เราไม่เผยแพร่ผลงานที่มีลิขสิทธิ์ในประเทศไทย หากท่านพบเนื้อหาที่ละเมิดลิขสิทธิ์ แจ้งได้ที่เพจ Facebook NovelStore เราจะลบให้โดยเร็ว
ปัญหาการใช้งานเว็บไซต์ ติดต่อได้ที่เพจดังกล่าว
We do not publish or distribute copyrighted works in Thailand. To report infringing content, contact us via our Facebook page and we will remove it promptly. For other issues, use the same channel.

บทที่ 15 - ปะทะที่บาร์

บทที่ 15 - ปะทะที่บาร์

บทที่ 15 - ปะทะที่บาร์


บทที่ 15 - ปะทะที่บาร์

"ฟุ่บ ฟุ่บ ฟุ่บ"

เสียงแหวกอากาศดังขึ้น เพตอยู่ห่างจากประตูบาร์พี่น้องโมเนียกว่าห้าสิบเมตร แต่สำหรับศรลี้ลับที่บินด้วยความเร็วสูง ใช้เวลาเพียงไม่ถึงสองวินาทีนับตั้งแต่พุ่งออกจากมือจนกระทั่งพุ่งชนเป้าหมาย

เมื่อชายฉกรรจ์ที่เป็นหัวโจกได้ยินเสียงและรู้สึกถึงความผิดปกติ พอหันขวับกลับมาเห็นศรเวทมนตร์เข้า การจะหลบหลีกก็สายเกินไปเสียแล้ว

เขาพยายามเบี่ยงตัวหลบอย่างสุดความสามารถ แต่ศรสีม่วงที่ปราดเปรียวก็เปลี่ยนวิถีการบินตาม วาดเป็นเส้นโค้งสว่างวาบ แล้วพุ่งเข้ากระแทกหน้าอกของเขาอย่างแม่นยำ

"ปัง"

แรงกระแทกมหาศาลระเบิดออก ใบหน้าของชายฉกรรจ์บิดเบี้ยวด้วยความเจ็บปวดอย่างไม่อาจควบคุมได้ ราวกับโดนหมัดหนักๆ ซัดเข้าที่หน้าอกอย่างจัง เขาหน้ามืดตาลาย กระอักเลือดออกมาคำโต ก่อนจะแผดเสียงร้องโหยหวนด้วยความเจ็บปวด

ถึงแม้จะไม่ถึงขั้นสลบเหมือดไปในทันที แต่ลำพังแค่แรงกระแทกจากศรเวทมนตร์ก็ทำให้เขาจุกจนแทบกระอัก ความเจ็บปวดที่แล่นปลาบมาจากหน้าอกและช่องท้องทำให้เขายืนแทบไม่อยู่ แทบจะสูญเสียความสามารถในการเคลื่อนไหวไปโดยสิ้นเชิง

พรรคพวกอีกสี่คนที่เพิ่งตั้งสติได้ต่างพากันตกตะลึง รีบวิ่งเข้าไปพยุงลูกพี่ของตน พร้อมกับหันขวับไปมองทางที่เพตยืนอยู่

"ลูกพี่"

"เป็นอะไรไหมลูกพี่"

"เกิดอะไรขึ้นเนี่ย"

"มีนักเวทย์ มันเป็นนักเวทย์"

ชายฉกรรจ์หัวโจกกัดฟันข่มความเจ็บปวดแสนสาหัสจากการถูกศรเวทมนตร์กระแทก พยายามเพ่งตามองไปยังเพตที่อยู่ไกลออกไป

อีกฝ่ายไม่มีสัญลักษณ์คุ้นตาของแก๊งต่างๆ ในเขตเมืองชั้นล่าง ดูไม่เหมือนคนของแก๊งไหนเลย

แถมเสื้อผ้าที่ดูค่อนข้างประณีตของเพต ก็พอมองออกตั้งแต่แวบแรกแล้วว่าไม่ใช่พวกที่คลุกคลีอยู่ในเขตเมืองชั้นล่างแน่ๆ

เดาทางไม่ถูกเลยจริงๆ

"แก... แกมาจากสายไหน พวกเราไม่น่าจะ... มีความแค้นอะไรกันนี่นา หรือว่ามี... เรื่องเข้าใจผิดอะไรกันหรือเปล่า"

ไม่แปลกใจเลยที่เขาจะระมัดระวังตัว แม้เขตเมืองชั้นล่างจะมีพวกแก๊งอันธพาลเพ่นพ่านไปทั่ว มีคนทุกประเภทปะปนกันอยู่ แต่ระดับฝีมือจริงๆ ของอันธพาลส่วนใหญ่นั้นก็แค่เก่งกว่าคนธรรมดาขึ้นมานิดหน่อยเท่านั้น ใครที่เป็นถึงผู้ใช้พลังระดับหนึ่งก็ถือว่าเป็นกำลังหลักของแก๊งได้แล้ว

เพราะท้ายที่สุด การจะเป็นผู้ใช้พลังได้นั้น ลำพังแค่มีพรสวรรค์พื้นฐานยังไม่พอ ต้องมีทุนรอนมากพอที่จะไปจ่ายค่าธรรมเนียมให้ศาสนจักรที่เกี่ยวข้อง และต้องเรียนรู้วิธีสวดภาวนา ทำสมาธิ และฝึกฝนอย่างถูกต้องภายใต้การชี้นำของนักบวช ถึงจะกลายเป็นผู้ใช้พลังได้อย่างแท้จริง

พวกชายฉกรรจ์ที่มาหาเรื่องพวกนี้ก็เป็นแค่คนธรรมดาทั้งนั้น คนที่เก่งที่สุดที่เป็นหัวโจกก็เพิ่งจะอยู่ในระดับนักรบฝึกหัด แถมยังไม่ใช่ระดับมืออาชีพด้วยซ้ำ เป็นแค่พวกครูพักลักจำพื้นฐานการต่อสู้และท่วงท่ามาจากคนอื่น จนถึงตอนนี้ยังไม่รู้ด้วยซ้ำว่าการใช้ความโกรธเป็นพลังมันทำยังไง

การที่เพตสามารถปล่อยเวทมนตร์ระดับหนึ่งของแท้อย่าง ศรลี้ลับ ออกมาได้ ย่อมแสดงให้เห็นว่าเขาเป็นผู้ใช้พลังตัวจริงเสียงจริง

แถมเมื่อกี้เพตก็ไม่พูดพร่ำทำเพลง ลงมือโจมตีใส่ทันที ทำให้พวกอันธพาลเดาทางไม่ถูกเลยว่าตกลงแล้วเพตมีเบื้องลึกเบื้องหลังยังไงกันแน่

ถ้าเกิดบังเอิญไปแหยมกับพวกขาใหญ่เข้าล่ะก็ สำหรับพวกอันธพาลที่หากินอยู่ในเขตเมืองชั้นล่างอย่างพวกเขา การลู่ตามลมถือเป็นเรื่องธรรมดา คงต้องรีบก้มหัวยอมแพ้อย่างไม่ลังเลแน่

แต่เพตที่ตอนนี้กำลังมีความมั่นใจพุ่งปรี๊ด กลับไม่รู้สึกหวาดกลัวเลยแม้แต่น้อย

"ไม่มีเรื่องเข้าใจผิดอะไรทั้งนั้นแหละ ข้าตั้งใจจะอัดพวกเจ้านั่นแหละ"

"เพิ่งจะเดินมาถึงก็เห็นพวกเจ้ากำลังทุบร้านชาวบ้านเขา บัดซบเอ๊ย ขนาดข้าอยู่ที่บ้านเกิดพาองครักษ์ไปวางก้าม ข้ายังไม่เคยกินพื้นที่ทุบทำลายบ้านเรือนชาวนาเลยนะโว้ย"

ชายฉกรรจ์ที่ให้ลูกน้องประคองอยู่ ขู่กลับด้วยน้ำเสียงเยือกเย็น "อย่าหาว่าพวกข้าไม่เตือนนะ เจ้าของบาร์แห่งนี้ไปล่วงเกินท่านเดอร์สลีย์เข้า การที่เจ้ากล้ามาตั้งตนเป็นศัตรูกับพวกข้า ก็เท่ากับเป็นการหักหน้าท่านเดอร์สลีย์ เจ้าก็น่าจะรู้ผลที่ตามมาดีใช่ไหม"

แต่ทว่าเพตกลับทำหน้างง

"เดอร์สลีย์คือใครวะ"

หัวโจกร่างยักษ์หน้าดำทะมึนขึ้นมาทันที

แม่งเอ๊ย

อุตส่าห์กลัวฟรี

ถ้าอีกฝ่ายมีเส้นสายกับพวกผู้ดีในเขตเมืองชั้นบนล่ะก็ คราวนี้พวกเขาก็คงเจอของแข็งเข้าให้แล้ว ในถิ่นท่าเรือกริมแห่งนี้ ถ้าคนจากเขตเมืองชั้นล่างไปมีเรื่องกับคนเขตเมืองชั้นบนล่ะก็ จุดจบไม่สวยแน่นอน

เรื่องของเขตเมืองชั้นบนก็ต้องให้คนเขตเมืองชั้นบนจัดการกันเอง พวกเขาเป็นแค่ลูกน้องรับจ้างกระทืบคนเพื่อหาเงินพิเศษ ไม่กล้าเข้าไปสอดหรอก คงทำได้แค่ยอมรับสภาพความซวยไป

สรุปก็คือเจ้านี่เป็นแค่ไอ้ลูกเจี๊ยบต่างถิ่นที่เพิ่งหัดบินนี่เอง

เมื่อไม่มีอะไรต้องเกรงใจแล้ว เสียงของชายฉกรรจ์ก็ดังขึ้นทันที

"นึกว่ามีเส้นสายใหญ่โตมาจากไหน ที่แท้ก็ไก่อ่อนนี่เอง"

"พวกเราอย่าไปกลัวมัน บุกเข้าไปเลย เป็นนักเวทย์แล้วไงล่ะ ขอแค่เข้าไปประชิดตัวได้ มันก็ทำอะไรพวกเราไม่ได้แล้ว"

"ใครล้มมันได้ เงินรางวัลของงานนี้ที่ท่านเดอร์สลีย์ให้มา ข้าแบ่งให้ครึ่งหนึ่งเลย"

พอหัวโจกร้องตะโกน ลูกน้องอีกสี่คนพอได้ยินว่ามีเงินรางวัล ก็เลือดขึ้นหน้าทันที ร้องคำรามพร้อมกับพุ่งตรงเข้าไปหาเพต

เพตที่ผ่าน "บททดสอบ" จากการต่อสู้กับสัตว์ประหลาดกลายพันธุ์มาแล้ว การเผชิญหน้ากับอันธพาลกิ๊กก๊อกแค่นี้กลายเป็นเรื่องจิ๊บจ๊อยไปเลย เขารีบวาดรูปแบบเวทมนตร์ที่คุ้นเคยอย่างรวดเร็ว ศรสีม่วงสามลูกก่อตัวขึ้นในมืออย่างฉับไว

"ศรลี้ลับ"

เสียงแหวกอากาศดังขึ้น อันธพาลที่วิ่งนำหน้าสุดยังไม่ทันจะได้หลบ ก็ถูกศรลี้ลับพุ่งเข้าชนปลายคางอย่างจัง ร่างกระเด็นลอยละลิ่ว ส่งเสียงร้องอั้กก่อนจะตาเหลือกสลบเหมือดกลางอากาศไปในทันที

[ภารกิจ: กำจัดอันธพาล 1/5]

"ซี๊ด..."

อันธพาลอีกสามคนที่เหลือพอเห็นอานุภาพอันน่าสะพรึงกลัวของศรลี้ลับ ก็ถึงกับสูดปาก แรงพุ่งทะยานเมื่อครู่หยุดชะงักลงอย่างกะทันหัน

เมื่อกี้พวกเขาหน้ามืดตามัวเพราะเงินรางวัล แต่สาเหตุที่ผู้ใช้พลังตัวจริงสามารถทิ้งห่างคนธรรมดาได้อย่างขาดลอย ก็เพราะเวทมนตร์และทักษะการต่อสู้ที่แท้จริงซึ่งพวกเขามีนั้น มันมีพลังทำลายล้างที่มหาศาลมาก

หัวโจกร่างยักษ์แค่โดนเข้าไปทีเดียว ต่อให้ไม่สลบก็แทบจะหมดสภาพไปในทันที

ถ้าขืนไปตกใส่พวกเขาล่ะก็ ไอ้คนที่เพิ่งสลบไปเมื่อกี้ก็เป็นตัวอย่างให้เห็นชัดๆ โดนทีเดียวร่วงแน่นอน

ยิ่งไปกว่านั้น การสร้างและร่าย ศรลี้ลับ ก็ไม่ได้ซับซ้อนอะไรเลย ด้วยความชำนาญของเพตในตอนนี้ ตั้งแต่เริ่มร่ายจนศรเวทมนตร์ก่อตัวเสร็จใช้เวลาแค่สองวินาทีเท่านั้น

จริงอยู่ที่ว่า ถ้านักเวทย์ถูกประชิดตัวได้จะอ่อนแอมาก แต่นั่นก็ต้องหมายความว่าต้องเข้าไปให้ถึงตัวก่อนนะ

ด้วยระยะห่างของทั้งสองฝ่าย กว่าจะวิ่งไปถึงตัวเพต ดีไม่ดีคงโดนสอยร่วงไปทีละคนจนหมดก่อนแหงๆ

พวกอันธพาลก็ไม่ได้โง่ เริ่มลังเลและชะงักไปชั่วขณะ

ลูกพี่เห็นท่าไม่ดี จึงรีบตะโกนปลุกใจ

"อย่าไปกลัว เจ้านี่ดูท่าทางก็รู้ว่าเป็นแค่ผู้ใช้เวทมนตร์มือใหม่ ข้าเคยได้ยินมาว่า วันหนึ่งนักเวทย์จะถูกจำกัดจำนวนครั้งในการร่ายเวทนะ เมื่อกี้มันก็ร่ายไปแล้วสองรอบ อย่างมากก็ร่ายได้อีกแค่รอบเดียว มันก็หมดน้ำยาแล้ว"

"ใครจัดการมันได้ เงินส่วนของข้าก็ยกให้มันไปเลย"

เมื่อมีรางวัลล่อใจย่อมมีผู้กล้า สมุนที่ยังพอมีแรงสู้ทั้งสามคนหันมามองหน้ากัน ก่อนจะร้องคำรามแล้ววิ่งพุ่งเข้าหาเพตต่อ

ถ้าเพตเหลือโอกาสร่ายเวทมนตร์ได้อีกแค่ครั้งเดียว อย่างมากเขาก็คงจะสอยพวกมันร่วงได้อีกแค่คนเดียวก็จะหมดฤทธิ์แล้ว พูดอีกอย่างก็คือ พวกมันมีโอกาสแค่หนึ่งในสามที่จะกลายเป็นผู้โชคร้าย

ส่วนอีกสองคนที่เหลือก็จะมีโอกาสคว้าเงินรางวัลก้อนโตไปครอง

การเป็นอันธพาลในเขตเมืองชั้นล่างใช่ว่าจะมีเงินทองให้ใช้สอยคล่องมือ แถมพวกมันยังเป็นพวกมือเติบอีกต่างหาก การมาพังบาร์พี่น้องโมเนียในครั้งนี้ มีคนรับปากว่าจะให้เงินก้อนโตเป็นค่าตอบแทนหลังจากงานสำเร็จ ถ้าได้มาจริงๆ คงพอให้พวกมันไปเสวยสุขได้อีกพักใหญ่ๆ เลยล่ะ

เมื่อต้องเผชิญหน้ากับศัตรูที่ยังมีพลังต่อสู้อีกสามคน เพตกลับไม่สะทกสะท้านแม้แต่น้อย เขายังคงรักษาระดับความเร็วของตนอย่างใจเย็น และเริ่มวาดรูปแบบของ ศรลี้ลับ ลูกต่อไป

...

[จบแล้ว]

จบบทที่ บทที่ 15 - ปะทะที่บาร์

คัดลอกลิงก์แล้ว