- หน้าแรก
- ทะลุมิติมาเป็นตัวตึงแดนปีศาจ
- บทที่ 12 - กินไก่
บทที่ 12 - กินไก่
บทที่ 12 - กินไก่
บทที่ 12 - กินไก่
เพราะการที่วิ่งตามทานุกิไม่ทัน ทำให้เด็กหนุ่มรู้สึกผิดต่อจิ้งจอกน้อยอยู่บ้าง ยิ่งไปกว่านั้น สภาพร่างกายที่เหนื่อยหอบของตัวเองก็ทำให้เขารู้สึกขายหน้าจริงๆ
"ไม่เป็นไรหรอกครับ พวกเขาสะดุดตามาก หากันง่ายจะตาย ไม่ต้องเป็นห่วงหรอกฮะ" จิ้งจอกน้อยกลับเป็นฝ่ายปลอบใจเขาเสียเอง
เด็กหนุ่มมองดูจิ้งจอกน้อยที่ผ่อนคลายอย่างเต็มที่แล้วถอนหายใจอย่างอ่อนใจ
จิ้งจอกตัวนี้ไม่รู้ว่าควรจะใช้คำว่าใจกว้าง หรือคำว่าไร้เดียงสามาอธิบายดีถึงจะเหมาะสม
เด็กหนุ่มมีวิธีจัดการหลายอย่าง แต่น่าเสียดายที่ไม่สามารถนำมาใช้ในเส้นทางแห่งภูตผีได้
หลังจากรู้สึกหดหู่ใจอยู่ครู่หนึ่ง เขาก็กลับมาร่าเริงได้อีกครั้ง หากชะตาลิขิตให้จิ้งจอกน้อยได้กลับไปพบกับเพื่อนๆ พรหมลิขิตก็จะนำพาพวกเขาให้มาพบกันเอง
เมื่อนึกขึ้นได้ว่าจิ้งจอกน้อยเดินตามเขามาตั้งนานแล้ว เขาก็เอ่ยถาม "หิวหรือเปล่า เดี๋ยวผมเลี้ยงข้าวเอาไหม?"
โทมิเอะมองไปรอบๆ แผงลอยที่ส่งกลิ่นหอมฟุ้งตลอดทาง รู้สึกอยากกินอยู่เหมือนกัน แต่ก็แอบเกรงใจกระเป๋าสตางค์ของเด็กหนุ่ม เพราะตลอดทางมานี้ อีกฝ่ายควักเงินจ่ายให้เขาไปตั้งมากมายแล้ว
แบบที่ห้ามก็ไม่ฟังเสียด้วย
แต่เด็กหนุ่มกลับไม่ใส่ใจ เขาอุ้มจิ้งจอกน้อยขึ้นมาเพื่อให้มองเห็นอาหารบนแผงลอยได้ชัดๆ แล้วให้ลองดูว่าอยากกินอะไร
จิ้งจอกน้อยไม่ได้แสดงความชอบอะไรเป็นพิเศษออกมาให้เห็น
"งั้นเราไปกินโซบะกันไหม? ปีใหม่ก็ต้องกินโซบะสิ เดี๋ยวสั่งเต้าหู้ทอดเพิ่งขึ้นจากกระทะร้อนๆ เพิ่มให้ด้วย... แล้วก็มีไก่ย่างเสียบไม้ด้วย ดีไหมล่ะ?" เด็กหนุ่มพยายามหลอกล่อตามภาพจำรสชาติที่จิ้งจอกน่าจะชอบ
จิ้งจอกน้อยอดไม่ได้ที่จะบ่นออกมา
"แบบนั้นมันก็กลายเป็นอุดงจิ้งจอกไปแล้วไม่ใช่เหรอครับ?"
เด็กหนุ่มหัวเราะพร้อมแย้ง "ไม่เหมือนกันๆ อย่างน้อยนี่ก็เป็นเส้นโซบะนะ"
เมื่อมาถึงร้านยากิโทริที่ใกล้ที่สุด มองดูเนื้อไก่ย่างที่กำลังส่งเสียงฉ่าๆ พร้อมกับน้ำมันที่หยดลงมา เด็กหนุ่มก็หันไปถาม "ไก่ย่างชอบแบบย่างเกลือหรือแบบทาซอสล่ะ?"
จิ้งจอกน้อยที่ถูกอุ้มให้ดูของย่างลังเลอยู่พักหนึ่ง ก่อนจะตัดสินใจ "ย่างเกลือครับ!"
เด็กหนุ่มหัวเราะเบาๆ เมื่อเห็นของกินสีส้มๆ ข้างเตาย่าง เขาก็ถามต่อ "พวงไข่อ่อนล่ะ เอาไหม?"
"อื้อ~" จิ้งจอกน้อยส่ายหน้ารัวๆ ทันที
แสดงอาการรังเกียจออกมาให้เห็นอย่างชัดเจน
สุดท้ายสิ่งที่ยื่นให้กับจิ้งจอกน้อยก็คือไก่ย่างเสียบไม้สลับต้นหอมแบบคลาสสิก
จิ้งจอกน้อยเพิ่งจะยื่นมือไปรับ ก็ได้ยินเสียงหัวเราะใสๆ ดังขึ้นจากด้านข้าง "กินอะไรอยู่เหรอ? เลี้ยงข้าสักไม้ด้วยได้ไหม?"
เด็กหนุ่มเพิ่งจะสังเกตเห็นว่าข้างๆ จิ้งจอกน้อยมีเด็กชายผมขาว หรี่ตาดูคล้ายอายุสักแปดเก้าขวบโผล่มาตั้งแต่เมื่อไหร่ก็ไม่รู้
เป็นภูตผีที่มีลักษณะตรงกับที่จิ้งจอกน้อยอธิบายไว้
จนถึงตอนนี้เขาก็ยังไม่สามารถสัมผัสถึงกลิ่นอายใดๆ จากอีกฝ่ายได้เลย บ่งบอกว่าเป็นภูตผีที่ร้ายกาจมาก
พอจิ้งจอกน้อยเห็นอีกฝ่าย ก็ร้อง 'อ๊ะ' ออกมาก่อน จากนั้นก็เริ่มฟ้องเสียงดังทันที "คุณทำผมหลงทางเหรอฮะ!"
เห็นได้ชัดว่าภูตผีในร่างเด็กน้อยถูกคำฟ้องแบบชิงลงมือก่อนนี้ทำให้โกรธเข้าแล้ว ถึงจะโกรธแต่ก็ไม่กล้าอาละวาดใส่ ทำได้เพียงแค่ขยี้ผมจิ้งจอกน้อยอย่างแรงด้วยใบหน้ายิ้มแย้ม
"อะแฮ่ม!" เด็กหนุ่มกระแอมไอเสียงดังเพื่อดึงดูดความสนใจ ก่อนจะเอ่ยด้วยน้ำเสียงอ่อนโยน "ในเมื่อหาเพื่อนเจอแล้ว งั้นผมขอตัวลาก่อนนะ"
ดูจากความสนิทสนมของทั้งคู่แล้ว คงไม่ต้องเสียเวลาตรวจสอบความสัมพันธ์ให้ยุ่งยาก
จิ้งจอกน้อยรีบสะบัดตัวออกจากมือที่กดหัวอยู่ แล้วโค้งคำนับเขาอย่างมีมารยาท
"วันนี้ต้องขอขอบคุณมากๆ เลยครับ ผมขอทราบชื่อของคุณได้ไหมฮะ?"
เด็กหนุ่มส่ายหน้าช้าๆ
"ขอโทษด้วยนะ ชื่อคือคำสาปที่สั้นที่สุดน่ะ"
จิ้งจอกน้อยที่ฟังคำปฏิเสธเข้าใจ ดูมีสีหน้าผิดหวังเล็กน้อย
เด็กหนุ่มมองดูผมสั้นๆ ที่ยุ่งเหยิงของอีกฝ่าย ทนไม่ได้จนต้องยื่นมือไปช่วยจัดทรงให้เข้าที่ พลางเอ่ยปลอบเสียงนุ่ม "หากเรามีวาสนาต่อกัน สักวันคงได้พบกันอีกแน่นอน"
ดวงตาของจิ้งจอกน้อยกลับมาเป็นประกายอีกครั้ง เขาพยักหน้าอย่างแรง เห็นได้ชัดว่ากำลังคาดหวัง
เมื่อแน่ใจว่ามองไม่เห็นแผ่นหลังของเด็กหนุ่มแล้ว โฮชิงุมะโดจิก็ขยี้ผมของโทมิเอะที่เพิ่งจะถูกจัดทรงให้เรียบร้อยจนกลับมายุ่งเหยิงอีกครั้งอย่างขัดใจ
"เดินไปตั้งไกลแล้ว ยังอาลัยอาวรณ์อยู่อีกเหรอ?"
อ๊าก! หงุดหงิดชะมัด!
ตอนที่โทมิเอะออกจากเขาโอเอะมา ยังไม่เห็นจะแสดงท่าทีอาลัยอาวรณ์ขนาดนี้เลย
"มันไม่เหมือนกันนี่ครับ" โทมิเอะรู้ดีว่าอีกฝ่ายหงุดหงิดเรื่องอะไร เลยรีบอธิบาย
"ผมแค่รู้สึกว่าเขากับผมมีคลื่นพลังที่เข้ากันได้ดีน่ะฮะ"
แถมพี่ชายคนนี้ยังดีกับเขาสุดๆ ในวันนี้ เขาแค่อยากจะรู้ชื่อ เพื่อจะได้หาโอกาสตอบแทนกลับไปบ้างก็เท่านั้นเอง
"เข้ากันได้ตรงไหน ก็แค่จิ้งจอกเหมือนกันไม่ใช่หรือไง?" โฮชิงุมะโดจิรู้สึกว่าตัวเองกำลังจะโกรธจนตัวพองเป็นปลาปักเป้าอยู่แล้ว
"นั่นไม่ใช่จิ้งจอกหรอกนะ" ชูเท็นโดจิที่มาช้าไปครึ่งก้าว และมัวแต่ยืนดูเรื่องสนุกอยู่ข้างๆ ก็เดินเข้ามาในที่สุด
"ไม่ใช่จิ้งจอก?" โฮชิงุมะโดจิหันขวับไปมองชูเท็นโดจิทันที
ในหัวของเขามีจินตนาการแล่นผ่านอย่างรวดเร็ว ภาพของภูตผีไร้ศีลธรรมที่ปลอมตัวมาเป็นเผ่าพันธุ์เดียวกับภูตผีน้อยที่หลงทางเพื่อหลอกให้ตายใจ แล้วจากนั้นก็ทำการล่อลวงและลักพาตัว
"อืม" ชูเท็นโดจิพยักหน้า "แต่หมอนั่นน่าจะแค่หวังดีจริงๆ แหละ"
"หืม?" โฮชิงุมะโดจิทำหน้าไม่เข้าใจอย่างแรง
"เอาล่ะๆ กลับไปดื่มเหล้ากันต่อเถอะ" ชูเท็นโดจิหมุนตัวเดินก้าวฉับๆ กลับไปทางเดิม
"เฮ้ย!" โฮชิงุมะโดจิรีบวิ่งตามไป แต่พอนึกถึงโทมิเอะขึ้นมาได้ ก็เลยหันกลับมาจับมือเด็กน้อยเอาไว้ให้แน่นก่อนจะวิ่งตามไป
ทันทีที่มาถึงร้านอาหารที่ชูเท็นโดจินั่งดื่มเมื่อครู่
ทานุกิน้อยที่ยืนเฝ้าอยู่หน้าร้านพอเห็นโทมิเอะปุ๊บ ขนก็พองฟูเป็นก้อนกลมป๊อกทันที
โทมิเอะมองดูทานุกิน้อยตรงหน้าที่กำลังทำท่าทางเหมือนแมวขู่ฟ่อใส่คน ก็รู้สึกทำตัวไม่ถูกจนต้องถอยหลังไปครึ่งก้าว หลบไปอยู่หลังโฮชิงุมะโดจิ
"ไม่ต้องกลัวๆ นี่จิ้งจอกน้อยที่บ้านเราเลี้ยงไว้เองน่ะ พอดีหลงทาง เลยอยากจะเข้าไปถามทางเจ้าหนูก็เท่านั้นเอง" ชูเท็นโดจิหัวเราะพลางหาข้ออ้างแบบส่งๆ
ทานุกิคนสวยรีบก้าวเข้ามาเตะทานุกิน้อยกระเด็นไปด้านข้างทันที
ก่อนจะเอ่ยทักทายด้วยน้ำเสียงอ่อนหวาน "แหม เด็กๆ ทะเลาะกันนิดหน่อยเป็นเรื่องปกตินี่นา ไม่ใช่เรื่องใหญ่อะไรหรอก เข้ามาข้างในกันเถอะ มาดื่มกันต่อดีกว่า"
ในขณะที่โทมิเอะยังคงทำตัวไม่ถูก โฮชิงุมะโดจิก็ดึงเขาไปหาที่นั่งเรียบร้อยแล้ว
โฮชิงุมะงับไก่ย่างเสียบไม้ที่โทมิเอะยังถืออยู่ในมือไปคำหนึ่ง แล้วดึงเอาอาหารที่มีเนื้อไก่บนโต๊ะทั้งหมดมาวางไว้ตรงหน้าโทมิเอะ
โฮชิงุมะโดจิเคี้ยวไก่ย่างไปพลางบ่นงึมงำไปพลาง
"เห็นจะอร่อยตรงไหนเลย"
ชูเท็นโดจิเพลิดเพลินกับการบริการรินเหล้าจากทานุกิสาวคนสวย พร้อมกับมองดูการโต้ตอบระหว่างโฮชิงุมะโดจิกับโทมิเอะไปด้วย
นับเป็นโอกาสหาได้ยากจริงๆ ที่เขาจะได้เห็นโฮชิงุมะโดจิทำตัวเป็นตัวตลกแบบนี้
โทมิเอะไม่ได้สนใจคำพูดแดกดันของโฮชิงุมะโดจิ แต่กลับมองสำรวจร้านอาหารแห่งนี้ไปรอบๆ
ก่อนจะตั้งคำถามแทงใจดำออกมาว่า "พี่อาโทโมะติดธุระเลยไม่ได้มาเหรอครับ?"
ชูเท็นโดจิ "..."
โฮชิงุมะโดจิ "..."
ปีศาจทั้งสองหันมามองหน้ากัน ซวยแล้ว ลืมอาโทโมะไปซะสนิทเลย
ผลลัพธ์ย่อมเป็นไปตามคาด
คุณแม่แห่งเขาโอเอะที่รีบวิ่งหน้าตั้งกลับมา อาจเป็นเพราะเห็นแก่หน้าของจ้าวแห่งเขาโอเอะเมื่ออยู่ต่อหน้าคนอื่น จึงไม่ได้ต่อว่าพวกเขาทั้งสองรุนแรงจนเกินไปนัก
ชูเท็นโดจิกับโฮชิงุมะโดจิถอนหายใจออกมาอย่างโล่งอกอย่างเห็นได้ชัด
แต่โทมิเอะกลับรู้สึกว่า ด้วยพฤติกรรมสุดแสบของทั้งสองคนนี้แล้ว อาโทโมะน่าจะรอเช็คบิลทีเดียวหลังหมดช่วงปีใหม่ไปแล้วมากกว่า
แต่ก่อนการฉลองปีใหม่ข้ามคืนกับครอบครัวก็เป็นเรื่องปกติอยู่แล้ว แต่การได้มาฉลองกับภูตผีปีศาจแบบนี้ถือเป็นครั้งแรกเลย
ยิ่งไปกว่านั้น ตอนนี้เขายังอยู่ในยุคเฮอันที่มนุษย์กับภูตผีอยู่ร่วมกันอีกด้วย
ดังนั้นโทมิเอะจึงอยู่ในสภาวะตื่นเต้นสุดขีดมาตลอด
ประกอบกับร่างกายที่ใช้อยู่ตอนนี้ เป็นเพียงแค่ร่างกายของเด็กน้อยธรรมดาคนหนึ่ง
เพิ่งกินข้าวไปได้ไม่กี่คำ ตะเกียบก็ร่วงหล่นจากมือ
โฮชิงุมะโดจิชะโงกหน้าไปดู ก็เห็นโทมิเอะสัปหงกเหมือนคนตกปลา หัวผงกขึ้นลงเตรียมจะทิ่มลงบนโต๊ะอาหารอยู่รอมร่อ
เขายื่นแขนข้างหนึ่งไปโอบไหล่โทมิเอะ ดึงให้เด็กน้อยเอนตัวลงนอนราบบนเก้าอี้ม้ายาว โดยให้ใช้ตักของเขาต่างหมอน
"หลับให้สบายเถอะ เดี๋ยวตอนเทศกาลเริ่มข้าจะปลุกเจ้าเอง"
เมื่อได้ยินดังนั้น โทมิเอะก็ปล่อยให้สติจมดิ่งลงสู่ห้วงนิทราอย่างวางใจ
(จบแล้ว)