เราไม่เผยแพร่ผลงานที่มีลิขสิทธิ์ในประเทศไทย หากท่านพบเนื้อหาที่ละเมิดลิขสิทธิ์ แจ้งได้ที่เพจ Facebook NovelStore เราจะลบให้โดยเร็ว
ปัญหาการใช้งานเว็บไซต์ ติดต่อได้ที่เพจดังกล่าว
We do not publish or distribute copyrighted works in Thailand. To report infringing content, contact us via our Facebook page and we will remove it promptly. For other issues, use the same channel.

บทที่ 29 - รางวัลหลังสงคราม! โอสถปราณโลหิตแจกไม่อั้น!

บทที่ 29 - รางวัลหลังสงคราม! โอสถปราณโลหิตแจกไม่อั้น!

บทที่ 29 - รางวัลหลังสงคราม! โอสถปราณโลหิตแจกไม่อั้น!


บทที่ 29 - รางวัลหลังสงคราม! โอสถปราณโลหิตแจกไม่อั้น!

ประกายดาบ!

แสงเพลิง!

เสียงโห่ร้องฆ่าฟัน!

เสียงร้องโหยหวน!

การสังหารหมู่อันโหดเหี้ยมดำเนินต่อไปอย่างยาวนาน จนกระทั่งท้องฟ้าทางทิศตะวันออกเริ่มทอแสงรำไร ค่ายทหารคนเถื่อนทั้งค่ายก็ตกอยู่ในความเงียบสงัดโดยสมบูรณ์

นอกเหนือจากทหารคนเถื่อนเพียงส่วนน้อยที่ตอบสนองได้เร็ว พอค่ายแตกตื่นก็รีบแย่งม้าควบหนีไปได้ราวๆ ร้อยกว่าคน

ส่วนคนที่เหลืออีกสองพันกว่าคน ล้วนกลายเป็นซากศพอันเย็นชืดไปจนหมดสิ้น

ในอากาศอบอวลไปด้วยกลิ่นคาวเลือดที่คละคลุ้งจนสลายไปไม่ได้ ผสมปนเปกับกลิ่นเหม็นไหม้หลังจากการเผาทำลาย

เฉินเช่อกวาดสายตามองดูสนามรบอันน่าสยดสยองแห่งนี้ ก่อนจะเอ่ยปากถาม

"ความสูญเสียล่ะ"

เลี่ยวต้าจื้อ อวี๋จวิ้น สวีเจี้ยนเย่ และคนอื่นๆ ร่างกายอาบชุ่มไปด้วยเลือด พวกเขาก้าวเดินออกมารายงานด้วยสีหน้าที่ดูละอายใจเล็กน้อย

"ทางฝั่งข้า มีพี่น้องสละชีพไปสามคนขอรับ..."

"พวกเราเจ็ดคน"

"พวกเรา... แปดคน"

"..."

เฉินเช่อบวกรวมตัวเลขในใจเงียบๆ ยี่สิบกว่าคน...

ดูเหมือนว่า การใช้กำลังพลหนึ่งพันนายบุกโจมตีค่ายศัตรูที่มีถึงสองพันนาย ความสูญเสียแค่นี้ถือว่าแทบจะมองข้ามไปได้เลย

แต่ปัญหามันไม่ได้คำนวณแบบนี้น่ะสิ ตอนที่พวกเขาบุกเข้าไปในค่ายทหารคนเถื่อน พวกคนเถื่อนก็เหลือรอดไม่ถึงหนึ่งในสิบแล้ว จิตวิญญาณแห่งการต่อสู้ก็พังทลายลงไปหมดแล้ว พวกเขาเป็นฝ่ายบุกเข้าไปสังหารหมู่เพียงฝ่ายเดียวชัดๆ

ในสถานการณ์แบบนี้ก็ยังอุตส่าห์มีคนตายไปตั้งยี่สิบกว่าคน พวกอวี๋จวิ้นจึงรู้สึกละอายใจที่จะพูดออกมา

"การทำสงครามมันก็ต้องมีคนตายอยู่แล้ว เป็นเรื่องปกติ แต่ว่า หลังจากนี้พวกเจ้าต้องเข้มงวดเรื่องการฝึกซ้อมให้มากขึ้นนะ คนที่ตายน่าจะเป็นพวกทหารใหม่ทั้งนั้นเลยสินะ"

เฉินเช่อไม่ได้กล่าวตำหนิติเตียนพวกเขา

"นำร่างของพี่น้องพวกเรากลับไป ฝังศพให้พวกเขาอย่างดี แล้วก็รีบแจกจ่ายเงินชดเชยให้ครบถ้วนเดี๋ยวนี้เลย"

"รอจนกว่าจะเก็บกวาดสถานที่แห่งนี้เสร็จ พวกเราจะจัดพิธีไว้อาลัยกัน"

"ขอรับ!" ทุกคนขานรับด้วยน้ำเสียงหนักแน่น

เฉินเช่อไม่พูดอะไรให้มากความอีก เขาร่วมลงมือเก็บกวาดสนามรบด้วยตัวเอง

นี่คือซากศพของพวกคนเถื่อนตั้งสองพันศพเชียวนะ สำหรับเขาแล้ว มันคือมหาสมุทรแห่งแต้มพลังเลยทีเดียว

[ปราณโลหิต +1]

[ร่างกาย +1]

[ร่างกาย +1]

[ความเข้าใจ +1]

[...]

ในระหว่างที่กำลังลูบศพอย่างเมามันอยู่นั้น เขาก็ขยับความคิดเพื่อตรวจสอบหีบสมบัติสองใบที่ได้มาจากปาเอ่อร์ถูเค่อ

[ได้รับโอสถปราณโลหิตระดับสูง ×10]

[ได้รับสัตว์วิเศษ: ลูกม้าหมาป่า (ไปจุติในท้องของแม่ม้าที่มีปอยผมสีขาวตรงหน้าผากแล้ว)]

สัตว์วิเศษ!

เฉินเช่อเบิกตากว้าง!

"สัตว์วิเศษคือสัตว์ป่าที่มีพลังปราณโลหิตหล่อเลี้ยงมาตั้งแต่เกิด ไม่คิดเลยว่าในหีบสมบัติจะมีของแบบนี้ด้วย!"

"รวยแล้ว รวยเละเลยงานนี้!"

"ของพรรค์นี้ข้าเคยได้ยินมาว่ามีอยู่แค่ในอุทยานหลวงเท่านั้นนะเนี่ย!"

สุ่มได้ของระดับสีทองมาทั้งที เขาก็รีบทิ้งงานในมือ แล้ววิ่งไปตามหาแม่ม้าตัวนั้นทันที ถ้าเกิดลูกม้าตายในท้องขึ้นมาล่ะก็ขาดทุนย่อยยับแน่

จนถึงตอนนี้ เขาถึงเพิ่งจะมาตระหนักได้ว่า สงครามในครั้งนี้พวกเขาเก็บเกี่ยวของรางวัลกลับมาได้มากมายมหาศาลขนาดไหน

ม้าสายพันธุ์ทุ่งหญ้าสามพันตัว!

แถมไม่ใช่พวกม้าที่ชาวบ้านเลี้ยงไว้ใช้งานด้วย แต่เป็นม้าศึกของแท้!

ขอแค่เอาอานม้ามาสวมใส่ให้พวกมัน เฉินเช่อก็จะสามารถสร้างกองทัพทหารม้าที่แข็งแกร่งไม่ด้อยไปกว่ากองกำลังของปาเอ่อร์ถูเค่อขึ้นมาได้เลยทีเดียว!

เฉินเช่อดีใจจนเนื้อเต้น แต่ว่านะ สัตว์วิเศษมันล้ำค่ากว่าตั้งเยอะ!

เลี่ยวต้าจื้อกำลังจดบันทึกจำนวนของรางวัลที่ยึดมาได้อย่างยิ้มแย้มแจ่มใส พอเห็นเฉินเช่อกำลังเดินตามหาอะไรบางอย่างอยู่ในฝูงม้า เขาก็เดินเข้าไปหาด้วยความสงสัย

"ใต้เท้ากำลังหาอะไรอยู่หรือขอรับ"

"แม่ม้า..."

จู่ๆ เฉินเช่อก็คิดขึ้นมาได้ว่า ให้เขามาเดินหาคนเดียวแบบนี้เมื่อไหร่จะหาเจอ เขารีบสั่งการทันที

"ช่วยข้าหาแม่ม้าที่กำลังตั้งท้อง แล้วก็มีปอยขนสีขาวอยู่ตรงหน้าผากทีสิ"

"สำคัญมากนะ!"

"ห้ามผิดพลาดเด็ดขาด!"

เลี่ยวต้าจื้อสะดุ้งเฮือก ถึงแม้จะไม่เข้าใจเหตุผล แต่เขาก็รีบส่งคนให้ไปช่วยกันค้นหาในฝูงม้าทันที

คนเยอะย่อมหาได้เร็วกว่า เพียงไม่นาน แม่ม้าตัวนั้นก็ถูกหาจนพบ

เฉินเช่อลูบคลำหน้าท้องที่นูนป่องของแม่ม้าด้วยความทะนุถนอมอย่างถึงที่สุด เขาบอกว่าจะเอามันไปเลี้ยงไว้ข้างๆ ที่พักของตัวเอง จะได้ดูแลด้วยตัวเอง

เลี่ยวต้าจื้อและพวกทหารมองหน้ากันเลิ่กลั่ก งุนงงสับสนไปตามๆ กัน

"ข้าเพิ่งจะเคยเห็นใต้เท้าตื่นเต้นขนาดนี้เป็นครั้งแรก หรือว่าในท้องม้าตัวนี้มันมีทองคำซ่อนอยู่หรือไงกัน"

"ทองคำงั้นหรือ เหอะ เอ็งดูทำท่าสิ ใต้เท้าของเราเป็นคนเห็นแก่เงินทองหรือไง"

"แล้วมันคืออะไรกันล่ะ"

"ใครจะไปรู้ล่ะ"

"เอาล่ะๆ การที่ใต้เท้าทำอะไรก็ต้องมีเหตุผลของท่านนั่นแหละ พวกเรารีบไปจดบันทึกของรางวัลให้เสร็จกันเถอะ ใต้เท้าบอกแล้วนี่นาว่าจะเอาคลังสมบัติเล็กๆ ของพวกคนเถื่อนมาปูนบำเหน็จความดีความชอบน่ะ!"

"ฮ่าฮ่าฮ่า คราวนี้พวกเราจะได้กินอิ่มจนพุงกางกันไปเลยล่ะ!"

พวกทหารหัวเราะร่วนอย่างมีความสุข ทุกคนต่างก็ตื่นเต้นดีใจกับชัยชนะอันยิ่งใหญ่ในครั้งนี้จนควบคุมตัวเองแทบไม่อยู่

……

"ทำความเคารพ!"

เฉินเช่อตะโกนลั่น

"ปึก ปึก ปึก——"

ทหารชายฉกรรจ์นับพันนายทุบกำปั้นลงบนหน้าอก ส่งเสียงดังกึกก้องทุ้มต่ำ พวกเขาจ้องมองอนุสาวรีย์หินสีเทาขาวอย่างเงียบงัน สีหน้าเคร่งขรึมและตื้นตันใจ

นั่นคืออนุสรณ์พื้นที่ที่ใต้เท้าสร้างขึ้นมาด้วยของวิเศษอย่างปูนซีเมนต์ เพื่อเป็นสถานที่พำนักสุดท้ายให้กับพวกคนชั้นต่ำอย่างพวกเขา

บนนั้นสลักตัวอักษรขนาดใหญ่เอาไว้ว่า——อนุสาวรีย์วีรชน

"เลิกแถว!"

เมื่อเฉินเช่อออกคำสั่ง ขบวนทัพหนึ่งพันนายก็ลดแขนลงอย่างพร้อมเพรียง ยืนหยัดสงบนิ่งอยู่ท่ามกลางพายุหิมะโดยไม่ไหวติง

เขาหันหลังกลับมา กวาดสายตามองใบหน้าที่เต็มไปด้วยความคลั่งไคล้ศรัทธาเหล่านั้น

แล้วเขาก็มองเลยออกไปรอบนอกขบวนทัพ มีชาวบ้านจำนวนมากกว่าพวกทหารเสียอีก ที่อุตส่าห์ฝ่าความหนาวเหน็บมาร่วมพิธีไว้อาลัยในครั้งนี้

"ศึกใหญ่ในครั้งนี้ มีบางคนที่จะไม่ได้กลับมาอีกตลอดกาล"

เสียงของเฉินเช่อดังกังวานทะลุพายุหิมะ

"แต่ว่า พวกเราจะไม่มีวันลืมพวกเขา และจะก้าวเดินต่อไปในส่วนของพวกเขาด้วย!"

"ในวันนี้ กองทัพทหารม้าของปาเอ่อร์ถูเค่อถูกพวกเรากวาดล้างจนสิ้นซาก นี่คือบทเรียนที่พวกเรามอบให้กับพวกคนเถื่อน ให้พวกมันรู้ว่าชาวเฉียนไม่ใช่แกะสองขาอย่างที่พวกมันเรียกกัน!"

ทั้งทหารและชาวบ้านต่างก็รู้สึกภาคภูมิใจร่วมกัน ใบหน้าของแต่ละคนแดงระเรื่อด้วยความตื่นเต้น

เฉินเช่อพูดต่อ

"ฤดูหนาวอันแสนโหดร้ายมาเยือนแล้ว พายุหิมะพัดกระหน่ำจนมองไม่เห็นทาง พวกเราไม่สามารถบุกเข้าไปปล้นพวกคนเถื่อนในทุ่งหญ้าได้อีกแล้ว!"

"แต่ในทำนองเดียวกัน พวกคนเถื่อนก็ไม่สามารถยกทัพลงใต้มาได้เหมือนกัน ช่วงเวลาสามเดือนนี้ คือช่วงเวลาทองแห่งการพัฒนาของพวกเรา!"

"สร้างกำแพงให้สูงขึ้นไปอีก!"

"ตีดาบให้คมยิ่งขึ้นไปอีก!"

"ระดับพลังก็ต้องเร่งพัฒนาให้สูงขึ้นไปอีก พอถึงฤดูใบไม้ผลิ ข้าต้องการให้พวกเจ้าทั้งพันคนก้าวขึ้นมาเป็นผู้ฝึกยุทธ์ให้หมด!"

"ไม่ต้องกังวลไป!"

"ครั้งนี้พวกเจ้าสู้รบได้ยอดเยี่ยมมาก มีผลงานก็ต้องมีรางวัล!"

"นอกจากจะได้รับเงินรางวัลคนละหนึ่งตำลึงเงินแล้ว ทุกคน จะได้รับโอสถปราณโลหิตระดับต่ำไปอีกคนละสองเม็ดด้วย!"

"ตำแหน่งนายหมู่ จะได้รับโอสถปราณโลหิตระดับกลางเพิ่มอีกหนึ่งเม็ด!"

"หวังโก่วเซิ่ง เลี่ยวต้าจื้อ สวีเจี้ยนเย่ และอวี๋จวิ้น นายหมวดทั้งสี่คน จะได้รับโอสถปราณโลหิตระดับสูงคนละหนึ่งเม็ด!"

สิ้นเสียงของเขา

ทั่วทั้งลานกว้างก็เงียบสงัดจนน่ากลัว

พายุหิมะพัดกระหน่ำปะทะใบหน้าที่กำลังตื่นตะลึงของพวกทหาร แต่กลับไม่ทำให้พวกเขารู้สึกถึงความหนาวเย็นเลยแม้แต่น้อย

พวกเขาได้ยินอะไรกัน

ทหารทุกคนจะได้รับโอสถปราณโลหิตระดับต่ำคนละสองเม็ด!

นายหมู่ได้ระดับกลาง!

นายหมวดได้ระดับสูงงั้นหรือ!

ปกติแล้วโอสถปราณโลหิตระดับต่ำจะมีแจกให้เฉพาะทหารสิบคนที่ทำผลงานได้ดีที่สุดในแต่ละวันเท่านั้น ทหารหลายคนเพิ่งจะได้กินไปแค่เม็ดเดียวเอง!

แต่แค่เม็ดเดียวนั่นแหละ ที่ทำให้พวกเขาสามารถรวบรวมปราณโลหิต จนก้าวเข้าสู่การเป็นผู้ฝึกยุทธ์ได้!

แต่ตอนนี้จะได้กันคนละสองเม็ดเลยนะ นี่มันน่าตื่นเต้นยิ่งกว่าได้เงินรางวัลซะอีก!

ไม่ต้องพูดถึงโอสถระดับกลางของนายหมู่ และโอสถระดับสูงของนายหมวดเลย พวกเขาจินตนาการไม่ออกเลยว่ามันจะช่วยยกระดับพลังได้มากขนาดไหน!

คนอื่นเขาให้รางวัลเป็นเงินเป็นทอง แต่ใต้เท้าของพวกเขาให้รางวัลเป็นระดับพลังซะงั้น!

พวกเลี่ยวต้าจื้อเป็นแค่พวกคนบ้านนอกคอกนา ไม่ค่อยมีความรู้เรื่องเม็ดยาเท่าไหร่ แต่ว่า สวีเจี้ยนเย่เขามีความรู้เรื่องนี้ดีเลยล่ะ!

เขาเกิดในตระกูลขุนศึก ไม่มีใครรู้ซึ้งถึงมูลค่าอันมหาศาลของเม็ดยาพวกนี้ได้ดีไปกว่าเขาอีกแล้ว!

ตอนนี้เขาอ้าปากค้าง สงสัยว่าตัวเองกำลังหูฝาดไปหรือเปล่า

โอสถระดับต่ำสองพันเม็ด โอสถระดับกลางอีกหนึ่งร้อยเม็ด จำนวนมหาศาลขนาดนี้ บทจะงัดออกมาก็งัดออกมาดื้อๆ เลย เฉินเช่อไปเสกของพวกนี้มาจากไหนกันเนี่ย!

เรื่องจำนวนเยอะนี่ไม่ต้องพูดถึงหรอก แต่ทำไมถึงมีของล้ำค่าอย่างโอสถระดับสูงรวมอยู่ด้วยล่ะ!?

ขนาดเขาเองยังไม่เคยเห็นของจริงเลยด้วยซ้ำ!

แต่เฉินเช่อกลับแจกทีเดียวสี่เม็ดรวด นี่มันรวยล้นฟ้าเกินไปแล้ว!

สวีเจี้ยนเย่งงเป็นไก่ตาแตก ตอนนี้เขาเชื่อมั่นยิ่งกว่าใครๆ ว่าเฉินเช่อจะต้องเป็นเทพเจ้าบนสรวงสวรรค์ที่ลงมาจุติบนโลกมนุษย์อย่างแน่นอน!

[จบแล้ว]

จบบทที่ บทที่ 29 - รางวัลหลังสงคราม! โอสถปราณโลหิตแจกไม่อั้น!

คัดลอกลิงก์แล้ว