- หน้าแรก
- ยอดเซียนกระบี่ทะลวงสวรรค์
- บทที่ 23 - สู่ขอ
บทที่ 23 - สู่ขอ
บทที่ 23 - สู่ขอ
จวนตระกูลเย่ ห้องโถงสภา
"ไอ้พวกบัดซบ" ผู้อาวุโสท่านหนึ่งทุบโต๊ะน้ำชาด้วยความโกรธเกรี้ยวและด่าทอ "มิน่าล่ะท่านเจ้าเมืองถึงได้สนิทสนมกับไอ้พวกสวะตระกูลโจวนัก ที่แท้โจวหลงก็ก้าวขึ้นเป็นขุนพลยุทธ์นี่เอง"
"เปิดหออักษรศิลป์ก่อน จากนั้นก็มาแย่งเหมืองวิญญาณ ไอ้พวกสุนัขรับใช้พวกนี้คิดจะกลืนกินตระกูลเย่ของพวกเราชัดๆ "
"พอได้แล้ว บ่นให้น้อยลงหน่อย แล้วมาช่วยกันคิดหาแผนการดีกว่า หากสูญเสียเหมืองวิญญาณไป ตระกูลเย่ของพวกเราก็หมดสิ้นอนาคตแล้ว"
"แต่โจวหลงผู้นั้น ได้เป็นถึงขุนพลยุทธ์ประจำเขตเมือง แถมยังใช้ชื่อของท่านผู้ว่าการเขตมาอ้างอิง ตระกูลเย่ของพวกเรา ... จะเอาอะไรไปต่อกรกับเขาได้"
บรรดาผู้อาวุโสต่างมีสีหน้าอมทุกข์และค่อยๆ เงียบลง
ในตอนนั้นเอง เย่สยงก็ลุกขึ้นยืนพรวด "เรื่องที่ไม่ยุติธรรมเช่นนี้ ทำได้เพียงไปร้องเรียนต่อทางการที่ทวีปตะวันออกเท่านั้น"
ภายในห้องโถงเงียบสงัดลงในทันที
"ร้องเรียนต่อทางการหรือ" เย่เจิ้งเทียนที่นั่งอยู่บนตำแหน่งประธานมีสีหน้าเคร่งเครียด "อย่าเพิ่งพูดถึงเลยว่าจะได้ผลหรือไม่ ทวีปตะวันออกอยู่ห่างไกลจากเมืองเจียงของพวกเรามากนัก เวลาเพียงสามวัน ไม่มีทางเดินทางไปถึงได้อย่างแน่นอน"
เย่สยงส่ายหน้าเบาๆ "หากนั่งค่ายกลเคลื่อนย้ายจากเมืองเซิ่งหยาง เพียงวันเดียวก็สามารถเดินทางไปกลับได้แล้ว"
"ไม่ได้" เย่เจิ้งเทียนกล่าวเสียงเครียด "เมืองเซิ่งหยางเป็นถิ่นของโจวหลง หากถูกเขาพบเข้า จะต้องถูกลอบทำร้ายเป็นแน่"
เย่สยงมีสีหน้าเด็ดเดี่ยว "หากไม่ไป เหมืองวิญญาณก็ต้องตกเป็นของพวกมัน เมื่อเป็นเช่นนั้นตระกูลเย่ก็จะต้องตกอยู่ในอันตรายและกลายเป็นเพียงเหยื่อให้ผู้อื่นเชือดเฉือน หรือว่าท่านผู้นำตระกูลจะมีวิธีที่ดีกว่านี้หรือ"
เย่เจิ้งเทียนเงียบไป
ผ่านไปเนิ่นนาน เขาจึงได้เอ่ยปาก "คนที่จะถูกส่งไป จะต้องคัดเลือกให้ดี"
"ข้ามีคนที่เหมาะสมแล้ว"
"ใครกัน"
"ข้าเอง"
"อันใดนะ"
"ท่านผู้อาวุโสใหญ่ ท่านจะไปเองหรือ" ผู้คนต่างแสดงสีหน้าประหลาดใจ
เย่สยงมีสีหน้าเรียบเฉยและกล่าวเสียงเรียบ "คนที่เดินทางไปทวีปตะวันออกจะต้องมีพลังฝึกตนที่แข็งแกร่งและมีไหวพริบ เรื่องนี้เกี่ยวข้องกับความเป็นความตายของตระกูล ข้าไม่วางใจที่จะปล่อยให้เป็นหน้าที่ของคนรุ่นหลัง ข้าไปเองน่าจะปลอดภัยที่สุด"
เย่เจิ้งเทียนหลุบตาดุดันลง นิ้วทั้งห้าจิกพนักวางแขนแน่น
ผ่านไปพักใหญ่
เขาค่อยๆ ลุกขึ้นยืนและเดินไปหาเย่สยง
เมื่อเข้าไปใกล้ เขาก็โค้งคำนับ
"ท่านผู้อาวุโสใหญ่ ตระกูลเย่ คงต้องฝากความหวังไว้ที่ท่านแล้ว"
ทุกคนต่างพากันลุกขึ้นยืน
"ท่านผู้อาวุโสใหญ่ รักษาตัวด้วย"
...
ลานเรือนชั้นในตระกูลเย่
มู่หยวนเอามือไพล่หลังยืนอยู่บนสะพานเล็กๆ
"ท่านพี่ ท่านไม่ได้ไปเยี่ยมพี่หญิงหรือ" เย่หลิงอิงเดินเข้ามาอย่างแผ่วเบาและเอ่ยถามด้วยความอยากรู้
"ฟังจากสาวใช้บอกว่าหลิงซีหลับไปแล้ว บาดแผลของนางยังไม่หายดี ข้าจึงไม่อยากรบกวน" มู่หยวนยิ้มบางๆ แล้วเอ่ยถาม "ท่านลุงปรึกษาหารือแผนการรับมือได้ความว่าอย่างไรบ้าง"
เย่หลิงอิงส่ายหน้าพร้อมกับถอนหายใจเบาๆ "การประชุมตระกูลในครั้งนี้ถูกเก็บเป็นความลับอย่างกะทันหัน เนื้อหาคืออะไรข้าเองก็ไม่รู้เช่นกัน"
เมื่อมู่หยวนได้ยินเช่นนั้น ในใจก็เกิดความคิดบางอย่างขึ้น
"ท่านพี่ ว่าแต่ท่านเถอะ ทั้งเข้าใจเรื่องอักษรภาพ ทั้งรู้เรื่องการปรุงยา แถมตอนนี้พลังฝึกตนยังบรรลุถึงระดับเก้าแล้ว ท่านทำได้อย่างไรกัน" เย่หลิงอิงเอ่ยถามด้วยความอยากรู้
"ช่วงเวลาปกติก็แค่อ่านหนังสือให้มาก แล้วก็หมั่นฝึกฝนให้มากเท่านั้นเอง" มู่หยวนตอบปัดๆ ไปอย่างนั้น
"อ่านหนังสือหรือ" พวงแก้มของเย่หลิงอิงแดงระเรื่อ
ปกติมู่หยวนอ่านหนังสืออะไร นางเคยเห็นมาแล้ว
ของพรรค์นั้นจะมีเคล็ดวิชาการปรุงยาหรือทักษะอักษรภาพได้อย่างไร
เย่หลิงอิงกำลังจะพูดอะไรบางอย่าง จู่ๆ ก็เห็นเย่สยงเดินเข้ามา
"ท่านผู้อาวุโสใหญ่ ท่านมาได้อย่างไร"
"เดินเล่นไปเรื่อยเปื่อยน่ะ" เย่สยงกล่าวเสียงเรียบ "แม่หนู เจ้าไปที่คลังสมบัติแล้วเบิกยาเม็ดรักษาบาดแผลมาให้ข้าห้าสิบเม็ด ข้ามีธุระต้องใช้"
"เรื่องนี้ ... ได้เจ้าค่ะ" เย่หลิงอิงปรายตามองมู่หยวนแวบหนึ่งก่อนจะหันหลังวิ่งออกไป
"ท่านผู้อาวุโสใหญ่ตั้งใจมาหาข้างั้นหรือ" มู่หยวนกล่าวเสียงเรียบ
"ถูกต้อง" เย่สยงเอามือไพล่หลังแล้วกล่าว "ไอ้หนู ย้ายกลับมาอยู่ที่นี่เถอะ เจ้าเอาชนะโจวหยาแถมยังทำให้ตระกูลโจวต้องอับอาย อยู่ข้างนอกมันไม่ปลอดภัยหรอกนะ"
มู่หยวนเงยหน้าขึ้นเล็กน้อย "ท่านผู้อาวุโสใหญ่ ตอนแรกท่านเป็นคนเสนอให้ขับไล่ข้าออกจากจวนตระกูลเย่ แล้วเหตุใดตอนนี้ถึงให้ข้ากลับมาที่จวนตระกูลเย่อีกล่ะ"
เย่สยงเงียบไปครู่หนึ่งก่อนจะตอบ "ท่านผู้นำตระกูลรักและตามใจเจ้ามากเกินไป ที่ข้าไล่เจ้าไปก็หวังว่าเจ้าจะสามารถพึ่งพาตัวเองได้ ตอนนี้สถานการณ์ตึงเครียด ตระกูลโจวอาจจะลงมือกับเจ้า ข้าย่อมไม่สามารถปล่อยให้เจ้าอยู่ข้างนอกต่อไปได้"
เขาค่อยๆ หันหลังกลับ "เจ้าเติบโตในตระกูลเย่มาตั้งแต่เด็ก ถึงแม้จะไม่ได้ใช้แซ่เย่ แต่พวกเราก็มองว่าเจ้าเป็นลูกหลานตระกูลเย่มาตั้งนานแล้ว ตอนนี้เจ้าได้ดีแล้ว คำพูดเหล่านี้ ก็ขอเปิดอกพูดกับเจ้าตรงๆ เลยก็แล้วกัน"
"ก็มีแค่นี้แหละ" พูดจบ เขาก็เตรียมจะเดินจากไป
มู่หยวนกล่าวรั้งเอาไว้ "ช้าก่อน"
เย่สยงหยุดฝีเท้าแล้วหันมามอง "ไอ้หนู ยังมีเรื่องอันใดอีกหรือ"
มู่หยวนเงียบไปครู่หนึ่ง เขาล้วงเอาบัตรหินวิญญาณหลายใบและป้ายคำสั่งออกมาจากตัว
"การประลองเป็นตายมีคนทั้งเมืองเป็นพยาน ตระกูลโจวยังต้องระแวดระวังอยู่บ้าง ชั่วคราวนี้พวกเขาคงยังไม่ลงมือกับข้าหรอก ดังนั้นท่านผู้อาวุโสใหญ่ไม่ต้องเป็นกังวลไป"
"หินวิญญาณพวกนี้ ฝากท่านนำไปมอบให้ท่านลุงแทนข้าด้วย ส่วนป้ายคำสั่งชิ้นนี้ รอให้ท่านเดินทางไปถึงเมืองเซิ่งหยาง ท่านสามารถใช้มันเพื่อขอความช่วยเหลือจากหอกระบี่หลงเสวียนได้"
เมื่อเย่สยงได้ยินเช่นนั้น เขาก็แสดงสีหน้าประหลาดใจเล็กน้อย "เจ้ารู้ได้อย่างไรว่าข้าจะไปเมืองเซิ่งหยาง"
"ตอนนี้ตระกูลเย่นอกจากการเดินทางไปร้องเรียนต่อทางการที่ทวีปตะวันออกแล้ว ก็ไม่มีทางเลือกอื่นอีก" มู่หยวนยื่นของให้ "เวลาเหลือเพียงแค่สามวัน หากจะไปทวีปตะวันออก ก็มีเพียงการนั่งค่ายกลเคลื่อนย้ายจากเมืองเซิ่งหยางเท่านั้น"
เย่สยงมองป้ายคำสั่งที่เป็นตัวแทนของแขกคนสำคัญแห่งหอกระบี่หลงเสวียน เขาแอบสูดลมหายใจเข้าลึกๆ "มู่หยวน เจ้าช่างยอดเยี่ยมยิ่งนัก"
"แต่ว่า ของพวกนี้เจ้าเก็บไว้เองเถอะ หินวิญญาณนี้เจ้าใช้ฝีมือของตัวเองเอาชนะมาได้ พวกเราไม่รับหรอก ส่วนป้ายคำสั่งชิ้นนี้ ... เกรงว่าหอกระบี่หลงเสวียนคงไม่อยากเข้ามามีส่วนพัวพันด้วย"
มู่หยวนหลุบตาลงครุ่นคิดก่อนจะกล่าว "ในเมื่อเป็นเช่นนี้ ข้าจะช่วยท่านออกนอกเมืองเอง"
"ช่วยข้างั้นหรือ"
"แม้แต่ข้ายังคิดได้เลยว่าพวกท่านเตรียมตัวจะไปทวีปตะวันออก คนตระกูลโจวก็ต้องป้องกันเอาไว้อย่างแน่นอน หากสามารถดึงดูดความสนใจของตระกูลโจวได้ ท่านถึงจะมีโอกาสออกไปนอกเมืองได้"
"เจ้าวางแผนจะทำอย่างไร"
"ไปที่ตระกูลเสิ่น เพื่อสู่ขอ"