เราไม่เผยแพร่ผลงานที่มีลิขสิทธิ์ในประเทศไทย หากท่านพบเนื้อหาที่ละเมิดลิขสิทธิ์ แจ้งได้ที่เพจ Facebook NovelStore เราจะลบให้โดยเร็ว
ปัญหาการใช้งานเว็บไซต์ ติดต่อได้ที่เพจดังกล่าว
We do not publish or distribute copyrighted works in Thailand. To report infringing content, contact us via our Facebook page and we will remove it promptly. For other issues, use the same channel.

บทที่ 21 - ลินนานาผู้หวังดีประสงค์ร้าย

บทที่ 21 - ลินนานาผู้หวังดีประสงค์ร้าย

บทที่ 21 - ลินนานาผู้หวังดีประสงค์ร้าย


บทที่ 21 - ลินนานาผู้หวังดีประสงค์ร้าย

วัวเขาสายฟ้าตัวนี้เห็นได้ชัดว่ายังเป็นเพียงลูกวัวอยู่ ลำตัวยาวเพียงเมตรเศษๆ ระดับพลังชีวิตอย่างมากก็แค่ร่างตัวอ่อนขั้นกลาง

ถึงจะเป็นอย่างนั้น แต่เมื่อมันโกรธจัดจนถึงขีดสุด มันก็ก้มหัวลงต่ำ เขาที่มีกระแสไฟฟ้าสีฟ้าแลบสลับไปมาหันตรงไปข้างหน้า ดวงตาวัวขนาดมหึมาเบิกกว้างจนแทบจะถลนออกมา กีบเท้าที่แข็งแรงตะกุยพื้นซ้ำแล้วซ้ำเล่า เตรียมพร้อมที่จะพุ่งเข้าชน— แรงกดดันแห่งความหวาดกลัวนั้นรุนแรงยิ่งนัก!

หญิงสาวชุดน้ำเงินรีบปิดปาก และค่อยๆ ก้าวถอยหลังไปทีละก้าว ใบหน้าเต็มไปด้วยความหวาดกลัว

“พี่... พี่เฮ่อ... มัน... มันหนีออกมาแล้วค่ะ!”

“แย่แล้ว!” ขาของเฮ่อฟ่านสั่นพั่บๆ เขาตกใจอยู่ครู่หนึ่งก่อนจะรีบตั้งสติได้ “นานา เร็วเข้า พวกเราต้องรีบปีนขึ้นต้นไม้!”

น้ำเสียงของเขาเร่งรีบ ทันทีที่พูดจบ เขาก็เข้าอุ้มหญิงสาวชุดน้ำเงินและพยายามดันเธอขึ้นไปบนต้นไม้อย่างสุดกำลัง ส่วนตัวเองก็รีบตะเกียกตะกายปีนตามขึ้นไป

โครม! ทั้งสองเพิ่งจะปีนขึ้นไปได้สูงเพียงสามสี่เมตร วัวเขาสายฟ้าก็พุ่งชนเข้ามาทันที เขาที่โค้งงอเจาะเข้าที่ลำต้นไม้จนเกิดรูโหว่ขนาดใหญ่สองรู ต้นไม้ทั้งต้นสั่นไหวไม่หยุด

“ว้าย!” ลินนานาร้องเสียงหลงด้วยความตกใจจนเกือบจะร่วงลงมา

“ตั้งสติไว้ นานาเธอต้องเกาะไว้ให้แน่นนะ ตกลงไปจบเห่แน่!” เฮ่อฟ่านใช้บ่าดันส้นเท้าของหญิงสาวชุดน้ำเงินไว้พลางก้มหัวตะโกนบอกสุดเสียง

“ตึง— ตึง—”

วัวเขาสายฟ้าหอบหายใจแรง มันถอยหลังไปตั้งหลักครั้งแล้วครั้งเล่า ก่อนจะเร่งความเร็วพุ่งชนใหม่ ถอยหลัง แล้วพุ่งชน...

กิ่งไม้และใบไม้ที่หักกระจุยกระจายปลิวว่อนไปทั่ว ต้นไม้ใหญ่ขนาดที่สองคนโอบไม่นานก็เริ่มรับภาระไม่ไหว มันหักสะบั้นที่กึ่งกลางลำต้นและค่อยๆ ล้มเอนไปข้างหน้า

“ไม่ไหวแล้ว มันทนไม่ไหวแล้ว ต้นไม้จะล้มแล้ว!” ลินนานาร้องไห้ออกมาด้วยความหวาดกลัว

“นานาไม่ต้องกลัว พี่จะนับสามสองหนึ่ง แล้วพวกเรากระโดดลงไปพร้อมกัน จากนั้นก็วิ่งหนีเข้าไปในป่ารกทางด้านขวานะ!”

เฮ่อฟ่านยังคงรักษาความใจเย็นไว้ได้บ้างท่ามกลางความสับสน “วัวเขาสายฟ้าเสียแรงไปเยอะแล้ว พวกเรายังมีโอกาสหนีพ้น เพราะฉะนั้นอย่าเพิ่งถอนใจนะ เข้าใจที่พี่พูดไหม?”

“สาม... สอง... หนึ่ง... โดด!”

ต้นไม้สูงสิบกว่าเมตรล้มครืนลงพื้น ชายหนึ่งหญิงหนึ่งร่วงลงมาและกลิ้งไปกับพื้นหลายตลบจนดูสภาพไม่ได้

โชคดีที่ต้นไม้ล้มลงกั้นกลางระหว่างวัวเขาสายฟ้ากับคนทั้งสองพอดี ช่วยขัดขวางจังหวะการเคลื่อนที่ของมันไว้ชั่วคราว

เฮ่อฟ่านหันกลับไปมองแวบหนึ่ง แววตากลับมามีความหวังอีกครั้ง เขาจึงรีบดึงมือลินนานาแล้ววิ่งมุดเข้าไปในป่าเล็กๆ ด้านข้างทันที

“มอ!”

วัวเขาสายฟ้าสีเหลืองทองกระทืบเท้าลงพื้นอย่างแรง มันกระโดดเหยียบความว่างเปล่าลอยตัวขึ้นไปสองสามเมตร ข้ามสิ่งกีดขวางไปได้อย่างง่ายดาย ทั้งยังร่นระยะห่างระหว่างมันกับชายหญิงคู่นั้นให้ใกล้เข้าไปอีก

“ก้าวเวหาอีกแล้ว เพิ่งเรียนรู้ก็ใช้งานต่อเนื่องได้เลย วัวเขาสายฟ้าตัวนี้พรสวรรค์ไม่เลวทีเดียว...”

ไป๋อู๋ซางที่ซุ่มดูอยู่ในที่ลับวิพากษ์วิจารณ์เงียบๆ แต่ถึงเขาจะเอ่ยชมในใจ เขาก็ไม่มีความคิดที่จะยื่นมือเข้าไปช่วยคนทั้งสอง หรือคิดที่จะสยบวัวเขาสายฟ้าตัวนี้แต่อย่างใด

“ไม่มีความจำเป็นต้องรีบร้อนขนาดนั้น นี่เพิ่งเป็นวันแรก ฉันยังมีเวลาเหลือเฟือที่จะเลือกสัตว์อสูรตัวที่ดีกว่านี้... ส่วนวัวเขาสายฟ้าตัวนี้ พูดตามตรงมันยังอ่อนแอไปหน่อย ถ้าเป็นร่างตัวอ่อนขั้นปลายฉันอาจจะสนใจ แต่นี่แค่ขั้นกลาง... ช่างมันเถอะ...”

เขาค่อยๆ ลุกขึ้นยืน ไป๋อู๋ซางเตรียมตัวจะเผ่นแล้ว

เขาดูละครฉากนี้มาห้านาทีแล้ว ก็นับว่าเพียงพอแล้วละ

ส่วนชายหญิงคู่นั้นจะหนีพ้นหรือไม่ ไป๋อู๋ซางตัดสินใจว่ามันดูจะริบหรี่ไปหน่อย เพราะการมีผู้หญิงที่เป็นตัวถ่วงติดตามไปด้วย ค่าความยากย่อมเพิ่มขึ้นเป็นทวีคูณ

“ว้าย! นานา เธอฉุดฉันไว้ทำไมน่ะ!”

เขาก้าวเดินไปได้เพียงสองก้าว ก็มีเสียงร้องอุทานด้วยความตกใจของชายชุดเทาดังมาจากข้างหลัง

ด้วยความสอดรู้สอดเห็นล้วนๆ ไป๋อู๋ซางจึงหันกลับไปมองอีกครั้ง

แล้วเขาก็เห็นภาพที่หญิงสาวชุดน้ำเงินคว้าชายเสื้อของชายชุดเทาที่วิ่งอยู่ข้างๆ ไว้ ก่อนจะผลักเขาไปข้างหน้าเบาๆ ชายชุดเทาที่กำลังวิ่งด้วยความเร็วสูงจึงเสียหลักและล้มคะมำลงกับพื้นทันที

“มอ!”

วัวเขาสายฟ้าที่เปรียบเสมือนภูเขาจำลองที่เคลื่อนที่ได้ พกพาความโกรธแค้นอันมหาศาลพุ่งเข้าชนเข้าที่ช่วงอกและท้องของชายชุดเทาโดยไม่ลังเล

ชายชุดเทาร้องโหยหวนด้วยความเจ็บปวด เขากระอักเลือดออกมาคำโต นอนขดตัวดิ้นพล่านอยู่บนพื้นด้วยความทรมาน

ในช่วงเวลาเสี่ยงเป็นเสี่ยงตาย เขาพยายามหันหัวไปมองด้วยความยากลำบาก ดวงตาที่มีเส้นเลือดแดงก่ำจ้องมองแผ่นหลังของหญิงสาวชุดน้ำเงินที่วิ่งห่างออกไปเรื่อยๆ ด้วยสายตาที่ไม่อยากจะเชื่อ สายตาของเขาเริ่มพร่ามัวลงทุกที

“นานา... เธอ... เธอถึงกับ... ทรยศฉัน...”

ชายชุดเทาปิดตาลงด้วยความเจ็บปวดใจ เขาใช้แรงเฮือกสุดท้ายบีบยันต์ขอความช่วยเหลือที่ซ่อนอยู่ที่เอวให้แตกออก ก่อนจะสลบเหมือดไปในที่สุด

ม่านพลังสีขาวขุ่นรูปทรงครึ่งวงกลมปรากฏขึ้น และโอบล้อมตัวเขาไว้อย่างหนาแน่น

วัวเขาสายฟ้าลองพุ่งชนดูสองครั้ง แต่พบว่าม่านพลังสีขาวไม่ขยับเลยแม้แต่นิดเดียว มันจึงหันเขาที่เปื้อนเลือดไปยังหญิงสาวชุดน้ำเงินที่หนีไปไกลแล้ว และเริ่มควบตะบึงติดตามไปอย่างไม่ลดละ

ไป๋อู๋ซางที่เห็นเหตุการณ์ทั้งหมด ขมวดคิ้วแน่น

“ผู้หญิงคนนี้ ช่างอำมหิตนัก ชายชุดเทาอุตส่าห์เข้าใจและคอยดูแลเธอมาตลอด คิดไม่ถึงว่าในช่วงเวลาหน้าสิ่วหน้าขวาน เธอจะขายเพื่อนเพื่อเอาตัวรอด!”

ไป๋อู๋ซางรู้สึกรังเกียจผู้หญิงประเภทนี้จากส่วนลึกของหัวใจ ภายใต้ใบหน้าที่สะสวยกลับซ่อนไว้ด้วยจิตใจที่โหดเหี้ยมดั่งอสรพิษ ช่างน่าสะอิดสะเอียนเสียจริง

เพียงหนึ่งหรือสองนาทีต่อมา ก็มีอาจารย์ขี่สัตว์อสูรบินได้ปรากฏตัวขึ้น เขาใช้มหาเวทรัรักษาเพื่อประคองอาการบาดเจ็บของชายชุดเทาก่อน แล้วจึงใช้เปลพิเศษหามเขานำตัวออกไป

เมื่อมองดูอาจารย์ที่กลายเป็นจุดดำหายไปในท้องฟ้า ไป๋อู๋ซางก็ส่ายหัวพลางถอนหายใจออกมาเบาๆ ก่อนจะสำรวจป่าต่อไป

สิบนาทีต่อมา

บนเส้นทางเล็กๆ สายหนึ่งในป่า

ไป๋อู๋ซางเพิ่งจะเก็บดอกไม้หลงกลิ่นได้หนึ่งดอก ทันใดนั้นเขาก็สังเกตเห็นเสียงอึกทึกจากทางด้านหน้าที่ใกล้เข้ามาเรื่อยๆ จึงรีบเงยหน้าขึ้นดู

เขาก็พบกับหญิงสาวชุดน้ำเงินในสภาพมอมแมมกำลังวิ่งหนีมาทางเขาด้วยท่าทางเหนื่อยหอบอย่างหนัก และที่ด้านหลังของเธอ มีสิ่งมีชีวิตสีเหลืองทองตามมาติดๆ

“ฉันตาฝาดไปหรือเปล่า? ทำไมถึงเจอเธออีกแล้วล่ะ???”

ในช่วงเวลาสั้นๆ นั้น ไป๋อู๋ซางสงสัยว่าตัวเองกำลังฝันอยู่หรือเปล่า เพราะเมื่อครู่เขาเปลี่ยนทิศทางเดินมาใหม่แล้ว ซึ่งทิศทางมันคลาดเคลื่อนกับจุดที่หญิงสาวชุดน้ำเงินหายตัวไปมาก

“เป็นเธอจริงๆ ด้วย! วัวเขาสายฟ้ายังตามเธอไม่ทันอีกเหรอเนี่ย แถมยังวิ่งอ้อมโลกจนวนมาเจอฉันอีก...”

ไป๋อู๋ซางสบถคำด่าออกมาเบาๆ เขาทำหน้าบึ้งและหันหลังมุดเข้าไปในป่าอีกด้านทันที โดยไม่อยากจะข้องเกี่ยวกับหญิงสาวชุดน้ำเงินแม้แต่น้อย

“ช่วยด้วย! ช่วยฉันด้วย!”

ลินนานามองเห็นเงาร่างคนอยู่ไกลๆ จากเดิมที่สิ้นหวัง ร่างกายเธอก็เหมือนจะมีพละกำลังผุดขึ้นมาอีกครั้ง เธอเร่งฝีเท้าและวิ่งตามคนคนนั้นไปสุดชีวิต

ไป๋อู๋ซางไม่ได้สนใจเธอ เขารีบเร่งฝีเท้าให้เร็วขึ้น

“อย่าหนีสิคะ... ได้โปรด... ช่วยฉันที...” ลินนานาร้องไห้สะอึกสะอื้น น้ำเสียงของเธอช่างน่าเวทนาเหลือเกิน

ไป๋อู๋ซางยังคงนิ่งเฉย และเริ่มวิ่งด้วยความเร็วสูงสุด

ในฐานะผู้ที่ตื่นรู้เอง พลังวิญญาณของเขานับว่าอยู่ในกลุ่มที่สูงที่สุดในบรรดานักศึกษาทั้งหมด และสมรรถภาพร่างกายที่สอดคล้องกันก็ถือว่าอยู่ในอันดับต้นๆ ดังนั้นเขาจึงสลัดหญิงสาวชุดน้ำเงินให้หลุดออกไปได้อย่างรวดเร็ว

ลินนานาไม่เข้าใจว่าทำไมคนคนนั้นถึงไม่สนใจเธอ และก็ไม่เข้าใจด้วยว่าทำไมเขาถึงวิ่งได้เร็วขนาดนั้น!

ร่างกายของเธอเหนื่อยล้าถึงขีดสุด สมองเริ่มขาดออกซิเจน จนสูญเสียความสามารถในการคิดอ่านไปเกือบหมด

ถึงจะเป็นอย่างนั้น ลินนานาก็ยังไม่ยินยอมที่จะบีบยันต์ขอความช่วยเหลือทิ้งไปง่ายๆ เธอไม่อยากแพ้อย่างน่าอนาถเช่นนี้

เสียงลมหายใจฟืดฟาดของวัวป่าทางด้านหลังใกล้เข้ามาเรื่อยๆ ภายใต้ความหวาดกลัวต่อความตาย ลินนานาก็ก้าวข้ามขีดจำกัดของร่างกายอีกครั้ง เธอเร่งความเร็วฝืนวิ่งตามทิศทางที่ไป๋อู๋ซางหายตัวไป

อีกด้านหนึ่ง ไป๋อู๋ซางที่วิ่งนำหน้าไปพลันหยุดกึกทันควัน สีหน้าของเขาดูย่ำแย่ราวกับคนท้องผูก

ข้างหน้า... กลับกลายเป็นทางตัน...

(จบตอน)

จบบทที่ บทที่ 21 - ลินนานาผู้หวังดีประสงค์ร้าย

คัดลอกลิงก์แล้ว