เราไม่เผยแพร่ผลงานที่มีลิขสิทธิ์ในประเทศไทย หากท่านพบเนื้อหาที่ละเมิดลิขสิทธิ์ แจ้งได้ที่เพจ Facebook NovelStore เราจะลบให้โดยเร็ว
ปัญหาการใช้งานเว็บไซต์ ติดต่อได้ที่เพจดังกล่าว
We do not publish or distribute copyrighted works in Thailand. To report infringing content, contact us via our Facebook page and we will remove it promptly. For other issues, use the same channel.

บทที่ 8 - วิหคเพลิงหลายร้อยตัวโบยบินเต็มท้องฟ้า

บทที่ 8 - วิหคเพลิงหลายร้อยตัวโบยบินเต็มท้องฟ้า

บทที่ 8 - วิหคเพลิงหลายร้อยตัวโบยบินเต็มท้องฟ้า


บทที่ 8 - วิหคเพลิงหลายร้อยตัวโบยบินเต็มท้องฟ้า

ปรมาจารย์โลหิตปรโลกถามขึ้น "หลานรัก ตอนนี้เจ้ามีแผนการอะไรต่อไป"

เจ้าสำนักโลหิตสังหารตอบ "ก็ต้องหาร่างเนื้อเพื่อสิงสู่แย่งชิงร่างก่อนน่ะสิ แล้วค่อยบุกกลับไปฆ่าพวกมัน! ข้าจะต้องจับนังเย่ว์ซูอิ่งมาสั่งสอนให้หลาบจำต่อหน้าต่อตาไอ้เด็กนั่นให้จงได้!"

พอคิดถึงรูปร่างหน้าตาอันงดงามไร้ที่ติของเย่ว์ซูอิ่ง หัวใจของเจ้าสำนักโลหิตสังหารก็ร้อนรุ่มขึ้นมาทันที

"ภรรยาของคนอื่นที่งดงามระดับนี้ คนอย่างข้าไม่มีทางปล่อยไปเด็ดขาด!"

ปรมาจารย์โลหิตปรโลกพูดว่า "ตกลง เดี๋ยวปู่จะไปหาวิธีหาร่างเนื้อที่สมบูรณ์แบบมาให้เจ้าเอง!"

ขณะที่ทั้งสองกำลังวางแผนกันอยู่

จู่ๆ ก็มีเสียงระเบิดดังสนั่นมาจากนอกสำนัก

ค่ายกลพิทักษ์สำนักของสำนักโลหิตสังหารทั้งหมดยังสั่นสะเทือนไปถึงสามครั้ง

เสียงอันเย็นเยียบดังก้องไปทั่วน่านฟ้าของสำนักโลหิตสังหาร

"ไอ้โจรมักมาก! ไอ้โจรชั่ว! ไอ้โจรสารเลว! ไอ้โจรกบฏ! ยังไม่รีบไสหัวออกมารับความตายอีก!"

เมื่อเจ้าสำนักโลหิตสังหารได้ยินเสียงนี้ สีหน้าของมันก็เปลี่ยนไปทันที

"เป็นสามีของนังเย่ว์ซูอิ่ง! มันเป็นคนทำลายกายเนื้อของข้า ไม่คิดเลยว่ามันจะกล้าบุกมาหาถึงที่!"

ปรมาจารย์โลหิตปรโลกได้ยินดังนั้น ใบหน้าเหี่ยวย่นก็มืดครึ้มลง

"สามหาวนัก! คิดว่าสำนักโลหิตสังหารของเราทำจากดินเหนียวหรือไง ถึงได้กล้าบุกมาแส่หาที่ตายถึงที่!"

การต่อสู้ในถิ่นตัวเอง สำนักโลหิตสังหารมีค่ายกลพิทักษ์สำนักคอยคุ้มกันอยู่

ต่อให้ไอ้เด็กนั่นจะมีปราณกระบี่เหลืออยู่อีกหลายสิบสายก็คงยากที่จะพังม่านพลังเข้ามาได้!

และเมื่อปราณกระบี่ถูกใช้จนหมด สถานการณ์ของผู้ล่าและผู้ถูกล่าก็จะสลับฝั่งกันทันที!

"ไป! ข้าก็อยากจะรู้เหมือนกันว่าไอ้เด็กนี่มันจะมีสามหัวหกแขนหรือยังไง!"

ปรมาจารย์โลหิตปรโลกและเจ้าสำนักโลหิตสังหารบินขึ้นไปบนน่านฟ้าของสำนักโลหิตสังหารพร้อมกัน

บรรดาศิษย์และผู้อาวุโสของสำนักโลหิตสังหารต่างก็ตื่นตระหนกตกใจ

ผู้คนเกือบหมื่นคนโผล่หัวออกมา สายตาทุกคู่จับจ้องไปที่จางหยวนและเย่ว์ซูอิ่งอย่างพร้อมเพรียง

"แค่ผู้ฝึกตนขั้นแก่นทองคำหนึ่งคนกับขั้นรวบรวมลมปราณอีกหนึ่งคน กลับกล้ามาทำกำเริบเสิบสานที่สำนักโลหิตสังหารของเราเชียวหรือ"

ผู้อาวุโสขั้นแก่นทองคำระดับปลายของสำนักโลหิตสังหารคนหนึ่งลงมือจู่โจมอย่างเหี้ยมโหดหมายจะบดขยี้จางหยวนและเย่ว์ซูอิ่งให้แหลกคามือ

ฝ่ามือขนาดยักษ์ที่ก่อตัวขึ้นจากปราณโลหิตพุ่งแหวกอากาศออกมาแล้วกดทับลงมาอย่างรุนแรง

"ฟิ้ง ฟิ้ง ฟิ้ง ฟิ้ง ฟิ้ง!"

แสงสีทองสาดประกายเจิดจ้า

ภายในพริบตาจางหยวนก็กางโล่ป้องกันให้กับตัวเองและเย่ว์ซูอิ่งกว่าร้อยชั้น

โล่ป้องกันซ้อนทับกันหนาเตอะจนแทบจะมองไม่เห็นรูปร่างหน้าตาของทั้งสองคนแล้ว

รอยประทับฝ่ามือสีเลือดพุ่งกระแทกเข้ากับโล่ป้องกันอย่างจังจนเกิดเสียงดังสนั่นหวั่นไหว

"ปัง ปัง ปัง!"

โล่ป้องกันห้าหกชั้นแตกสลายไปติดๆ กันและยังมีอีกสองสามชั้นที่มีรอยร้าวปรากฏขึ้น

ทว่าโล่ป้องกันอีกเก้าสิบกว่าชั้นที่อยู่ด้านในกลับไม่ได้รับความเสียหายแม้แต่น้อย

"อะไรกัน!"

ผู้อาวุโสขั้นแก่นทองคำระดับปลายที่ลงมือโจมตีถึงกับตาเหลือกถลน

นี่มันเรื่องบ้าอะไรวะเนี่ย

ของวิเศษป้องกันตัวแบบไหนกันที่สามารถสร้างโล่ป้องกันได้เป็นร้อยชั้นในรวดเดียว

จางหยวนยิ้มกริ่มอย่างบ้าคลั่งพร้อมกับพูดว่า "ได้เห็นแล้วใช่ไหมว่าป้อมปราการที่แข็งแกร่งดั่งหินผามันเป็นยังไง"

ดวงตาอันชราภาพของปรมาจารย์โลหิตปรโลกก็หรี่ลงเช่นกัน

"น่าสนใจดีนี่! ถึงจะเป็นแค่ของวิเศษระดับแก่นทองคำแต่สามารถกางโล่ได้เยอะขนาดนี้ในครั้งเดียวก็ถือว่าเป็นของชั้นยอดที่หาดูได้ยากเลยทีเดียว!"

เย่ว์ซูอิ่งที่ยืนอยู่ท่ามกลางโล่ป้องกันหลายชั้นรู้สึกปลอดภัยอย่างเต็มเปี่ยม

สามีคนนี้ยิ่งมายิ่งทำให้นางรู้สึกหวั่นไหวมากขึ้นทุกที

สัมผัสวิญญาณของจางหยวนทะลวงผ่านโล่ป้องกันออกไปกวาดมองจนพบตัวเจ้าสำนักโลหิตสังหาร

"ไอ้โจรชั่ว! แกคิดจะแย่งชิงภรรยาของข้า แกเคยคิดบ้างไหมว่าจะต้องถูกฆ่าล้างโคตรแบบนี้"

เจ้าสำนักโลหิตสังหารหัวเราะเยาะอย่างเย็นชา "ฮ่าฮ่าฮ่า แกเป็นแค่เด็กเมื่อวานซืนขั้นรวบรวมลมปราณ คิดจริงๆ หรือว่าแค่มีกระบี่จันทราเสี้ยวเล่มเดียวแล้วจะไร้เทียมทาน ปราณกระบี่ของแกยังใช้ได้อีกกี่ครั้งกันเชียว"

จางหยวนหัวเราะเยาะกลับ "คราวนี้ข้าจะไม่ใช้ปราณกระบี่หรอกนะ แต่ข้าจะใช้ของของแกเองมาทำลายสำนักของแก แบบนี้ต่างหากถึงจะเรียกว่าเชือดไก่ให้ลิงดูแถมยังแทงใจดำของแท้!"

พูดจบในมือของเขาก็ปรากฏยันต์ขึ้นมาแผ่นหนึ่ง

นี่คือของที่ค้นเจอจากในแหวนมิติของเจ้าสำนักโลหิตสังหาร เป็นยันต์ที่อยู่ในระดับวิญญาณก่อกำเนิด

เจ้าสำนักโลหิตสังหารมียันต์แผ่นนี้เพียงแผ่นเดียวเท่านั้น

แต่เมื่อมาอยู่ในมือของจางหยวน มันกลับมีให้ใช้แบบไม่มีวันหมด!

เมื่อเจ้าสำนักโลหิตสังหารเห็นยันต์อันคุ้นตา สีหน้าของมันก็เปลี่ยนไปทันที

"ยันต์วิหคเพลิงของข้า! นั่นมันของที่ข้าต้องจ่ายเงินก้อนโตถึงจะซื้อมาได้เลยนะ!"

ยันต์วิหคเพลิงแผ่นนี้ถูกเขียนขึ้นจากเลือดแก่นแท้ของสัตว์อสูรที่ชื่อว่าวิหคเพลิง

ซึ่งวิหคเพลิงนี้มีสายเลือดของนกฟีนิกซ์ที่เบาบางมากๆ ไหลเวียนอยู่

เมื่อมันโตเต็มวัยก็สามารถบรรลุถึงขั้นวิญญาณก่อกำเนิดได้เลย

อานุภาพของยันต์วิหคเพลิงนี้จึงไม่สามารถดูถูกได้เลย

เจ้าสำนักโลหิตสังหารเก็บมันไว้เป็นไพ่ตายก้นหีบ

เพียงแต่ตอนที่มันต้องเผชิญหน้ากับปราณกระบี่ที่พุ่งเข้ามาปกคลุมไปทั่วท้องฟ้า มันก็ไม่มีเวลาแม้แต่จะกระตุ้นการทำงานของยันต์

นี่จึงกลายเป็นโอกาสให้จางหยวนคว้าของดีมาได้ฟรีๆ

จางหยวนยิ้มหยันและพูดว่า "แกรู้จักก็ดีแล้ว งั้นข้าจะให้แกได้เห็นกับตาตัวเองว่าสำนักของแกต้องพินาศย่อยยับลงด้วยยันต์วิหคเพลิงแผ่นนี้!"

จางหยวนใช้พลังวิญญาณกระตุ้นการทำงานของยันต์

ทันใดนั้นยันต์วิหคเพลิงก็ลุกไหม้อย่างรุนแรง

"กิ๊ววว!"

เสียงร้องอันดังกังวานของวิหคเพลิงดังขึ้น

จากนั้นวิหคเพลิงที่มีความกว้างของปีกยาวหลายร้อยเมตรก็บินทะยานออกมาจากเปลวเพลิง

เปลวไฟอันน่าสะพรึงกลัวทำให้อุณหภูมิในรัศมีหลายพันเมตรพุ่งสูงขึ้นอย่างรวดเร็ว

"ไป!"

จางหยวนตะโกนสั่งการ

วิหคเพลิงกระพือปีกพร้อมกับพาห่าฝนดาวตกเพลิงพุ่งเข้าชนค่ายกลพิทักษ์สำนักของสำนักโลหิตสังหารอย่างรุนแรง

โล่ป้องกันของค่ายกลสั่นสะเทือนอย่างหนักและเกิดเป็นระลอกคลื่นแผ่กระจายออกไป

ประกายไฟนับไม่ถ้วนกระโดดโลดเต้นอย่างบ้าคลั่งอยู่บนม่านพลัง

ใบหน้าของเจ้าสำนักโลหิตสังหารเผยให้เห็นถึงความเจ็บปวดเสียดาย

ไพ่ตายของตัวเองกลับถูกเอามาใช้ทิ้งขว้างแบบนี้!

"ไอ้เด็กบัดซบ! ข้าจะต้องฆ่าแกให้ได้!"

จางหยวนยิ้มบางๆ แล้วตอบว่า "อย่าเพิ่งรีบร้อนสิ! มันยังไม่จบแค่นี้หรอกนะ!"

ทันใดนั้นก็ได้ยินเสียงร้องของวิหคเพลิงดังขึ้นอีกเป็นชุด

ลูกไฟหลายลูกระเบิดออกและมีวิหคเพลิงหลายสิบตัวพุ่งทะยานออกมาจากด้านใน!

วิหคเพลิงทุกตัวกางปีกเพลิงออกกว้าง

ท้องฟ้ากว่าครึ่งถูกสาดส่องด้วยแสงไฟที่พุ่งทะยานขึ้นไป

"นี่มันเป็นไปได้ยังไง!"

เจ้าสำนักโลหิตสังหารมีสีหน้าเหลือเชื่อ

ยันต์วิหคเพลิงน่าจะเรียกนกไฟออกมาได้แค่ตัวเดียวเท่านั้นนี่นา

แล้วทำไมจู่ๆ ถึงโผล่มาเป็นสิบๆ ตัวได้ล่ะ!

"ไอ้เด็กนี่มันผิดปกติจริงๆ!"

ตั้งแต่ปราณกระบี่หลายสิบสายไปจนถึงโล่ป้องกันเป็นร้อยชั้นแล้วยังมีวิหคเพลิงอีกหลายสิบตัว นี่มันไม่ใช่เรื่องบังเอิญอย่างแน่นอน!

เมื่อบรรดาคนของสำนักโลหิตสังหารเห็นภาพวิหคเพลิงหลายสิบตัวโบยบินอยู่เต็มท้องฟ้าต่างก็มีสีหน้าหวาดผวา

พลังทำลายล้างพวกนี้เทียบเท่ากับการโจมตีเต็มกำลังของผู้ฝึกตนขั้นวิญญาณก่อกำเนิดเลยนะ!

ถล่มลงมาเป็นสิบๆ ตัวแบบนี้ ค่ายกลคงจะรับมือไม่ไหวแน่!

แต่จางหยวนก็ดูเหมือนจะรู้สึกว่ามันยังไม่พอ

"พรึ่บ!"

เขาหยิบยันต์วิหคเพลิงปึกใหญ่ออกมาจากอกเสื้อ

ทั่วทั้งท้องฟ้าราวกับนางฟ้าโปรยดอกไม้ ยันต์วิหคเพลิงทีละแผ่นถูกจุดประกายไฟขึ้นมาทั้งหมดในพริบตา

จำนวนของวิหคเพลิงพุ่งสูงขึ้นอย่างรวดเร็วจนถึงหลายร้อยตัว!

ท้องฟ้าทั้งหมดที่อยู่ในสายตาถูกบดบังด้วยเปลวเพลิงจนมิด

"ซี๊ดดด!"

ทุกคนต่างสูดลมหายใจเข้าลึกด้วยความตกตะลึง ดวงตาของพวกเขาเต็มไปด้วยสายตาเหมือนเห็นผี

"วิหคเพลิงตั้งหลายร้อยตัว! เป็นไปได้ยังไง! ใครก็ได้ช่วยบอกข้าทีว่านี่มันเรื่องบ้าอะไรกันเนี่ย!"

"ไอ้เด็กนี่ไปเอายันต์ระดับวิญญาณก่อกำเนิดมากมายขนาดนี้มาจากไหน"

"สำนักโลหิตสังหารแย่แล้ว! พวกเราตายแน่!"

กิ๊ววว!

วิหคเพลิงหลายร้อยตัวส่งเสียงร้องแหลมพร้อมกัน

พวกมันกระพือปีกเพลิงและพุ่งดิ่งลงมาด้านล่าง

"ตู้ม ตู้ม ตู้ม ตู้ม ตู้ม!"

ม่านพลังป้องกันถูกโจมตีอย่างหนักหน่วงระลอกแล้วระลอกเล่าจนเกิดเสียงร้องครวญครางราวกับรับน้ำหนักไม่ไหว

"เพล้ง!"

โล่ป้องกันทั้งหมดแตกสลายและระเบิดเป็นชิ้นเล็กชิ้นน้อย

วิหคเพลิงแต่ละตัวพุ่งทะลวงเข้าสู่ค่ายกลที่พังทลายแล้วกลืนกินสำนักโลหิตสังหารจนมิด

ทันใดนั้นสำนักโลหิตสังหารก็กลายเป็นทะเลเพลิงอันกว้างใหญ่

บรรดาศิษย์และผู้อาวุโสส่งเสียงร้องโหยหวนอย่างน่าเวทนาพร้อมกับดิ้นรนทุรนทุรายท่ามกลางกองเพลิง

เพียงไม่นานนัก

คนกว่าเก้าส่วนก็ถูกแผดเผาจนกลายเป็นเถ้าถ่าน

[จบแล้ว]

จบบทที่ บทที่ 8 - วิหคเพลิงหลายร้อยตัวโบยบินเต็มท้องฟ้า

คัดลอกลิงก์แล้ว