- หน้าแรก
- ภรรยาขอข้าที่แท้เจ้าคือผู้ฝึกตนสายมาร
- บทที่ 28 หรือว่าเขาจะมีสายเลือดราชันย์อสูร
บทที่ 28 หรือว่าเขาจะมีสายเลือดราชันย์อสูร
บทที่ 28 หรือว่าเขาจะมีสายเลือดราชันย์อสูร
สวี่ชิงซานคิดคำนวณเอาไว้แล้วว่า ในการไปเยือนสวนร้อยอสูรหมายเลข 5624 ครั้งแรก จะต้องพาภรรยาไปด้วยให้ได้
จะได้ให้ภรรยาได้สัมผัสถึงกลิ่นอายของสัตว์อสูรจากบ้านเกิดเมืองนอนเสียหน่อย
เมื่อหลินฮ่วนเห็นสวี่ชิงซานตกอยู่ในภวังค์ความคิด ก็คิดว่าเขาคงจะเสียดายหินวิญญาณ จึงพยายามตะล่อมเกลี้ยกล่อม:
"ศิษย์น้อง ข่าวสารน่ะประเมินค่าไม่ได้หรอกนะ ในหลายๆ สถานการณ์ ข่าวสารที่มีค่าก็สามารถช่วยชีวิตเจ้าไว้ได้เชียวนะ"
สวี่ชิงซานหลุดออกจากภวังค์ แล้วส่ายหน้าปฏิเสธ:
"ไม่ล่ะขอรับศิษย์พี่ ทหารมาใช้ขุนพลต้าน น้ำมาใช้ดินถม ข้าเชื่อว่าขอเพียงแค่มีจิตใจที่มุ่งมั่นในวิถีแห่งเต๋า ก็จะไม่มีวันพ่ายแพ้ต่ออุปสรรคตรงหน้าอย่างแน่นอนขอรับ"
หลินฮ่วนถึงกับอึ้งไปเลย ดวงตาเบิกกว้างขึ้นเรื่อยๆ
เขาไม่ยอมรับข่าวสารอีกแล้ว ไม่ยอมรับข่าวสารอีกแล้ว ท่าทางแบบนี้เหมือนกับคืนก่อนที่เขาจะไปประลองกับมี่เหิงไม่มีผิดเพี้ยน
สถานการณ์ในตอนนี้ ช่างเหมือนกับตอนนั้นเสียเหลือเกิน
"ศิษย์น้อง เจ้าคิดดีแล้วจริงๆ หรือ?"
เขาไม่รู้เลยว่าทำไมสวี่ชิงซานถึงได้กล้าหาญชาญชัยถึงเพียงนี้ ตอนที่ประลองกับมี่เหิง ยังพอจะอ้างได้ว่าเป็นการซ่อนเร้นประกายความสามารถ เก็บงำฝีมือเอาไว้
แต่ครั้งนี้ต้องไปรับมือกับสัตว์อสูรดุร้ายของสำนักอินซาเชียวนะ มันไม่ใช่สิ่งที่คนระดับมี่เหิงจะเอาไปเทียบได้เลยนะ
สวี่ชิงซานพยักหน้ารับ
"ก็ได้ ข้าเคารพการตัดสินใจของเจ้า"
หลินฮ่วนเดินจากไปอย่างหมดอาลัยตายอยาก ราวกับเพิ่งจะชวดเงินไปเป็นหมื่นหินวิญญาณอย่างนั้นแหละ
วันรุ่งขึ้น
สวี่ชิงซานก็ได้รับข้อความจากหลินฮ่วน แจ้งสถานที่คือสวนร้อยอสูรหมายเลข 5624
ในเวลาเดียวกัน ก็มีศิษย์ในนามคนหนึ่งขี่กระบี่เหาะมา เพื่อนำทางสวี่ชิงซานไปยังสวนร้อยอสูรที่ได้รับมอบหมาย
เขาชื่อลี่หยาง เป็นลูกน้องภายใต้สังกัดของอี้ชางไห่ ซึ่งเป็นทายาทของผู้พิทักษ์อี้นั่นเอง
"ภรรยา อุดอู้แต่อยู่ในถ้ำบำเพ็ญเพียรทั้งวันเดี๋ยวจะพานอึดอัดเอาได้ เจ้าตามข้าไปสูดอากาศข้างนอกที่สวนร้อยอสูรหน่อยเถอะนะ"
สวี่ชิงซานจับมือที่อ่อนนุ่มไร้กระดูกของหลินซือซือ พลางเอ่ยชวนอย่างจริงใจ
"ได้สิเจ้าคะ~ ท่านพี่ น้องเชื่อฟังท่านเจ้าค่ะ~"
เมื่อลี่หยางได้ยินดังนั้น แม้จะไม่ได้ปริปากพูดอะไรออกมา แต่หัวคิ้วก็เลิกขึ้น สีหน้าเผยให้เห็นถึงความสะใจอย่างปิดไม่มิด
สวี่ชิงซานผู้นี้ไปล่วงเกินนายน้อยอี้ของเขาเข้า จึงถูกเนรเทศให้มาอยู่ที่สวนร้อยอสูรหมายเลข 5624 ลำพังตัวเองก็ตกที่นั่งลำบาก ตัวเองยังแทบเอาตัวไม่รอดอยู่แล้วแท้ๆ แต่กลับยังจะลากภรรยาไปรนหาที่ตายด้วยอีก
นางเป็นแค่คนธรรมดา เกรงว่าคงจะต้องถูกเสียงคำรามของพวกสัตว์อสูรดุร้ายเหล่านั้นข่มขวัญจนตับดีแตกเป็นแน่
ลี่หยางในฐานะศิษย์ในนามอดใจรอที่จะดูงิ้วโรงนี้แทบไม่ไหว ถึงกับเร่งความเร็วของกระบี่วิญญาณให้เร็วขึ้นอีกหลายส่วน
…………
สวนร้อยอสูรหมายเลข 5624
บริเวณบ่อจระเข้
ริมฝั่งแม่น้ำ จระเข้ยักษ์ลำตัวยาว 2 จั้งตัวหนึ่งกำลังคลานอยู่อย่างเกียจคร้าน ฟันเหล็กแหลมคมยาวเหยียดขบกรามขึ้นลง บดเคี้ยวท่อนขาขาวอวบสองข้างจนแหลกละเอียด
เลือดสดๆ ย้อมริมฝั่งแม่น้ำจนแดงฉาน ดูน่าสยดสยองยิ่งนัก
ด้านนอกโซนจระเข้ มีศิษย์รับใช้หลายคนกำลังยืนมองภาพเหตุการณ์ภายในโซนจระเข้ด้วยร่างกายที่สั่นเทาอย่างควบคุมไม่ได้
แม้ว่าจะมีค่ายกลวิญญาณคอยกักขังจระเข้ตัวนี้เอาไว้ ทว่ามันก็ไม่อาจกักขังความหวาดกลัวที่กำลังแผ่ซ่านอยู่ในจิตใจของพวกเขาได้เลย
"นี่เป็นคนที่เท่าไหร่ของเดือนนี้แล้วเนี่ย?" ศิษย์รับใช้คนหนึ่งเอ่ยขึ้น
"คนที่สามแล้ว นี่เป็นศิษย์พี่ศิษย์น้องคนที่สามแล้วนะที่ถูกจระเข้วารีทมิฬกลืนกินลงไป"
คนที่ตอบคำถามรู้สึกขมขื่นในใจ รู้สึกว่าชีวิตนี้ช่างมืดมนเหลือเกิน
พวกเขาล้วนเป็นศิษย์ที่กระทำความผิดร้ายแรงในสำนักเทียนสิง จึงถูกส่งตัวมาที่สวนร้อยอสูรหมายเลข 5624 เพื่อรับการดัดนิสัย ขอเพียงแค่สามารถอดทนอยู่ให้รอดได้เป็นเวลา 1 เดือน ความผิดของพวกเขาก็จะถูกลบล้างไปจนหมดสิ้น และยังคงมีความหวังที่จะได้เลื่อนขั้นจากศิษย์รับใช้ไปเป็นศิษย์ในนาม หรือแม้กระทั่งศิษย์อย่างเป็นทางการได้อยู่
แต่ในตอนนี้ บรรดาศิษย์เหล่านี้ต่างก็ขวัญหนีดีฝ่อกันไปหมดแล้ว แทบอยากจะล้มเลิกภารกิจนี้ แล้วขอยอมถูกจับไปขังคุกใต้ดินของสำนักเทียนสิงเสียยังจะดีกว่า
ภารกิจของพวกเขาคือการให้อาหารจระเข้วารีทมิฬ
ไอ้เดรัจฉานตัวนี้มีสายเลือดของจระเข้กลืนนภาจากยุคบรรพกาลผสมอยู่เสี้ยวหนึ่ง จึงมีความดุร้ายเป็นอย่างมาก เอะอะก็จะกลืนกินคนเป็นๆ ลงไปทั้งเป็นอยู่ร่ำไป
หากศิษย์รับใช้พลาดพลั้งเพียงนิดเดียว ก็จะกลายเป็นอาหารในท้องของมันทันที
หากสถานการณ์ยังเป็นเช่นนี้ต่อไป เมื่อหมดเดือนนี้ จะมีศิษย์กี่คนที่สามารถรอดชีวิตออกไปจากโซนจระเข้ได้ ก็นับนิ้วได้เลย
"ฝั่งพวกเรานี่ยังถือว่าดีนะ ข้าได้ยินมาว่าทางฝั่งโซนงูหลาม เดือนนี้มีศิษย์ที่ต้องตายเพราะไปให้อาหารงูหลามทองคำเกินสิบคนเข้าไปแล้ว"
"เฮ้อ งูหลามทองคำตัวนั้นมีสายเลือดของงูหลามจักรพรรดิจากยุคบรรพกาลผสมอยู่ น้ำลายงูที่มันผลิตออกมานั้นมีความลี้ลับพิสดารเป็นอย่างมาก สามารถช่วยสะกดกลั้นความคิดชั่วร้ายในใจ และป้องกันไม่ให้เกิดมารผจญในระหว่างการบำเพ็ญเพียรและทะลวงระดับพลังได้
เสียก็แต่การจะไปเอาน้ำลายงูมานั้น จะต้องเอามือไปง้างปากงูหลามทองคำด้วยตัวเอง แล้วใช้ปราณวิญญาณกระตุ้น บังคับให้มันหลั่งน้ำลายออกมา
มีศิษย์พี่ศิษย์น้องจำนวนไม่น้อยเลยล่ะที่ต้องมาตายในระหว่างที่กำลังรีดน้ำลายงู สภาพศพนี่นะ ดูไม่ได้เลยล่ะ"
"ข้าได้ยินมาว่าวันนี้เบื้องบนจะส่งศิษย์พี่คนใหม่มาคอยชี้แนะการทำงาน รู้สึกว่าจะชื่อสวี่ชิงซาน ได้ยินมาว่าเป็นคนที่ได้รับตำแหน่งสายบูรณาการมาด้วยล่ะ"
ในสำนักเทียนสิง สถานะของศิษย์คือเครื่องยืนยันความสูงต่ำของยศถาบรรดาศักดิ์ ไม่ว่าศิษย์อย่างเป็นทางการจะเข้าสำนักมาเมื่อใด เมื่ออยู่ต่อหน้าศิษย์ในนามและศิษย์รับใช้แล้ว ย่อมมีศักดิ์เป็นศิษย์พี่เสมอ
"ตำแหน่งสายบูรณาการ คงไม่ใช่พวกลูกหลานของผู้พิทักษ์หรือผู้อาวุโสคนไหน ที่ถูกส่งมาเพื่อสร้างโปรไฟล์หรอกนะ
งานในสวนร้อยอสูรหมายเลข 5624 เนี่ย ไม่ใช่งานที่คนทั่วไปจะมาชี้แนะให้เข้าใจได้ง่ายๆ หรอกนะ"
"เฮ้อ ข้าขอแค่เขาไม่ใช่พวกมือใหม่ที่ไม่รู้ประสีประสาเรื่องการเลี้ยงสัตว์อสูรวิญญาณเลยก็พอแล้วล่ะ
ต่อให้เป็นมือใหม่ ต่อให้แค่มาสร้างโปรไฟล์ ขอแค่ไม่มาสั่งการมั่วซั่ว ข้าก็กราบขอบพระคุณสวรรค์แล้ว
ข้าแค่อยากจะมีชีวิตรอดออกไปก็เท่านั้นเอง"
"……"
เมื่อพูดถึงศิษย์พี่ที่กำลังจะเดินทางมาถึง ศิษย์หลายคนต่างก็รู้สึกเป็นกังวลใจ
ในขณะนั้นเอง ก็มีเสียงแหวกอากาศดังขึ้น
บรรดาศิษย์ต่างพากันแหงนหน้าขึ้นมอง ก็เห็นกระบี่บินสองเล่มร่อนลงมาตามลำดับ
คนที่อยู่ด้านหน้า ดูจากป้ายประจำตัวแล้วน่าจะเป็นศิษย์ในนาม ส่วนชายหนุ่มรูปร่างสูงโปร่ง หน้าตาหล่อเหลาที่อยู่ด้านหลัง มีป้ายประจำตัวศิษย์ตำแหน่งสายบูรณาการห้อยอยู่
"คารวะศิษย์พี่ขอรับ"
บรรดาศิษย์พากันทำความเคารพสวี่ชิงซาน
แม้จะทำความเคารพ แต่น้ำเสียงกลับไม่ได้แสดงความเคารพยำเกรงมากนัก
สวี่ชิงซานผู้นี้ไม่ว่าจะมองในแง่ของคุณวุฒิหรือระดับพลัง ก็ล้วนเทียบพวกเขาไม่ได้เลย
แถมการมาที่สวนร้อยอสูรในครั้งนี้ เขายังพาหญิงสาวธรรมดาที่ไม่มีความผันผวนของปราณวิญญาณเลยแม้แต่น้อยมาด้วยอีกต่างหาก
ถึงแม้หญิงสาวผู้นี้จะงดงามสะคราญตา ทว่าสัตว์อสูรวิญญาณในสวนร้อยอสูรไม่รู้จักทะนุถนอมบุปผาหรอกนะ
ศิษย์รับใช้ทุกคนต่างก็ตีตราว่าสวี่ชิงซานเป็นเพียงลูกคุณหนูที่มาสร้างโปรไฟล์เท่านั้น
"พาตัวศิษย์พี่สวี่ไปเดินตรวจตราสวนร้อยอสูร" ลี่หยาง ศิษย์ในนามที่เดินทางมาพร้อมกับสวี่ชิงซานเอ่ยสั่งการ
บรรดาศิษย์รับใช้ขานรับ ก่อนจะพาทั้งสามคนไปยังโซนจระเข้ที่อยู่ใกล้ที่สุด
"ศิษย์พี่สวี่ นี่คือสัตว์อสูรวิญญาณระดับ 2 จระเข้วารีทมิฬ มีระดับพลังเทียบเท่ากับระดับฝึกปราณของพวกเราเลยล่ะขอรับ
จระเข้ตัวนี้มีสายเลือดของจระเข้กลืนนภาจากยุคบรรพกาลผสมอยู่ ดุร้ายเอามากๆ ขอศิษย์พี่โปรดระวัง อย่าก้าวล่วงเข้าไปในค่ายกลวิญญาณเป็นอันขาดเลยนะขอรับ"
ศิษย์รับใช้ผมสั้นสีเหลืองคนหนึ่งเป็นผู้แนะนำตัวจระเข้ เขาถูกส่งมาดัดนิสัยที่สวนร้อยอสูรหมายเลข 5624 แห่งนี้ก็เพราะไปลวนลามคู่บำเพ็ญของศิษย์พี่เข้า
ลูกคุณหนูที่มาสร้างผลงานคนนี้ ถึงอย่างไรก็ต้องมีภูมิหลังอยู่บ้าง พวกเขาจึงต้องคอยดูแลความปลอดภัยของเขาให้ดี
เมื่อสวี่ชิงซานและหลินซือซือได้ยินดังนั้น ก็ไม่ได้ก้าวเดินต่อไป ทำเพียงแค่ยืนสังเกตการณ์อยู่ด้านนอกม่านแสงโปร่งใสของค่ายกลวิญญาณเท่านั้น
จระเข้วารีทมิฬที่กำลังกินบุฟเฟต์เนื้อมนุษย์อยู่อย่างสบายอารมณ์ จู่ๆ ม่านตาสีดำสนิทแนวตั้งของมันก็หดเกร็ง ร่างกายอันบึกบึนของมันบิดตัวหันขวับมามองทางสวี่ชิงซาน
สวี่ชิงซานมีสีหน้าเรียบเฉย ส่วนหลินซือซือก็มีรอยยิ้มบางๆ ประดับอยู่บนใบหน้าอันงดงาม ริมฝีปากอวบอิ่มสีระเรื่อ ดูอ่อนหวานและงดงามยิ่งนัก
ชั่วพริบตานั้น ม่านตาแนวตั้งสีดำปนเหลืองของจระเข้วารีทมิฬ ก็ฉายแววหวาดกลัวสุดขีดออกมา
ความทรงจำในอดีตพุ่งเข้ามาโจมตีมันอย่างบ้าคลั่ง
มันเชิดหัวขึ้น อ้าปากกว้างราวกับอ่างเลือด แผดเสียงร้องโหยหวนออกมาอย่างน่าเวทนา ก่อนจะหมอบราบลงกับพื้น ซบหัวลงต่ำ นิ่งเงียบไม่ไหวติง
ท่าทีที่ทั้งว่านอนสอนง่าย หวาดกลัว และยำเกรงนั้น ราวกับชาวบ้านตาดำๆ ที่กำลังเข้าเฝ้าองค์จักรพรรดิก็ไม่ปาน
???
บรรดาศิษย์ต่างก็ตกตะลึงไปตามๆ กัน
จระเข้วารีทมิฬตัวนี้เป็นอะไรไปเนี่ย?
นี่ใช่ท่าทีที่มันเคยปฏิบัติต่อศิษย์ใหม่ที่เพิ่งเข้ามางั้นหรือ
ก่อนหน้านี้ตอนที่มีศิษย์ใหม่ระดับหล่อหลอมชีพจรเข้ามาใกล้ ลำพังแค่กลิ่นอายที่มันแผ่ออกมา ก็เพียงพอที่จะทำให้คนผู้นั้นเลือดลมปั่นป่วนได้แล้ว
ทั้งๆ ที่มีค่ายกลวิญญาณกั้นอยู่นะเนี่ย
แต่ทว่าตอนนี้ล่ะ
จระเข้วารีทมิฬที่มีสายเลือดของจระเข้กลืนนภาจากยุคบรรพกาลผสมอยู่ตัวนี้ ความหยิ่งผยองจองหองที่เคยมีมันหายไปไหนหมดแล้ว
"หรือว่ามันจะกินเนื้อมนุษย์มากเกินไปจนป่วยกันนะ?"
บรรดาศิษย์บางคนตั้งข้อสงสัย เพราะไม่ว่าอย่างไรพวกเขาก็ไม่มีทางเชื่อมโยงอาการหงอยเหงาของจระเข้วารีทมิฬ เข้ากับการปรากฏตัวของสวี่ชิงซานได้อย่างแน่นอน
เพราะถึงอย่างไรเขาก็เป็นเพียงแค่ศิษย์ระดับหล่อหลอมชีพจรขั้น 3 เท่านั้น การที่บรรดาศิษย์รับใช้เรียกเขาว่าศิษย์พี่ ก็ถือว่าให้เกียรติมากแล้ว หากไม่เห็นแก่หน้า ใครๆ ที่อยู่ที่นี่ก็สามารถจับเขากดลงกับพื้นแล้วซ้อมให้ตายได้ทั้งนั้น
ศิษย์ที่มีระดับพลังแค่นี้ แค่ปรายตามองก็สามารถสยบจระเข้วารีทมิฬได้งั้นหรือ?
ไร้สาระสิ้นดี
ลี่หยางเองก็ตกตะลึงอย่างหนัก
ภายในใจของเขาเกิดข้อสันนิษฐานขึ้นมาข้อหนึ่ง หรือว่าสวี่ชิงซานผู้นี้จะมีสายเลือดราชันย์อสูร?