- หน้าแรก
- อย่าเรียกผมว่าเทพมาร
- บทที่ 23 - กฎเกณฑ์ประหลาด
บทที่ 23 - กฎเกณฑ์ประหลาด
บทที่ 23 - กฎเกณฑ์ประหลาด
บทที่ 23 - กฎเกณฑ์ประหลาด
หลายวันต่อมา กลางดึก
ร้านเหล้าพี่น้องโมเนีย ห้องเก็บสุราใต้ดิน
ห้องใต้ดินที่เคยเต็มไปด้วยถังไม้บรรจุสุราถูกเรน่าทำความสะอาดชั่วคราว เพื่อจัดเตรียมพื้นที่ให้เพียงพอสำหรับการประกอบพิธี ทว่าในอากาศยังคงอบอวลไปด้วยกลิ่นสุราที่ชวนให้มึนเมา
เพตผู้หิ้วกระเป๋าเดินเข้ามาจากประตูหลังถึงกับมึนหัวเล็กน้อยเพราะกลิ่นคละคลุ้ง เขาพยายามส่ายหัวเพื่อเรียกสติกลับคืนมา
"เทพแห่งการแสวงหาความรู้ช่างใจกว้างเสียจริง หากเป็นเทพองค์อื่น การมาจัดวิชาเทวะในสถานที่เช่นนี้ อย่างน้อยๆ ก็ต้องโดนข้อหาลบหลู่เบื้องบนเป็นแน่"
ขณะที่กวาดสายตามองสภาพแวดล้อมรอบตัว เพตก็อดไม่ได้ที่จะบ่นอุบ
เรน่าเองก็รู้สึกกังวลเล็กน้อย "สภาพแวดล้อมเช่นนี้ จะไม่มีปัญหาจริงๆ หรือเจ้าคะ"
"ไม่น่าจะมีปัญหาอันใด เมื่อครู่ข้าลองทำสมาธิสอบถามเทพแห่งการแสวงหาความรู้แล้ว พระองค์ไม่ได้ตรัสว่ามีปัญหาอันใด"
ก่อนหน้านี้เรน่าเคยเห็นผู้ดูแลคริสตจักรต่างๆ ใช้วิชาเทวะในหลายสถานการณ์ แต่ทุกครั้งล้วนจัดขึ้นในสถานที่ที่เป็นทางการ ขั้นตอนทั้งหมดต้องดำเนินไปอย่างเคร่งขรึม ทุกรายละเอียดต้องไร้ที่ติ
แล้วดูการจัดเตรียมของพวกเขาสิ
สถานที่ก็คือห้องเก็บสุราที่เคลียร์พื้นที่แบบขอไปที ขนาดถังสุรายังไม่ได้ขนออกไปเลย แค่เข็นไปกองรวมกันไว้ชิดกำแพงเท่านั้น
แสงสว่างก็แทบจะไม่มี มุมตะวันออกเฉียงใต้ของห้องใต้ดินมีช่องแสงบานเล็กๆ อยู่บานหนึ่ง แต่ตอนนี้ใกล้จะเที่ยงคืนแล้ว แสงจันทร์ที่ส่องผ่านช่องแสงลงมาไม่สามารถให้ความสว่างได้มากนัก ต้องพึ่งพาเทียนไม่กี่เล่มที่เรน่านำลงมาจากชั้นบนเป็นหลัก
เปลวไฟสลัววูบไหว วงเวทย์ที่ใช้สีผสมพลังเวทสีน้ำเงินวาดขึ้นอย่างลวกๆ กำลังเปล่งประกายลี้ลับออกมาเมื่อสะท้อนกับแสง ผสมผสานกับบรรยากาศเงียบสงัดรอบด้าน และคนสองคนที่มาพบกันอย่างลับๆ ล่อๆ...
พิธีวิชาเทวะที่ไม่รู้ว่าจะเกิดผลลัพธ์เช่นไร...
ความพยายามที่จะแสวงหาพลังอำนาจอันยิ่งใหญ่ที่ยังไม่อาจล่วงรู้...
เพตรู้สึกว่าภาพตรงหน้านี้มันคุ้นตากระไรอยู่
เมื่อลองใคร่ครวญดูให้ดี
นี่มันเหมือนกับพวกคนคลั่งชุดดำในถ้ำนั่นไม่มีผิดเพี้ยน!
ด้วยรอยแผลในใจจากประสบการณ์ครั้งก่อน เพตจึงรู้สึกต่อต้านภาพเหตุการณ์ทำนองนี้ขึ้นมาอย่างบอกไม่ถูก
"ไม่เป็นไรๆ เทพแห่งการแสวงหาความรู้ไม่ใช่เทพมารเสียหน่อย เทพมารล้วนเป็นเทพวิปลาสที่ไร้ซึ่งสติสัมปชัญญะ แต่เทพแห่งการแสวงหาความรู้นั้นมีสติสัมปชัญญะ ตอนนี้เราแค่มีข้อจำกัด สถานที่ประกอบพิธีจึงดูประหลาดไปสักหน่อยเท่านั้น!"
"เทพเจ้าที่ทรงพลังอย่างเทพแห่งการแสวงหาความรู้ ขอเพียงมีเวลาอีกสักนิด จะต้องมีผู้คนมากมายยินดีถวายความศรัทธาเป็นแน่ เมื่อมีผู้ศรัทธามากขึ้น ทุกอย่างก็จะเข้าสู่ระบบระเบียบเอง!"
เพตให้กำลังใจตนเอง ก่อนจะนำสิ่งของที่เตรียมมาออกมาจัดวางตามตำแหน่งที่ระบุไว้ในข้อมูลของเทพแห่งการแสวงหาความรู้
"เตรียมตัวให้พร้อม ประเดี๋ยวเราจะเริ่มพิธีกันแล้ว!"
"ขอเพียงเจ้าทำสำเร็จ ก็แสดงว่าระบบพิธีกรรมทำมือนี้ไม่มีปัญหา แล้วเราก็จะสามารถกอบโกยเงินทองมากมายในตลาดมืดของท่าเรือกริมได้!"
"ถึงตอนนั้น จะเดอร์สลีย์หรือหน้าไหนก็ไม่ใช่ปัญหาอีกต่อไป!"
...
ในช่วงเวลาหลายวันที่รอรวบรวมวัสดุสำหรับประกอบพิธี เพตกับเรน่าก็ไม่ได้อยู่เฉยๆ พวกเขาทดลองหลายสิ่งและพบกฎเกณฑ์บางอย่างที่เทพแห่งการแสวงหาความรู้ไม่ได้บอกอย่างชัดเจน แต่มีอยู่จริง
เพตเคยลองใช้การเขียน การพูด และวิธีอื่นๆ เพื่อถ่ายทอดวิธีการร่ายเวทศรลี้ลับที่โนเวนสอนเขา ให้นักเรียนคนอื่นในสถาบันคาโรเอนได้รับรู้ แต่ความพยายามทั้งหมดนั้นล้มเหลวไม่เป็นท่า
เมื่อใดก็ตามที่เพตพยายามจะแบ่งปันความรู้ที่เกี่ยวข้อง เขาจะราวกับเลือนหายไปจากโลกใบนี้ ผู้คนรอบข้างจะมองไม่เห็นตัวตนของเขาโดยอัตโนมัติ
ความรู้ที่บันทึกไว้บนแผ่นกระดาษหรือสื่ออื่นๆ ก็จะกลายเป็นเพียงรอยขีดเขียนที่ยุ่งเหยิงและไร้ระเบียบเมื่อถูกเขียนออกไป
ทั้งที่วิธีการร่ายเวทก็อยู่ในหัวของเขาแท้ๆ เพตถึงขั้นท่องจำความรู้เกี่ยวกับการร่ายเวทศรลี้ลับได้ทั้งหมด ตั้งแต่การดึงพลังจากโครงข่ายเวทมนตร์ไปจนถึงการคำนวณรูปแบบเวทเฉพาะเจาะจง
เพตยังแอบคิดด้วยซ้ำว่า ต่อให้ตอนนี้เขาละทิ้งความศรัทธาต่อเทพแห่งการแสวงหาความรู้ เขาก็น่าจะยังร่ายเวทนี้ได้ด้วยความทรงจำในหัว แต่มันกลับไม่สามารถนำไปสอนผู้อื่นได้เลย
แม้กระทั่งความรู้เกี่ยวกับพิธีทดสอบพรสวรรค์ เรน่าก็เคยลองแบ่งปันให้เพตฟังแล้ว ผลลัพธ์ก็คือล้มเหลวเช่นเดียวกัน
เรื่องนี้บีบบังคับให้เพตต้องนำแต้มความรู้ห้าแต้มที่ได้จากภารกิจ 'สัจธรรมขององค์ผู้เป็นเจ้าสาดส่องทั่วหล้า' ไปแลกเปลี่ยนเป็นความรู้ชุดเดียวกันจากเทพแห่งการแสวงหาความรู้
ส่วนเรื่องที่ว่าหากละทิ้งความศรัทธาแล้ว ความทรงจำเหล่านั้นจะยังอยู่หรือไม่ และจะสามารถนำไปแบ่งปันได้หรือไม่นั้น เนื่องจากบทลงโทษของการทิ้งศรัทธานั้นรุนแรงเกินไป เพตจึงไม่กล้าทดลอง
ทางด้านเรน่า นางได้ค้นพบวิธีที่สามารถได้รับแต้มความรู้อย่างสม่ำเสมอ
การสวดภาวนาอย่างตั้งใจทุกวันจะได้รับแต้มความรู้หนึ่งแต้ม สิ่งนี้ถูกค้นพบเป็นอย่างแรก เพราะนางก็ต้องสวดภาวนาต่อเทพแห่งแสงสว่างเป็นประจำทุกวันอยู่แล้ว ตอนนี้ก็แค่เพิ่มเทพอีกองค์เข้ามา
เผ่าพันธุ์ทรงภูมิปัญญาในทวีปแพลนทิสล้วนเป็นผู้ศรัทธาในเทพหลายองค์ การไหว้เทพองค์นี้เสร็จแล้วไปไหว้เทพองค์นั้นต่อถือเป็นเรื่องปกติวิสัย
นอกจากนี้ เรน่ายังพบวิธีรับแต้มความรู้ที่แปลกประหลาดอีกอย่างหนึ่งด้วย
เมื่อนางทำความสะอาดร้านเหล้าของตัวเองอย่างตั้งใจเหมือนเช่นทุกวัน ก็มีข้อความแจ้งเตือนปรากฏขึ้น
[ภารกิจ: ใช้แรงงาน - ประจำวัน - ทำซ้ำได้]
[ท่านได้รับ 1 แต้มความรู้]
เรน่านำเรื่องนี้ไปเล่าให้เพตฟัง และเมื่อเพตลองทดสอบดู เขาก็สามารถยืนยันวิธีการนี้ได้
เมื่อเพตทำการทำสมาธิอย่างตั้งใจเพื่อสวดภาวนาต่อเทพีแห่งเวทมนตร์ และเสริมสร้างการเชื่อมต่อระหว่างตนเองกับโครงข่ายเวทมนตร์ เขาก็ได้รับการแจ้งเตือนที่คล้ายกัน
[ภารกิจ: ทำสมาธิ - ประจำวัน - ทำซ้ำได้]
[ท่านได้รับ 1 แต้มความรู้]
อย่างไรก็ตาม เมื่อเพตลองทำความสะอาดแบบเดียวกับที่เรน่าทำ เขากลับไม่ได้รับข้อความแจ้งเตือนใดๆ
เพตคาดเดาในเบื้องต้นว่า สิ่งนี้น่าจะเกี่ยวข้องกับสถานะที่แตกต่างกันของพวกเขาทั้งสอง
เรน่ายังเป็นเพียงคนธรรมดา ส่วนเพตเป็นผู้ใช้พลังสายเวทมนตร์แล้ว
พวกเขาจำเป็นต้องทำเรื่องที่สอดคล้องกับสถานะของตนเอง จึงจะได้รับแต้มความรู้
...
กฎเกณฑ์ที่สาวกทั้งสองได้ค้นพบนี้ โนเวนที่อยู่ในดินแดนเทพเองก็ให้ความสนใจอย่างมากเช่นกัน
ตอนที่ทะลุมิติมา นอกจากจะรับรู้ได้ถึงสถานะความเป็นเทพของตนแล้ว เขาก็แทบจะเหมือนคนความจำเสื่อม ไม่ว่าจะเป็นอำนาจหน้าที่ของตน หรือวิธีการรวบรวมพลังศรัทธา เขาล้วนไม่รู้อะไรเลย ต้องอาศัยการคลำทางไปพร้อมกับผู้ศรัทธา จำเป็นต้องสังเกต วิเคราะห์ และสรุปผลด้วยตัวเองทีละน้อย
ตัวอย่างเช่น ตอนที่เรน่าทำความสะอาด โนเวนสัมผัสได้ว่ามีพลังแห่งความศรัทธาก่อตัวขึ้นจากตัวของเรน่า และค่อยๆ เปลี่ยนเป็นพลังศักดิ์สิทธิ์ของเขา
แม้จะยังไม่เข้าใจความสัมพันธ์เชิงสาเหตุระหว่างสองสิ่งนี้ แต่ในเมื่อการกระทำของสาวกสามารถมอบพลังศักดิ์สิทธิ์ให้เขาได้มากขึ้น โนเวนก็ย่อมไม่ตระหนี่ที่จะมอบรางวัลตอบแทน
การมอบแต้มความรู้ จะเป็นแรงจูงใจให้ผู้ศรัทธาทำสิ่งที่ทำให้โนเวนได้รับพลังศักดิ์สิทธิ์มากขึ้น
นอกจากนี้ เดิมทีโนเวนยังแอบกังวลว่า การถ่ายทอดความรู้ในการร่ายเวทให้โดยตรง อาจมีโอกาสถูกสาวกใช้เป็นช่องโหว่ได้
ขอเพียงมีสาวกหนึ่งคนที่สวดภาวนาจนได้รับความรู้ ในทางทฤษฎีก็สามารถนำไปเผยแพร่ให้คนอื่นต่อได้ เพราะความรู้เกี่ยวกับการร่ายเวทเหล่านี้ ไม่ได้มีพลังศักดิ์สิทธิ์ของเขาเข้าไปเกี่ยวข้องในกระบวนการร่ายเลย ดูเหมือนว่าตัวโนเวนเองจะไม่ใช่สิ่งจำเป็นในสมการนี้
ทว่าจากสถานการณ์ที่เพตซึ่งเป็นสาวกของเขาได้เผชิญ โนเวนก็พบว่าเรื่องราวไม่ได้ง่ายดายเช่นนั้น
แม้จะไม่มีพลังศักดิ์สิทธิ์เข้าไปช่วยให้สาวกร่ายเวทได้สำเร็จ แต่ความรู้ที่โนเวนได้รับผ่านอำนาจแห่งความเป็นเทพ เมื่อถ่ายทอดให้แก่มนุษย์ ดูเหมือนว่าจะสร้างความผูกพันที่ลึกซึ้งยิ่งกว่าติดสอยห้อยตามไปด้วย
มันราวกับว่า... มีรหัสประจำตัวบางอย่างที่สามารถตรวจสอบสถานะของผู้ศรัทธาได้ทุกที่ทุกเวลา มีเพียงผู้ศรัทธาที่ได้รับอนุญาตจากโนเวนเท่านั้น ที่จะสามารถครอบครอง จดจำ และทำความเข้าใจความรู้เหล่านี้ได้!
[จบแล้ว]