เราไม่เผยแพร่ผลงานที่มีลิขสิทธิ์ในประเทศไทย หากท่านพบเนื้อหาที่ละเมิดลิขสิทธิ์ แจ้งได้ที่เพจ Facebook NovelStore เราจะลบให้โดยเร็ว
ปัญหาการใช้งานเว็บไซต์ ติดต่อได้ที่เพจดังกล่าว
We do not publish or distribute copyrighted works in Thailand. To report infringing content, contact us via our Facebook page and we will remove it promptly. For other issues, use the same channel.

บทที่ 39 - คนเถื่อนกรีธาทัพลงใต้! ด่านปราการเหนือเข้าตาจน!

บทที่ 39 - คนเถื่อนกรีธาทัพลงใต้! ด่านปราการเหนือเข้าตาจน!

บทที่ 39 - คนเถื่อนกรีธาทัพลงใต้! ด่านปราการเหนือเข้าตาจน!


บทที่ 39 - คนเถื่อนกรีธาทัพลงใต้! ด่านปราการเหนือเข้าตาจน!

"ผ่านไปสองเดือนแล้ว ปาเอ่อร์ถูเค่อกับกองทหารม้าสามพันนายก็ยังไม่มีข่าวคราวอะไรเลย!"

"ท่านอ๋องไม่พอใจพวกชาวเฉียนอย่างมาก! ข้าเองก็เช่นกัน!"

ภายในกระโจมหลักส่วนลึกของทุ่งหญ้า อูเหอผู้เป็นแม่ทัพหมื่นนายมีสีหน้าเดือดดาล กวาดสายตามองเหล่านายกองพันที่อยู่เบื้องล่าง

เหล่านายกองพันต่างรู้สึกคึกคักและกระหายเลือด

ในที่สุดก็จะเอาจริงแล้วสินะ!

ฤดูหนาวกำลังจะผ่านพ้นไป พวกชาวจงหยวนกำลังจะเริ่มทำนาในฤดูใบไม้ผลิ และมันก็ถึงเวลาที่พวกเขาจะบุกรุกลงใต้เพื่อปล้นสะดมแล้วเช่นกัน!

"เรื่องนี้จะปล่อยผ่านไปง่ายๆ ไม่ได้!"

อูเหอตบโต๊ะดังปัง "พวกชาวเฉียนมันคงลืมไปแล้วว่าใครกันแน่ที่เป็นเจ้าของทุ่งหญ้าแห่งนี้!"

"พวกเราไม่ได้ทำการค้าขายกับพวกมัน แต่พวกเรากำลังให้ทานพวกมันต่างหาก!"

"เป็นสุนัขก็ต้องรู้จักรักษาสถานะของสุนัข ไม่ใช่มักใหญ่ใฝ่สูงคิดจะปีนป่ายขึ้นมาขี่หัวเจ้านาย!"

"ใช่แล้ว!!"

เหล่านายกองพันตะโกนก้องอย่างเดือดดาล

อูเหอยืดตัวลุกขึ้นยืน สะบัดแขนเสื้ออย่างห้าวหาญ "เรียกประชุมนักรบจากทุกเผ่า เตรียมตัวลงใต้!"

"เปิดฉากโจมตีด่านตรวจทั้งหมดทั่วทั้งพื้นที่โยวโจว!"

"โดยเฉพาะอย่างยิ่งด่านปราการเหนือ!"

"ไอ้บัดซบฟ่านหย่งคัง จนป่านนี้มันก็ยังไม่ออกมารับผิดชอบ ข้าจะเอาหัวของมันมาทำเป็นกระโถนฉี่!"

"อาปู้ซือ!"

"เจ้าคือนักรบอันดับหนึ่งใต้บังคับบัญชาของข้า ข้าขอมอบทหารให้เจ้าห้าพันนาย ไปตีเมืองเส็งเคร็งนั่นให้แตกซะ!"

อาปู้ซือตื่นเต้นดีใจอย่างยิ่ง เขาลุกขึ้นยืนทำความเคารพตามแบบฉบับของชาวคนเถื่อน

"อาปู้ซือขอสาบานต่อสวรรค์เบื้องบน จะไม่ทำให้ท่านอูเหอต้องผิดหวัง ข้าจะล้างแค้นให้ปาเอ่อร์ถูเค่อและนักรบทั้งสามพันนายด้วยเลือดของพวกมัน!"

"ดีมาก!"

อูเหอยิ้มเหี้ยม

"ครั้งนี้เราจะสั่งสอนพวกชาวเฉียนให้หลาบจำ!"

"ตีเมืองแตกก็เชือดทิ้งให้หมด!"

"ปล้นมันมาให้เกลี้ยง!"

"สังหารแม่ทัพของมันให้สิ้น!"

"ยึดโยวโจวมาให้จงได้!"

"ทำให้ดินแดนแถบนั้นไม่สามารถฟื้นฟูตัวเองได้ไปอีกหลายสิบปี!"

"และเปลี่ยนมันให้กลายเป็นลานทุ่งหญ้าเลี้ยงม้าแห่งใหม่ของเหล่านักรบพวกเรา!"

ทุกคนต่างตื่นเต้นฮึกเหิมอย่างถึงที่สุด

"โฮกๆๆ——!"

……

"...เรื่องราวจะเป็นอย่างไรต่อไป โปรดติดตามรับฟังในตอนหน้า!"

ผู้บังคับหมู่ปิดสมุดนิยายเรื่องสงครามฉู่ฮั่นตอนล่าสุดดังป้าบ

เหล่าทหารกำลังฟังอย่างออกรส แต่จู่ๆ เรื่องราวก็ตัดจบเอาดื้อๆ อารมณ์ค้างเติ่งไปไม่สุดลงไม่ถึง ต่างคนต่างก็เกาหัวแกรกๆ ด้วยความหงุดหงิด

"งานเลี้ยงหงเหมินนี่เป็นประสบการณ์ตรงของนายท่านสินะ หรือว่าหลิวปังจะจับเซี่ยงอวี่และพวกแม่ทัพสับเป็นชิ้นๆ คางานเลี้ยงเลยล่ะเนี่ย"

"ผู้บังคับหมู่ ท่านช่วยไปบอกนายท่านให้หน่อยได้ไหม ขอให้นายท่านเขียนเพิ่มสักวันละสองตอนน่ะขอรับ"

อีกคนก็พยักหน้าหงึกๆ เห็นด้วยอย่างยิ่ง

"ใช่ๆ วันละตอนนี่มันทรมานใจคนรอจริงๆ นะขอรับ!"

ผู้บังคับหมู่ตบหัวเจ้านี่ไปสองป้าบดังฉาด

ตวาดลั่น "นายท่านมีภาระหน้าที่ต้องดูแลตั้งมากมาย งานยุ่งจะตายชัก พวกเจ้าไม่รู้หรือไง!?"

"ที่นายท่านยอมเสียสละเวลามาเขียนสงครามฉู่ฮั่นให้พวกเจ้าอ่าน ก็เพื่อต้องการให้พวกเจ้าได้ฝึกอ่านฝึกเขียน ไม่รู้จักพอซะบ้างนะพวกเอ็งนี่ ได้คืบจะเอาศอก!"

เหล่าทหารหน้าแดงก่ำ รู้สึกละอายใจขึ้นมาจริงๆ...

"รับไป!"

ผู้บังคับหมู่ยัดสมุดใส่มือพวกเขา "ก่อนฟ้ามืด ต้องท่องจำเนื้อหาส่วนนี้ให้ขึ้นใจ! ไม่อย่างนั้นคืนนี้ก็ไปวิ่งห้าสิบลี้ก่อนนอน!"

เหล่าทหารหัวเราะแหะๆ ไม่ได้รู้สึกเหน็ดเหนื่อยกับการท่องหนังสือเลยแม้แต่น้อย แต่กลับแย่งสมุดกันอย่างสนุกสนาน

ความสนใจคือครูที่ดีที่สุด ผู้บังคับหมู่นึกทบทวนคำคมประโยคนี้ในใจ พลางรู้สึกเคารพเทิดทูนนายท่านดั่งสายน้ำที่ไหลเชี่ยวไม่ขาดสาย

ในขณะเดียวกัน นายท่านที่ถูกกล่าวขวัญว่างานยุ่งล้นมือ ตอนนี้กำลังเล่นกับลูกม้าหมาป่าอย่างสนุกสนาน

เฉินเช่อตั้งชื่อลูกม้าหมาป่าตามชื่อม้าคู่ใจของเซี่ยงอวี่

——อูจุย

เจ้าอูจุยตัวน้อยไม่เพียงแต่กินเนื้อเป็นอาหาร แต่ยังชอบกินโอสถปราณโลหิตอีกด้วย

มันโตไวมาก

เกิดมาแค่ครึ่งเดือน ก็ตัวสูงถึงครึ่งหนึ่งของม้าโตเต็มวัยแล้ว แถมยังสามารถให้เฉินเช่อขี่หลังวิ่งเล่นได้อีกต่างหาก

ที่สำคัญคือมันฉลาดกว่าม้าทั่วไปมาก สามารถฟังสิ่งที่เขาพูดรู้เรื่อง ถือเป็นเรื่องมหัศจรรย์อย่างยิ่ง

แต่ความฉลาดก็หมายความว่ามันดื้อรั้นและสอนยากเช่นกัน

เจ้าอูจุยตัวน้อยก็เหมือนเด็กที่อยากรู้อยากเห็นไปซะทุกเรื่อง ซุกซนและอยู่ไม่นิ่งเอาเสียเลย

เฉินเช่อจึงตัดสินใจปลดเชือกให้มันวิ่งเล่นในเมืองได้อย่างอิสระ

ยังไงซะทุกคนก็รู้ดีว่าม้าวิเศษตัวนี้เป็นของเขา มีคนช่วยดูแลให้ คงไม่มีอันตรายอะไรเกิดขึ้นหรอก

เจ้าอูจุยพอได้รับอิสระก็ปล่อยสัญชาตญาณเต็มที่ กระโดดโลดเต้นวิ่งวุ่นไปทั่วด่านประตูมังกร ทำเอาชาวบ้านแตกตื่นร้องอุทานกันเป็นแถว

เฉินเช่อยิ้มบางๆ แล้วหมุนตัวเดินกลับเข้าไปในกระท่อมไม้

หลินหว่านเอ๋อร์และเซี่ยเสี่ยวเสวี่ยกำลังเก็บข้าวของอยู่

กองทัพราษฎรกำลังจะบุกยึดด่านปราการเหนือ เมื่อถึงเวลานั้น พวกนางก็จะต้องย้ายไปอยู่กับเฉินเช่อที่เมืองใหม่

"นายท่าน เราต้องย้ายไปอยู่ที่ด่านปราการเหนือจริงๆ หรือเจ้าคะ"

หลินหว่านเอ๋อร์มองดูบ้านหลังน้อยอันแสนอบอุ่นด้วยความอาลัยอาวรณ์ ที่นี่เต็มไปด้วยความทรงจำดีๆ มากมาย

ครั้งแรกที่ได้รู้จักกับนายท่าน

ครั้งแรกที่ได้ทำเรื่องอย่างว่ากับนายท่าน...

ครั้งแรกในอ่างอาบน้ำ...

ครั้งแรกที่ทำร่วมกับเสี่ยวเสวี่ย...

คิดไปคิดมา

แก้มของนางก็แดงซ่านขึ้นมาทันที

เฉินเช่อไม่ได้สังเกตเห็นสีหน้าที่เปลี่ยนไปของนาง "อืม เมื่อเทียบกับด่านประตูมังกรแล้ว ด่านปราการเหนือถือเป็นจุดยุทธศาสตร์สำคัญ เหมาะแก่การตั้งรับมากกว่า"

"แถมการยึดครองที่นั่นได้ ก็เป็นประโยชน์อย่างมากต่อการขยายอำนาจของพวกเราในอนาคตด้วย"

เซี่ยเสี่ยวเสวี่ยอดไม่ได้ที่จะถามขึ้นมา "แล้วที่นี่ล่ะเจ้าคะ"

เฉินเช่อยิ้มพลางลูบหัวนางเบาๆ "ไม่ต้องห่วง ข้าไม่มีทางทิ้งด่านประตูมังกรหรอก"

"เพราะที่นี่คือสถานที่ที่พวกเราลงแรงสร้างขึ้นมาจากความว่างเปล่าเชียวนะ มันมีความสำคัญอย่างมากในทุกๆ ด้านเลยล่ะ"

"ต่อไปด่านประตูมังกรจะถูกใช้เป็นฐานฝึกทหาร รวมถึงเป็นฐานผลิตถ่านหินและเหล็กกล้า"

"คอยเป็นแหล่งบ่มเพาะทหารใหม่และเสบียงอาวุธให้กองทัพราษฎรต่อไป"

"ข้ายังคิดอยู่เลยว่า รอให้มีคนมีของมากพอเมื่อไหร่ล่ะก็~"

เขายังพูดไม่ทันจบ เสียงเคาะประตูก็ดังขึ้นเสียก่อน

"นายกองร้อย!"

เสียงร้อนรนของหวังโก่วเซิ่งดังลอยเข้ามา "พวกคนเถื่อนบุกลงใต้แล้วขอรับ! แถมยังมีกองกำลังมหาศาลอย่างที่ไม่เคยมีมาก่อนเลยด้วย!"

เฉินเช่อสีหน้าเปลี่ยนไป หันไปขอโทษขอโพยหญิงสาวทั้งสอง ซึ่งพวกนางก็บอกว่าเรื่องสำคัญต้องมาก่อน เขาพยักหน้าแล้วผลักประตูวิ่งออกไปทันที

"เกิดอะไรขึ้น"

เฉินเช่อรีบสาวเท้าเดินไปทางค่ายทหารพลางถามอย่างเร่งรีบ

หวังโก่วเซิ่งรีบรายงาน "คนของเราสอดแนมพบกองทัพคนเถื่อนจำนวนกว่าห้าพันนาย กำลังมุ่งหน้าไปยังด่านปราการเหนือขอรับ!"

"แถมทิศทางอื่นๆ ก็ยังมีร่องรอยการเคลื่อนทัพลงใต้อีกเพียบเลย!"

"ข้าคาดว่าเป้าหมายของพวกมันในครั้งนี้คือด่านตรวจทั้งหมดในโยวโจว! พวกมันเอาจริงแล้วขอรับ!"

เฉินเช่อขมวดคิ้วแน่น

"ทำไมถึงได้กะทันหันขนาดนี้ล่ะ"

"หรือว่าการที่เราฆ่าปาเอ่อร์ถูเค่อ จะเป็นการชักนำความแค้นมาสู่พวกเรากันนะ"

หวังโก่วเซิ่งพยักหน้า "ข้าก็คิดแบบนั้นขอรับ! ครั้งนี้พวกเราดันไปทำลายข้อตกลงลับที่พวกคนเถื่อนกับกองทัพเฉียนมีร่วมกันมาอย่างยาวนานโดยไม่ตั้งใจ!"

เฉินเช่อแค่นเสียงเย็นชา "พังก็ดีสิ! เรียกหัวหน้าหน่วยทุกกองพันมาประชุมที่กระโจมหลักเดี๋ยวนี้!"

หวังโก่วเซิ่งฉีกยิ้มกว้าง

"ขอรับ!!"

[จบแล้ว]

จบบทที่ บทที่ 39 - คนเถื่อนกรีธาทัพลงใต้! ด่านปราการเหนือเข้าตาจน!

คัดลอกลิงก์แล้ว