- หน้าแรก
- ทะลุมิติไร้พ่ายด้วยหนึ่งระบบลงชื่อเข้าใช้
- บทที่ 24 - ตกใจแทบตายเลยล่ะสิ
บทที่ 24 - ตกใจแทบตายเลยล่ะสิ
บทที่ 24 - ตกใจแทบตายเลยล่ะสิ
บทที่ 24 - ตกใจแทบตายเลยล่ะสิ
ณ บริเวณหน้าทางเข้าสำนักงู เฉินเสี่ยวเทียนปรากฏตัวขึ้นพร้อมกับต้าเฉียวและเสี่ยวเฉียว เดิมทีทั้งสามคนกะจะบุกเข้าไปตรงๆ แต่คาดไม่ถึงเลยว่าสำนักงูจะเปิดใช้งานค่ายกลป้องกันภูเขาเอาไว้แล้ว
ต้าเฉียวชกหมัดใส่เต็มแรง แต่ค่ายกลกลับไม่มีแม้แต่รอยขีดข่วน
"ไม่ได้กินข้าวมาหรือไง แค่ค่ายกลป้องกันภูขาก็ยังทุบไม่แตก" เสี่ยวเฉียวเอ่ยเยาะเย้ย
"งั้นเจ้าก็ลองดูสิ" ต้าเฉียวแค่นเสียงเย็น
"ข้าก็ข้าสิ นายท่าน ถอยไปหน่อยเจ้าค่ะ คอยดูข้าเจาะไอ้แผ่นฟิล์มนี่ให้ทะลุไปเลย"
เสี่ยวเฉียวรวบรวมพละกำลังอันมหาศาลไว้ที่กำปั้น แม้นางจะเป็นงูสวรรค์บรรพกาลรุ่นที่สอง แต่ด้วยสายเลือดที่บริสุทธิ์ แค่หมัดเดียวของนางก็สามารถบดขยี้ภูเขาทั้งลูกให้แหลกละเอียดได้แล้ว
ค่ายกลป้องกันภูขาแค่นี้ นางไม่เห็นอยู่ในสายตาเลยสักนิด
ฮึบ!
สิ้นเสียงคำรามเบาๆ เสี่ยวเฉียวก็ซัดกำปั้นออกไปสุดแรง
ปัง! คลื่นหมัดกระแทกเข้าใส่ค่ายกล บริเวณจุดศูนย์กลางมีเพียงแค่ระลอกคลื่นสั่นไหวเล็กน้อย แต่ค่ายกลกลับไม่ได้แตกสลายแต่อย่างใด
เมื่อเห็นว่าหมัดของตัวเองทำลายค่ายกลไม่ได้ เสี่ยวเฉียวก็รู้สึกเสียหน้า ใบหน้าแดงก่ำด้วยความโกรธ
ต้าเฉียวหัวเราะเยาะ "น้องเสี่ยวเฉียว เจ้าทำไม่ได้ล่ะสิ ทำไมถึงเจาะไม่แตกล่ะ"
"ข้าแค่ไม่ได้ใช้พลังเต็มที่ต่างหากล่ะ กลัวว่าเดี๋ยวจะไปโดนเจ้าเข้าน่ะสิ"
"ขอลองอีกทีก็แล้วกัน"
แขนของเสี่ยวเฉียวกลายสภาพเป็นกรงเล็บอันแหลมคม ขณะที่นางกำลังจะรวบรวมพลังเพื่อโจมตีอีกครั้ง ทันใดนั้น ศิษย์สำนักงูจำนวนมากก็ปรากฏตัวขึ้น
"มาได้จังหวะพอดีเลยนะ"
ฮวาเชียน เจ้าสำนักนำคนเดินมาที่หน้าประตูภูเขา เอ่ยถามด้วยน้ำเสียงเย็นชา "เจ้าเป็นใคร บังอาจมาก่อกวนที่สำนักงูของข้า ไม่กลัวตายหรือยังไง!"
"ยายเฒ่าอัปลักษณ์ ส่งคนมาเดี๋ยวนี้ ไม่อย่างนั้นข้าจะเขมือบพวกเจ้าให้หมด!" เสี่ยวเฉียวแลบลิ้นงูออกมา ดวงตาฉายแววดุร้ายอำมหิต
ฮวาเชียนไม่ได้โตมาเพราะโดนหลอกให้กลัว นางจ้องมองเฉินเสี่ยวเทียนด้วยสายตาเย็นชา เอ่ยเสียงเหี้ยม "คัมภีร์ลับอยู่ที่เจ้าใช่ไหม ส่งมันมาซะ แล้วข้าจะไว้ชีวิตเจ้า!"
เฉินเสี่ยวเทียนขมวดคิ้ว คัมภีร์ลับอีกแล้ว ตกลงมันคือคัมภีร์ลับอะไรกันแน่ ถึงทำให้ทั้งสามสำนักใหญ่หน้ามืดตามัวอยากได้ขนาดนี้
แม้จะสงสัยมาก แต่ตอนนี้ไม่ใช่เวลามามัวซักถามเรื่องนี้
"พวกเจ้าคิดว่าหลบอยู่ข้างใน แล้วข้าจะทำอะไรพวกเจ้าไม่ได้งั้นหรือ"
แววตาของเฉินเสี่ยวเทียนเย็นชา ด้วยพลังระดับเทวะของเขา เพียงแค่การโจมตีครั้งเดียวก็สามารถกวาดล้างสำนักงูให้ราบเป็นหน้ากลองได้แล้ว
ค่ายกลป้องกันโง่ๆ นี่ ขวางเขาไม่ได้หรอก
เขารวบรวมพลังฟ้าดินไว้ที่ฝ่ามือ ขณะที่กำลังจะลงมือ ทันใดนั้นแววตาของเฉินเสี่ยวเทียนก็แปรเปลี่ยนเป็นเย็นเยียบจับขั้วหัวใจ "เว่ยเสียน ไสหัวออกมาเดี๋ยวนี้ จะมัวหลบซ่อนตัวทำไม!"
มีเสียงหัวเราะอย่างชั่วร้ายดังแทรกขึ้นมาจากในกลุ่มคน เว่ยเสียน ขันทีเฒ่าค่อยๆ เดินออกมา เอ่ยด้วยน้ำเสียงแหบพร่า "คุณชายเฉิน ไม่เจอกันนานเลยนะ นึกไม่ถึงเลยว่าเจ้าจะยังมีชีวิตอยู่"
"เหลือเชื่อจริงๆ ไอ้สวะที่ฝึกยุทธ์ไม่ได้อย่างเจ้า กลับรอดชีวิตอยู่ในคุกสวรรค์ได้"
"ข้ายังไม่ตาย เจ้าคงไม่สบอารมณ์สินะ?" เฉินเสี่ยวเทียนกล่าว
"ข้าย่อมต้องรู้สึกไม่สบอารมณ์เป็นธรรมดา" ดวงตาของเว่ยเสียนเย็นชา "ถึงข้าจะไม่รู้ว่าเจ้าไปพบเจอวาสนาอะไรมา แต่ลำพังตัวเจ้า คิดจะช่วยพ่อเจ้ากลับไป ฝันไปเถอะ"
"ข้าจะบอกความจริงให้เอาบุญ ข้านี่แหละที่เป็นคนปล่อยข่าวลือ ทำให้คนของสามสำนักไปจับตัวพ่อเจ้ามา"
"แต่พ่อเจ้าดันปากแข็งนัก ขนาดข้าทรมานสารพัดวิธี ก็ยังไม่ยอมปริปากเรื่องคัมภีร์ลับเลย"
"แต่เจ้าไม่ต้องห่วงไปหรอก ข้ามีวิธีทรมานคนอีกเยอะแยะ ข้าจะทำให้พ่อเจ้าได้ลิ้มรสชาติของการอยู่ไม่สู้ตายเอง"
ตูม!
จิตสังหารระเบิดออกมาจากร่างของเฉินเสี่ยวเทียน สายตาดุดันอำมหิต เว่ยเสียนหัวเราะลั่น "ข้ารู้ว่าเจ้าอยากจะฆ่าข้า แต่เจ้าทำได้หรือเปล่าล่ะ"
"เข้ามาสิ แน่จริงก็เข้ามาฆ่าข้าสิ"
"เข้ามาไม่ได้ล่ะสิ?"
"นี่คือค่ายกลป้องกันภูเขาระดับสูงสุดของสำนักงูเชียวนะ ไม่ว่าหน้าไหนก็อย่าหวังว่าจะทำลายมันได้"
"ข้ารู้ว่าเจ้าอยากจะฆ่าข้าใจจะขาด แต่เจ้าก็ทำได้แค่ยืนดูอยู่ข้างนอกเท่านั้นแหละ"
"ฆ่าข้าไม่ได้แบบนี้ คงจะโกรธแค้นแทบคลั่งเลยสินะ?" เว่ยเสียนหัวเราะอย่างบ้าคลั่ง ท่าทางอวดดีถึงขีดสุด
เฉินเสี่ยวเทียนยกแขนขึ้น พลังลมปราณหมุนวนรวมกันที่ฝ่ามือ จากนั้นเขาก็ซัดคลื่นพลังเข้าใส่ค่ายกลป้องกันดังตูมใหญ่
ค่ายกลป้องกันสั่นสะเทือนอย่างรุนแรง ก่อนจะระเบิดแตกกระจายเสียงดังสนั่น
"อ๊าก!"
ศิษย์สำนักงูทุกคนต่างพากันส่งเสียงร้องด้วยความตกใจ นี่มันเป็นไปได้อย่างไร ค่ายกลป้องกันภูเขาของพวกนาง กลับถูกทำลายลงอย่างง่ายดายแบบนี้เนี่ยนะ!
แววตาของเว่ยเสียนฉายแววตระหนกตกใจ ไอ้เด็กนี่มันไปได้วาสนาอะไรมา พลังยุทธ์ถึงได้ก้าวหน้าอย่างรวดเร็วขนาดนี้
"ท่านเจ้าสำนักฮวา พวกท่านยันเอาไว้ก่อนนะ ข้าจะไปเค้นความลับเรื่องคัมภีร์จากเฉินพั่วเทียน"
เว่ยเสียนรู้สึกได้ว่าสถานการณ์เริ่มไม่สู้ดี จึงรีบวิ่งหนีไปทันที
"ศิษย์สำนักงูทุกคนจงฟัง ตั้งค่ายกลหมื่นอสรพิษ!"
ฮวาเชียนตวาดลั่น รีบถอยกรูดกลับไปยังใจกลางของประตูภูเขา จากนั้นศิษย์นับพันคนก็มารวมตัวกัน แล้วเริ่มจัดตั้งค่ายกล
"นายท่าน ปล่อยให้พวกเราจัดการที่นี่เอง ท่านรีบไปช่วยคนเถอะเจ้าค่ะ" ต้าเฉียวและเสี่ยวเฉียวเอ่ยขึ้นพร้อมกัน
เฉินเสี่ยวเทียนพยักหน้า ก้าวข้ามหัวของทุกคนไป เพื่อไล่ตามไปสังหารเว่ยเสียน
ในเวลานี้ เว่ยเสียนกลับมาที่ห้องลับแล้ว แววตาของเขาเหี้ยมเกรียม "บัดซบ ไอ้เด็กนั่นมันโชคดีอะไรนักหนา พลังยุทธ์ถึงได้เพิ่มขึ้นเร็วยังกับติดปีกบิน"
"แต่ขอแค่ข้าได้คัมภีร์ลับของตระกูลเฉินมาครอบครอง ข้าก็จะมีพลังอันสูงสุดเหนือใคร"
"ถึงตอนนั้น ทั่วทั้งต้าเซี่ยจะต้องสยบอยู่แทบเท้าข้า!"
"เฉินพั่วเทียน ตกลงคัมภีร์ลับอยู่ที่ไหน ข้าหมดความอดทนกับเจ้าแล้วนะ" เว่ยเสียนกระชากผมของเฉินพั่วเทียนอย่างแรง ตวาดถามด้วยความโกรธเกรี้ยว
เมื่อเห็นว่าเฉินพั่วเทียนยังคงไม่ยอมปริปาก เว่ยเสียนก็มีสีหน้าเหี้ยมโหด เขาคว้ามีดคว้านกระดูกออกมา เตรียมจะควักลูกตาทั้งสองข้างของเฉินพั่วเทียนทิ้งซะ
และในตอนนั้นเอง ประตูห้องลับก็ระเบิดแตกกระจายเสียงดังตูม เฉินเสี่ยวเทียนพุ่งพรวดเข้ามา แผดเสียงเย็นชา "ไอ้ขันทีชั่ว วันนี้เจ้าตายแน่ ต่อให้เป็นพระพุทธองค์ก็ช่วยเจ้าไม่ได้!"
"อย่าเข้ามานะ ถ้าก้าวเข้ามาอีกก้าวเดียว ข้าจะฆ่าพ่อเจ้าซะ!"
เว่ยเสียนจับเฉินพั่วเทียนเป็นตัวประกัน เอามีดจ่อคอหอย ตวาดเสียงแข็ง "คุกเข่าลง แล้วส่งคัมภีร์ลับมาซะ ไม่อย่างนั้นข้าจะปาดคอพ่อเจ้าให้หัวหลุดจากบ่าเดี๋ยวนี้แหละ!"
เฉินเสี่ยวเทียนเอ่ยเสียงเย็น "ข้าเกลียดที่สุด เวลาโดนใครขู่..."
ยังไม่ทันสิ้นเสียง เขาก็ฟาดกรงเล็บมังกรออกไป ปัง! เว่ยเสียนถูกกระแทกจนกระเด็นลอยไปทันที
เฉินเสี่ยวเทียนก้าวเข้าไปรับตัวพ่อเอาไว้ เมื่อเห็นรอยแผลที่เกิดจากการถูกทรมานบนร่างของพ่อ ในใจก็ยิ่งเดือดดาล
"ไอ้ขันทีเว่ยเสียน วันนี้ข้าจะทำให้เจ้าตายอย่างไร้ที่ฝัง!" เฉินเสี่ยวเทียนแผดเสียงคำรามยาว เสียงมังกรคำรามดังก้องฟ้า คลื่นเสียงอันทรงพลังกระแทกห้องลับจนถล่มลงมาทั้งหลัง
เว่ยเสียนที่กระเด็นออกไป ร่างกายเบาหวิวราวกับนกนางแอ่น เหยียบเศษหินหลายก้อน พลิ้วตัวลงสู่พื้นอย่างนุ่มนวล
"หึๆ ไอ้สวะอย่างเจ้าคิดจะฆ่าข้า เกรงว่าเจ้าจะไม่มีปัญญาทำได้หรอกมั้ง"
เว่ยเสียนหยิบยาเม็ดหนึ่งขึ้นมากลืนลงไป วินาทีต่อมา ร่างกายของเขาก็ขยายพองขึ้น ไม่ใช่ว่าเขากำลังจะระเบิดตัวเอง แต่เขากำลังทะลวงขีดจำกัด ฝืนยกระดับพลังของตัวเองให้สูงขึ้น
ตูม! พลังของผู้ฝึกยุทธ์ในตัวเว่ยเสียนทะลวงขีดจำกัด ชั่วพริบตาเขาก็มีกลิ่นอายของปรมาจารย์แผ่ซ่านออกมา
เมื่อบรรลุระดับปรมาจารย์แล้ว ใบหน้าของเว่ยเสียนก็ดูน่ากลัวยิ่งขึ้น เขารู้สึกว่าพลังแค่นี้ยังไม่พอ จึงกลืนยาเข้าไปอีกเม็ด
ในครั้งนี้ พลังของเขาทะลวงผ่านระดับปรมาจารย์ขั้นสูงสุด ก้าวเข้าสู่ระดับครึ่งก้าวมหาปรมาจารย์ในที่สุด!
"ยังไม่พอ ต้องทะลวงให้สูงกว่านี้อีก!" ใบหน้าของเว่ยเสียนบิดเบี้ยวด้วยความเจ็บปวด เขาทุบหน้าอกตัวเองอย่างแรง พ่นเลือดออกมาคำโต แล้วแผดเสียงคำรามลั่น "ทะลวงระดับให้ข้าเดี๋ยวนี้!"
กร๊อบ! อสนีบาตฟาดฟันลงมา ในที่สุดเขาก็ก้าวข้ามขีดจำกัดสุดท้าย บรรลุเข้าสู่ระดับมหาปรมาจารย์ได้สำเร็จ!
"ฮ่าๆ มหาปรมาจารย์!"
ใบหน้าของเว่ยเสียนดูน่าสะพรึงกลัว หัวใจอย่างชั่วร้ายและอำมหิต "ตอนนี้ข้าเป็นถึงมหาปรมาจารย์แล้ว ตกใจจนฉี่ราดเลยล่ะสิ ฮ่าๆ!"
(จบแล้ว)