- หน้าแรก
- ระบบวันสิ้นโลกติดบั๊ก ทำข้ากลายเป็นเทพทรูในโลกเซียน
- บทที่ 9 - ล้างบางสำนัก
บทที่ 9 - ล้างบางสำนัก
บทที่ 9 - ล้างบางสำนัก
บทที่ 9 - ล้างบางสำนัก
"อ๊ากกก!"
ปรมาจารย์โลหิตปรโลกและเจ้าสำนักโลหิตสังหารเบิกตาโพลงจนแทบจะฉีกขาด พวกมันแผดเสียงคำรามออกมาด้วยความโกรธแค้นถึงขีดสุด
"ไอ้เด็กนรก แกกล้าทำถึงขนาดนี้เลยเรอะ"
ดวงตาของปรมาจารย์โลหิตปรโลกแดงก่ำ มันลงมือโจมตีใส่จางหยวนอย่างไม่คิดชีวิต
ปราณโลหิตอันดุร้ายน่าสะพรึงกลัวควบแน่นกลายเป็นหอกโลหิตนับหมื่นเล่มแล้วพุ่งทะยานเข้าหาจางหยวน
จางหยวนแค่นเสียงเย็นชาอย่างไม่แยแส
เขาขยับนิ้วประสานอินแล้วเพิ่มโล่ป้องกันให้ตัวเองอีกสองร้อยชั้น
"ปัง ปัง ปัง ปัง ปัง!"
หอกโลหิตแต่ละเล่มพุ่งกระแทกเข้ากับโล่ป้องกันจนเกิดเป็นพายุหมุนสีเลือดอันน่าสะพรึงกลัว
โล่ป้องกันแตกสลายไปทีละชั้น
เพียงพริบตาเดียวโล่ป้องกันก็แตกกระจายไปถึงเจ็ดแปดสิบชั้น!
เย่ว์ซูอิ่งพูดด้วยความกังวลเล็กน้อย "ตาเฒ่านี่อยู่ขั้นวิญญาณก่อกำเนิดระดับสี่แล้ว แข็งแกร่งกว่าเจ้าสำนักโลหิตสังหารมากนัก โล่ป้องกันระดับแก่นทองคำขั้นต้นคงจะต้านทานการโจมตีของมันได้ยากพอสมควร!"
จางหยวนยิ้มอย่างไม่สะทกสะท้าน "ไม่เป็นไร! มันทำลายได้เท่าไหร่ ข้าก็แค่เพิ่มเข้าไปใหม่เท่านั้นเอง!"
พูดจบเขาก็เติมโล่ป้องกันชั้นแล้วชั้นเล่าเข้าไปเสริม
ช่างเป็นการทำลายไปเท่าไหร่ก็สร้างขึ้นมาใหม่เท่านั้นจริงๆ
ในที่สุดหลังจากโล่ป้องกันกว่าสองร้อยชั้นแตกสลาย การโจมตีด้วยหอกโลหิตของปรมาจารย์โลหิตปรโลกก็หยุดลง
ในตอนนี้สีหน้าของปรมาจารย์โลหิตปรโลกดูอัปลักษณ์และน่าเกลียดอย่างที่สุด
หอกคลั่งโลหิตสังหารนี้เป็นหนึ่งในการโจมตีที่แข็งแกร่งที่สุดของมันเลยนะ
แต่ผลลัพธ์คือมันไม่สามารถเจาะเกราะป้องกันของผู้ฝึกตนขั้นรวบรวมลมปราณตัวเล็กๆ ได้เลยด้วยซ้ำ!
เรื่องแบบนี้ถ้าพูดออกไปใครจะไปเชื่อ ใครจะกล้าเชื่อกัน
จางหยวนหัวเราะเยาะ "ตาเฒ่า โจมตีสะใจดีใช่ไหมล่ะ งั้นก็มาลองชิมของดีของข้าดูบ้างสิ!"
เขาหยิบยันต์วิหคเพลิงปึกใหญ่ออกมาอีกเป็นร้อยๆ แผ่น!
ยันต์วิหคเพลิงลุกไหม้อย่างรุนแรง
ยันต์แต่ละแผ่นมีวิหคเพลิงโผล่ออกมาหลายสิบตัว!
วิหคเพลิงเกือบหมื่นตัวบินเบียดเสียดกันหนาแน่นจนเต็มท้องฟ้า!
ภาพตรงหน้าทำเอาปรมาจารย์โลหิตปรโลกและเจ้าสำนักโลหิตสังหารถึงกับยืนเอ๋อไปเลย!
บัดซบเอ๊ย!
ตกลงแล้วพวกมันไปกระตุกหนวดเสือสัตว์ประหลาดแบบไหนกันแน่เนี่ย
วิหคเพลิงเกือบหมื่นตัวมากพอที่จะลบสำนักโลหิตสังหารให้หายไปจากแผนที่ได้เป็นสิบๆ รอบเลยนะ!
ปรมาจารย์โลหิตปรโลกรีบใช้วิชาเร้นโลหิตเพื่อหลบหนีเป็นอันดับแรก
ล้อเล่นหรือเปล่าเนี่ย!
เผชิญหน้ากับการโจมตีหนักหน่วงขนาดนี้ ต่อให้เป็นผู้ฝึกตนขั้นวิญญาณก่อกำเนิดระดับสูงสุดก็คงรับมือไม่ไหวหรอก!
"จะหนีไปไหน"
จางหยวนนึกคิดในใจ
วิหคเพลิงห้าพันตัวจากเกือบหนึ่งหมื่นตัวก็พุ่งทะยานไล่ตามปรมาจารย์โลหิตปรโลกไป
ถึงแม้แสงเร้นกายของปรมาจารย์โลหิตปรโลกจะรวดเร็วแค่ไหน แต่ก็ไม่เร็วไปกว่าความเร็วในการบินของวิหคเพลิงอยู่ดี
"ตู้ม ตู้ม ตู้ม ตู้ม!"
วิหคเพลิงแต่ละตัวพุ่งกระแทกเข้าใส่ร่างของมัน
ร่างกายของมันถูกเปลวเพลิงที่ลุกโชนเต็มท้องฟ้ากลืนกินไปในชั่วพริบตา
เสียงเนื้อหนังถูกแผดเผาดังซู่ซ่าก้องกังวานไปในอากาศ
ปรมาจารย์โลหิตปรโลกส่งเสียงร้องโหยหวนอย่างน่าเวทนาออกมาจากปาก
เปลวไฟของวิหคเพลิงนี้สามารถแผดเผาได้แม้กระทั่งวิญญาณก่อกำเนิดเลยนะ!
ปรมาจารย์โลหิตปรโลกผู้ยิ่งใหญ่ในขั้นวิญญาณก่อกำเนิดระดับสี่กลับต้องจบชีวิตลงและวิญญาณแตกซ่านอยู่ท่ามกลางเปลวไฟอันไร้ที่สิ้นสุด!
เมื่อเจ้าสำนักโลหิตสังหารเห็นปู่ของมันตายตกไปต่อหน้าต่อตามันก็หวาดกลัวจนขวัญหนีดีฝ่อ
มันเตรียมจะใช้วิชาเร้นโลหิตเพื่อหลบหนีอีกครั้ง
แต่จางหยวนได้เตรียมการเอาไว้ล่วงหน้าแล้ว
วิหคเพลิงทั้งหมดที่เหลือพุ่งเข้าจู่โจมและหมายจะสังหารมัน
"ตู้ม!"
วิญญาณก่อกำเนิดของเจ้าสำนักโลหิตสังหารก็ถูกทะเลเพลิงที่ลุกท่วมท้องฟ้ากลืนกินไปเช่นกัน
"อ๊ากกก! ไอ้เด็กบัดซบ แกต้องตายอย่างศพไม่สวยแน่!"
ก่อนตายเจ้าสำนักโลหิตสังหารได้ส่งเสียงสาปแช่งอย่างอาฆาตมาดร้าย
จางหยวนพูดอย่างดูถูก "เสียงคร่ำครวญของพวกขี้แพ้!"
เมื่อทนดูวิญญาณก่อกำเนิดของเจ้าสำนักโลหิตสังหารแตกซ่านไปต่อหน้าต่อตาได้แล้ว เขาถึงค่อยวางใจลงได้
ส่วนคนของสำนักโลหิตสังหารคนอื่นๆ ในขั้นแก่นทองคำ ขั้นสร้างรากฐาน และขั้นรวบรวมลมปราณล้วนจบชีวิตลงในทะเลเพลิงกันหมดแล้ว
โชคดีที่แหวนมิติถูกหลอมขึ้นจากวัสดุพิเศษจึงมีพลังทนทานต่อไฟสูงมาก
แม้จะถูกแผดเผาอยู่ท่ามกลางทะเลเพลิงแต่ก็ยังมีหลงเหลืออยู่อีกไม่น้อย
เย่ว์ซูอิ่งมีความชำนาญในเรื่องนี้แล้ว นางจึงรีบดึงแหวนมิติทั้งหมดกลับมาให้จางหยวนเป็นอันดับแรก
บนใบหน้าของนางยังคงแฝงไว้ด้วยความตกตะลึงอยู่ไม่คลาย
"ท่านพี่ ท่านจะแข็งแกร่งเกินไปแล้วนะ!"
จางหยวนพูดหยอกล้อ "ความแข็งแกร่งของข้าไม่ได้มีแค่นี้หรอกนะ ไว้รอให้เจ้าได้ทำความรู้จักกับข้าอย่างลึกซึ้งในวันข้างหน้าเจ้าก็จะรู้เองแหละ!"
แม้ว่าเย่ว์ซูอิ่งจะไม่เคยผ่านเรื่องพรรค์นี้มาก่อนแต่นางก็พอจะเดาออกว่าคำพูดของจางหยวนมันมีความหมายแอบแฝงอยู่
นางอดไม่ได้ที่จะทุบหลังจางหยวนไปหนึ่งทีพลางหน้าแดงและพูดว่า "ไม่รู้จักทำตัวให้มันจริงจังบ้างเลย!"
จางหยวนหัวเราะเบาๆ แล้วหันไปพูดกับเย่ว์ซูอิ่ง "เจ้าใช้สัมผัสวิญญาณตรวจสอบดูหน่อยสิว่ายังมีปลาที่เล็ดลอดแหไปได้อีกไหม แล้วก็ถือโอกาสค้นหาคลังสมบัติของสำนักโลหิตสังหารไปด้วยเลย!"
เย่ว์ซูอิ่งทำตามคำขอ
ยืนยันได้แล้วว่าคนของสำนักโลหิตสังหารทุกคนเสียชีวิตหมดแล้ว
เย่ว์ซูอิ่งก็หาคลังสมบัติของสำนักโลหิตสังหารจนเจอเช่นกัน
คลังสมบัตินี้ตั้งอยู่ใต้ดินและยังมีค่ายกลคอยกีดขวางเอาไว้ มันจึงไม่ถูกเปลวไฟแผดเผาทำลายไป
จางหยวนกวาดของทุกอย่างที่อยู่ข้างในแล้วยัดลงไปในพื้นที่มิติระบบจนหมดเกลี้ยง
สารบบไอเทมของทรัพยากรไม่จำกัดก็มีของเพิ่มเข้ามาอีกมากมาย
"เมื่อมีทรัพยากรพวกนี้แล้ว มันก็เพียงพอที่จะช่วยยกระดับความแข็งแกร่งโดยรวมของสำนักกระบี่จันทราขึ้นไปได้อีกขั้นใหญ่ๆ เลยทีเดียว!"
เป้าหมายเล็กๆ ในระยะสั้นก็คือการใช้ทรัพยากรอัดฉีดผู้ฝึกตนขั้นสร้างรากฐานกลุ่มหนึ่งให้ทะลวงขึ้นไปถึงขั้นแก่นทองคำให้จงได้
ออกมาท่องยุทธภพทั้งที ลำพังแค่ตัวเองเก่งคนเดียวมันไม่พอหรอก ต้องมีขุมกำลังและมีเส้นสายคอยหนุนหลังด้วย
เรื่องจุกจิกเล็กๆ น้อยๆ ก็ปล่อยให้ลูกน้องจัดการไป
"ไปเถอะ! กลับบ้านกัน!"
หลังจากตรวจสอบให้แน่ใจแล้วว่าไม่มีอะไรตกหล่น จางหยวนก็โอบเอวของเย่ว์ซูอิ่งและขึ้นขี่กระบี่บินกลับไป
ความจริงแล้วในคลังสมบัติของสำนักโลหิตสังหารก็มีเรือเหาะอยู่เหมือนกัน
แต่ถ้าให้นั่งเรือเหาะเขาก็อดใกล้ชิดกับภรรยาสุดที่รักน่ะสิ
มันก็เหมือนกับเวลาเดินกางร่มกับแฟนตอนฝนตก ร่มมันต้องยิ่งเล็กยิ่งดีไงล่ะ
แบบนี้ทั้งสองคนถึงจะได้เบียดเสียดแนบชิดกันได้ไงล่ะ
นี่แหละคือแผนการเล็กๆ น้อยๆ ของคู่รัก
เย่ว์ซูอิ่งไม่ได้รู้สึกถึงความผิดปกติใดๆ นางปล่อยให้จางหยวนโอบเอวของนางต่อไป
หลังจากผ่านเรื่องราวต่างๆ มามากมาย ความจริงแล้วตอนนี้นางก็ไม่ได้รู้สึกต่อต้านการได้ใกล้ชิดกับจางหยวนอีกต่อไป
เมื่อบินมาได้ครึ่งทาง
ระบบที่ไม่ค่อยได้เรื่องได้ราวก็เหมือนกับเพิ่งจะหายจากอาการอินเทอร์เน็ตดีเลย์และส่งเสียงแจ้งเตือนออกมา
[ขอแสดงความยินดีกับโฮสต์ คุณสามารถกวาดล้างจุดรวมพลซอมบี้ได้สำเร็จ ภารกิจเสร็จสมบูรณ์ กำลังสุ่มรางวัลภารกิจ...]
[ขอแสดงความยินดีกับโฮสต์ คุณได้รับดวงตาสัจธรรม สามารถตรวจสอบระดับพลัง ข้อมูลเบื้องลึกเบื้องหลัง และจุดอ่อนของเป้าหมายได้อย่างละเอียด!]
"ดวงตาสัจธรรมงั้นหรือ ความสามารถนี้ก็ถือว่างั้นๆ แหละนะ พอเอาไปเทียบกับกระสุนไม่จำกัดและทรัพยากรไม่จำกัดแล้วมันช่างห่างชั้นกันลิบลับเลย! ข้าก็นึกว่าจะได้พวกเซฟเฮาส์ขั้นเทพหรืออุปกรณ์สุดยอดอะไรเทือกนั้นมาซะอีก!"
จางหยวนบ่นระบบตามประสาคนขี้บ่นไปวันๆ
ระบบส่งเสียงกระแสไฟฟ้าช็อตซู่ซ่าออกมาสองสามครั้งราวกับกำลังประท้วง
จางหยวนไม่กล้ากระตุ้นระบบอีกเพราะกลัวว่ามันจะเกิดอาการติดบั๊กขึ้นมาอีก
...
ณ สำนักกระบี่จันทรา
บรรดาคนของสำนักกระบี่จันทราต่างพากันตั้งตารอการกลับมาของพวกจางหยวนอย่างใจจดใจจ่อ
เมื่อเห็นพวกเขากลับมาอย่างปลอดภัย ทุกคนต่างก็ดีใจจนเนื้อเต้น
"กลับมาแล้ว! ท่านเจ้าสำนักกับสามีกลับมาแล้ว!"
"ทำไมถึงใช้เวลาสั้นแค่นี้เองล่ะ ตกลงว่าสำนักโลหิตสังหารถูกทำลายไปแล้วหรือยัง"
"ถ้าหักเวลาเดินทางออกไป นี่มันผ่านไปไม่ถึงหนึ่งก้านธูปเลยด้วยซ้ำ! หรือว่าพวกเขาไม่ได้ไปที่สำนักโลหิตสังหารกันแน่"
ทุกคนต่างก็มีความสงสัยอยู่ในใจ
เวลาที่ใช้ไปมันสั้นเกินไปจริงๆ นี่มันไม่เหมือนการต่อสู้เพื่อทำลายล้างสำนักเลยสักนิด!
อีกอย่างพอดูจากสภาพของเย่ว์ซูอิ่งและจางหยวนแล้ว อย่าว่าแต่จะมีรอยเลือดกระเด็นเปื้อนเสื้อผ้าเลย แค่เหงื่อสักหยดก็ยังไม่ไหลออกมาเลยมั้ง
[จบแล้ว]