- หน้าแรก
- ใครบอกว่าช่างเครื่องเป็นหมอไม่ได้
- บทที่ 3 เลเวลอัพ lv2
บทที่ 3 เลเวลอัพ lv2
บทที่ 3 เลเวลอัพ lv2
บทที่ 3 เลเวลอัพ lv2
แสงสว่างที่ปล่อยออกมาจากการเผาไหม้ของก้อนสี่เหลี่ยมเล็กๆ ในตะเกียงแก้ว ช่วยส่องสว่างให้เห็นทุกซอกทุกมุมของเวิร์กชอปที่เขาอยู่ เขาอาศัยแสงสว่างนี้เริ่มทำการประกอบอวัยวะเทียม แม้โครงสร้างของอวัยวะเทียมจะซับซ้อน แต่เรื่องนี้ก็ไม่ได้ทำให้มาโนลินลำบากใจ อย่าว่าแต่ในชาติก่อนเขาเคยทำงานซ่อมแซมเครื่องจักรมาก่อนเลย แค่อาศัยความรู้และความสามารถที่ได้รับจากอาชีพช่างกล การประกอบอวัยวะเทียมนี้สำหรับเขาก็เป็นเพียงเรื่องง่ายๆ
หลังจากใช้เวลาประกอบอยู่ประมาณครึ่งชั่วโมง ชิ้นส่วนที่เคยวางอยู่เต็มโต๊ะก็รวมตัวกันกลายเป็นแขนจักรกลอันใหม่เอี่ยม สีสันของโลหะสีเงินแวววาวช่วยให้แขนทั้งข้างดูมีความเป็นไซไฟ ลวดลายมนตราที่สลักลงบนอวัยวะจักรกลแผ่แสงจางๆ ออกมา และกำลังดูดซับธาตุที่ล่องลอยอยู่ในอากาศอย่างช้าๆ ซึ่งทำให้อวัยวะจักรกลถูกปกคลุมด้วยความลึกลับ
เขามองดูอวัยวะจักรกลที่ราวกับงานศิลปะชิ้นนี้ด้วยความพึงพอใจอย่างยิ่ง
"นี่ถ้าก่อนข้ามมิติมาฉันมีเทคนิคขนาดนี้ ฉันยังต้องไปทนรับอารมณ์ของไอ้เจ้านายเฮงซวยนั่นอีกเหรอ?"
หลังจากชื่นชมผลงานของตัวเองและคิดอะไรเรื่อยเปื่อยอยู่พักหนึ่ง ความรู้สึกหิวก็ถาโถมเข้าใส่เขา ตอนนั้นเองที่เขาเพิ่งนึกได้ว่า เพราะมัวแต่ลุ่มหลงอยู่กับการวิจัยและสร้างอวัยวะจักรกล วันนี้นอกจากขนมปังดำหนึ่งแผ่นกับกาแฟหนึ่งแก้วตอนมื้อเช้าแล้ว เขาก็ยังไม่ได้กินอะไรเลย เขาลุกขึ้นยืนจากโต๊ะไม้ ยืดเส้นยืดสายร่างกายที่เริ่มรู้สึกชาจากการนั่งนานๆ
มาโนลินยกตะเกียงหินเชื้อไฟเดินไปยังห้องครัวที่ตั้งอยู่บนชั้นสองของคลินิก เพราะเงินในมือค่อนข้างฝืดเคือง ในห้องครัวนอกจากขนมปังดำแล้ว ก็มีเพียงเห็ดไม่กี่ดอก หัวแครอท และเนื้อเค็มครึ่งท่อน แม้เขาจะเป็นคนที่ชอบทานอาหารอร่อยๆ มาก แต่ด้วยสถานการณ์ในตอนนี้เขาคงทำได้เพียงกินประทังชีวิตไปก่อน หลังจากใช้เวลาคิดไม่นาน มาโนลินก็ตัดสินใจทำซุปเนื้อใส่เห็ดเพื่อกินคู่กับขนมปังดำ
เห็ดและแครอทที่ล้างสะอาดถูกหั่นเป็นชิ้นเล็กๆ แล้วใส่ลงไปในหม้อ มาโนลินลังเลอยู่พักหนึ่งและยังทำใจกินเนื้อเค็มทั้งหมดไม่ลง เขาแบ่งเนื้อเค็มออกเป็นสองส่วน ส่วนหนึ่งเก็บกลับเข้าตู้ อีกส่วนหนึ่งก็หั่นเป็นชิ้นเล็กๆ เหมือนกับเห็ดและแครอทแล้วใส่ลงในหม้อ ในช่วงที่รอซุปเนื้อใส่เห็ดต้มจนสุก มาโนลินก็ไม่ได้ปล่อยเวลาให้เสียเปล่า เขาหยิบตำราแพทย์ขึ้นมาอ่าน เลเวลของเขากำกล้จะอัพแล้ว เขาเฝ้ารอคอยให้อาชีพช่างกลเลเวลอัพเป็น lv2 อย่างมาก
...
ผ่านไป 20 นาที ซุปเนื้อใส่เห็ดในหม้อก็ต้มจนสุก เขาหยิบหนังสือวางลงแล้วเดินไปที่ข้างหม้อ หลังจากโรยเกลือและพริกไทยเล็กน้อยลงในหม้อ เขาก็ตักซุปเนื้อออกมาแล้วนำไปวางบนโต๊ะอาหารพร้อมกับขนมปังดำ เขาค่อยๆ บิขนมปังดำที่แข็งกระด้างให้เป็นชิ้นเล็กๆ แล้วจุ่มลงในซุปเนื้อเพื่อให้ขนมปังนุ่มลง เนื่องจากมาโนลินไม่ได้นับถือเทพองค์ใดเป็นพิเศษ เขาจึงไม่มีธรรมเนียมการอธิษฐานก่อนอาหาร เขารอจนซุปเนื้อเริ่มอุ่นลงเล็กน้อย ก็จัดการกินซุปเนื้อทั้งหมดพร้อมกับขนมปังดำลงท้องไป
หลังจากกินเสร็จ มาโนลินล้างถ้วย ช้อน และหม้อเหล็กจนสะอาด จากนั้นก็เดินสำรวจทั่วทั้งคลินิกเพื่อเป็นการย่อยอาหาร ต้องบอกว่า พื้นเพครอบครัวเดิมของมาโนลินก่อนจะถูกเขาผลาญจนหมดนั้นถือว่ามั่งคั่งมาก อาคารสามชั้นหลังเล็กนี้ไม่ว่าจะเป็นเฟอร์นิเจอร์ พรม หรือวัสดุที่ใช้ในการตกแต่งล้วนดีมาก คนนอกที่เข้ามาแค่ครั้งเดียวก็มองออกว่าเจ้าของบ้านมีความเป็นอยู่ที่ร่ำรวย น่าเสียดายที่ตอนนี้เนื่องจากขาดการทำความสะอาดและบำรุงรักษาอย่างประณีตมาเป็นเวลานาน สิ่งของเหล่านี้จึงดูค่อนข้างเก่า
หลังจากสำรวจทั่วทั้งอาคารเสร็จ มาโนลินที่ไม่พบสิ่งผิดปกติใดๆ ก็กลับไปยังห้องนอนซึ่งใช้เป็นห้องทำงานด้วยที่ชั้นสอง เวลาตั้งแต่หลังมื้อค่ำไปจนถึงก่อนนอน ทั้งหมดคือช่วงเวลาที่มาโนลินใช้ในการศึกษาทางแพทย์และอ่านตำราแพทย์ เขาเปลี่ยนเป็นชุดนอน นั่งลงที่โต๊ะทำงานและเริ่มอ่านตำราแพทย์เล่มที่ยังอ่านไม่จบตอนทำอาหาร ด้วยความรู้เกี่ยวกับเส้นประสาทและกล้ามเนื้อที่ถูกถ่ายทอดมาจากพิมพ์เขียว อวัยวะจักรกลระดับรอง — แขน ทำให้ความรู้ในด้านการจัดการบาดแผลภายนอกของเขายิ่งลึกซึ้งขึ้น สำหรับการอ่านตำราแพทย์ที่สอนเกี่ยวกับการรักษาเส้นประสาทและกล้ามเนื้อเล่มนี้ ทำให้เขาอ่านได้ง่ายดายยิ่งขึ้น
เขายิ่งอ่านก็ยิ่งรู้สึกเบาสบาย เขาเปิดอ่านตำราแพทย์ที่เกี่ยวข้องเหล่านี้ติดต่อกันสี่ห้าเล่ม จนกระทั่งเสียงระฆังจากหอนาฬิกานอกบ้านดังขึ้นติดต่อกัน 11 ครั้ง และแสงจากตะเกียงหินเชื้อไฟเริ่มหรี่ลง มาโนลินถึงได้ทำความสะอาดร่างกายอย่างง่ายๆ และล้มตัวลงนอนบนเตียง ผ่านการสะสมมาทั้งวัน มาโนลินเหนื่อยล้ามาก เพียงแค่หลับตาลงครู่เดียว เขาก็เข้าสู่ห้วงนิทราบนเตียงหนานุ่มอย่างรวดเร็ว
...
ตึง! ตึง! ตึง! ตึง! ตึง! ตึง!
เมื่อเสียงระฆังจากหอนาฬิกาของโบสถ์ใจกลางเมืองดังขึ้น 6 ครั้ง เมืองแกรนทั้งเมืองก็ดูเหมือนสัตว์ยักษ์ที่ตื่นขึ้นมาจากการหลับใหล เหล่าคนงานต่างพากันเบียดเสียดอยู่บนรถเมล์ไอน้ำ หรือไม่ก็ปั่นจักรยาน หรือเดินเท้าเพื่อมุ่งหน้าไปยังโรงงาน โรงงานแต่ละแห่งเปรียบเสมือนสัตว์ร้ายตัวมหึมาที่กลืนกินคนงานที่ไร้ความรู้สึกเหล่านั้นลงท้องไป กัปตันเรือปลุกกะลาสีที่เมาค้างนอนอยู่ในบาร์ให้ตื่นขึ้น และขับไล่พวกเขากลับไปยังเรือเพื่อเตรียมการออกเดินเรือ
ส่วนมาโนลินย่อมสวมเสื้อกาวน์สีขาวนั่งอยู่หลังเคาน์เตอร์คลินิกเพื่อรอการมาถึงของคนไข้ อาจจะเป็นเพราะเมื่อคืนมีลมพัดแรง หมอกควันที่ปกคลุมเมืองจึงเบาบางลง อากาศที่ดีซึ่งไม่ได้เห็นมานานทำให้มาโนลินรู้สึกสดชื่นทั้งกายและใจ
เขาเปิดแผงควบคุมระบบขึ้นมา:
[ระบบช่างกล/หมอที่แข็งแกร่งที่สุด] อาชีพ: ช่างกล เลเวล: lv1 (98/100) พรสวรรค์: [คล่องแคล่ว] lv1, [ควบคุมโลหะ] lv1 ภารกิจ: [เริ่มต้นก้าวแรก] รักษาคนไข้ให้สำเร็จ 10 ราย (0/10) รางวัล: ค่าประสบการณ์ 100 แต้ม, พิมพ์เขียวเครื่องจักรระดับรอง x 2
ภารกิจมือใหม่ในแผงระบบถูกเปลี่ยนเป็นภารกิจใหม่แล้ว จากการเย็บแผลให้เอ็ดเวิร์ดเมื่อวานและการศึกษาความรู้ทางการแพทย์เพิ่มมากขึ้น ค่าประสบการณ์อาชีพช่างกลจึงเพิ่มขึ้นมาถึง 98 แต้ม ซึ่งหมายความว่ามาโนลินต้องการค่าประสบการณ์อีกเพียง 2 แต้มเพื่อเลเวลอัพ ในฐานะเกมเมอร์คนหนึ่ง การได้เห็นแถบคะแนนประสบการณ์ที่ขาดอีกเพียง 2 แต้มก็จะเลเวลอัพนั้นทำให้รู้สึกอึดอัดมาก เขาจึงตั้งใจว่าเช้านี้ต้องทำให้แถบคะแนนนี้เต็มให้ได้
เวลาช่วงเช้าผ่านไป มีคนไข้มาที่คลินิกสองราย รายหนึ่งเป็นไข้หวัดธรรมดา มาโนลินหลังจากสอบถามอาการของคนไข้แล้ว ก็ทำการวัดไข้และดูฝ้าที่ลิ้น รวมถึงการตรวจสอบทั่วไปอื่นๆ เมื่อแน่ใจว่าเป็นหวัดเล็กน้อย เขาก็จ่ายยาตามระเบียบแล้วให้คนไข้กลับไปพักผ่อน ส่วนคนไข้อีกราย เนื่องจากอาการของคนไข้รายนี้ซับซ้อนมาก มาโนลินไม่กล้าฟันธงว่าเป็นโรคอะไร เขาจึงได้แต่แนะนำให้คนไข้รายนี้ไปที่คลินิกอื่นหรือโรงพยาบาลใหญ่แทน
แม้จะรู้สึกเสียดายอยู่บ้าง แต่เพราะความปลอดภัยของคนไข้สำคัญที่สุด เขาจึงไม่ได้ฝืนรักษาคนไข้รายนั้น หลังจากรักษาคนไข้ที่เป็นหวัดเสร็จ อาชีพช่างกลของมาโนลินก็ถึงเวลาเลเวลอัพ
เลเวล: lv2 (1/200)
เมื่อเลเวลเพิ่มขึ้น มาโนลินรู้สึกว่าสมรรถภาพทางกายและความเร็วในการตอบสนองของเขาก็ได้รับการยกระดับเช่นกัน แม้จะไม่ได้เพิ่มขึ้นจนถึงขั้นเป็นยอดมนุษย์ในทันที แต่ก็แข็งแกร่งกว่าเดิมไม่น้อย นอกจากนี้สิ่งที่เพิ่มขึ้นมายังมีทักษะอีกสองอย่าง ทั้งสองทักษะต่างเลื่อนจาก lv1 เป็น lv2
(จบตอน)