เราไม่เผยแพร่ผลงานที่มีลิขสิทธิ์ในประเทศไทย หากท่านพบเนื้อหาที่ละเมิดลิขสิทธิ์ แจ้งได้ที่เพจ Facebook NovelStore เราจะลบให้โดยเร็ว
ปัญหาการใช้งานเว็บไซต์ ติดต่อได้ที่เพจดังกล่าว
We do not publish or distribute copyrighted works in Thailand. To report infringing content, contact us via our Facebook page and we will remove it promptly. For other issues, use the same channel.

บทที่ 21 - ผูกขาดทรัพยากรบำเพ็ญเพียร

บทที่ 21 - ผูกขาดทรัพยากรบำเพ็ญเพียร

บทที่ 21 - ผูกขาดทรัพยากรบำเพ็ญเพียร


บทที่ 21 - ผูกขาดทรัพยากรบำเพ็ญเพียร

[การจำลองดำเนินต่อไป]

[เมื่อพวกเขาพบว่ารากวิญญาณของท่านอยู่ในระดับสมบูรณ์แบบ อารมณ์ของพวกเขาก็ยิ่งตื่นเต้นดีใจจนถึงขีดสุด]

[ครั้งนี้ท่านเร่งความเร็วให้มากขึ้น ใช้เวลาเพียงสิบปีก็ก้าวเข้าสู่ขั้นหยวนอิง ทำเอาคนทั้งสำนักฮือฮากันไปทั่ว สายลับของสำนักมารชิงอวิ๋นหลายร้อยคนพากันกระโดดออกมา พวกมันต้องการสังหารท่านให้สิ้นซาก ตอนนั้นท่านเพิ่งกลับมาจากสถานที่รับทัณฑ์สวรรค์ด้านนอก ทัณฑ์สายฟ้าเหล่านั้นล้วนเป็นเวทมนตร์ที่ท่านปล่อยออกมาเอง ท่านจึงมีสภาพดูเหนื่อยล้าเล็กน้อย สถานการณ์นี้ตกอยู่ในสายตาของสายลับสำนักมารชิงอวิ๋น ทว่าเมื่อพวกมันเริ่มรุมโจมตีท่าน ก็ค่อยๆ มีคนพบความผิดปกติ ผู้บำเพ็ญเพียรระดับหยวนอิงกว่ายี่สิบคน และระดับจินตันเกือบร้อยคนลงมือพร้อมกัน ผู้บำเพ็ญเพียรที่เพิ่งเข้าสู่ขั้นหยวนอิงคนใดจะสามารถต้านทานไหว]

"มันใกล้จะไม่ไหวแล้ว ทุกคนเร่งมือเข้า!" สายลับคนหนึ่งมองดูร่างที่ดูอ่อนแรงลงเรื่อยๆ ของท่าน แล้วตะโกนปลุกใจอย่างตื่นเต้น

[สองลมหายใจต่อมา]

"ทุกคนอย่ากลัว มันเป็นอัจฉริยะปีศาจ มีความพิเศษบ้างก็เป็นเรื่องปกติ ทุกคนอย่าได้ถอย รีดเร้นพลังทั้งหมดออกมาให้สิ้น!" สายลับคนที่เพิ่งตะโกนไปเมื่อครู่ เห็นว่าเริ่มมีคนถอดใจ จึงตะโกนปลุกใจขึ้นมาอีกครั้ง

[อีกลมหายใจต่อมา]

"ทุกคนหนีเร็ว นี่อาจจะเป็นกับดัก!" สายลับคนที่ตะโกนปลุกใจหันหลังกลับแล้ววิ่งหนีทันที

[ต่อให้เป็นอัจฉริยะปีศาจแค่ไหน เพิ่งจะผ่านทัณฑ์สวรรค์มา จะไปรับมือกับการรุมโจมตีจากคนมากมายขนาดนี้เป็นเวลานานได้อย่างไรกัน!]

[ปัง!]

[กลุ่มคนที่กำลังหลบหนีหยุดชะงักฝีเท้า พวกเขามองหน้ากันและกัน และต่างก็มองเห็นแววตาโล่งอกในดวงตาของอีกฝ่าย]

[เช่นนี้สิถึงจะถูก]

[ขณะที่เพิ่งจะมีคนเตรียมพุ่งเข้าไปปลิดชีพเฉินฝาน แรงกดดันสายหนึ่งก็พาดผ่านน่านฟ้ามาแต่ไกลนับพันลี้]

"พวกเจ้ารนหาที่ตาย!"

[ทุกคนตกใจจนวิ่งหนีแตกกระเจิงไปคนละทิศคนละทาง สายลับคนที่ตะโกนปลุกใจกัดฟันกรอด เตรียมจะพุ่งเข้าไปแลกชีวิตเพื่อกำจัดท่านให้สิ้นซาก]

[เขาปลดปล่อยการโจมตีสุดกำลัง ทว่ากลับพบว่าเป้าหมายบนพื้นได้เคลื่อนย้ายหลบออกไปไกลถึงสามสิบจั้งแล้ว]

[เจ้าสำนักเซียนอวี่ฮว่าพุ่งเข้ามาถึงตัว และตบสายลับผู้นั้นตายในฝ่ามือเดียว]

"ขอบคุณท่านเจ้าสำนักที่ช่วยชีวิตขอรับ!" ท่านเงยหน้าขึ้นอย่างอ่อนแรง เผยให้เห็นสีหน้าซาบซึ้งใจ

"ฟู่! โชคดีที่คนทรยศผู้นี้จิตใจไม่มั่นคงพอ เลยโจมตีพลาดเป้า ไม่อย่างนั้นครั้งนี้เจ้าคงเอาชีวิตไม่รอดเป็นแน่!" เจ้าสำนักเซียนอวี่ฮว่าหัวเราะหึหึแล้วเอ่ยถาม "สหายตัวน้อย เจ้าชื่ออะไร"

"เฉินฝานขอรับ"

"อืม!" เจ้าสำนักเซียนอวี่ฮว่าพยักหน้า "ต่อไปเจ้าก็ติดตามข้าก็แล้วกัน! ครั้งนี้เจ้าสร้างความดีความชอบใหญ่หลวง ล่อสายลับสำนักมารชิงอวิ๋นออกมาได้มากมายขนาดนี้ ทรัพยากรบำเพ็ญเพียรจนถึงขั้นฮว่าเสินของเจ้า ข้าไม่ต้องควักเนื้อจ่ายเองแล้ว ฮ่าๆ..."

[ท่านติดตามเจ้าสำนักเซียนอวี่ฮว่าไปจัดการธุระของสำนักโดยตรง]

[สามสิบปีต่อมา ท่านตามหาตัวหมิ่นอวี๋เวยจนพบ คนผู้นี้คือสายลับของสำนักมารชิงอวิ๋น ท่านได้อธิบายจุดประสงค์ของท่านให้เขาฟัง]

"อะไรนะ! ใต้เท้าก็เป็นสายลับของสำนักศักดิ์สิทธิ์ของพวกเราด้วยหรือ!" หมิ่นอวี๋เวยเบิกตากว้าง ไม่อยากจะเชื่อหูตัวเอง

"ถูกต้อง เจ้าเคยได้ยินหรือไม่ว่าในโลกบำเพ็ญเพียรนี้ มีใครสามารถทะลวงถึงระดับหยวนอิงได้ภายในยี่สิบปี ข้าเพียงแค่ใช้เคล็ดวิชาพิเศษซ่อนเร้นระดับการบ่มเพาะเอาไว้เท่านั้น!" ว่าแล้ว ท่านก็ปลดปล่อยแรงกดดันที่ผู้บำเพ็ญเพียรขั้นฮว่าเสินเท่านั้นถึงจะมีได้ออกมา

"ใต้เท้าต้องการให้ข้าทำสิ่งใด" หมิ่นอวี๋เวยก้มหน้าลง ไม่กล้าเอ่ยคำถามคลางแคลงใจใดๆ อีก

"ข้าต้องการทะลวงสู่ขั้นฮว่าเสิน จำเป็นต้องใช้ทัณฑ์สายฟ้า" ท่านบอกจุดประสงค์ไปตามตรง

[หมิ่นอวี๋เวยพยักหน้า ภายในใจรู้สึกยินดี เขาก็คือผู้บำเพ็ญเพียรระดับหยวนอิงขั้นสูงสุด สามารถดึงดูดทัณฑ์สายฟ้าให้ผ่าลงมาได้ทุกเมื่อ เพียงแต่เขายังเตรียมตัวไม่พร้อม จึงไม่กล้ารับทัณฑ์สวรรค์เสียที]

[แผนการดำเนินไปอย่างราบรื่น หลังจากหมิ่นอวี๋เวยก้าวเข้าสู่ขั้นฮว่าเสินสำเร็จ ท่านก็ลงมือสังหารเขาทิ้งทันที]

[เมื่อท่านเดินออกจากสถานที่รับทัณฑ์สวรรค์ เจ้าสำนักเซียนอวี่ฮว่าก็มองท่านด้วยรอยยิ้มเต็มหน้า]

[ส่วนเหตุผลที่เขาไม่เข้าไปในสถานที่รับทัณฑ์สวรรค์ด้วย ย่อมเป็นเพราะกลัวว่าจะไปเพิ่มอานุภาพของทัณฑ์สวรรค์ให้รุนแรงขึ้น และท่านก็มีเครื่องจำลอง ขอเพียงท่านเปิดฟังก์ชันซ่อนเร้นจนสุด ท่านก็จะเป็นเพียงคนธรรมดาคนหนึ่ง อานุภาพของทัณฑ์สวรรค์จึงไม่เพิ่มขึ้น]

[ครั้งนี้ท่านใช้เวลาเพียงห้าสิบปีก็สามารถเข้ากุมอำนาจในสำนักเซียนอวี่ฮว่าได้สำเร็จ]

[หลังจากได้เป็นเจ้าสำนัก ท่านก็ไปตามหาชายผู้เป็นหัวหน้าที่คอยชี้แนะให้ท่านเข้าร่วมสำนักเซียนอวี่ฮว่าในปีนั้น]

"คารวะท่านเจ้าสำนัก!" หยางจื้อหมิงประสานมือทำความเคารพอย่างนอบน้อม

[เขาคิดไม่ถึงเลยว่า เด็กหนุ่มในวันวาน จะสามารถก้าวขึ้นมากุมอำนาจอันยิ่งใหญ่ในสำนักเซียนอวี่ฮว่าแห่งนี้ได้ภายในเวลาเพียงห้าสิบปี]

"สหายตัวน้อย ไม่ต้องมากพิธี" ท่านจับจ้องเขาด้วยใบหน้าเปื้อนยิ้ม

"ไม่ทราบว่าท่านเจ้าสำนักเรียกพบ มีคำสั่งใดหรือขอรับ" หยางจื้อหมิงไม่กล้าเงยหน้าขึ้นมอง

[เขารู้ดีแก่ใจว่า ผู้ที่สามารถก้าวขึ้นมานั่งบัลลังก์นี้ได้อย่างรวดเร็ว ย่อมไม่มีทางเรียกเขามาพบด้วยตัวเองเพียงเพราะบุญคุณที่เคยชี้แนะในอดีตแน่ๆ]

"ข้าได้ยินคำพูดของเจ้าในตอนนั้นแล้วเห็นด้วยอย่างยิ่ง ต่อไปสำนักเซียนอวี่ฮว่าแห่งนี้ให้เจ้าเป็นคนจัดการดูแล ดีหรือไม่" ท่านมองหยางจื้อหมิงด้วยรอยยิ้ม แล้วเอ่ยถาม

[หยางจื้อหมิงชะงักไปชั่วครู่]

[ตอนนั้นเขาพูดอะไรไปบ้างนะ]

"เดี๋ยวก่อน..." รูม่านตาของหยางจื้อหมิงหดเกร็ง

[นอกจากที่ได้เจอกับเจ้าสำนักเมื่อห้าสิบปีก่อน เขาก็ไม่เคยเจอเจ้าสำนักอีกเลย และเมื่อห้าสิบปีก่อน เจ้าสำนักก็ยังเป็นแค่คนธรรมดาไม่ใช่หรือ! แล้วเขาจะได้ยินสิ่งที่ตนพูดได้อย่างไร]

"พีเซี่ยรื่อ เจ้าพอจะรู้จักหรือไม่" ท่านพิงพนักบัลลังก์เจ้าสำนัก น้ำเสียงเรียบเฉยดังขึ้น

"มะ... ไม่รู้จักขอรับ..." ปัจจุบันหยางจื้อหมิงอยู่ในขั้นจินตันแล้ว ทว่าสมองของเขากลับว่างเปล่าไปชั่วขณะ

"ข้าไม่เห็นด้วยกับแผนการของเขาเลย สู้รบฆ่าฟันกันไปมามันน่าสนุกตรงไหน คนที่ตายไปก็ไม่ใช่ผู้บำเพ็ญเพียรหรอกหรือ!" ท่านยิ้มกว้าง ก่อนจะเอ่ยต่อ "เจ้าดูสิ ข้ายึดครองสำนักเซียนอวี่ฮว่าได้โดยตรง แผนการนี้ยอดเยี่ยมเพียงใด!"

[หยางจื้อหมิงค่อยๆ เงยหน้าขึ้นมอง ราวกับกำลังตกอยู่ในความฝัน]

"ต่อไปเจ้ามีหน้าที่ดูแลบริหารสำนักเซียนอวี่ฮว่า พยายามหลีกเลี่ยงการเข่นฆ่าให้มากที่สุด!" ร่างของท่านหายวับไปจากบัลลังก์

"หากมีผู้ใดไม่ยอมรับ ข้าจะจัดการให้เจ้าเอง..."

[หยางจื้อหมิงเดินเหม่อลอยไปที่บัลลังก์เจ้าสำนักเซียนอวี่ฮว่า มืออันสั่นเทาค่อยๆ ลูบคลำบัลลังก์อย่างช้าๆ]

[การที่ท่านมอบสำนักเซียนอวี่ฮว่าให้สายลับดูแล ก็เป็นเพียงแค่อารมณ์ชั่ววูบเท่านั้น หากหยางจื้อหมิงทำตัวเหลวไหล ย่อมต้องมีคนคอยขัดขวางเขาอย่างแน่นอน ท่านเริ่มใช้อำนาจในมือรวบรวมทรัพยากรบำเพ็ญเพียรเข้าไว้ด้วยกัน]

[สองร้อยปีต่อมา จำนวนเจ้าตำหนักในสำนักเซียนอวี่ฮว่าลดลงเหลือสามสิบคน ทางฝั่งสำนักมารชิงอวิ๋นก็เริ่มควบคุมทรัพยากรบำเพ็ญเพียรระดับสูงเช่นกัน]

[สามร้อยปีต่อมา ท่านก้าวเข้าสู่ขั้นฮว่าเสินระดับเจ็ด จำนวนเจ้าตำหนักในสำนักเซียนอวี่ฮว่าลดลงเหลือยี่สิบคน การต่อสู้ระหว่างสองสำนักแทบจะไม่มีผู้บำเพ็ญเพียรระดับฮว่าเสินเข้าไปเกี่ยวข้องอีกแล้ว]

[หกร้อยปีต่อมา ท่านบรรลุถึงขั้นฮว่าเสินระดับแปดได้สำเร็จ ทรัพยากรบำเพ็ญเพียรในขั้นหยวนอิงของทั้งสองสำนักเริ่มถูกควบคุม จำนวนผู้บำเพ็ญเพียรระดับฮว่าเสินค่อยๆ ลดน้อยลง สำนักเซียนอวี่ฮว่าเหลือตัวตนระดับฮว่าเสินเพียงสิบคนเท่านั้น ซึ่งในจำนวนนั้นก็มีหยางจื้อหมิงรวมอยู่ด้วย]

"ทางฝั่งสำนักมารชิงอวิ๋น เตรียมการไปถึงไหนแล้ว" ท่านหลับตาพักผ่อน

"เตรียมการเรียบร้อยแล้วขอรับ!" หยางจื้อหมิงตอบอย่างนอบน้อม

"เช่นนั้นก็ประกาศควบรวมสำนักได้เลย!" ท่านโบกมือไล่หยางจื้อหมิงออกไป

[เมื่อมีการประกาศควบรวมสองสำนักเข้าด้วยกัน ทุกคนถึงกับยืนตะลึง ศัตรูคู่อาฆาตที่สู้รบกันมานานนับพันปี จู่ๆ จะมากลายเป็นครอบครัวเดียวกัน ใครจะไปยอมรับได้ แต่ในเมื่อเบื้องบนของทั้งสองสำนักเห็นพ้องต้องกันแล้ว ต่อให้คนข้างล่างจะต่อต้านรุนแรงแค่ไหนก็ไร้ประโยชน์ ผู้ที่ต่อต้านทุกคนล้วนหายสาบสูญไปจากโลกใบนี้ นี่แหละคือโลกบำเพ็ญเพียรที่ใช้ความแข็งแกร่งเป็นตัวตัดสิน]

[หลังจากควบรวมสำนัก ท่านก็รวบรวมทรัพยากรทั้งหมดเพื่อใช้ในการปิดด่านทะลวงระดับ]

[สามสิบปีต่อมา ท่านถูกบีบให้ออกจากสภาวะปิดด่านอย่างกะทันหัน เหตุผลนั้นง่ายมาก การที่ท่านผูกขาดทรัพยากรบำเพ็ญเพียรแต่เพียงผู้เดียว ทำให้ผู้บำเพ็ญเพียรระดับฮว่าเสินจำนวนมากในสำนักที่ควบรวมกันแล้วรู้สึกโกรธแค้นและไม่พอใจ]

(จบแล้ว)

จบบทที่ บทที่ 21 - ผูกขาดทรัพยากรบำเพ็ญเพียร

คัดลอกลิงก์แล้ว