- หน้าแรก
- ทะลุมิติไร้พ่ายด้วยหนึ่งระบบลงชื่อเข้าใช้
- บทที่ 3 - สัตว์เทวะพาหนะมาส่งถึงที่
บทที่ 3 - สัตว์เทวะพาหนะมาส่งถึงที่
บทที่ 3 - สัตว์เทวะพาหนะมาส่งถึงที่
บทที่ 3 - สัตว์เทวะพาหนะมาส่งถึงที่
เฉินเสี่ยวเทียนดีใจจนน้ำตาไหล เขาตื่นเต้นจนแทบจะกระโดดตัวลอย
วิชาลับหยางบริสุทธิ์นี้ มันถูกสร้างมาเพื่อเขาโดยเฉพาะชัดๆ!
ตอนที่เขาถูกฮองเฮาใส่ร้าย ร่างกายเขาถูกซ้อมจนพิการไปทั้งตัว ซึ่งรวมถึง 'เจ้าน้องชาย' ของเขาด้วย
ชาตินี้เขาคงหมดสิทธิ์แต่งงานมีลูกแล้ว
ตอนแรกเขายังคิดว่า นี่คงเป็นความเสียใจที่สุดในชีวิตนี้
ใครจะไปคิดว่า ระบบจะใจป้ำขนาดนี้!
เฉินเสี่ยวเทียนอ่านข้อมูลด้วยความตื่นเต้นดีใจ "ผู้ที่ได้รับวิชานี้ จะมีพลังแห่งการฟื้นฟู แต่เคล็ดวิชาคืนวัยเยาว์นั้นมีความพิเศษมาก จำเป็นต้องใช้ไม้วิญญาณหมื่นปีมาคอยหล่อเลี้ยง จึงจะสามารถงอกอวัยวะใหม่ขึ้นมาได้"
นั่นก็หมายความว่า น้องชายของเฉินเสี่ยวเทียนยังสามารถงอกกลับมาได้อีกครั้ง! แถมยังกะความยาวได้ด้วย!
"สวรรค์คุ้มครอง... ไม่สิ ระบบนี่มันพ่อพระชัดๆ"
"ของชิ้นนี้แหละที่ข้าต้องการมากที่สุด"
เฉินเสี่ยวเทียนดีใจจนแทบเนื้อเต้น ขอเพียงเขากลับมามีร่างกายที่สมบูรณ์ โลกนี้กว้างใหญ่ไพศาล เขาจะไปที่ไหนก็ได้ตามใจชอบ
"แต่ปัญหาคือ ข้าไม่รู้เลยว่าไอ้ไม้วิญญาณหมื่นปีนี่มันอยู่ที่ไหนน่ะสิ"
เฉินเสี่ยวเทียนขมวดคิ้วครุ่นคิด
"โฮสต์สามารถรับไม้วิญญาณหมื่นปีได้จากการลงชื่อเข้าใช้ในสถานที่พิเศษ"
"ยิ่งสถานที่ลงชื่อพิเศษมากเท่าไหร่ โอกาสที่จะได้รับก็ยิ่งมีมากขึ้นเท่านั้น"
ไม่นึกเลยว่าจะมีคำอธิบายเพิ่มเติมมาให้ด้วย
เฉินเสี่ยวเทียนถอนหายใจด้วยความโล่งอก
นั่นหมายความว่า ขอแค่เขาสามารถลงชื่อเข้าใช้ในสถานที่ที่ค่อนข้างพิเศษ โอกาสที่เขาจะได้ไม้วิญญาณหมื่นปีมาครอบครองก็จะมีสูงมาก
การฟื้นฟูน้องชายก็จะยิ่งเร็วขึ้นตามไปด้วย
"รอข้าออกไปจากคุกมรณะ สังหารไอ้หมาแก่เว่ยเสียนได้เมื่อไหร่ ข้าจะไปตามหาสถานที่พิเศษพวกนั้นทันที"
"พอน้องชายงอกกลับมา ข้าก็จะได้กลับมาเป็นลูกผู้ชายเต็มตัวอีกครั้ง"
เฉินเสี่ยวเทียนเผยรอยยิ้มอย่างพึงพอใจ จากนั้น เขาก็เดินหน้าเข้าสู่ชั้นสี่
คุกชั้นสี่นี้ตรงข้ามกับชั้นสามอย่างสิ้นเชิง ที่นี่คือโลกแห่งทะเลเพลิง ใต้ฝ่าเท้ามีเปลวเพลิงที่ไม่มีวันดับสูญลุกไหม้อยู่ตลอดเวลา
ที่น่าแปลกก็คือ ที่นี่ไม่มีนักโทษถูกขังอยู่เลย
เดิมทีเฉินเสี่ยวเทียนอยากจะลงไปที่ชั้นห้าต่อ แต่เขาหาทางเข้าชั้นห้าไม่เจอ
ก็ไม่รู้เหมือนกันว่าเงาดำนั่นมุดเข้าไปทางไหน
ไหนๆ ก็มาถึงนี่แล้ว ขอลองลงชื่อเข้าใช้ที่นี่สักรอบเถอะ เผื่อจะได้รางวัลดีๆ
พริบตาเดียว วันที่สี่ก็มาถึง
ลงชื่อเข้าใช้!
ติ๊ง!
"ลงชื่อเข้าใช้สำเร็จ ได้รับมุกเทพภูติไฟ 1 เม็ด"
"รางวัล ปราณวิญญาณร้อยปี"
"กระตุ้นรางวัลซ่อนเร้น โอสถจำแลงกาย 1 เม็ด"
เฉินเสี่ยวเทียนหยิบมุกเทพภูติไฟในมือขึ้นมาพิจารณา พร้อมกับอ่านรายละเอียด "ไข่มุกเม็ดนี้มีที่มาที่ไม่ธรรมดา เล่าลือกันว่าผู้ครอบครองจะสามารถต้านทานอันตรายจากเปลวเพลิงได้ทุกชนิด และเมื่อนำไปรวมกับไข่มุกอีกสี่เม็ด จะได้รับพลังอันลึกลับ"
"ไอ้นี่มันอะไรกันลูกปัดกันไฟเหรอ?"
"ดูจากคำอธิบายแล้ว ยังต้องเอาไปรวมกับอีกสี่ลูกที่เหลือ ถึงตอนนี้ข้าก็คงยังไม่ได้ใช้ประโยชน์อะไรหรอก"
เฉินเสี่ยวเทียนเก็บมันลงไป แล้วหันมามองโอสถจำแลงกายที่วางอยู่บนฝ่ามือ
ของสิ่งนี้ มีไว้เพื่อให้สัตว์อสูรบางชนิดกินเพื่อเปลี่ยนร่างเป็นมนุษย์ คาดว่าน่าจะเป็นโอสถระดับเจ็ดเป็นอย่างน้อย
หลังจากที่เขาผสานความทรงจำเข้าด้วยกัน เขาก็ได้รู้ว่าในโลกนี้ก็มีการแบ่งระดับของโอสถด้วยเหมือนกัน
แบ่งเป็นตั้งแต่ระดับหนึ่งถึงระดับเก้า
โอสถที่อยู่ต่ำกว่าระดับสามลงมา สามารถหาซื้อได้ตามตลาดยา
ส่วนโอสถที่อยู่เหนือระดับสามขึ้นไป จำเป็นต้องไปจองล่วงหน้าที่งานประมูล
ตามความทรงจำของเฉินเสี่ยวเทียน ภายในราชสำนักมีโอสถระดับหกอยู่หนึ่งเม็ด ซึ่งถูกเก็บรักษาไว้อย่างดีโดยยอดฝีมือระดับปรมาจารย์
ตู้ม!
พลังวิญญาณร้อยปี พุ่งทะลวงเข้าสู่กลางกระหม่อมโดยไม่มีสัญญาณเตือนอีกครั้ง
เฉินเสี่ยวเทียนยิงฟัน ระบบนี่มันเอาแต่ใจจริงๆ ไม่ยอมแจ้งเตือนล่วงหน้าเลย นึกจะยัดก็ยัดเข้ามาดื้อๆ
เขารีบนั่งขัดสมาธิ และเริ่มดูดซับปราณวิญญาณสายนี้อย่างรวดเร็ว
ในเวลาเดียวกัน ที่ทางเข้าลับแห่งหนึ่ง เงาดำสายหนึ่งก็วิ่งหนีโซซัดโซเซออกมา
"ไม่นึกเลยว่า ผนึกชั้นห้าจะเกิดรอยร้าวขึ้นมา พวกเวรยามตายกันหมดแล้ว"
"ข้าต้องรีบกลับไปทูลรายงานฮ่องเต้..."
เงาดำเช็ดคราบเลือดบนใบหน้าออก แล้วรีบมุ่งหน้ากลับไปอย่างรวดเร็ว
จู่ๆ เงาดำก็ชำเลืองไปเห็นร่างของใครบางคนกำลังนั่งขัดสมาธิอยู่ที่มุมหนึ่ง
เขาเผยสีหน้างุนงง เสื้อผ้าของคนผู้นี้ดูเหมือนจะเป็นนักโทษในคุกมรณะชั้นหนึ่ง
แปลกจริง นักโทษชั้นหนึ่งลงมาโผล่ในคุกชั้นสี่นี้ได้ยังไง
"คงจะพลัดหลงเข้ามาล่ะมั้ง ดูจากท่าทางทรมานนั่นแล้ว คงกำลังต่อต้านความร้อนของเปลวไฟที่นี่อยู่"
"เกรงว่าไม่เกินก้านธูป คงได้ถูกไฟคลอกตายเป็นแน่"
เงาดำเผยรอยยิ้มเย้ยหยัน ช่างไม่รู้จักประมาณตนเสียจริง ที่ไหนก็กล้าเสนอหน้าเข้ามา
รนหาที่ตายชัดๆ
เขารีบจากไปอย่างรวดเร็ว
ในตอนนี้ เฉินเสี่ยวเทียนกำลังโคจรจุดตันเถียน เพื่อดูดซับปราณวิญญาณร้อยปีอย่างตั้งใจ
เมื่อปราณวิญญาณหลั่งไหลเข้ามาอย่างไม่ขาดสาย เขาก็เริ่มสัมผัสได้ถึงกำแพงคอขวดบางๆ
แต่กำแพงนั่น แม้จะอยู่ใกล้แค่เอื้อม กลับให้ความรู้สึกห่างไกลเหลือเกิน
หลังจากนั้น เฉินเสี่ยวเทียนก็ชะลอความเร็วในการดูดซับปราณวิญญาณลง ภายในแขนขาทั้งสี่และกระดูกทั่วร่าง เริ่มมีพลังงานแปลกประหลาดสายหนึ่งไหลเวียนอยู่
พริบตาเดียว วันที่ห้าก็มาถึง
ลงชื่อเข้าใช้!
ติ๊ง!
"ลงชื่อเข้าใช้สำเร็จ ได้รับวิชาลับพันธสัญญา"
"กระตุ้นภารกิจซ่อนเร้น ปราบสัตว์อสูร 1 ตัว จะได้รับไม้วิญญาณหมื่นปี"
"รางวัล ปราณวิญญาณสองร้อยปี"
ตู้ม!
วินาทีต่อมา ปราณวิญญาณสองร้อยปีก็ปรากฏขึ้นมาโดยไม่มีการเตือนล่วงหน้า แต่เฉินเสี่ยวเทียนก็ไม่ได้ตื่นตระหนกแต่อย่างใด
เพราะเขารอคอยเวลานี้มานานแล้ว
หลังจากจุดตันเถียนในท้องกักเก็บพลังงานมาได้ครึ่งวัน ในตอนนี้มันก็เริ่มสูบฉีดอย่างบ้าคลั่ง
ปราณวิญญาณเข้ามามากเท่าไหร่ เขาก็ดูดซับมันเข้าไปมากเท่านั้น
สูดลมหายใจเฮือกเดียว พุ่งตรงทะยานเข้าสู่ระดับมหาปรมาจารย์!
"ระดับมหาปรมาจารย์ จงแตกซะ!"
เฉินเสี่ยวเทียนกัดฟันกรอด ร่างกายเริ่มสั่นเทา เขาไม่คาดคิดมาก่อนเลยว่า การทะลวงเข้าสู่ระดับมหาปรมาจารย์จะยากเย็นแสนเข็ญขนาดนี้ แม้จะได้รับปราณวิญญาณถึงสองร้อยปีอัดฉีดเข้ามา แต่ก็ยังเป็นไปอย่างยากลำบาก
สิ่งที่เฉินเสี่ยวเทียนไม่รู้ก็คือ ต่อให้เป็นอัจฉริยะที่พันปีจะมีสักคน การจะทะลวงผ่านระดับมหาปรมาจารย์ก็ยังถือเป็นเรื่องที่ยากลำบากอย่างยิ่งยวด
จำเป็นต้องมียอดฝีมือในตระกูลคอยคุ้มกัน ต้องทุ่มเทใช้ยาวิเศษและโอสถล้ำค่ามากมาย แถมยังต้องได้รับการเสริมพลังจากค่ายกลอีกด้วย ถึงจะสามารถผ่านด่านนี้ไปได้อย่างยากลำบาก ซึ่งก็ต้องใช้เวลาอย่างน้อยสิบวัน หรือนานเป็นปีๆ
แต่ตอนนี้เฉินเสี่ยวเทียนใช้เวลาเพียงแค่ครึ่งวัน ก็สามารถก้าวเข้าสู่ระดับมหาปรมาจารย์ได้โดยตรง
ไปถึงระดับที่คนอื่นไม่มีวันเอื้อมถึงไปตลอดชีวิต
แต่ถึงกระนั้น เฉินเสี่ยวเทียนก็ยังบ่นว่าครึ่งวันมันช้าเกินไปอยู่ดี
ตู้ม!
ในที่สุด หลังจากผ่านไปครึ่งวัน ท่ามกลางเสียงคำรามก้องฟ้า ร่างของเขาก็พุ่งทะยานขึ้นไปบนอากาศสูงนับหมื่นจั้ง
ก่อนจะร่วงหล่นลงมาจากความสูงหมื่นจั้ง แล้วพุ่งชนกระแทกพื้นดินอย่างแรงจนเกิดเป็นหลุมลึก
คุกใต้ดินสั่นสะเทือน!
มหาปรมาจารย์!
"ในที่สุดก็มาถึงระดับนี้สักที" เฉินเสี่ยวเทียนยินดีอยู่ในใจ ถึงปรมาจารย์กับมหาปรมาจารย์จะต่างกันแค่ตัวอักษรเดียว แต่ความแข็งแกร่งกลับห่างชั้นกันราวฟ้ากับเหว
ปรมาจารย์ทั่วไป ยังต้องรับฟังคำสั่งของราชวงศ์ ไม่กล้าหืออือ
แต่มหาปรมาจารย์นั้น ครอบครองพลังอำนาจที่แข็งแกร่งมาก มากพอที่จะยืนหยัดเทียบเคียงกับฮ่องเต้ต้าเซี่ยได้สบายๆ
หลังจากได้รับพลังระดับนี้มา เฉินเสี่ยวเทียนก็เริ่มรู้สึกว่าตัวเองมีพลังพอที่จะปกป้องตัวเองได้แล้ว
"ที่แท้มหาปรมาจารย์ ก็ยังแบ่งย่อยออกเป็นระดับหนึ่งถึงเก้าอีกสินะ"
"ส่วนข้าเพิ่งจะอยู่แค่ระดับหนึ่งขั้นต้น"
หลังจากที่เฉินเสี่ยวเทียนรู้สึกผิดหวังอยู่ครู่หนึ่ง เขาก็รีบเรียกความมั่นใจกลับคืนมาอย่างรวดเร็ว
ระดับหนึ่งแล้วไงล่ะ
ด้วยความแข็งแกร่งและลูกไม้ที่เขามีอยู่ในตอนนี้ การจะสังหารมหาปรมาจารย์ระดับสามหรือสี่ ก็ไม่ใช่เรื่องยากอะไรเลย
ยิ่งไปกว่านั้น นับตั้งแต่ได้รับระบบมาจนถึงวันนี้ มันเพิ่งจะผ่านไปแค่หกวันสั้นๆ เท่านั้นเอง
ใช้เวลาแค่หกวัน เปลี่ยนจากเศษสวะที่ไม่มีพลังยุทธ์ใดๆ ให้กลายมาเป็นมหาปรมาจารย์ระดับแนวหน้า
เกรงว่าตั้งแต่โลกนี้ถือกำเนิดขึ้นมา คงยังไม่มีใครเคยทำความสำเร็จระดับนี้ได้มาก่อน
"ตลอดหกวันนี้ ข้าพึ่งพาความพยายามของตัวเองล้วนๆ จนกลายเป็นยอดฝีมือชั้นแนวหน้า"
"การล้างแค้น ไม่ใช่เรื่องยากอีกต่อไป"
เฉินเสี่ยวเทียนยิ้มอย่างมีความสุข ทั้งไอ้หมาสารเลวเว่ยเสียน ทั้งฮองเฮา แล้วก็อัครเสนาบดี
รอคอยวันตายของพวกเจ้าไว้ได้เลย ไม่มีใครหนีรอดไปได้หรอก
โฮก!
ทันใดนั้นเอง ผนึกของคุกใต้ดินชั้นห้าก็ถูกกระแทกจนแตกละเอียด แสงสีแดงสายหนึ่งพุ่งทะลวงออกมากระแทกกรงขังจนแหลกสลาย ปรากฏเป็นร่างขนาดมหึมาทะยานออกสู่ภายนอก
วินาทีต่อมา ร่างสีแดงนี้ก็พุ่งเข้าใส่คุกชั้นสี่ มันอ้าปากกว้าง ดูดกลืนเปลวไฟนับไม่ถ้วนเข้าไปในปากจนหมดสิ้น
เมื่อเปลวไฟหลั่งไหลเข้าสู่ร่างกาย พลังของมันก็พุ่งทะยานไปถึงระดับที่น่าสะพรึงกลัว
แววตาของเฉินเสี่ยวเทียนแฝงไปด้วยความสนุกสนาน ที่แท้มันก็คือสัตว์อสูรที่มีชื่อว่า 'ราชสีห์เพลิงคลั่ง' พลังของมันน่าจะอยู่ในระดับปรมาจารย์ขั้นสูงสุดของมนุษย์ หรือเรียกได้ว่าเกือบจะก้าวเข้าสู่ระดับมหาปรมาจารย์แล้ว
เขานึกถึงภารกิจที่ได้รับตอนลงชื่อเข้าใช้เมื่อครู่
ไอ้ตัวที่อยู่ตรงหน้าข้านี่ ไม่ใช่สัตว์อสูรหรอกเหรอ?
จับมันมาเป็นสัตว์พาหนะ ก็คงดูไม่เลวเท่าไหร่นะ
(จบแล้ว)