- หน้าแรก
- ยอดเซียนกระบี่ทะลวงสวรรค์
- บทที่ 12 - ผลกระทบแห่งปราชญ์
บทที่ 12 - ผลกระทบแห่งปราชญ์
บทที่ 12 - ผลกระทบแห่งปราชญ์
ไม่น่าจะเป็นไปได้ อักษรภาพชิ้นนี้ไม่ได้ลึกซึ้งขนาดนั้นเสียหน่อย
การทำความเข้าใจแบบย้อนกลับงั้นหรือ ไร้สาระสิ้นดี
แต่ ... เหตุใดมู่หยวนถึงสามารถทะลวงระดับต่อหน้าผู้คนได้
โจวเสียนเดินไปที่อักษรภาพคำว่า 'ปราณพุ่งทะยานทะลวงรุ้ง' เขาพินิจพิจารณามันด้วยความสงสัยอย่างหนัก
ผ่านไปพักใหญ่ เขาก็เหมือนจะสัมผัสอะไรบางอย่างได้ เขาลังเลอยู่ครู่หนึ่งก่อนจะกัดฟันแน่นแล้วนั่งลงขัดสมาธิกับพื้นเพื่อทำสมาธิ
ไม่นานนักปราณวิญญาณรอบตัวก็สั่นไหวเบาๆ
ผู้คนรอบข้างต่างกลั้นหายใจ
ไม่กล้าแม้แต่จะหายใจแรง
ในขณะที่ทุกคนคิดว่าโจวเสียนกำลังจะทะลวงระดับเช่นกัน
พรวด
เลือดสดๆ คำโตกพุ่งออกจากปากของเขา กลิ่นอายที่วนเวียนอยู่รอบกายระเบิดออกทันที
ร่างกายของเขาล้มลงกับพื้น
"คุณชายโจว" หลายคนตกใจและรีบเข้าไปประคอง
โจวเสียนเจ็บปวดจนต้องรีบกลืนยาเม็ดลงไปหลายเม็ด เขาด่าทอด้วยความโกรธจัด "ไอ้สารเลว การทำความเข้าใจแบบย้อนกลับมันใช้ไม่ได้ผลเลยสักนิด ไอ้เด็กเวร นี่เจ้าหลอกข้างั้นหรือ"
"ไม่ใช่ทุกคนที่จะสามารถเข้าใจของวิเศษล้ำค่าเหล่านี้ได้หรอกนะ" มู่หยวนส่ายหน้า เขาเอามือไพล่หลังแล้วกล่าวอย่างสบายใจ "คนสมองทึบ จะไปเบิกปัญญาได้อย่างไร"
เมื่อสิ้นคำพูดนี้ ทุกคนก็กระจ่างแจ้งในทันที
ที่แท้มู่หยวนแกล้งทำเป็นทะลวงระดับ เพื่อจงใจปั่นหัวโจวเสียนนี่เอง
ผู้ชมหลายคนอดไม่ได้ที่จะหลุดหัวเราะออกมา แม้แต่เย่หลิงอิงก็ยังอดไม่ได้ที่จะยกมือขึ้นปิดปากหัวเราะเบาๆ
"มารดามันเถอะ ... " โจวเสียนอับอายและโกรธแค้นจนถึงขีดสุด เขาลุกขึ้นยืนพรวดและเตรียมจะลงมือ
"คุณชายโจวช้าก่อน" จู่ๆ เสิ่นซื่อก็ตะโกนเสียงต่ำ "ท่านปรมาจารย์ซ่งมาถึงแล้ว อย่าได้เสียมารยาทต่อหน้าท่านปรมาจารย์เชียว"
เป็นไปตามคาด
บนถนนสายหลักนอกศาลา รถม้าคันหรูหราแล่นเข้ามา
เมื่อโจวเสียนเห็นเช่นนั้น เขาก็กวาดสายตามองมู่หยวนและเย่หลิงอิงด้วยความโกรธแค้น ก่อนจะรีบจัดเสื้อผ้าให้เรียบร้อยแล้ววิ่งออกไปต้อนรับ
เมื่อเย่หลิงอิงเห็นเช่นนั้น แววตาของนางก็มีประกายแห่งความตื่นเต้นวาบผ่าน "ท่านพี่ ท่านปรมาจารย์ซ่งมีชื่อเสียงเลื่องลือ จะชักช้าไม่ได้ พวกเรารีบไปต้อนรับกันเถอะ"
รถม้ามาจอดที่หน้าศาลา
ชายชราในชุดคลุมสีน้ำตาลหรูหราซึ่งมีผมหงอกประปรายที่ขมับก้าวลงมาจากรถม้า
"ผู้ศิษย์ขอคารวะท่านปรมาจารย์" ทุกคนต่างประสานมือคารวะ
"ท่านอาจารย์ซ่งเดินทางมาไกลเพื่อถ่ายทอดวิชาความรู้ ถือเป็นบุญของพวกเราลูกศิษย์อย่างแท้จริง น้ำใจเล็กน้อยนี้ขอท่านโปรดรับไว้ด้วยเถิด" หลังจากเยินยอเสร็จ โจวเสียนก็รีบมอบกล่องผ้าแพรที่สวยงามให้ทันที
คนอื่นๆ ก็พากันมอบของขวัญที่เตรียมมาให้เช่นกัน
ซ่งจ้งลูบหนวดเครา เขารู้สึกพอใจมาก เมื่อเห็นคนข้างกายรับของขวัญไปแล้ว เขาก็โบกมือแล้วกล่าว "ไม่ต้องทำเป็นพิธีรีตองไปหรอก รีบเอาผลงานชิ้นเอกของบรรดาอัจฉริยะแห่งเมืองเจียงมาให้ชายชราผู้นี้ชื่นชมเถอะ"
ผลงานอักษรภาพที่เป็นไม้ตายของแต่ละคนถูกนำมาแขวนประดับไว้
"เยี่ยม เยี่ยมมาก ตัวอักษรเหล่านี้ตวัดลวดลายราวกับมังกรโลดแล่น ทรงพลังยิ่งนัก"
"ภาพวาดนี้ก็ยอดเยี่ยมเช่นกัน แต่ต้องระวังเรื่องเจตจำนงของมันให้ดี ... "
ซ่งจ้งชี้แนะอย่างใจเย็นและไม่หวงคำชมเลยแม้แต่น้อย
"ท่านปรมาจารย์ซ่ง นี่คือผลงานภาพวาดของตระกูลโจวของพวกเรา ขอเชิญท่านพิจารณาด้วยเถิด" โจวเสียนประคองอักษรภาพคำว่า 'ปราณพุ่งทะยานทะลวงรุ้ง' ก่อนหน้านี้ด้วยสองมือแล้วยื่นส่งให้
ซ่งจ้งรีบรับไป เขาเพียงแค่กวาดสายตามองคร่าวๆ แล้วกล่าวชื่นชมเสียงดัง "ดี ดี ดีเยี่ยม ผลงานชิ้นนี้ถือว่ายอดเยี่ยมที่สุดในงานชุมนุมครั้งนี้เลยทีเดียว"
ทุกคนชะงักไปเล็กน้อย
ตัวอักษรของโจวเสียนนั้นเขียนได้ดีจริงๆ แต่หากจะบอกว่าดีที่สุด มันก็ดูจะเกินจริงไปหน่อย
เย่หลิงอิงรู้สึกไม่ยอมแพ้ นางกำลังจะนำผลงานที่เตรียมมาออกมา
"หลิงอิง" มู่หยวนร้องห้าม เขามองไปทางนั้นแล้วถาม "งานชุมนุมครั้งนี้ ใครเป็นคนจัดหรือ"
"ตระกูลโจวเป็นคนริเริ่ม มีอันใดหรือ"
"ตระกูลโจวหรือ" มู่หยวนครุ่นคิดอยู่ครู่หนึ่งแล้วกล่าว "เมื่อครู่เจ้าบอกว่าซ่งจ้งมาจากเมืองเซิ่งหยาง มีชื่อเสียงโด่งดัง คำวิจารณ์ของเขามีความน่าเชื่อถือสูง ตอนนี้ตระกูลเย่กับตระกูลโจวกำลังแข่งขันกันเรื่องผลงานอักษรภาพ หากซ่งจ้งสมรู้ร่วมคิดกับตระกูลโจว จงใจใส่ร้ายผลงานของเจ้า เจ้าและหออักษรศิลป์ตระกูลเย่จะต้องเสื่อมเสียชื่อเสียงอย่างแน่นอน"
สีหน้าของเย่หลิงอิงเปลี่ยนไป นางมองไปที่ซ่งจ้งซึ่งกำลังเยินยอผลงานอักษรภาพของตระกูลโจวไม่หยุด "ท่านพี่ ท่านหมายความว่างานชุมนุมครั้งนี้ คือแผนการของตระกูลโจวที่มุ่งเป้ามาที่ตระกูลเย่ของพวกเราอย่างนั้นหรือ ตระกูลโจวกำลังจะใช้ปราชญ์ผู้ยิ่งใหญ่อย่างซ่งจ้งมาโจมตีผลงานอักษรภาพของตระกูลเย่หรือ"
"มีความเป็นไปได้สูง"
"มิน่าล่ะตระกูลโจวถึงยอมจ่ายเงินก้อนโตเพื่อเชิญซ่งจ้งมา ... ท่านพี่ พวกเรารีบไปกันเถอะ"
"จะไปทำไม" มู่หยวนปรายตามองโจวเสียน จู่ๆ เขาก็พูดเสียงดังลั่น "อักษรภาพชิ้นนี้ยอดเยี่ยมถึงเพียงนั้นเชียวหรือ ข้าว่ายังสู้ผลงานในมือของน้องสาวข้าไม่ได้เลยด้วยซ้ำ"
คำพูดนี้ช่างกะทันหันนัก ทำให้ทุกคนพากันหันกลับมามอง
คิ้วของโจวเสียนขยับเล็กน้อย เขากระซิบเสียงเบา "บุตรบุญธรรมตระกูลเย่ มู่หยวน"
"โอ้" สายตาของซ่งจ้งหยุดนิ่งไปครู่หนึ่ง เขาลูบหนวดเคราพลางยิ้มบางๆ "คนหนุ่มสาวมักจะสายตาสั้น จะไปรู้ความงดงามที่ซ่อนอยู่ในผลงานชิ้นเอกนี้ได้อย่างไร"
"งั้นหรือ" มู่หยวนพูดตามน้ำ "ถ้าเช่นนั้นก็ขอเชิญท่านปรมาจารย์ช่วยอธิบายสักหนึ่งหรือสองอย่าง เพื่อเปิดหูเปิดตาให้พวกเราหน่อยเถิด"
ผู้คนต่างตื่นเต้นขึ้นมาทันทีและพากันร้องสนับสนุน
คำอธิบายของปรมาจารย์นั้นล้ำค่ายิ่งนัก
"เอาเถอะ ชายชราผู้นี้จะช่วยชี้แนะพวกเจ้าสักหน่อยก็แล้วกัน" ในดวงตาอันฝ้าฟางของซ่งจ้งมีประกายแสงประหลาดวาบผ่าน เขาหัวเราะหึๆ "พวกเจ้าลองดูตัวอักษรนี้สิ เข็มแขวนน้ำค้างหยาด การเริ่มลงพู่กันราวกับหิมะถล่มบนเขาคุนหลุน การตวัดพู่กันเก็บราวกับมังกรเทพสะบัดหาง ในสีน้ำหมึกกลับแฝงไปด้วยกลิ่นอายแห่งสงครามถึงสามส่วน เจตจำนงหลักคือวิถีแห่งการฆ่าฟันเพื่อบำเพ็ญเพียร ช่างเป็นผลงานชิ้นยอดที่หาได้ยากยิ่งจริงๆ ... "
คำอธิบายของเขาช่างมีหลักการและเหตุผล
แม้จะฟังดูยากและซับซ้อน แต่ผู้ที่มีสติปัญญาล้ำเลิศไม่กี่คนกลับเกิดความเข้าใจ พวกเขานั่งลงเพื่อทำสมาธิทันที
เวลาผ่านไปครึ่งก้านธูป กลิ่นอายของคนเหล่านี้ก็เกิดความเปลี่ยนแปลง
แม้ว่าจะไม่สามารถทะลวงระดับได้ แต่พลังวิญญาณก็ได้รับการยกระดับขึ้นไม่น้อย
มุมปากของโจวเสียนยกขึ้น
เดิมทีผลงานของเขาชิ้นนี้ อย่างมากก็ทำให้คนเกิดความเข้าใจได้แค่สองสามคนเท่านั้น
แต่ภายใต้คำอธิบายของซ่งจ้งที่วิเคราะห์ทีละตัวอักษร กลับทำให้คนถึงห้าคนเกิดความเข้าใจได้
นี่ก็คือ ผลกระทบแห่งปราชญ์