- หน้าแรก
- ยอดเซียนกระบี่ทะลวงสวรรค์
- บทที่ 24 - อำพันน้ำตาเนบิวลา
บทที่ 24 - อำพันน้ำตาเนบิวลา
บทที่ 24 - อำพันน้ำตาเนบิวลา
เรือนรับรองเมืองเจียง เจียงเยว่เดินเข้าไปในเรือนแยก
"แม่หนู นั่งลงสิ" เจียงว่านเหนียนที่อยู่หน้าเตาต้มชากล่าวเสียงเรียบ
เจียงเยว่นั่งลงอย่างแช่มช้อย "ตระกูลเย่เพิ่งจะไปสู่ขอที่ตระกูลเสิ่น เอิกเกริกยิ่งนัก มีการโปรยลูกอมไปตลอดทาง ชาวเมืองกว่าครึ่งค่อนเมืองต่างก็ไปมุงดูความครึกครื้นกันหมด"
"โอ้" ดวงตาอันฝ้าฟางของเจียงว่านเหนียนขยับเล็กน้อย
เจียงเยว่จิบชาหนึ่งคำแล้วกล่าว "ตระกูลเสิ่นส่งเพียงแค่เสิ่นซื่อออกมาเป็นตัวแทน แถมยังใช้ข้ออ้างว่าคุณหนูใหญ่ตระกูลเสิ่นร่างกายไม่ค่อยแข็งแรงเพื่อยื้อเวลาการแต่งงานออกไป"
"ไม่แปลกหรอก" เจียงว่านเหนียนลูบหนวดเคราและหัวเราะ "พรสวรรค์และพลังฝึกตนของไอ้หนูมู่นั้นไม่เลวเลยทีเดียว แต่ก็ยังยากที่จะเข้าตาคนของตระกูลเสิ่นผู้นั้นได้ ท้ายที่สุดแล้ว หากมองไปทั่วทั้งเมืองเซิ่งหยาง นางก็ถือว่ายอดเยี่ยมมากเกินไปจริงๆ "
เจียงเยว่หลุบตาลง "คุณชายก็น่าจะรู้ท่าทีของตระกูลเสิ่นดี แล้วเหตุใดถึงยังต้องไปรนหาที่อับอายที่ตระกูลเสิ่นอีก"
เจียงว่านเหนียนพยักหน้าเบาๆ "คราวก่อนที่ได้สัมผัสกับไอ้หนูคนนี้ เขามีสายตาที่เฉียบแหลมและรู้แจ้งเห็นจริง ไม่เหมือนคนวู่วามเลย หรือว่า ... "
ชายชราเหมือนจะนึกอะไรขึ้นมาได้ คิ้วที่เหี่ยวย่นขมวดเข้าหากันแล้วคลายออก ก่อนจะส่ายหน้าพร้อมกับยิ้มขื่น "ทุกอย่าง คงต้องขึ้นอยู่กับวาสนาของพวกเขาแล้วล่ะ"
เจียงเยว่มองชายชราด้วยความอยากรู้ "ท่านปู่เดาอะไรได้หรือ"
"ไม่มีอะไรหรอก"
"ท่านปู่ เยว่เอ๋อร์ มีคำขอร้องประการหนึ่ง ... "
"เจ้าไม่ต้องพูดแล้ว" เจียงเยว่ยังพูดไม่ทันจบ เจียงว่านเหนียนก็โบกมือห้าม
เขาส่ายหน้าแล้วกล่าว "เรื่องนี้เข้าไปพัวพันกับท่านผู้ว่าการเขต ข้าเองก็มีใจแต่ไร้กำลัง หากสามารถเกลี้ยกล่อมให้ไอ้หนูนั่นกราบไหว้เข้าสำนักหอกระบี่ได้ การจะปกป้องความปลอดภัยของเขาก็ยังพอเป็นไปได้ ส่วนเรื่องของตระกูลเย่นั้น หอกระบี่คงไม่ยื่นมือเข้าช่วยเพียงเพราะศิษย์แค่คนเดียวหรอกนะ"
เจียงเยว่เงียบไปเนิ่นนาน
ไร่สมุนไพรวิญญาณทางตะวันตกของเมือง
"ไอ้พวกลูกเต่าตระกูลเสิ่น ถึงกับส่งเสิ่นซื่อมาทำเป็นส่งเดชกับพวกเรา ข้าดูแล้วพวกมันไม่ได้คิดจะยอมรับการแต่งงานในครั้งนี้เลยด้วยซ้ำ" อิ่งหู่โกรธจนหน้าแดงก่ำ
"ตระกูลเย่ตกอยู่ในอันตรายราวกับไข่ที่กองซ้อนกัน พวกเขาจะยอมรับได้อย่างไร" มู่หยวนนั่งอยู่บนม้าหินและหลับตาพักผ่อน
"ไอ้พวกสวะ หากไม่ใช่เพราะตระกูลเย่ของพวกเรา ตระกูลเสิ่นของมันจะมีวันนี้ได้หรือ" อิ่งหู่ด่าทอไม่หยุด เขาตั้งใจจะพูดอะไรบางอย่างต่อ แต่สายตากลับเหลือบไปเห็นหน้าประตูบ้านพอดี
ในตอนนั้นเอง หลี่ลู่กับกู้จวินก็เดินเข้ามา
กู้จวินประสานมือยิ้ม "คุณชายมู่ สบายดีหรือไม่"
เมื่อลองคำนวณวันดู ก็ถึงเวลาส่งมอบยาเม็ดแล้ว
มู่หยวนลืมตาขึ้น พยักหน้าแล้วกล่าว "พวกท่านทั้งสองตรงเวลาดีจริงๆ "
"ฮ่าฮ่า ในเมื่อเป็นคำขอของคุณชาย พวกเราจะมาสายได้อย่างไร" หลี่ลู่ประคองกล่องไม้และเดินจ้ำอ้าวเข้ามา "คุณชาย ภายในนี้คือยาเม็ดรักษาบาดแผลขนาดใหญ่จำนวนหนึ่งร้อยเม็ด โปรดตรวจสอบดูเถิด"
มู่หยวนรับมาและเปิดออกดู
ยาเม็ดรักษาบาดแผลขนาดใหญ่นับร้อยเม็ดอัดแน่นอยู่เต็มกล่องไม้
หลี่ลู่ตบหน้าอกรับประกัน "พวกเราสองคนพาบรรดาศิษย์ปรุงยาอย่างหามรุ่งหามค่ำ คุณภาพอาจจะไม่เท่ากันหมด แต่ระดับต่ำที่สุดก็คือระดับกลาง ไม่แย่ไปกว่านี้แน่นอน"
มู่หยวนปรายตามองกล่องไม้ครู่หนึ่ง แล้วกล่าว "การควบคุมไฟมีปัญหา"
"อันใดนะ" รอยยิ้มของหลี่ลู่แข็งทื่อไป
"ปริมาณของวัตถุดิบก็ไม่สม่ำเสมอ ยิ่งไปกว่านั้น ยังมีสิ่งเจือปนอยู่มาก" มู่หยวนหยิบยาเม็ดรักษาบาดแผลขนาดใหญ่ออกมาทีละเม็ด พิจารณาดูทีละเม็ดพลางขมวดคิ้วแน่น
หลี่ลู่และกู้จวินมีสีหน้าเปลี่ยนไป
หลี่ลู่ขมวดคิ้ว "คุณชายหมายความว่าอย่างไร"
"คุณภาพแย่มาก"
"เรื่องนี้ ... "
"นักปรุงยาหลี่ ไม่ต้องพูดแล้ว" กู้จวินขัดจังหวะคำพูดของหลี่ลู่ จากนั้นก็โค้งคำนับมู่หยวน
"เป็นพวกเราเองที่ไม่รัดกุม ขออภัยคุณชายด้วย"
"นักปรุงยากู้กล่าวหนักเกินไปแล้ว จะไปโทษพวกท่านก็ไม่ได้ ความต้องการยาเม็ดมีปริมาณมาก พวกท่านต้องคอยควบคุมบรรดาศิษย์ให้ร่วมกันปรุงยา ย่อมไม่สามารถดูแลได้อย่างทั่วถึงเป็นธรรมดา" มู่หยวนกล่าวเสียงเรียบ "การปรุงยาในครั้งหน้า ก็คอยระวังจุดที่ข้าเพิ่งบอกไปเมื่อครู่ก็พอ"
"ตกลง" กู้จวินพยักหน้า เขากล่าวด้วยความหมายลึกซึ้ง "คุณชายมู่เพียงแค่มองแวบเดียว ก็สามารถชี้ให้เห็นถึงข้อบกพร่องในการปรุงยาของพวกเราได้แล้ว ความสามารถเช่นนี้ ช่างน่าเลื่อมใสยิ่งนัก"
เมื่อสิ้นคำพูดนี้ หลี่ลู่ที่ยังรู้สึกไม่พอใจอยู่บ้างก็ตัวสั่นสะท้านและรับรู้ได้ในทันที
เพียงแค่มองแวบเดียวก็รู้ถึงข้อบกพร่อง
นี่มันต้องเป็นความสามารถระดับใดกัน
ในตอนนี้ ภายในดวงตาของเขามีเพียงความตกตะลึงอย่างลึกซึ้งเท่านั้น
"ชมเกินไปแล้ว"
"ในเมื่อคุณชายตรวจสอบสินค้าเสร็จแล้ว พวกเราก็ขอไม่รบกวน ขอตัวลา"
ทั้งสองคนไม่รั้งอยู่นาน พวกเขารีบเดินจากไปอย่างเร่งรีบ
อิ่งหู่มองดูแผ่นหลังของคนทั้งสอง เขาอดไม่ได้ที่จะเอ่ยถาม "นายน้อย เรื่องของตระกูลโจว เหตุใดท่านถึงไม่ขอความช่วยเหลือจากพวกเขาขอรับ ด้วยอิทธิพลของสมาคมนักปรุงยา เชื่อว่าท่านผู้ว่าการเขตย่อมต้องไว้หน้าบ้างไม่มากก็น้อย"
"หากพวกเขาช่วยได้ก็คงเอ่ยปากไปตั้งนานแล้ว จะต้องจากไปอย่างเร่งรีบเช่นนี้ทำไม ไม่จำเป็นต้องทำให้คนอื่นลำบากใจหรอก" มู่หยวนประคองกล่องไม้แล้วหันหลังกลับเข้าห้องไป
เขานั่งขัดสมาธิลง แล้วกลืนยาเม็ดลงท้องไปทีละเม็ด
โคจรปราณวิญญาณ รวบรวมสมาธิเพ่งมองภายใน
สรรพคุณยาแปรเปลี่ยนเป็นกระแสความอบอุ่น หลั่งไหลไปรวมกันที่ปราณกระบี่
บาดแผลบนปราณกระบี่ได้รับการหล่อเลี้ยง
มู่หยวนบำรุงมันอยู่เต็มๆ หนึ่งวัน จึงได้หยุดพัก
เมื่อตรวจสอบเจตจำนงกระบี่เงาพรายที่อยู่บนทะเลวิญญาณ กลับพบว่ามันดูหนาแน่นและแข็งแกร่งขึ้นกว่าก่อนหน้านี้เล็กน้อย
แต่ทว่าระยะห่างจากระดับขั้นต่อไปอย่าง 'กระบี่จำแลง' นั้นยังห่างไกลอยู่อีกมาก
ดูเหมือนว่าหากต้องการให้เจตจำนงกระบี่ก้าวเข้าสู่ระดับที่สูงขึ้น จะพึ่งพาแค่การซ่อมแซมปราณกระบี่อย่างเดียวไม่ได้เสียแล้ว
มู่หยวนลุกขึ้นยืนแล้วเดินออกไปนอกประตู "อิ่งหู่ ตามข้าไปที่หอการค้ารงฝูหน่อย"
"ไปทำอันใดหรือขอรับ"
"ไปใช้เงิน"
ตลอดการเดินทาง มู่หยวนสัมผัสได้ถึงสายตาที่มองมาจากมุมมืดอยู่ตลอดเวลา
สิ่งเหล่านี้ล้วนเป็นสายข่าวของตระกูลโจว
ในตอนนี้ไม่เพียงแต่ทุกคนในตระกูลเย่จะถูกจับตามอง รวมไปถึงเขา อิ่งหู่ หรือแม้กระทั่งไอ้บ้าหวังที่อยู่ในไร่ ก็ยังถูกจับตามองอย่างไม่วางตา
ไม่นานนัก ทั้งสองคนก็เดินเข้าไปในหอการค้ารงฝู
สายข่าวเหล่านั้นก็หายตัวไปในที่สุด
สถานที่แห่งนี้ไม่ใช่สถานที่ที่ตระกูลใหญ่ตระกูลใดจะมาทำตัววุ่นวายได้
เมื่อทราบข่าวการมาเยือนของมู่หยวน ประธานหอการค้ารงฝูก็ออกมาต้อนรับด้วยตัวเอง
"นายน้อยมู่ ท่านมาได้เวลาพอดีเลย หอการค้าของพวกเราเพิ่งจะมีสินค้าชั้นดีชุดหนึ่งมาส่ง ท่านต้องการจะดูหรือไม่"
"นำทางไป" มู่หยวนตอบโดยไม่ต้องคิด
ประธานหอการค้ารงฝูรีบนำทางไปทันที
ไม่นานก็เดินมาถึงห้องจัดแสดงสินค้าที่ดูหรูหรา
ภายในห้องเต็มไปด้วยสิ่งของล้ำค่าหายากจำนวนมากที่ถูกนำมาจัดแสดงไว้อย่างตระการตา
แน่นอนว่า ราคาของมันก็แพงหูฉี่เช่นกัน
"หอการค้าของพวกเรากำลังเตรียมการสำหรับการประมูลในครั้งหน้า ของพวกนี้ล้วนถูกส่งมาจากสำนักงานใหญ่ นายน้อยมู่ในฐานะแขกวีไอพีของหอการค้าของพวกเรา ย่อมมีสิทธิ์ได้รับสิทธิพิเศษในการเลือกซื้อก่อนใคร" ประธานหอการค้ารงฝูหัวเราะ
มู่หยวนย่อมรู้ดีว่า เขาจะมีสิทธิพิเศษในการเลือกซื้อได้อย่างไร
สิ่งที่มีสิทธิพิเศษในการเลือกซื้ออย่างแท้จริง ก็คือหินวิญญาณระดับล่างจำนวนหนึ่งล้านก้อนที่เขาเพิ่งจะชนะพนันมาจากตระกูลโจวต่างหาก
"ห่อชิ้นนี้ให้ข้า" มู่หยวนมองตรงไปที่อัญมณีล้ำค่าที่ส่องประกายระยิบระยับซึ่งจัดแสดงอยู่ในตู้โชว์ตู้หนึ่ง ก่อนจะเอ่ยปากสั่งทันที
ประธานดีใจเป็นอย่างยิ่ง "โอ้โห นายน้อยมู่ช่างตาแหลมคมจริงๆ เร็วเข้า รีบห่อ 'อำพันน้ำตาเนบิวลา' ชิ้นนี้ให้นายน้อยมู่เร็ว"
"ช้าก่อน" อิ่งหู่ร้องตะโกน เขารีบก้าวเข้าไปหาแล้วกระซิบเสียงเบาอย่างร้อนรน "นายน้อย ท่านมองชัดเจนแล้วหรือขอรับ นี่มันคืออำพันน้ำตาเนบิวลานะขอรับ"
"ข้ารู้"
"รู้แล้วยังจะซื้ออีกหรือขอรับ ก้อนหินไร้ค่าพวกนี้ นอกจากความสวยงามแล้วก็ไม่มีประโยชน์อันใดเลย แถมยังแพงหูฉี่ งานประมูลเมื่อเดือนก่อน ก้อนเล็กเท่าเล็บมือยังขายได้ถึงสามพันเลยนะขอรับ"
"ท่านจะไปหลงกลพวกพ่อค้าหน้าเลือดพวกนี้ไม่ได้เด็ดขาดนะขอรับ ก้อนหินไร้ค่าพวกนี้ล้วนถูกพวกมันปั่นราคาขึ้นมาทั้งนั้น" อิ่งหู่พยายามเกลี้ยกล่อมไม่หยุด
เมื่อประธานหอการค้ารงฝูได้ยินเช่นนั้น เขาก็รีบกล่าว "นายท่านท่านนี้ จะพูดเช่นนี้ไม่ได้หรอกนะ อำพันน้ำตายืนยงคงกระพัน เพียงหนึ่งเม็ดก็ประจักษ์ถึงความจริงใจ หญิงสาวคนใดก็ไม่อาจปฏิเสธเสน่ห์ของอำพันน้ำตาเนบิวลาได้หรอก หากนายน้อยมู่ต้องการจะนำของสิ่งนี้ไปมอบให้หญิงในดวงใจ จะมีอันใดไม่เหมาะสมหรือ"
อิ่งหู่ปรายตามองประธาน จากนั้นก็ขยิบตาให้มู่หยวนอย่างต่อเนื่อง
มู่หยวนเริ่มครุ่นคิด
อิ่งหู่ดีใจขึ้นมา
มู่หยวนเอ่ยถาม "ยังมีก้อนที่ใหญ่กว่านี้หรือไม่"
ประธานอึ้งไปครู่หนึ่ง ก่อนจะรีบร้องตะโกน "มี มีขอรับ นายน้อยมู่ ท่าน ... ท่านต้องการก้อนใหญ่ขนาดใดหรือ"
"ยิ่งใหญ่ยิ่งดี"
"เรื่องนี้ ... "
"กลัวว่าข้าจะไม่มีเงินจ่ายงั้นหรือ"
"ไม่ ไม่ ไม่ ข้าน้อยไม่ได้หมายความเช่นนั้นเลยขอรับ" ประธานหอการค้ารงฝูลังเลอยู่ครู่หนึ่ง ก่อนจะหันไปสั่งการกับคนข้างกายสองสามประโยค
ผ่านไปครู่หนึ่ง อำพันน้ำตาเนบิวลาก้อนขนาดเท่าศีรษะคนก็ถูกยกออกมา
จากร่องรอยการตัดแบ่งด้านบน เห็นได้ชัดว่าอำพันน้ำตาเนบิวลาที่หอการค้ารงฝูนำออกมาขายในแต่ละครั้ง ล้วนถูกตัดแบ่งออกไปจากก้อนนี้นี่เอง
"พ่อค้าหน้าเลือดเอ๊ย ทุกครั้งมักจะบอกว่าอำพันน้ำตาเนบิวลาหายากเพียงใด กว่าจะหาก้อนขนาดเท่าเล็บมือมาได้มันยากลำบากเพียงใด ที่แท้ก็ยังมีของเหลืออยู่อีกตั้งมากมาย ถุย" อิ่งหู่ทนไม่ไหวจนต้องลอบด่าทอในใจ
ประธานหอการค้ารงฝูไม่ได้สนใจ เขาถูมือไปมาพลางหัวเราะ "นายน้อยมู่ต้องการขนาดเท่าใดหรือ ข้าจะให้คนตัดแบ่งให้ท่าน"
"หากเอาทั้งหมดนี้ ราคาเท่าใด"
"อันใดนะ" อิ่งหู่ตกตะลึงไปเลย
"โอ้โห ใจป้ำ ใจป้ำ นายน้อยมู่ช่างใจป้ำจริงๆ ไม่รู้ว่าหญิงสาวบ้านใดจะโชคดีถึงเพียงนี้ ที่ได้รับความเมตตาจากนายน้อยมู่" มุมปากของประธานหอการค้ารงฝูแทบจะฉีกไปถึงหลังหูแล้ว
"นายน้อยมู่ ท่านเป็นลูกค้าเก่าแก่ของพวกเรา แถมยังซื้อในปริมาณมากในครั้งเดียว ข้าน้อยจะลดราคาให้ท่านเป็นพิเศษ อำพันน้ำตาเนบิวลาก้อนนี้ คิดราคาเพียงแค่หนึ่งแสนหินวิญญาณระดับล่างเท่านั้น เป็นอย่างไร"
"หนึ่งแสนก้อนหรือ ทำไมเจ้าไม่ไปปล้นเลยล่ะ"
"การปล้นมันผิดกฎหมายนะขอรับ นายท่าน"
"เจ้า ... "
"จ่ายเงินไปสิ"
"หา"