- หน้าแรก
- อย่าเรียกผมว่าเทพมาร
- บทที่ 40 - ประกาศจากนิกาย
บทที่ 40 - ประกาศจากนิกาย
บทที่ 40 - ประกาศจากนิกาย
บทที่ 40 - ประกาศจากนิกาย
เมื่อเทียบกับเขตเมืองชั้นล่างที่สกปรกและวุ่นวายแล้ว สภาพแวดล้อมในเขตเมืองชั้นบนซึ่งตั้งอยู่บนพื้นที่ที่สูงกว่าทางตอนเหนือของตลาดการค้านั้นดีกว่ามาก
ศาลาว่าการเมือง, คริสตจักรแห่งความมั่งคั่ง, สาขาคริสตจักรแห่งความยุติธรรม, สาขาคริสตจักรแห่งแสงสว่าง, สมาคมนักรบ, ภาคีเวทมนตร์เร้นลับ และองค์กรอื่นๆ ล้วนตั้งอยู่ที่นี่
สถาบันคาโรเอน, บริษัทการค้าน้ำสนิม และกลุ่มอื่นๆ ก็จับจองพื้นที่ในเขตเมืองชั้นบนเช่นเดียวกัน
ห้องชุดพร้อมสวนที่ออกแบบมาอย่างพิถีพิถันมีให้เห็นอยู่ทุกหนทุกแห่ง แต่ละห้องล้วนมีราคาแพงลิบลิ่ว ราคาซื้อขายพุ่งสูงถึงหลักร้อยเหรียญทองเลยทีเดียว
ในเขตเมืองชั้นบนของเมืองท่าอิสระแห่งนี้ แม้แต่อากาศก็ยังอบอวลไปด้วยกลิ่นหอมหวานที่ทำให้ผู้คนรู้สึกสดชื่นเบิกบานใจ
นี่ไม่ใช่ความรู้สึกไปเอง แต่เป็นผลงานชิ้นเอกของก๊อบลินยักษ์ มหาเศรษฐีผู้มั่งคั่ง คาโรเอน ลากัน แห่งกลุ่มธุรกิจร่วมคาโรเอนของแท้อันเลื่องชื่อ ที่ลงทุนจ้างมหาจอมเวทย์ระดับสี่หลายคน ใช้เวทมนตร์ระดับสี่ เวทเสกฝน เพื่อผสมน้ำหอมกลิ่นเลมอนมิ้นต์ที่ผลิตจากโรงงานของเขาลงไปในสายฝน แล้วโปรยปรายลงมาทั่วทุกซอกทุกมุมของเขตเมืองชั้นบนเป็นประจำ
คาโรเอนยังได้จัดการให้ศาลาว่าการเมืองออกมาตรการภาษีใหม่ที่เรียกว่า 'ภาษีอากาศหอมหวาน' ให้เขาโดยเฉพาะอีกด้วย
คาโรเอนอ้างว่า เขาได้ทุ่มเงินมหาศาลเพื่อให้บริการดังกล่าว เพื่อให้ชาวเมืองท่าเรือกริมได้สัมผัสกับอากาศที่มีคุณภาพดีที่สุด
ด้วยเหตุนี้ จึงต้องเรียกเก็บภาษีจากผู้อยู่อาศัยในเขตเมืองชั้นบนเดือนละหนึ่งเหรียญเงิน เพื่อนำมาอุดหนุนกลุ่มธุรกิจของเขา
แน่นอนว่า ผู้ที่สามารถครอบครองสิทธิ์อยู่อาศัยในเขตเมืองชั้นบนได้ ส่วนใหญ่ก็ไม่ได้ใส่ใจกับเงินเพียงหนึ่งเหรียญเงินนี้เท่าใดนัก สิ่งที่พวกเขาให้ความสำคัญมากกว่าคือทำเลที่ตั้งอันยอดเยี่ยมและสภาพแวดล้อมการค้าที่เสรีต่างหาก
แม้ว่าความปลอดภัยในเขตเมืองชั้นล่างของท่าเรือกริมจะย่ำแย่และขาดการจัดการที่ดี แต่นั่นก็ขึ้นอยู่กับว่านำไปเปรียบเทียบกับสถานที่ใด
หากนำไปเปรียบเทียบกับเมืองชายแดนที่อยู่ติดกับพื้นที่ยึดครองของเทพมาร ซึ่งมีสัตว์ประหลาดกลายพันธุ์เดินเพ่นพ่าน สภาพแวดล้อมในเขตเมืองชั้นล่างก็นับว่าปลอดภัยมากแล้ว อย่างน้อยก็ไม่ต้องคอยหวาดผวาว่าจะมีสัตว์ประหลาดกลายพันธุ์ลอบเข้ามาขย้ำคอหอยตอนนอนหลับในตอนกลางคืน
ทางทิศเหนือของท่าเรือกริม มีเพียงที่ราบทุรกันดารสนธยาคั่นกลางระหว่างท่าเรือกริมกับชายแดนตอนใต้ของอาณาจักรเรยัคเท่านั้น
ด้วยความที่อาณาจักรเรยัคเป็นด่านหน้าคอยรับศึก พื้นที่ทุรกันดารแห่งนี้จึงยังไม่ได้รับผลกระทบจากเทพมารอย่างรุนแรงนัก สัตว์ประหลาดกลายพันธุ์ในพื้นที่นี้มีระดับไม่สูงและมีจำนวนจำกัด ยังไม่ถึงขั้นที่จะรวมตัวกันเป็นฝูงใหญ่เข้าโจมตีเมืองได้
ในช่วงไม่กี่ปีที่ผ่านมา สถานการณ์สงครามบริเวณชายแดนของอาณาจักรเรยัคทวีความตึงเครียดมากขึ้นเรื่อยๆ ขุนนางแห่งอาณาจักรเรยัคที่มีฐานะทางการเงินค่อนข้างดีหลายคนจึงเริ่มพิจารณาซื้อบ้านในท่าเรือกริม
หากเกิดเหตุการณ์ฝูงสัตว์ประหลาดกลายพันธุ์บุกโจมตี พวกเขาสามารถรับข่าวสารและหลบหนีมายังท่าเรือกริมด้วยเรือเหาะก๊อบลินได้ทันท่วงที และยังสามารถใช้เป็นข้ออ้างหลบเลี่ยงการเกณฑ์ทหารจากราชสำนักได้อีกด้วย
ด้วยเหตุผลนี้เอง ในช่วงไม่กี่ปีที่ผ่านมา เขตเมืองชั้นบนของท่าเรือกริมจึงเจริญรุ่งเรืองขึ้นอย่างรวดเร็ว
ทว่าความเจริญรุ่งเรืองของเขตเมืองชั้นบนเหล่านี้ แทบจะไม่มีส่วนเกี่ยวข้องอันใดกับเพต ชินาร์ ที่กำลังถอนหายใจเฮือกใหญ่อยู่เลยแม้แต่น้อย
"ข้าแด่เทพแห่งการแสวงหาความรู้เบื้องบน! เงื่อนไขในการแลกเปลี่ยนเวทมนตร์ระดับสามนี่ พระองค์เอาจริงหรือเนี่ย!"
เพตคร่ำครวญด้วยสีหน้าปวดร้าว
ข้อความที่ปรากฏชัดเจนในหัวของเขาคือ
[เป้าหมาย: เวทมนตร์ระดับสามของจอมเวทย์ พายุศรลี้ลับ]
[ความต้องการ: 150 แต้มความรู้]
"ร้อยห้าสิบแต้มเชียวหรือ! ต่อให้ข้าเอาตัวเองไปบูชายัญ จะมีค่าถึงร้อยห้าสิบแต้มเลยหรือนี่!"
ในฐานะที่เขาเป็นสาวกอย่างเป็นทางการคนแรกของเทพแห่งการแสวงหาความรู้ ในช่วงแรกเริ่มเขาได้รับสิทธิพิเศษมากมายจริงๆ อย่างเช่น ความหิวโหยของฮาดาร์ เวทล่วงรู้นามแท้ และเวทมนตร์ระดับหนึ่งอย่างศรลี้ลับ
ตอนที่เพตเรียนรู้เวทมนตร์เหล่านี้ โนเวนยังไม่ได้เปิดตัวระบบแลกเปลี่ยนด้วยแต้มความรู้เลยด้วยซ้ำ
ตอนนี้จำนวนสาวกเพิ่มมากขึ้น ช่วงเวลาแห่งความสุขสบายก็จบลงเสียแล้ว
เขาต้องการแลกเปลี่ยนเวทมนตร์ระดับสามสักบทเพื่อนำไปใช้ในการสอบเลื่อนขั้นจบการศึกษาของสถาบันคาโรเอน แต่เมื่อเห็นตัวเลขหนึ่งร้อยห้าสิบแต้มความรู้ เขาก็แทบจะหน้ามืดล้มพับไปเลย
แม้ว่าเขาจะเชี่ยวชาญเวทมนตร์ระดับสามอย่าง ความหิวโหยของฮาดาร์ แล้วก็ตาม แต่ทว่า... เวทมนตร์บทนี้ ไม่สามารถนำไปใช้ในการสอบได้!
มาตรฐานการประเมินของสาขาลี้ลับแห่งสถาบันคาโรเอนก็คือ การร่ายเวทมนตร์สายอาร์เคนระดับสามให้สำเร็จ จึงจะถือว่าผ่านเกณฑ์ และได้รับใบรับรองจอมเวทย์ระดับสาม
แต่ความหิวโหยของฮาดาร์ ไม่ได้จัดอยู่ในสายอาร์เคน หรือแม้กระทั่งไม่ใช่เวทมนตร์ปกติด้วยซ้ำ
เพตเคยไปค้นหาข้อมูลที่หอสมุดของสถาบันคาโรเอนมาแล้ว พบว่า ความหิวโหยของฮาดาร์ ถูกบันทึกไว้ในหมวด 'เวทมนตร์ต้องห้าม'
คำอธิบายในหนังสือระบุว่า หลักการของเวทมนตร์บทนี้คือการใช้พลังของโครงข่ายเวทมนตร์เพื่อสื่อสารกับความว่างเปล่า และยืมพลังจากความว่างเปล่ามากัดกร่อนและกลืนกินสิ่งมีชีวิตที่ตกอยู่ภายใต้อิทธิพลของมัน
ตามตำนานเล่าขาน เทพมารนั้นถือกำเนิดขึ้นจากความว่างเปล่า
ด้วยเหตุนี้ เวทมนตร์หรือสิ่งของใดๆ ก็ตามที่มีความเกี่ยวข้องกับความว่างเปล่า ปัจจุบันจึงถูกสั่งห้ามใช้เกือบทั้งหมด เพื่อป้องกันไม่ให้ถูกเพ่งเล็งจากเทพมารหากมีการใช้งานมากเกินไป
ในตอนนั้นเพตไม่มีทางเลือก มีเวทมนตร์บทใดให้ใช้ก็ต้องใช้ไปก่อน
แต่ตอนนี้เขาไม่กล้าใช้เวทมนตร์ระดับสามบทนี้อีกแล้ว เขาจึงต้องหาวิธีเรียนรู้เวทมนตร์บทใหม่ที่สามารถนำไปใช้ผ่านการสอบให้จงได้
แม้ว่าการกลับมาจากร้านเหล้าของเรน่า มาสู่หอพักนักศึกษาที่สถาบันคาโรเอนจัดเตรียมไว้ให้ จะทำให้เพตได้กลับมาใช้ชีวิตอย่างสะดวกสบายเช่นเดิม แต่ทว่าแต้มความรู้ที่เคยเพิ่มขึ้นอย่างรวดเร็ว กลับกลายเป็นว่ามีใช้อย่างจำกัดจำเขี่ยไปเสียแล้ว!
แหล่งที่มาของแต้มความรู้ที่มั่นคง เพตรู้เพียงแค่สามวิธีเท่านั้น
การทำสมาธิวันละครั้ง นอกจากจะช่วยเพิ่มพลังจิตให้ตัวเองแล้ว ยังสามารถสำเร็จภารกิจประจำวันอย่าง การทำสมาธิ ได้อีกด้วย ซึ่งจะได้รับแต้มความรู้ตั้งแต่ 0.01 แต้มไปจนถึง 1 แต้ม
การทำพิธีสวดมนต์วันละครั้ง สามารถได้รับแต้มความรู้ 1 แต้ม
และอีกวิธีคือการทำภารกิจประจำสัปดาห์ สัจธรรมขององค์ผู้เป็นเจ้าสาดส่องทั่วหล้า ให้สำเร็จ หากสามารถเผยแผ่ศาสนาได้สำเร็จ ก็จะได้รับแต้มความรู้เป็นรางวัล 5 แต้ม!
เพตลองคำนวณดูแล้ว
ต่อให้เขาทำภารกิจทั้งสามนี้จนได้รางวัลสูงสุดอย่างเต็มเม็ดเต็มหน่วย อย่างมากที่สุดในหนึ่งสัปดาห์เขาก็จะได้แต้มความรู้ไม่ถึงยี่สิบแต้มด้วยซ้ำ!
เมื่อนำไปรวมกับแต้มความรู้สิบแต้มที่เขามีอยู่ในตอนนี้
เท่ากับว่าเขาต้องใช้เวลาถึงเจ็ดสัปดาห์กว่าๆ จึงจะสะสมแต้มความรู้ได้มากพอที่จะแลกเปลี่ยนเวทมนตร์ระดับสามได้!
"เจ็ดสัปดาห์เชียวหรือ! ข้ารอไม่ไหวหรอกนะ!"
เพตร้อนใจเป็นอย่างมาก ร้อนใจจนแทบนั่งไม่ติด
ตอนนี้เป็นช่วงปลายเดือนหกแล้ว เหลือเวลาอีกไม่ถึงหนึ่งเดือน ก็จะถึงการสอบเลื่อนขั้นจบการศึกษาของสถาบันคาโรเอน
ถ้าจะพูดให้ถูกก็คือ เหลือเวลาอีกแค่สิบห้าวันเท่านั้น
หากเขาไม่สามารถเรียนรู้เวทมนตร์ระดับสามที่เหมาะสมได้ทันก่อนการสอบมาถึง เขาก็จะพลาดใบรับรองจอมเวทย์ระดับสามจากสถาบัน
ส่วนเรื่องที่จะไปเข้าร่วมการสอบของภาคีเวทมนตร์เร้นลับในภายหลัง สำหรับเพตแล้ว ยิ่งหมดหวังเข้าไปใหญ่
เหตุผลนั้นง่ายมาก
หนึ่งในมาตรฐานการประเมินของภาคีเวทมนตร์เร้นลับระบุไว้ว่า
พวกเขารับเฉพาะผู้ที่เข้าใจความลี้ลับของการร่ายเวทมนตร์ผ่านความศรัทธาต่อเทพีแห่งเวทมนตร์เท่านั้น!
ตามตำนานเล่าขาน เทพีแห่งเวทมนตร์ทรงครอบครองโครงข่ายเวทมนตร์ แต่พระองค์ทรงใจกว้างมอบสิทธิ์ในการใช้โครงข่ายเวทมนตร์ให้แก่เทพเจ้าองค์อื่นๆ ด้วย
ด้วยเหตุนี้ สาวกของเทพภายนอกบางองค์ หลังจากได้รับพลังศรัทธาจากเทพภายนอกแล้ว ก็สามารถสื่อสารกับโครงข่ายเวทมนตร์เพื่อร่ายเวทได้เช่นกัน
บุคคลเหล่านี้จะไม่ได้รับการยอมรับจากภาคีเวทมนตร์เร้นลับ ไม่มีการจัดระดับขั้น ไม่ว่าความแข็งแกร่งของพวกเขาจะอยู่ในระดับใด พวกเขาล้วนถูกเหมารวมเรียกว่า 'จอมเวทย์เถื่อน'
มีเพียงการสอบของสถาบันคาโรเอนเท่านั้นที่ยอมผ่อนปรนให้ ไม่ว่าจะเป็นสาวกของเทพเจ้าองค์ใด ขอเพียงสามารถร่ายเวทมนตร์สายอาร์เคนระดับสามออกมาได้ ก็จะมอบใบรับรองให้ทันที
ความรู้ด้านเวทมนตร์ของเพตนั้นได้รับมาจากเทพแห่งการแสวงหาความรู้ โนเวน เขาไม่ได้สวดภาวนาต่อเทพีแห่งเวทมนตร์อีกต่อไปแล้ว จึงไม่ตรงตามเงื่อนไขของภาคีเวทมนตร์เร้นลับเลยแม้แต่น้อย
แม้ว่าเพตจะเปลี่ยนความคิด ไม่ได้ตั้งใจจะแค่มาคว้าใบรับรองระดับสาม แล้วกลับไปสืบทอดบรรดาศักดิ์ขุนนางของบิดาเพื่อใช้ชีวิตไปวันๆ รอความตายอีกต่อไปแล้วก็ตาม
แต่การจะได้รับใบรับรองผู้ใช้พลังระดับสามหรือไม่นั้น จะส่งผลโดยตรงต่อการที่เขาจะสามารถครอบครองดินแดนศักดินาและซ่องสุมกองกำลังทหารส่วนตัวภายในอาณาจักรเรยัคได้อย่างชอบธรรมหรือไม่ในอนาคต!
นี่มันเกี่ยวพันถึงความทะเยอทะยานของเขาเชียวนะ!
ในขณะที่เพตกำลังจนตรอกอยู่นั้น ข้อความใหม่ก็ปรากฏขึ้นในหัวของเขาอย่างไม่มีปี่มีขลุ่ย
[ประกาศจากนิกายแสวงหาความรู้]
[กิจกรรมจำกัดเวลาครั้งแรกกำลังจะเริ่มขึ้น!]
[กิจกรรม: กวาดล้างแก๊งเขี้ยวเลือด]
...
[จบแล้ว]