปเอง'
เอาเถอะ หนีไม่พ้นแล้วสินะ
(จบแล้ว)