เราไม่เผยแพร่ผลงานที่มีลิขสิทธิ์ในประเทศไทย หากท่านพบเนื้อหาที่ละเมิดลิขสิทธิ์ แจ้งได้ที่เพจ Facebook NovelStore เราจะลบให้โดยเร็ว
ปัญหาการใช้งานเว็บไซต์ ติดต่อได้ที่เพจดังกล่าว
We do not publish or distribute copyrighted works in Thailand. To report infringing content, contact us via our Facebook page and we will remove it promptly. For other issues, use the same channel.

บทที่ 11 - วินัยคือพลังรบ!

บทที่ 11 - วินัยคือพลังรบ!

บทที่ 11 - วินัยคือพลังรบ!


บทที่ 11 - วินัยคือพลังรบ!

อวี๋จวิ้นไม่คาดคิดเลยว่าเฉินเช่อจะลงมือฆ่าทิ้งดื้อๆ แบบนี้...

วิชาดาบนั้นมันเร็วจนเกินไป เร็วจนแม้แต่ผู้ฝึกยุทธ์ระดับหล่อหลอมร่างกายขั้นที่สี่อย่างเขายังมองแทบไม่ทัน ไม่ต้องพูดถึงเรื่องจะเข้าไปห้ามเลย...

เขาจ้องมองหัวที่กลิ้งอยู่บนพื้น สายตาเหม่อลอยไปชั่วขณะ

ไอ้เด็กนี่เขาเห็นมันมาตั้งแต่ตีนเท่าฝาหอย แถมเขายังรู้สึกว่าเรื่องแค่นี้มันไม่ใช่เรื่องใหญ่อะไรเลยด้วยซ้ำ

เขาค่อยๆ เลื่อนสายตาขึ้นมอง

ภาพของนายกองร้อยหนุ่มที่เคยเป็นกันเองและใจดีกับชาวบ้าน ตอนนี้กลับดูน่าสะพรึงกลัวอย่างบอกไม่ถูกท่ามกลางแสงไฟจากคบเพลิง ทำเอาเขารู้สึกหนาวสั่นไปถึงกระดูกดำ

วินาทีนี้เอง

เขาถึงได้สัมผัสถึงอีกด้านหนึ่งของเฉินเช่อที่ซ่อนอยู่ภายใต้ความเมตตา ความเคารพยำเกรงในใจของเขายิ่งเพิ่มทวีคูณขึ้นไปอีก

แต่สำหรับเลี่ยวต้าจื้อและหวังโก่วเซิ่งกลับไม่รู้สึกแปลกใจเลยแม้แต่น้อย ใต้เท้านายกองร้อยไม่เคยเป็นคนใจอ่อนพร่ำเพรื่ออยู่แล้ว ภายใต้ใบหน้าอันอ่อนเยาว์นั้นซ่อนหัวใจที่เด็ดขาดและเป็นผู้ใหญ่เอาไว้

เฉินเช่อกวาดสายตาอันคมกริบราวกับใบมีดมองไปยังใบหน้าซีดเผือดของทุกคนทีละคน

ตอนนี้เขากำลังโกรธจัดจริงๆ

"ว่าไงล่ะ"

น้ำเสียงของเขาไม่ดังมากนัก แต่กลับดังกังวานชัดเจนเข้าไปในหูของทุกคนท่ามกลางค่ำคืนอันเงียบสงัดนี้

"แค่ไปปล้นของพวกคนเถื่อนมาได้นิดหน่อย ก็สำคัญตัวผิดคิดว่าตัวเองเป็นมหาโจรไปแล้วงั้นหรือ"

"แค่ฆ่าพวกคนเถื่อนที่ไม่มีทางสู้ได้ไม่กี่คน ก็คิดว่าจะทำเบ่งใส่ชาวบ้าน เบ่งใส่พ่อแม่พี่น้องของพวกเจ้าได้แล้วงั้นหรือ"

"ที่พวกเราไปปล้นพวกคนเถื่อนน่ะ!"

"ก็เพราะพวกมันเป็นโจรปล้นชิง เป็นหมาป่าที่จ้องจะมากัดกินพวกเราไงล่ะ!"

"ข้าไม่ได้สั่งให้พวกเจ้าเอาเยี่ยงอย่างแล้วกลับมาปล้นคนกันเองนะเว้ย!"

"อยากได้เงินหรือ"

"ข้าจะให้!"

"อยากได้เสบียงหรือ"

"ข้าจะแบ่งให้!"

"อยากได้ผู้หญิงหรือ"

"ข้าจะหาเมียให้พวกเจ้าเอง!"

เขาตะโกนเสียงดังก้อง ชี้มือไปที่ศพไร้หัวที่ยังคงมีควันกรุ่นๆ ลอยขึ้นมากับหัวที่กลิ้งอยู่บนพื้น

"แต่ถ้าข้าเห็นใครหน้าไหนกล้าแตะต้องทรัพย์สินของชาวบ้านอีกละก็!"

"จับได้คนนึง!"

สายตาของเฉินเช่อเย็นยะเยือก ก่อนจะเน้นย้ำทีละคำอย่างชัดเจน

"ข้าก็จะฆ่าทิ้งคนนึง!"

พูดจบเขาก็สะบัดหน้าเดินกลับเข้าห้องไปทันที

เฉินเช่อจ้องมองเปลวไฟจากตะเกียงน้ำมันนิ่งเงียบไปพักใหญ่

หลินหว่านเอ๋อร์มองผู้เป็นนายด้วยความเป็นห่วง แต่ก็ไม่กล้าเข้าไปรบกวน ได้แต่ยืนเงียบๆ อยู่ที่มุมห้อง

บรรยากาศทั้งในและนอกห้องเงียบสงัดจนน่าอึดอัด

"ไปหยิบกระดาษกับพู่กันมา"

จู่ๆ เฉินเช่อก็เอ่ยปากสั่ง

"เจ้าค่ะ!"

หลินหว่านเอ๋อร์รีบวิ่งไปหยิบมาให้ทันที

เฉินเช่อก้มหน้าตวัดพู่กันลงบนกระดาษ ความคิดที่เคยวางแผนเอาไว้เริ่มเป็นรูปเป็นร่างชัดเจนขึ้น

"ภัยคุกคามจากพวกคนเถื่อนยังคงอยู่ ด่านประตูมังกรก็ตั้งอยู่อย่างโดดเดี่ยวไร้ทางหนีทีไล่ หากพวกมันยกทัพลงใต้มาอีก ที่นี่จะต้องรับศึกหนักเป็นด่านแรก แถมยังไม่มีใครหน้าไหนส่งกำลังมาช่วยสนับสนุนแน่นอน พวกเราต้องพึ่งพาตัวเองเท่านั้น"

"พวกทหารใหม่เหล่านี้ผ่านการรบครั้งแรกมาแล้ว ถือว่าพอมีพื้นฐานการต่อสู้ขึ้นมาบ้าง แต่ความคิดความอ่านก็ยังคงทำตัวเป็นโจรในคราบทหารอยู่ดี"

"ถ้าเป็นฝ่ายได้เปรียบก็ดีไป แต่ถ้าตกอยู่ในสถานการณ์เสียเปรียบเมื่อไหร่ล่ะก็..."

เขาจรดปลายพู่กันเขียนต่อ

วินัยคือพลังรบ!

ในเมื่อฟ่านหย่งคังส่งคนพวกนี้มาให้เขา เขาก็จะขอจับคนพวกนี้มาดัดสันดาน ฝึกฝนให้กลายเป็นกองทัพเหล็กกล้าที่แข็งแกร่งที่สุดให้ดู!

……

รุ่งสาง อากาศเย็นยะเยือกราวกับมีเข็มทิ่มแทงใบหน้า

บรรดาทหารกำลังหลับสนิท จู่ๆ ก็ต้องสะดุ้งตื่นเพราะเสียงเคาะประตูอย่างหยาบคายและเสียงตะโกนเรียกของพวกเลี่ยวต้าจื้อ

ทุกคนงัวเงียขยี้ตา เดินสะดุดนู่นชนนี่ออกมายืนรับลมหนาวอยู่ข้างนอก ใบหน้าของแต่ละคนเต็มไปด้วยความงุนงงสับสน

เมื่อเงาร่างของเฉินเช่อปรากฏตัวขึ้นที่ด้านหน้าแถว คนที่กำลังสะลึมสะลืออยู่ก็สะดุ้งเฮือก รีบยืดหลังตรงขึ้นมาทันที

"ข้ารู้นะ"

เฉินเช่อค่อยๆ ก้าวเดินช้าๆ เสียงของเขาทำลายความเงียบสงบลง "เมื่อคืนพวกเจ้าหลายคนนอนไม่หลับล่ะสิ"

"บางคนอาจจะแอบด่าข้าอยู่ในใจ คิดว่าข้ามันโหดเหี้ยมอำมหิตเกินไป แค่เรื่องเนื้อชิ้นเล็กๆ ชิ้นเดียว ถึงกับต้องบั่นคอกันเลยทีเดียว"

คำพูดนี้แทงใจดำทุกคนเข้าอย่างจัง ฝูงชนเริ่มกระสับกระส่ายเล็กน้อย หลายคนหลบสายตาไม่อยากสบตาด้วย เพราะกลัวจะถูกจับได้ว่าคิดอะไรอยู่

เพียงแต่พวกเขาเกรงกลัวในอำนาจและพละกำลังอันน่าเกรงขามของเฉินเช่อ จึงไม่มีใครกล้าปริปากบ่นออกมาก็เท่านั้นเอง

เฉินเช่อพูดต่อ

"ก่อนหน้านี้มีเวลาจำกัด ข้าเลยยังไม่ได้ชี้แจงกฎระเบียบให้พวกเจ้าฟัง"

"แต่ในเมื่อตอนนี้พวกเจ้ากลายมาเป็นทหารของข้าแล้ว ข้าไม่สนหรอกนะว่าที่อื่นเขาทำกันยังไง แต่ถ้าอยู่ที่นี่ พวกเจ้าก็ต้องทำตามกฎของข้า!"

"ที่นี่มีกฎเหล็กอยู่สามข้อ จงเปิดหูฟังให้ดีๆ!"

"ข้อแรก ทุกการกระทำต้องฟังคำสั่ง! ฝ่าฝืนประหารชีวิตทันที!"

"ข้อสอง ห้ามหยิบฉวยของชาวบ้านแม้แต่เข็มสักเล่มหรือด้ายสักเส้น! ฝ่าฝืนประหารชีวิตทันที!"

"ข้อสาม ของที่ยึดมาได้ทั้งหมดต้องตกเป็นของส่วนรวม! ฝ่าฝืนประหารชีวิตทันที!"

คำว่า ประหารชีวิตทันที ที่ดังก้องติดต่อกันถึงสามครั้ง ทำเอาทุกคนตาสว่างตื่นเต็มตา ภาพหัวเปื้อนเลือดที่กลิ้งหลุนๆ อยู่บนพื้นเมื่อคืนนี้ลอยเข้ามาในหัวทันที!

"ข้อต่อไป!"

เสียงของเฉินเช่อดังก้องจนสะเทือนไปถึงทรวงอก

"พูดจาอ่อนน้อม!"

"ซื้อขายยุติธรรม!"

"ยืมแล้วต้องคืน!"

"ทำพังต้องชดใช้!"

"ห้ามทุบตีและด่าทอ!"

"ห้ามเหยียบย่ำทำลายพืชผลการเกษตร!"

"ห้ามลวนลามหญิงสาวชาวบ้าน!"

"ห้ามทรมานเชลยศึก!"

"หากผู้ใดฝ่าฝืนกฎทั้งแปดข้อนี้ จะต้องถูกลงโทษตามกฎอัยการศึกอย่างเด็ดขาด!"

"ข้ารู้ว่าพวกเจ้ายังไม่เข้าใจ และยังจำไม่ได้! แต่ไม่เป็นไร พวกเรามีเวลาถมเถไปที่จะค่อยๆ ปรับตัวกัน!" "ทุกคนระวัง!"

"ยืนตัวตรง!"

จู่ๆ เฉินเช่อก็ตวาดลั่น ทำเอาทุกคนสะดุ้งโหยง รีบยืดอกขึ้นตามสัญชาตญาณทันที

"ยืนยังไง"

เขาทำท่าให้ดู "ส้นเท้าชิด! ปลายเท้าแยกออกเล็กน้อย! แขนแนบลำตัว! สายตามองตรงไปข้างหน้า! ห้ามวอกแวก!"

จากนั้นเขาก็เดินเข้าไปในแถว ตรวจดูทีละคน

พอเห็นคนไหนยืนตัวเอียงไปเอียงมา เขาก็เตะเข้าที่ขาป้าบเข้าให้ ทำเอาทหารคนนั้นล้มลงไปคุกเข่ากับพื้น

"ยืนให้มันดีๆ!"

"ยืดอกขึ้น!"

"สายตามองตรงไปข้างหน้า!"

ผ่านไปสองชั่วยาม

ดวงอาทิตย์ใกล้จะตั้งฉากกับพื้นโลกแล้ว

ชาวบ้านมายืนมุงดูเหตุการณ์อยู่ไม่ไกลด้วยความอยากรู้อยากเห็น

"ตรง!"

"พัก!"

"จัดแถวทางขวา!"

"ขวาหัน!"

"ใครหันผิดทางไปดันพื้นห้าสิบครั้ง! ผิดหนึ่งครั้งข้าจะทำโทษหนึ่งครั้ง ทำให้จนกว่าขาและแขนของพวกเจ้าจะจำได้ว่าต้องหันไปทางไหน!"

เมื่อเห็นว่าการจัดแถวเริ่มเป็นรูปเป็นร่างขึ้นมาบ้างแล้ว เฉินเช่อก็พยักหน้าด้วยความพอใจ

เขารู้ดีว่าเรื่องแบบนี้มันใจร้อนไม่ได้ แค่วันนี้สามารถทำให้ทั้งทหารใหม่และทหารเก่าจำท่าทางพื้นฐานเหล่านี้ได้ ก็ถือว่าบรรลุเป้าหมายแล้ว

"ทำเสร็จหรือยัง!"

เฉินเช่อตะโกนถาม

ทหารที่ถูกลงโทษหอบหายใจแฮกๆ พยุงตัวลุกขึ้นยืน "เสร็จแล้วขอรับ!"

"ข้าไม่ได้ยิน!"

เฉินเช่อตะโกนเสียงดังขึ้นไปอีก

"เสร็จแล้วขอรับ!!"

เสียงตอบรับดังขึ้นกว่าเดิมมาก

"ดังกว่านี้อีก!"

"เสร็จแล้วโว้ย!!!" เหล่าทหารกลั้นใจตะโกนตอบสุดเสียง

"ดี!"

ในที่สุดรอยยิ้มก็ปรากฏขึ้นบนใบหน้าของเฉินเช่อ น้ำเสียงของเขาเปลี่ยนไป

"ยืนมาทั้งเช้า ตากลมมาตั้งนาน คงจะหนาวแย่แล้วสิท่า"

พวกทหารพยักหน้ารัวๆ เหมือนไก่จิกข้าวสาร คิดว่าในที่สุดความทรมานก็จบลงเสียที

แต่ผลปรากฏว่า...

"ทุกคนระวัง! กลับหลังหัน!" คำสั่งใหม่ร่วงหล่นลงมาทับถมอีก "วิ่งรอบค่ายยี่สิบลี้! ปฏิบัติ! เร็วเข้าๆๆ!"

พวกทหารพากันหน้าเหวอเป็นไก่ตาแตก แต่ก็ไม่มีใครกล้าขัดคำสั่ง ได้แต่ลากขาสองข้างที่หนักอึ้งราวกับถูกถ่วงด้วยตะกั่ววิ่งตามเฉินเช่อที่วิ่งนำหน้าไปแล้ว

"จัดแถวให้ดี!"

"วิ่งตามจังหวะที่ข้านับ!"

"นับหนึ่งให้ก้าวเท้าซ้าย! นับสองให้ก้าวเท้าขวา!"

"หนึ่งสองหนึ่ง!"

"หนึ่งสองหนึ่ง!"

กว่าจะตะเกียกตะกายวิ่งกลับมาถึงค่ายได้ พวกทหารก็รู้สึกเหมือนตายไปแล้วรอบหนึ่ง เหงื่อไหลท่วมตัวราวกับเพิ่งตกน้ำมา หอบหายใจแฮกๆ เหมือนเครื่องสูบลม ปอดแทบจะฉีกขาด หิวจนไส้กิ่วไปหมด

คราวนี้คงได้กินข้าวแล้วล่ะมั้ง

เพิ่งจะคิดจบ...

"วอร์มอัพเสร็จแล้ว ถึงเวลาฝึกของจริงซะที! เคล็ดวิชาหล่อหลอมร่างกาย เริ่มได้!"

"หา?!"

เสียงร้องโหยหวนระงมไปทั่วค่าย

ร่างกายที่เหนื่อยล้าจนแทบจะแหลกเป็นเสี่ยงๆ ถูกบังคับให้ขับเคลื่อนต่อไป พวกเขาต้องฝึกฝนอย่างหนักหน่วงไปอีกครึ่งชั่วยามเต็มๆ

กว่าเฉินเช่อจะสั่งหยุด ดวงอาทิตย์ก็คล้อยต่ำลงทางทิศตะวันตกแล้ว

ทุกคนเรี่ยวแรงเหือดหายราวกับถูกถอดกระดูก ไม่มีแรงแม้แต่จะอ้าปากพูด ในที่สุด... ก็จะได้พักซะทีใช่ไหม

แต่ความดีใจก็คงอยู่ได้ไม่ถึงเสี้ยววินาที

เฉินเช่อไม่ได้ปล่อยให้พวกเขาแยกย้ายกันกลับบ้าน

เขานำชายฉกรรจ์สองร้อยนายนี้เดินไปที่ลานกว้างทางทิศตะวันตกเฉียงใต้ของป้อมปราการหิน ซึ่งมีกระโจมขนาดใหญ่ตั้งเรียงรายอยู่หลายหลัง

"ตั้งแต่วันนี้เป็นต้นไป ที่นี่คือที่ซุกหัวนอนของพวกเจ้า!"

เฉินเช่อชี้มือไปที่กระโจม

"ทหารหนึ่งหมู่ต่อกระโจมหนึ่งหลัง! ป้ายไม้ที่แขวนอยู่หน้ากระโจมคือหมายเลขประจำหมู่ของพวกเจ้า! จำเอาไว้ให้ดี!"

"และที่สำคัญ ถ้าข้าไม่อนุญาต ห้ามใครหน้าไหนแอบออกไปข้างนอกเด็ดขาด!"

พอพวกทหารเดินเข้าไปดูข้างใน หัวใจก็หล่นวูบลงไปกองที่ตาตุ่มอีกรอบ... มีแต่เตียงไม้กระดานแข็งๆ เรียงต่อกันเป็นพืด!

จากนั้นพวกเขาก็ถูกต้อนไปที่โรงอาหาร และก็ต้องตกตะลึงอีกครั้ง

ลุงๆ ป้าๆ หลายคนเตรียมข้าวปลาอาหารร้อนๆ ควันฉุยรอท่าอยู่ก่อนแล้ว

"เข้าแถวให้เรียบร้อย!" เฉินเช่อตะโกนสั่ง "รอรับอาหารทีละคน!"

ยังดีที่อาหารมื้อนี้อุดมสมบูรณ์มาก มีทั้งเนื้อแกะชิ้นโต โจ๊กข้นๆ แถมในน้ำซุปยังมีมันแกะลอยฟ่องอยู่อีกต่างหาก ดีกว่าอาหารที่พวกเขาเคยกินเมื่อก่อนแบบเทียบไม่ติดเลย!

และที่น่าเซอร์ไพรส์ยิ่งกว่าก็คือ กินข้าวเสร็จแล้วทุกคนยังได้รับโอสถปราณโลหิตระดับต่ำสีแดงสดคนละหนึ่งเม็ดด้วย!

นี่คือรางวัลที่เฉินเช่อมอบให้สำหรับชัยชนะอันยิ่งใหญ่ในครั้งนี้!

พอพวกทหารได้จับเม็ดยาล้ำค่าไว้ในมือ ความเหนื่อยล้าก็เหมือนจะปลิวหายไปในพริบตา พวกเขาฉีกยิ้มกว้างออกมาด้วยความดีใจ

กินข้าวเสร็จ ยังไม่ทันจะได้พักให้หายเหนื่อย ฝันร้ายก็มาเยือนอีกระลอก

เฉินเช่อพาพวกเขาไปก่ออิฐฉาบปูนเสริมความแข็งแกร่งให้ป้อมปราการหิน ต้องแบกก้อนหิน ผสมโคลน ทำงานงกๆ ไปจนฟ้ามืดสนิท ถึงได้ลากสังขารที่แทบจะพังทลายกลับไปนอนแผ่หลาบนเตียงไม้กระดานแข็งๆ

เช้าวันต่อมา

ยังไม่ทันจะถึงยามสี่ เสียงตีฆ้องก็ดังกังวานแสบแก้วหู กระชากทุกคนให้ตื่นจากความฝันอันแสนหวาน

"ตื่นกันให้หมด!"

เสียงของเฉินเช่อดังกึกก้องอยู่หน้าค่าย "ข้าจะนับหนึ่งถึงร้อย ใครแต่งตัวไม่เสร็จแล้วไม่ออกมาตั้งแถว วันนี้ก็ถอดเสื้อผ้าฝึกมันทั้งวันนั่นแหละ!"

[จบแล้ว]

จบบทที่ บทที่ 11 - วินัยคือพลังรบ!

คัดลอกลิงก์แล้ว