เราไม่เผยแพร่ผลงานที่มีลิขสิทธิ์ในประเทศไทย หากท่านพบเนื้อหาที่ละเมิดลิขสิทธิ์ แจ้งได้ที่เพจ Facebook NovelStore เราจะลบให้โดยเร็ว
ปัญหาการใช้งานเว็บไซต์ ติดต่อได้ที่เพจดังกล่าว
We do not publish or distribute copyrighted works in Thailand. To report infringing content, contact us via our Facebook page and we will remove it promptly. For other issues, use the same channel.

บทที่ 36 - เจ้าก็รู้ว่าข้าเป็นคนเก็บความลับเก่งที่สุด

บทที่ 36 - เจ้าก็รู้ว่าข้าเป็นคนเก็บความลับเก่งที่สุด

บทที่ 36 - เจ้าก็รู้ว่าข้าเป็นคนเก็บความลับเก่งที่สุด


บทที่ 36 - เจ้าก็รู้ว่าข้าเป็นคนเก็บความลับเก่งที่สุด

แบรนดอนได้ยินดังนั้นก็ครุ่นคิดอยู่ไม่กี่วินาที เขาวางงานในมือลงจริงๆ แล้วกระดิกนิ้วเรียกเพื่อนร่วมงาน

"ก็ได้ เจ้าขยับเข้ามาใกล้ๆ หน่อย ข้าจะแอบบอกเจ้า"

เมื่อเห็นสีหน้าจริงจังของแบรนดอน เพื่อนร่วมงานก็กลับเป็นฝ่ายประหลาดใจเสียเอง

"มีเรื่องสำคัญจริงๆ หรือ"

แบรนดอนตอบรับในลำคอ "ข้าจะบอกเจ้าให้รู้ไว้ การขัดสลักเกลียวก็ถือเป็นการฝึกฝนอย่างหนึ่งนะ"

"ตอนนี้ข้าสามารถขัดสลักเกลียวเพื่อเรียนรู้ทักษะต่อสู้ของอาชีพนักรบได้แล้วล่ะ"

"พรืด!"

"มุกตลกนี้ไม่เลวเลย ข้ายอมรับว่าเจ้าทำให้ข้าขำได้จริงๆ!" เพื่อนร่วมงานระเบิดเสียงหัวเราะลั่น "พึ่งพาแค่สิ่งนี้เนี่ยนะ อาศัยการขัดสลักเกลียวเนี่ยนะ"

"ถ้าเป็นอย่างที่เจ้าว่า นักรบระดับตำนานเหล่านั้นคงจะฝึกสำเร็จมาจากการขัดสลักเกลียวสินะ"

"ไอ้ทึ่มเอ๊ย จะเชื่อหรือไม่ก็แล้วแต่เจ้าสิ!" แบรนดอนสบถ

เพื่อนร่วมงานหัวเราะอยู่นาน อดไม่ได้ที่จะหยอกล้อแบรนดอนต่อ "เอาอย่างนี้ เจ้าลองอธิบายรายละเอียดมาหน่อยสิ ว่าการขัดสลักเกลียวกับอาชีพนักรบมันเกี่ยวข้องกันตรงที่ใด"

"เจ้าก็รู้ ข้าเป็นคนปากหนัก เก็บความลับเก่งที่สุด"

"หากการขัดสลักเกลียวสามารถทำให้กลายเป็นนักรบได้จริงๆ เจ้าลองบอกวิธีนั้นแก่ข้าสิ วันหน้าเมื่อข้าสร้างชื่อเสียงและหาเงินได้เป็นกอบเป็นกำ ข้าจะแบ่งให้เจ้าสามส่วนเลย ดีหรือไม่"

แบรนดอนมองหน้าอีกฝ่ายด้วยสีหน้าประหลาดใจเล็กน้อย "เจ้าแน่ใจนะ"

เพื่อนร่วมงานยังคงทำท่าทีไม่ใส่ใจนัก "ก็แหงสิ มีวิธีดีๆ อันใดก็รีบแบ่งปันมาเถอะ"

แบรนดอนถามต่อ "ถ้าข้าบอกเจ้าว่า มีเทพเจ้าผู้ทรงฤทธานุภาพอยู่องค์หนึ่ง เพียงแค่เจ้ามอบความศรัทธาให้ พระองค์ก็จะประทานวิธีที่จะช่วยให้เจ้ากลายเป็นผู้ใช้พลังได้ เจ้าจะเชื่อหรือไม่"

"เดี๋ยวๆ ขัดจังหวะสักครู่..."

เพื่อนร่วมงานมองแบรนดอนด้วยความเคลือบแคลงสงสัย

"คำพูดของเจ้า เหตุใดข้าถึงรู้สึกว่ามันฟังดูทะแม่งๆ เหมือนเป็นเทพมารเลยล่ะ"

"คริสตจักรแห่งแสงสว่างก็เคยบอกไว้ไม่ใช่หรือ ว่าเทพมารสามารถยัดเยียดพลังให้ได้ ทำให้คนธรรมดามีพลังแข็งแกร่งและกลายเป็นผู้ใช้พลังได้อย่างรวดเร็วในเวลาอันสั้น แต่สุดท้ายก็ต้องสูญเสียสติสัมปชัญญะและร่วงหล่นกลายเป็นสัตว์ประหลาดอยู่ดี"

แบรนดอนรีบอธิบายแก้ต่าง "ไม่ ไม่ ไม่ใช่เทพมาร!"

"อีกฝ่ายคือเทพเจ้าปกติ เพียงแต่อำนาจหน้าที่ของพระองค์ค่อนข้างพิเศษก็เท่านั้น"

"ปัดโธ่เอ๊ย ถ้านั่นไม่ใช่เทพมาร ข้าก็ต้องเชื่ออยู่แล้วสิ!"

เพื่อนร่วมงานตอบกลับมาโดยไม่เสียเวลาคิดแม้แต่วินาทีเดียว

"เรื่องแบบนี้ยังต้องถามอีกหรือว่าเชื่อหรือไม่ หากมีตัวตนอันยิ่งใหญ่เช่นนั้นอยู่จริง ข้าก็ไม่ต้องมานั่งสวดอ้อนวอนต่อพรูสต์ เทพแห่งความมั่งคั่งทุกวันว่าเมื่อใดข้าถึงจะรวยสักที รับรองได้เลยว่าข้าจะเปลี่ยนศาสนาเดี๋ยวนั้นเลย!"

"เจ้าลองคิดดูสิ ไม่ว่าจะอยากฝึกฝนในเส้นทางใด มันไม่ใช่ว่าแค่มอบความศรัทธาแล้วจะได้เป็นผู้ใช้พลังเลยเสียเมื่อไหร่ ต้องไปหาคริสตจักร ให้พวกเขาเป็นผู้นำทาง เพื่ออ้อนวอนขอให้เทพเจ้าทอดพระเนตรลงมาประทานพรให้"

"แต่เทพเจ้าอย่างที่เจ้าบอก เพียงแค่มอบความศรัทธาก็ได้เป็นผู้ใช้พลังแล้ว"

"นี่มันเทพเจ้าอันใดกัน นี่มันบิดาบังเกิดเกล้า บรรพบุรุษของข้าชัดๆ!"

แบรนดอนอดขำไม่ได้กับคำพูดที่ดูโอเวอร์เกินจริงของเพื่อนร่วมงาน ก่อนจะปรับสีหน้าให้จริงจังขึ้น

"ข้าไม่ได้พูดล้อเล่น เพราะ... มีเทพเจ้าเช่นนั้นอยู่จริงๆ"

"เรื่องที่ข้าพูดไป ล้วนเป็นความจริงทั้งสิ้น"

"หลังจากที่ข้ามอบความศรัทธาให้แก่พระองค์แล้ว พระองค์ก็ทรงตอบรับข้าจริงๆ และยังทรงบอกวิธีฝึกฝนเพื่อควบคุมความโกรธให้ข้าด้วย"

เมื่อพูดจบ แบรนดอนก็หลับตาลงเล็กน้อย และค่อยๆ กระตุ้นและควบคุมความโกรธตามประสบการณ์ที่ฝึกฝนมา

แม้จะยังไม่สามารถนำความโกรธไปประสานกับทักษะต่อสู้ได้ แต่เขาก็สามารถอาศัยความโกรธเพื่อแผ่ 'จิตสังหาร' ซึ่งเป็นเอกลักษณ์เฉพาะของนักรบออกมาได้บ้างแล้ว

คราวนี้เพื่อนร่วมงานถึงกับหัวเราะไม่ออก

ตอนแรกคิดว่ากำลังพูดล้อเล่นกันอยู่ แต่แบรนดอนกลับเอาจริงเสียแล้ว!

"เรื่องจริงหรือนี่"

"เรื่องจริงสิ!"

"มีตัวตนเช่นนั้นอยู่จริงๆ หรือ"

"จริงแท้แน่นอน!"

"พระองค์ตอบรับสาวกได้จริงๆ หรือ..."

"โธ่เอ๊ย ข้าบอกแล้วว่าเจ้าจะเซ้าซี้อันใดนักหนา! ข้าบอกแล้วไงว่าเป็นเรื่องจริง ข้าก็ได้รับพรจากพระองค์มาแล้ว จะเป็นของปลอมไปได้อย่างไรกัน" แบรนดอนที่ถูกถามจนรำคาญพูดขัดขึ้น

เพื่อนร่วมงาน "ซี๊ด!! แล้วถ้าข้าอยากจะมอบความศรัทธาให้แก่พระองค์บ้าง ข้าจะต้องแลกด้วยสิ่งใด คริสตจักรตั้งอยู่ที่ใด หากเข้าเป็นสาวกแล้วอยากจะฟังโองการเทพต้องจ่ายเงินเท่าใด"

แบรนดอนนึกถึงโองการเทพที่เขาได้รับตอนสวดภาวนา

"นามแห่งความเป็นเทพของพระองค์คือ เทพแห่งการแสวงหาความรู้ โนเวน เพื่อชี้นำมนุษย์ผู้หลงทาง และเผยแผ่สัจธรรมอันยิ่งใหญ่ให้ขจรขจาย พระองค์จึงออกเดินทางไปทั่วโลกหล้า"

"ดังนั้นจึงไม่มีการเรียกเก็บเงินทองโดยอ้างเรื่องการเผยแผ่ศาสนาแต่อย่างใด"

"สิ่งที่นิกายแสวงหาความรู้ต้องการจากสาวก ก็มีเพียงความพยายามของพวกเขาเองเท่านั้น"

"รางวัลทุกอย่างต้องอาศัยความพยายามจึงจะได้มา"

แบรนดอนถ่ายทอดโองการเทพที่ตนได้รับให้ฟัง และเตือนเพื่อนร่วมงานอย่างจริงจังว่า "ข้าขอบอกไว้ก่อนเลยนะ เทพแห่งการแสวงหาความรู้ทรงโปรดที่จะปฏิบัติต่อสาวกทุกคนอย่างเท่าเทียมกันก็จริง"

"แต่ในเมื่อเจ้าต้องการรับความรู้จากพระองค์ เจ้าก็ต้องมีความศรัทธาที่แท้จริง และสำนึกในบุญคุณของสิ่งที่เทพแห่งการแสวงหาความรู้ประทานให้"

"โอกาสที่จะได้เป็นสาวกของพระองค์นั้นล้ำค่ายิ่งนัก"

"เทพแห่งการแสวงหาความรู้จะคอยเฝ้ามองสาวกของพระองค์อยู่เสมอ"

"หากเจ้าคิดไม่ซื่อ พระองค์ก็สามารถริบพลังที่เคยมอบให้คืนได้ทุกเมื่อเช่นกัน"

ท่าทีของเพื่อนร่วมงานก็เริ่มจริงจังขึ้นตามไปด้วย

"แน่นอนสิ เรื่องพวกนี้ไม่ต้องให้เจ้าบอกข้าก็เข้าใจดี"

"โอกาสที่ล้ำค่าเช่นนี้ ข้าต้องมอบความศรัทธาให้อย่างหมดหัวใจอยู่แล้ว!"

"เจ้าก็รู้ ข้าเป็นคนปากหนักมาก ข้าจะไม่เอาไปแพร่งพรายมั่วซั่วแน่นอน ข้ารับรองได้ว่าเรื่องนี้ ฟ้าดินรับรู้ เจ้ารู้ ข้ารู้!"

"ตกลงว่าข้าต้องทำเช่นไร ถึงจะได้เป็นสาวกของเทพแห่งการแสวงหาความรู้"

...

เมื่อเผยแผ่ความศรัทธาต่อเทพแห่งการแสวงหาความรู้ให้แก่สหายสำเร็จ แบรนดอนก็ดีใจเป็นอย่างยิ่ง

เพราะเขาใกล้จะสะสมแต้มความรู้ได้ครบแล้ว!

หากต้องการก้าวเป็นนักรบระดับหนึ่ง การควบคุมความโกรธให้ได้นั้นเป็นเพียงจุดเริ่มต้นเท่านั้น

ขั้นตอนต่อไปคือ ต้องเชี่ยวชาญทักษะต่อสู้อย่างน้อยหนึ่งอย่าง และสามารถประสานความโกรธเข้าไปในทักษะต่อสู้นั้นได้

แบรนดอนย่อมไม่มีความรู้เรื่องทักษะต่อสู้ใดๆ อยู่แล้ว เขาจึงสวดภาวนาต่อโนเวนเพื่อขอความช่วยเหลือต่อไป

และเขาก็ได้รับการตอบสนองจริงๆ

[เป้าหมาย: ทักษะต่อสู้ระดับหนึ่งของนักรบ ทักษะจู่โจมผู้กล้า]

[ความต้องการ: 15 แต้มความรู้]

แต้มที่ต้องการในระดับนี้ ถือเป็นห้าเท่าของแต้มความรู้ที่ต้องใช้ในการควบคุมความโกรธในตอนแรกเลยทีเดียว!

สวัสดิการของสาวกใหม่มีเพียงสิบแต้มความรู้เท่านั้น เมื่อนำไปแลกเปลี่ยนเป็นความรู้แล้วก็ยิ่งเหลือน้อยลงไปอีก

หากต้องการแลกเปลี่ยนความรู้ใหม่ เขาก็ต้องหาวิธีสะสมแต้มให้ได้มากขึ้น

เขาขัดสลักเกลียวง่วนอยู่ทั้งเช้า สุดท้ายก็ไปกระตุ้นรางวัลที่ชื่อว่า การใช้แรงงาน แต่กลับให้แต้มความรู้มาแค่ ศูนย์จุดสามแต้มเท่านั้น

ด้วยเหตุนี้ แบรนดอนจึงให้ความสนใจกับภารกิจ สัจธรรมขององค์ผู้เป็นเจ้าสาดส่องทั่วหล้า เป็นพิเศษ

ขอเพียงเผยแผ่ศาสนาให้คนอื่นได้สำเร็จหนึ่งคน ก็จะได้รับรางวัลเป็นแต้มความรู้ห้าแต้ม!

กล่าวอีกนัยหนึ่ง ขอเพียงเขาเผยแผ่ศาสนาให้คนได้สามคน เขาก็จะได้รับความรู้เรื่องทักษะจู่โจมผู้กล้ามาทันที!

เมื่อเทียบกับการสวดภาวนาและการใช้แรงงานที่เชื่องช้าแล้ว

แต้มความรู้ที่ได้จากการเผยแผ่ศาสนาได้สำเร็จนั้นเห็นได้ชัดว่ารวดเร็วกว่ามาก!

หลังจากตระหนักถึงจุดนี้ได้ เมื่อเพื่อนร่วมงานเอ่ยปากถามพอดี แบรนดอนจึงฉวยโอกาสนี้เผยแผ่ความศรัทธาต่อเทพแห่งการแสวงหาความรู้ให้อีกฝ่ายไปในตัวเสียเลย!

เขาได้รับแต้มความรู้

ส่วนเพื่อนร่วมงานก็ได้กลายเป็นสาวกคนใหม่

พวกเขาทั้งคู่ต่างก็มีอนาคตที่สดใสรออยู่

แต่ทว่า...

ในขณะนี้แบรนดอนยังไม่รู้ตัวเลยว่า

คนที่คิดเรื่องนี้ตกนั้น ไม่ได้มีเพียงเขาแค่คนเดียว!

...

คืนนั้น ณ ร้านเหล้าหัวหมู

"ข้าจะบอกอะไรให้นะ นี่เป็นโอกาสที่หาได้ยากยิ่ง ข้าเห็นว่าเจ้าเป็นสหายรักของข้า ข้าถึงยอมเล่าให้ฟัง เจ้าต้องเก็บรักษามันไว้ให้ดี ห้ามเอาไปบอกผู้ใดเด็ดขาดนะ!"

เพื่อนร่วมงานที่ถูกแบรนดอนเผยแผ่ศาสนาให้จนสำเร็จ นั่งอยู่ที่โต๊ะไม้ริมกำแพง เขากำลังกระซิบกระซาบด้วยท่าทีลึกลับกับสหายของเขา

อีกฝ่ายมีสีหน้าตื่นเต้นสุดขีด

"วางใจเถอะ ข้าเข้าใจ ข้าเข้าใจดี!"

"เจ้าก็รู้ ข้าเป็นคนปากหนักที่สุดเลย!"

"เรื่องดีๆ เช่นนี้ ข้าไม่มีทางไปเล่าให้คนอื่นฟังแน่นอน! เจ้ารู้ ข้ารู้ รับรองว่าจะไม่มีบุคคลที่สามล่วงรู้เด็ดขาด!"

"รีบเล่ามาเร็วเข้า ข้าต้องทำเช่นไร ถึงจะสามารถมอบความศรัทธาแด่เทพแห่งการแสวงหาความรู้ได้!"

...

[จบแล้ว]

จบบทที่ บทที่ 36 - เจ้าก็รู้ว่าข้าเป็นคนเก็บความลับเก่งที่สุด

คัดลอกลิงก์แล้ว