เราไม่เผยแพร่ผลงานที่มีลิขสิทธิ์ในประเทศไทย หากท่านพบเนื้อหาที่ละเมิดลิขสิทธิ์ แจ้งได้ที่เพจ Facebook NovelStore เราจะลบให้โดยเร็ว
ปัญหาการใช้งานเว็บไซต์ ติดต่อได้ที่เพจดังกล่าว
We do not publish or distribute copyrighted works in Thailand. To report infringing content, contact us via our Facebook page and we will remove it promptly. For other issues, use the same channel.

บทที่ 3 - สำนักเทียนหลิง

บทที่ 3 - สำนักเทียนหลิง

บทที่ 3 - สำนักเทียนหลิง


บทที่ 3 - สำนักเทียนหลิง

"นอนดีกว่า พรุ่งนี้ค่อยตื่นมาจำลองต่อ"

ตอนเช้า เฉินฝานเดินหาวหวอดๆ เข้ามาในห้องรับแขก มารดาของเขาเห็นเข้าก็ขมวดคิ้วแน่น

พอกินอาหารเช้าเสร็จ เฉินฝานก็พูดขึ้นว่า "ท่านแม่ทานให้อร่อยนะ ข้าจะกลับไปนอนต่ออีกหน่อย"

ฉินอวี้เหลียนวางตะเกียบลง "ช่วงนี้เจ้าระวังรักษาสุขภาพหน่อย แม่ไปทาบทามงานแต่งให้เจ้าแล้วนะ เจ้าอย่าทำตัวให้ทรุดโทรมล่ะ ถ้าถึงตอนนั้นผู้หญิงเขาแต่งเข้าบ้านเรามา แล้วหาว่าเจ้าไม่เอาถ่านเรื่องพรรค์นั้น แม่รับไม่ได้หรอกนะที่จะต้องมาทนเสียหน้า!"

เฉินฝานทำหน้าปั้นยาก "ท่านแม่ ท่านคิดอะไรอยู่เนี่ย ข้าก็แค่เมื่อคืนนอนไม่หลับเท่านั้นเอง"

ฉินอวี้เหลียนหยิบตะเกียบขึ้นมากินต่อ "เจ้าอย่าไปเรียนแบบพฤติกรรมไข่ทิ้งไปทั่วเหมือนพ่อเจ้าล่ะ ว่าที่เมียเจ้าเขาคงไม่มาคอยตามเช็ดตามล้างให้เจ้าเหมือนแม่หรอกนะ"

เฉินเหว่ยหงกำลังตั้งหน้าตั้งตากินข้าวอยู่ดีๆ ไม่คิดว่าจะโดนลูกหลงไปด้วย เขายิ้มเจื่อนๆ "ช่วงนี้ข้ากำลังเจรจาธุรกิจใหญ่ เลี่ยงเรื่องพบปะสังสรรค์ไม่ได้จริงๆ ข้าไม่อยากไปหอฮวาเซียงเลยจริงๆ นะ"

เฉินฝานมุดตัวอยู่ในผ้าห่ม บ่นพึมพำกับตัวเอง "เมื่อก่อนไม่มีอะไรทำ ก็เลยต้องหาความบันเทิงฆ่าเวลา"

"ตอนนี้บำเพ็ญเพียรได้แล้ว ใครจะไปสนใจพวกผู้หญิงธรรมดาๆ กัน สิ่งที่ข้าต้องการมากกว่าคือความเป็นอมตะต่างหาก!!"

"ถึงจะต้องหาภรรยา ก็ต้องหาที่เป็นเทพธิดาสิ! ต้องหาเวลาคุยเรื่องนี้กับท่านแม่ให้รู้เรื่องซะแล้ว"

วันใหม่มาเยือน

เฉินฝานสูดลมหายใจเข้าลึก ท่องไว้ในใจ

"ระบบจำลองชีวิต เริ่มการจำลอง"

การจำลองครั้งนี้ เขาตั้งใจว่าจะบำเพ็ญเพียรไปเรื่อยๆ

[เริ่มการจำลอง]

[คุณขี่ม้าเร็ว ควบตะบึงไปตลอดทาง]

[วันที่ 5 คุณพกป้ายคำสั่งสู่เซียนมาถึงหน้าประตูสำนักเทียนหลิง เนื่องจากพรสวรรค์รากวิญญาณของคุณผ่านเกณฑ์ คุณจึงไม่ถูกกลั่นแกล้ง และได้เป็นศิษย์สายนอกของสำนักเทียนหลิงอย่างราบรื่น]

"พรสวรรค์ดีนี่มันมีประโยชน์จริงๆ แฮะ ได้เป็นศิษย์สายนอกเลย" เฉินฝานหัวเราะหึหึ

[วันที่สองหลังจากเข้าสำนัก เมื่อคุณได้รับเคล็ดวิชาของสำนักมาแล้ว ก็เริ่มทุ่มเทให้กับการบำเพ็ญเพียรอย่างเต็มที่ ไม่มีสิ่งใดมาขัดขวางการฝึกฝนของคุณได้]

[วันที่ 3 กำลังฝึกฝน...]

[หกสิบเจ็ดปีต่อมา คุณบรรลุขั้นหลอมปราณระดับเจ็ด ทว่าอายุขัยของคุณก็ดำเนินมาถึงจุดสิ้นสุดแล้ว]

[คุณตายแล้ว]

[สิ้นสุดการจำลอง]

[เริ่มสุ่มสร้างรางวัล คุณสามารถเลือกรับรางวัลได้หนึ่งอย่างจากตัวเลือกด้านล่างนี้]

[1. รางวัลแบบสุ่ม ???]

[2. รางวัลแบบสุ่ม ???]

[3. รางวัลแบบสุ่ม ???]

[ระบบจำลองขอแจ้งเตือน เนื่องจากโฮสต์ไม่ได้กระตุ้นกลไกใดๆ ที่มีผล รางวัลทั้งหมดจึงเป็นการสุ่ม]

เฉินฝานมองรางวัลที่สร้างขึ้นมาอย่างพูดไม่ออก บ่นกระปอดกระแปดว่า "ข้าบำเพ็ญเพียรมาตั้งหกสิบเจ็ดปี ทำไมถึงไม่ได้กระตุ้นกลไกอะไรเลยล่ะ"

"เลือกข้อสาม" เขาเลือกรางวัลไปส่งๆ

[รางวัลถูกส่งไปยังพื้นที่เก็บของในระบบจำลองชีวิตแล้ว สามารถดึงออกมาใช้ได้ตลอดเวลา]

เฉินฝานใช้ความคิดตรวจสอบกลุ่มหมอกควันในพื้นที่เก็บของของระบบจำลองด้วยความสงสัย เขาพยายามดึงมันออกมา หมอกควันกลุ่มนั้นก็หายวับไปทันที

จากนั้นเขาก็ได้รู้ว่าหมอกควันนั้นคืออะไร

[พรสวรรค์: ผู้คลั่งไคล้กระบี่]

[ผู้คลั่งไคล้กระบี่: พรสวรรค์วิถีกระบี่ยอดเยี่ยม ความเข้าใจในวิถีกระบี่ยอดเยี่ยม]

"พรสวรรค์ผู้คลั่งไคล้กระบี่ก็ถือว่าไม่เลว เพียงแต่พรุ่งนี้จะหลับหูหลับตาจำลองมั่วๆ อีกไม่ได้แล้ว อีกแค่ห้าวันตระกูลข้าก็จะถูกฆ่าล้างโคตรแล้ว!"

"หากไม่สามารถมีพลังมากพอที่จะรับมือได้ก่อนที่ภัยพิบัติล้างตระกูลจะมาถึง ต่อให้ข้ามีระบบจำลองไปก็จะมีประโยชน์อะไร"

เฉินฝานขมวดคิ้วแน่น บ่นพึมพำกับตัวเอง

เช้าตรู่วันรุ่งขึ้น แสงแดดสาดส่องผ่านหน้าต่างลงมาบนใบหน้าของเฉินฝาน

เฉินฝานลืมตาขึ้น สูดลมหายใจเข้าลึก และเปิดใช้งานระบบจำลองชีวิตอีกครั้ง

[เริ่มการจำลอง]

[เข้าร่วมสำนักเทียนหลิงเหมือนเช่นเคย]

[หลังจากรับเคล็ดวิชามาแล้ว คุณก็ลองพยายามผูกมิตรกับคนอื่นดู ทว่าหลายคนยุ่งอยู่กับการฝึกฝน แทบไม่มีใครอยากจะเสวนากับคุณเลย ท้ายที่สุด คุณก็ได้รู้จักกับผู้บำเพ็ญเพียรหญิงคนหนึ่ง นามว่าหวังเฉียวเฉียว นางเพิ่งเข้าสำนักเทียนหลิงมาได้ไม่นานเช่นกัน]

[ครึ่งเดือนต่อมา หวังเฉียวเฉียวชวนคุณไปผจญภัย คุณบอกนางว่า ตอนนี้คุณเพิ่งจะอยู่ขั้นหลอมปราณระดับหนึ่ง ไม่อยากออกไปนอกสำนัก รอให้ถึงขั้นหลอมปราณระดับสามก่อนถึงค่อยคิดเรื่องพวกนี้]

[สิบวันต่อมา หวังเฉียวเฉียวก็มาชวนคุณออกไปผจญภัยอีก นางยังเผยให้คุณรู้ด้วยว่า คราวก่อนที่นางไปผจญภัย นางเจอถ้ำพำนักของผู้บำเพ็ญเพียรยุคก่อน ได้โอสถรวมปราณมาหนึ่งขวด ตอนนี้นางอาศัยโอสถขวดนี้จนบรรลุถึงขั้นหลอมปราณระดับสามแล้ว คุณปฏิเสธหวังเฉียวเฉียวอย่างเด็ดขาด แผนการของคุณชัดเจนมาก คือต้องไปให้ถึงขั้นหลอมปราณระดับสามเป็นอย่างน้อย พลังไม่ถึงก็เด็ดขาดจะไม่ออกไปไหน หวังเฉียวเฉียวเห็นว่าโน้มน้าวคุณไม่ได้ จึงจากไป]

[ห้าปีผ่านไป คุณบรรลุขั้นหลอมปราณระดับสามได้สำเร็จ และในตอนนั้นเอง หวังเฉียวเฉียวก็มาอีกแล้ว]

เฉินฝานส่ายหน้า "ยัยหวังเฉียวเฉียวนี่ต้องมีอะไรแหม่งๆ แน่ หรือว่าจะเป็นพวกบำเพ็ญเพียรวิถีมาร ที่คอยจ้องจะสูบพลังหยางจากผู้บำเพ็ญเพียรชายไปเสริมพลังหยิน?"

[คุณตอบตกลงคำเชิญของหวังเฉียวเฉียวอย่างง่ายดาย ตอนนี้คุณอยู่ขั้นหลอมปราณระดับสามแล้ว ถึงเวลาต้องออกไปเปิดหูเปิดตาเสียที]

[วันต่อมา คุณและหวังเฉียวเฉียวเดินทางออกจากสำนักเทียนหลิง คุณถามหวังเฉียวเฉียวว่าจะไปไหน ตั้งแต่คุณเริ่มบำเพ็ญเพียรมา คุณไม่เคยออกไปนอกประตูสำนักเลยแม้แต่ครั้งเดียว]

["ศิษย์พี่เฉิน ท่านบำเพ็ญเพียรแบบนี้ไม่มีทางไปถึงขั้นสร้างรากฐานได้หรอก ท่านดูข้าสิ เข้าสำนักมาช้ากว่าท่านตั้งสองวัน ตอนนี้ข้าไปถึงขั้นหลอมปราณระดับห้าแล้วนะ"]

["คราวนี้เราจะไปปล้นสวนสมุนไพรวิญญาณในอาณัติของสำนักเซวี่ยหยวน ข้าจะคอยคุ้มกันให้ ส่วนท่านไปขโมยสมุนไพรวิญญาณ ถึงตอนนั้นเราค่อยแบ่งกันคนละครึ่ง"]

[ที่แท้หวังเฉียวเฉียวก็แค่หาเพื่อนร่วมทีม ความเสี่ยงให้คุณรับไป ส่วนผลประโยชน์ยังจะมาแบ่งกันคนละครึ่งอีก]

["ศิษย์น้องหวัง ครั้งนี้ข้าไปขโมยสมุนไพรวิญญาณ ครั้งหน้าถึงตาเจ้านะ" คุณรู้สึกว่าจะให้คุณไปเสี่ยงอยู่ฝ่ายเดียวตลอดไม่ได้ จึงเสนอแนะออกไป]

[หวังเฉียวเฉียวยิ้มๆ แล้วรับปาก]

[พวกคุณเดินทางกันมาสองวัน ก็มาถึงสถานที่เป้าหมาย หวังเฉียวเฉียวซัดวิชาลูกไฟออกไปหนึ่งลูก จากนั้นก็หันหลังวิ่งหนีทันที ไม่นานนัก ก็มีผู้บำเพ็ญเพียรสองคนพุ่งออกมาจากสวนสมุนไพรนั่น ไล่ตามหวังเฉียวเฉียวไป คุณลอบเข้าไปในสวนสมุนไพร มองออกไปเห็นสมุนไพรวิญญาณเต็มไปหมด มีกล้วยไม้ใบม่วงที่ส่งกลิ่นหอมกรุ่น แล้วก็มีหญ้าใจวิญญาณที่ใบราวกับหยกมรกต ทว่าคุณกลับไม่รู้จักเลยสักอย่าง คุณจึงเก็บเกี่ยวแบบส่งเดชมาจำนวนหนึ่ง แล้วรีบเผ่นหนี คุณและหวังเฉียวเฉียวมาเจอกันที่จุดนัดพบ หวังเฉียวเฉียวเห็นสมุนไพรวิญญาณที่คุณเก็บมาได้ สมุนไพรแต่ละชนิดล้วนมีสภาพขาดรากแหว่งใบ ดูไม่จืดเลยทีเดียว นางหน้าดำทะมึน]

["ศิษย์พี่เฉิน คราวหน้าท่านไปล่อคนเฝ้าสวนนะ ข้าจะเป็นคนเก็บสมุนไพรเอง สมุนไพรที่ท่านเก็บมานี่ ขายได้ไม่ถึงห้าศิลาวิญญาณด้วยซ้ำ"]

[คุณฟังคำบ่นของหวังเฉียวเฉียวแล้วก็ยิ้มแห้งๆ คุณตามหวังเฉียวเฉียวไปยังสวนสมุนไพรแห่งอื่นในเขตอิทธิพลของสำนักเซวี่ยหยวนอีกครั้ง เห็นได้ชัดว่าการมาขโมยสมุนไพรวิญญาณของหวังเฉียวเฉียวนั้นถูกวางแผนมาอย่างรอบคอบ นางคุ้นเคยกับสภาพภูมิประเทศแถวนี้เป็นอย่างดี]

เฉินฝานมองเนื้อหาในการจำลอง พลางคาดเดาอยู่ในใจ "หวังเฉียวเฉียวคงไม่ใช่สายลับของสำนักเซวี่ยหยวนหรอกนะ!"

[คราวนี้ คุณก็ใช้วิชาลูกไฟเช่นเดียวกัน จากนั้นก็รีบเผ่นออกจากที่นี่ทันที]

[หลังจากหวังเฉียวเฉียวมาสมทบกับคุณ นางก็บอกคุณว่าการผจญภัยครั้งนี้จบลงแล้ว ศิลาวิญญาณที่พวกคุณได้มาพอจะซื้อโอสถรวมปราณได้หกเม็ด ถึงตอนนั้นพวกคุณจะได้กันคนละสามเม็ด กินเข้าไปเม็ดหนึ่งก็จะช่วยให้ผู้บำเพ็ญเพียรขั้นหลอมปราณเร่งความเร็วในการดูดซับและรวบรวมพลังวิญญาณในเวลาสั้นๆ ทำให้บำเพ็ญเพียรได้เร็วขึ้น]

[คุณรู้สึกว่าน่าจะขโมยเพิ่มอีกสักหน่อยค่อยกลับ หวังเฉียวเฉียวบอกคุณว่าขืนทำต่ออาจจะมีอันตราย นางไม่อยากเสี่ยง]

[ไม่มีหวังเฉียวเฉียวนำทาง คุณก็หาทางกลับสำนักไม่เจอด้วยซ้ำ คุณจึงทำได้เพียงเดินตามหวังเฉียวเฉียวกลับสำนักอย่างว่าง่าย]

[สิบวันต่อมา หวังเฉียวเฉียวก็มาหาคุณอีก ครั้งนี้พวกคุณก็ยังคงไปขโมยสมุนไพรวิญญาณ คุณตอบตกลง พวกคุณไปยังสวนสมุนไพรวิญญาณแห่งเดิมเมื่อคราวก่อน คุณเพิ่งจะร่ายวิชาลูกไฟออกไป ในสวนก็ปรากฏเงาร่างขึ้นถึงห้าสาย พุ่งทะยานไล่ตามคุณมาอย่างรวดเร็ว คุณรู้ตัวแล้วว่าโดนดักซุ่มโจมตี คุณกัดฟันวิ่งหนีสุดชีวิต วิ่งหนีอยู่ครึ่งค่อนวัน พวกคนที่ตามล่าคุณก็ถอดใจ คุณถอนหายใจอย่างโล่งอก]

[คุณมาถึงจุดนัดพบกับหวังเฉียวเฉียว พอไปถึง คุณก็ต้องตกใจสุดขีด เมื่อเห็นว่าหวังเฉียวเฉียวได้รับบาดเจ็บสาหัส]

"ศิษย์น้องหวัง ทำไมเจ้าถึงเจ็บหนักขนาดนี้?"

[คุณถามด้วยความเป็นห่วง หวังเฉียวเฉียวบอกคุณว่า ในสวนสมุนไพรแห่งนั้น มีผู้บำเพ็ญเพียรขั้นหลอมปราณระดับหกซุ่มซ่อนตัวอยู่อีกคน นางถูกผู้บำเพ็ญเพียรคนนั้นลอบโจมตีเข้า]

[คุณประคองหวังเฉียวเฉียวกลับมาที่สำนัก]

[คุณที่ไม่ได้รับผลตอบแทนอะไรเลยรู้สึกไม่ยินยอม หลังจากได้ลิ้มรสความรวดเร็วของการบำเพ็ญเพียรด้วยโอสถแล้ว จิตใจของคุณก็ไม่สามารถสงบนิ่งได้อีกต่อไป คุณตัดสินใจว่าจะหาคนอื่นมาร่วมมือด้วยอีกครั้ง]

เฉินฝานรู้ตัวว่างานเข้าแล้ว

"พี่ชาย งัดเอาความมุมานะตอนเก็บตัวฝึกฝนหกสิบเจ็ดปีออกมาใช้สิโว้ย!"

(จบแล้ว)

จบบทที่ บทที่ 3 - สำนักเทียนหลิง

คัดลอกลิงก์แล้ว