- หน้าแรก
- เกิดใหม่ในร่างนายน้อยพร้อมระบบจำลอง
- บทที่ 3 - สำนักเทียนหลิง
บทที่ 3 - สำนักเทียนหลิง
บทที่ 3 - สำนักเทียนหลิง
บทที่ 3 - สำนักเทียนหลิง
"นอนดีกว่า พรุ่งนี้ค่อยตื่นมาจำลองต่อ"
ตอนเช้า เฉินฝานเดินหาวหวอดๆ เข้ามาในห้องรับแขก มารดาของเขาเห็นเข้าก็ขมวดคิ้วแน่น
พอกินอาหารเช้าเสร็จ เฉินฝานก็พูดขึ้นว่า "ท่านแม่ทานให้อร่อยนะ ข้าจะกลับไปนอนต่ออีกหน่อย"
ฉินอวี้เหลียนวางตะเกียบลง "ช่วงนี้เจ้าระวังรักษาสุขภาพหน่อย แม่ไปทาบทามงานแต่งให้เจ้าแล้วนะ เจ้าอย่าทำตัวให้ทรุดโทรมล่ะ ถ้าถึงตอนนั้นผู้หญิงเขาแต่งเข้าบ้านเรามา แล้วหาว่าเจ้าไม่เอาถ่านเรื่องพรรค์นั้น แม่รับไม่ได้หรอกนะที่จะต้องมาทนเสียหน้า!"
เฉินฝานทำหน้าปั้นยาก "ท่านแม่ ท่านคิดอะไรอยู่เนี่ย ข้าก็แค่เมื่อคืนนอนไม่หลับเท่านั้นเอง"
ฉินอวี้เหลียนหยิบตะเกียบขึ้นมากินต่อ "เจ้าอย่าไปเรียนแบบพฤติกรรมไข่ทิ้งไปทั่วเหมือนพ่อเจ้าล่ะ ว่าที่เมียเจ้าเขาคงไม่มาคอยตามเช็ดตามล้างให้เจ้าเหมือนแม่หรอกนะ"
เฉินเหว่ยหงกำลังตั้งหน้าตั้งตากินข้าวอยู่ดีๆ ไม่คิดว่าจะโดนลูกหลงไปด้วย เขายิ้มเจื่อนๆ "ช่วงนี้ข้ากำลังเจรจาธุรกิจใหญ่ เลี่ยงเรื่องพบปะสังสรรค์ไม่ได้จริงๆ ข้าไม่อยากไปหอฮวาเซียงเลยจริงๆ นะ"
เฉินฝานมุดตัวอยู่ในผ้าห่ม บ่นพึมพำกับตัวเอง "เมื่อก่อนไม่มีอะไรทำ ก็เลยต้องหาความบันเทิงฆ่าเวลา"
"ตอนนี้บำเพ็ญเพียรได้แล้ว ใครจะไปสนใจพวกผู้หญิงธรรมดาๆ กัน สิ่งที่ข้าต้องการมากกว่าคือความเป็นอมตะต่างหาก!!"
"ถึงจะต้องหาภรรยา ก็ต้องหาที่เป็นเทพธิดาสิ! ต้องหาเวลาคุยเรื่องนี้กับท่านแม่ให้รู้เรื่องซะแล้ว"
วันใหม่มาเยือน
เฉินฝานสูดลมหายใจเข้าลึก ท่องไว้ในใจ
"ระบบจำลองชีวิต เริ่มการจำลอง"
การจำลองครั้งนี้ เขาตั้งใจว่าจะบำเพ็ญเพียรไปเรื่อยๆ
[เริ่มการจำลอง]
[คุณขี่ม้าเร็ว ควบตะบึงไปตลอดทาง]
[วันที่ 5 คุณพกป้ายคำสั่งสู่เซียนมาถึงหน้าประตูสำนักเทียนหลิง เนื่องจากพรสวรรค์รากวิญญาณของคุณผ่านเกณฑ์ คุณจึงไม่ถูกกลั่นแกล้ง และได้เป็นศิษย์สายนอกของสำนักเทียนหลิงอย่างราบรื่น]
"พรสวรรค์ดีนี่มันมีประโยชน์จริงๆ แฮะ ได้เป็นศิษย์สายนอกเลย" เฉินฝานหัวเราะหึหึ
[วันที่สองหลังจากเข้าสำนัก เมื่อคุณได้รับเคล็ดวิชาของสำนักมาแล้ว ก็เริ่มทุ่มเทให้กับการบำเพ็ญเพียรอย่างเต็มที่ ไม่มีสิ่งใดมาขัดขวางการฝึกฝนของคุณได้]
[วันที่ 3 กำลังฝึกฝน...]
[หกสิบเจ็ดปีต่อมา คุณบรรลุขั้นหลอมปราณระดับเจ็ด ทว่าอายุขัยของคุณก็ดำเนินมาถึงจุดสิ้นสุดแล้ว]
[คุณตายแล้ว]
[สิ้นสุดการจำลอง]
[เริ่มสุ่มสร้างรางวัล คุณสามารถเลือกรับรางวัลได้หนึ่งอย่างจากตัวเลือกด้านล่างนี้]
[1. รางวัลแบบสุ่ม ???]
[2. รางวัลแบบสุ่ม ???]
[3. รางวัลแบบสุ่ม ???]
[ระบบจำลองขอแจ้งเตือน เนื่องจากโฮสต์ไม่ได้กระตุ้นกลไกใดๆ ที่มีผล รางวัลทั้งหมดจึงเป็นการสุ่ม]
เฉินฝานมองรางวัลที่สร้างขึ้นมาอย่างพูดไม่ออก บ่นกระปอดกระแปดว่า "ข้าบำเพ็ญเพียรมาตั้งหกสิบเจ็ดปี ทำไมถึงไม่ได้กระตุ้นกลไกอะไรเลยล่ะ"
"เลือกข้อสาม" เขาเลือกรางวัลไปส่งๆ
[รางวัลถูกส่งไปยังพื้นที่เก็บของในระบบจำลองชีวิตแล้ว สามารถดึงออกมาใช้ได้ตลอดเวลา]
เฉินฝานใช้ความคิดตรวจสอบกลุ่มหมอกควันในพื้นที่เก็บของของระบบจำลองด้วยความสงสัย เขาพยายามดึงมันออกมา หมอกควันกลุ่มนั้นก็หายวับไปทันที
จากนั้นเขาก็ได้รู้ว่าหมอกควันนั้นคืออะไร
[พรสวรรค์: ผู้คลั่งไคล้กระบี่]
[ผู้คลั่งไคล้กระบี่: พรสวรรค์วิถีกระบี่ยอดเยี่ยม ความเข้าใจในวิถีกระบี่ยอดเยี่ยม]
"พรสวรรค์ผู้คลั่งไคล้กระบี่ก็ถือว่าไม่เลว เพียงแต่พรุ่งนี้จะหลับหูหลับตาจำลองมั่วๆ อีกไม่ได้แล้ว อีกแค่ห้าวันตระกูลข้าก็จะถูกฆ่าล้างโคตรแล้ว!"
"หากไม่สามารถมีพลังมากพอที่จะรับมือได้ก่อนที่ภัยพิบัติล้างตระกูลจะมาถึง ต่อให้ข้ามีระบบจำลองไปก็จะมีประโยชน์อะไร"
เฉินฝานขมวดคิ้วแน่น บ่นพึมพำกับตัวเอง
เช้าตรู่วันรุ่งขึ้น แสงแดดสาดส่องผ่านหน้าต่างลงมาบนใบหน้าของเฉินฝาน
เฉินฝานลืมตาขึ้น สูดลมหายใจเข้าลึก และเปิดใช้งานระบบจำลองชีวิตอีกครั้ง
[เริ่มการจำลอง]
[เข้าร่วมสำนักเทียนหลิงเหมือนเช่นเคย]
[หลังจากรับเคล็ดวิชามาแล้ว คุณก็ลองพยายามผูกมิตรกับคนอื่นดู ทว่าหลายคนยุ่งอยู่กับการฝึกฝน แทบไม่มีใครอยากจะเสวนากับคุณเลย ท้ายที่สุด คุณก็ได้รู้จักกับผู้บำเพ็ญเพียรหญิงคนหนึ่ง นามว่าหวังเฉียวเฉียว นางเพิ่งเข้าสำนักเทียนหลิงมาได้ไม่นานเช่นกัน]
[ครึ่งเดือนต่อมา หวังเฉียวเฉียวชวนคุณไปผจญภัย คุณบอกนางว่า ตอนนี้คุณเพิ่งจะอยู่ขั้นหลอมปราณระดับหนึ่ง ไม่อยากออกไปนอกสำนัก รอให้ถึงขั้นหลอมปราณระดับสามก่อนถึงค่อยคิดเรื่องพวกนี้]
[สิบวันต่อมา หวังเฉียวเฉียวก็มาชวนคุณออกไปผจญภัยอีก นางยังเผยให้คุณรู้ด้วยว่า คราวก่อนที่นางไปผจญภัย นางเจอถ้ำพำนักของผู้บำเพ็ญเพียรยุคก่อน ได้โอสถรวมปราณมาหนึ่งขวด ตอนนี้นางอาศัยโอสถขวดนี้จนบรรลุถึงขั้นหลอมปราณระดับสามแล้ว คุณปฏิเสธหวังเฉียวเฉียวอย่างเด็ดขาด แผนการของคุณชัดเจนมาก คือต้องไปให้ถึงขั้นหลอมปราณระดับสามเป็นอย่างน้อย พลังไม่ถึงก็เด็ดขาดจะไม่ออกไปไหน หวังเฉียวเฉียวเห็นว่าโน้มน้าวคุณไม่ได้ จึงจากไป]
[ห้าปีผ่านไป คุณบรรลุขั้นหลอมปราณระดับสามได้สำเร็จ และในตอนนั้นเอง หวังเฉียวเฉียวก็มาอีกแล้ว]
เฉินฝานส่ายหน้า "ยัยหวังเฉียวเฉียวนี่ต้องมีอะไรแหม่งๆ แน่ หรือว่าจะเป็นพวกบำเพ็ญเพียรวิถีมาร ที่คอยจ้องจะสูบพลังหยางจากผู้บำเพ็ญเพียรชายไปเสริมพลังหยิน?"
[คุณตอบตกลงคำเชิญของหวังเฉียวเฉียวอย่างง่ายดาย ตอนนี้คุณอยู่ขั้นหลอมปราณระดับสามแล้ว ถึงเวลาต้องออกไปเปิดหูเปิดตาเสียที]
[วันต่อมา คุณและหวังเฉียวเฉียวเดินทางออกจากสำนักเทียนหลิง คุณถามหวังเฉียวเฉียวว่าจะไปไหน ตั้งแต่คุณเริ่มบำเพ็ญเพียรมา คุณไม่เคยออกไปนอกประตูสำนักเลยแม้แต่ครั้งเดียว]
["ศิษย์พี่เฉิน ท่านบำเพ็ญเพียรแบบนี้ไม่มีทางไปถึงขั้นสร้างรากฐานได้หรอก ท่านดูข้าสิ เข้าสำนักมาช้ากว่าท่านตั้งสองวัน ตอนนี้ข้าไปถึงขั้นหลอมปราณระดับห้าแล้วนะ"]
["คราวนี้เราจะไปปล้นสวนสมุนไพรวิญญาณในอาณัติของสำนักเซวี่ยหยวน ข้าจะคอยคุ้มกันให้ ส่วนท่านไปขโมยสมุนไพรวิญญาณ ถึงตอนนั้นเราค่อยแบ่งกันคนละครึ่ง"]
[ที่แท้หวังเฉียวเฉียวก็แค่หาเพื่อนร่วมทีม ความเสี่ยงให้คุณรับไป ส่วนผลประโยชน์ยังจะมาแบ่งกันคนละครึ่งอีก]
["ศิษย์น้องหวัง ครั้งนี้ข้าไปขโมยสมุนไพรวิญญาณ ครั้งหน้าถึงตาเจ้านะ" คุณรู้สึกว่าจะให้คุณไปเสี่ยงอยู่ฝ่ายเดียวตลอดไม่ได้ จึงเสนอแนะออกไป]
[หวังเฉียวเฉียวยิ้มๆ แล้วรับปาก]
[พวกคุณเดินทางกันมาสองวัน ก็มาถึงสถานที่เป้าหมาย หวังเฉียวเฉียวซัดวิชาลูกไฟออกไปหนึ่งลูก จากนั้นก็หันหลังวิ่งหนีทันที ไม่นานนัก ก็มีผู้บำเพ็ญเพียรสองคนพุ่งออกมาจากสวนสมุนไพรนั่น ไล่ตามหวังเฉียวเฉียวไป คุณลอบเข้าไปในสวนสมุนไพร มองออกไปเห็นสมุนไพรวิญญาณเต็มไปหมด มีกล้วยไม้ใบม่วงที่ส่งกลิ่นหอมกรุ่น แล้วก็มีหญ้าใจวิญญาณที่ใบราวกับหยกมรกต ทว่าคุณกลับไม่รู้จักเลยสักอย่าง คุณจึงเก็บเกี่ยวแบบส่งเดชมาจำนวนหนึ่ง แล้วรีบเผ่นหนี คุณและหวังเฉียวเฉียวมาเจอกันที่จุดนัดพบ หวังเฉียวเฉียวเห็นสมุนไพรวิญญาณที่คุณเก็บมาได้ สมุนไพรแต่ละชนิดล้วนมีสภาพขาดรากแหว่งใบ ดูไม่จืดเลยทีเดียว นางหน้าดำทะมึน]
["ศิษย์พี่เฉิน คราวหน้าท่านไปล่อคนเฝ้าสวนนะ ข้าจะเป็นคนเก็บสมุนไพรเอง สมุนไพรที่ท่านเก็บมานี่ ขายได้ไม่ถึงห้าศิลาวิญญาณด้วยซ้ำ"]
[คุณฟังคำบ่นของหวังเฉียวเฉียวแล้วก็ยิ้มแห้งๆ คุณตามหวังเฉียวเฉียวไปยังสวนสมุนไพรแห่งอื่นในเขตอิทธิพลของสำนักเซวี่ยหยวนอีกครั้ง เห็นได้ชัดว่าการมาขโมยสมุนไพรวิญญาณของหวังเฉียวเฉียวนั้นถูกวางแผนมาอย่างรอบคอบ นางคุ้นเคยกับสภาพภูมิประเทศแถวนี้เป็นอย่างดี]
เฉินฝานมองเนื้อหาในการจำลอง พลางคาดเดาอยู่ในใจ "หวังเฉียวเฉียวคงไม่ใช่สายลับของสำนักเซวี่ยหยวนหรอกนะ!"
[คราวนี้ คุณก็ใช้วิชาลูกไฟเช่นเดียวกัน จากนั้นก็รีบเผ่นออกจากที่นี่ทันที]
[หลังจากหวังเฉียวเฉียวมาสมทบกับคุณ นางก็บอกคุณว่าการผจญภัยครั้งนี้จบลงแล้ว ศิลาวิญญาณที่พวกคุณได้มาพอจะซื้อโอสถรวมปราณได้หกเม็ด ถึงตอนนั้นพวกคุณจะได้กันคนละสามเม็ด กินเข้าไปเม็ดหนึ่งก็จะช่วยให้ผู้บำเพ็ญเพียรขั้นหลอมปราณเร่งความเร็วในการดูดซับและรวบรวมพลังวิญญาณในเวลาสั้นๆ ทำให้บำเพ็ญเพียรได้เร็วขึ้น]
[คุณรู้สึกว่าน่าจะขโมยเพิ่มอีกสักหน่อยค่อยกลับ หวังเฉียวเฉียวบอกคุณว่าขืนทำต่ออาจจะมีอันตราย นางไม่อยากเสี่ยง]
[ไม่มีหวังเฉียวเฉียวนำทาง คุณก็หาทางกลับสำนักไม่เจอด้วยซ้ำ คุณจึงทำได้เพียงเดินตามหวังเฉียวเฉียวกลับสำนักอย่างว่าง่าย]
[สิบวันต่อมา หวังเฉียวเฉียวก็มาหาคุณอีก ครั้งนี้พวกคุณก็ยังคงไปขโมยสมุนไพรวิญญาณ คุณตอบตกลง พวกคุณไปยังสวนสมุนไพรวิญญาณแห่งเดิมเมื่อคราวก่อน คุณเพิ่งจะร่ายวิชาลูกไฟออกไป ในสวนก็ปรากฏเงาร่างขึ้นถึงห้าสาย พุ่งทะยานไล่ตามคุณมาอย่างรวดเร็ว คุณรู้ตัวแล้วว่าโดนดักซุ่มโจมตี คุณกัดฟันวิ่งหนีสุดชีวิต วิ่งหนีอยู่ครึ่งค่อนวัน พวกคนที่ตามล่าคุณก็ถอดใจ คุณถอนหายใจอย่างโล่งอก]
[คุณมาถึงจุดนัดพบกับหวังเฉียวเฉียว พอไปถึง คุณก็ต้องตกใจสุดขีด เมื่อเห็นว่าหวังเฉียวเฉียวได้รับบาดเจ็บสาหัส]
"ศิษย์น้องหวัง ทำไมเจ้าถึงเจ็บหนักขนาดนี้?"
[คุณถามด้วยความเป็นห่วง หวังเฉียวเฉียวบอกคุณว่า ในสวนสมุนไพรแห่งนั้น มีผู้บำเพ็ญเพียรขั้นหลอมปราณระดับหกซุ่มซ่อนตัวอยู่อีกคน นางถูกผู้บำเพ็ญเพียรคนนั้นลอบโจมตีเข้า]
[คุณประคองหวังเฉียวเฉียวกลับมาที่สำนัก]
[คุณที่ไม่ได้รับผลตอบแทนอะไรเลยรู้สึกไม่ยินยอม หลังจากได้ลิ้มรสความรวดเร็วของการบำเพ็ญเพียรด้วยโอสถแล้ว จิตใจของคุณก็ไม่สามารถสงบนิ่งได้อีกต่อไป คุณตัดสินใจว่าจะหาคนอื่นมาร่วมมือด้วยอีกครั้ง]
เฉินฝานรู้ตัวว่างานเข้าแล้ว
"พี่ชาย งัดเอาความมุมานะตอนเก็บตัวฝึกฝนหกสิบเจ็ดปีออกมาใช้สิโว้ย!"
(จบแล้ว)