- หน้าแรก
- ภรรยาขอข้าที่แท้เจ้าคือผู้ฝึกตนสายมาร
- บทที่ 2 เอาชีวิตรอดไปวัน ๆ อย่างจำยอม
บทที่ 2 เอาชีวิตรอดไปวัน ๆ อย่างจำยอม
บทที่ 2 เอาชีวิตรอดไปวัน ๆ อย่างจำยอม
ภายในห้องด้านข้าง สวี่ชิงซานมองดูฟืนที่ลุกโชนอยู่ในเตาไฟอย่างเหม่อลอย
เขากำลังคิดว่าจะหนีให้พ้นจากเงื้อมมือมารของภรรยาได้อย่างไร การวิ่งหนีไปดื้อๆ ย่อมไม่ได้ผลแน่นอน
ผ่านประสบการณ์การถูกสังหารเมื่อครู่นี้มาสองครั้ง สรุปปัญหาออกมาได้สองสามข้อ
การตายทั้งสองครั้ง ดูเหมือนภรรยาจะหยิบยืมพลังภายนอกทั้งสิ้น ไม่ได้ลงมือด้วยตนเอง
หากนางเป็นผู้บำเพ็ญเพียรสายมารจริงๆ เช่นนั้นการบีบเขาให้ตายก็เหมือนบีบแมลงตัวหนึ่งให้ตาย
แล้วเหตุใดจะต้องวางยาพิษใส่สารหนูให้วุ่นวายด้วยเล่า?
"หรือว่าเพื่อหลบหนีจากการตามล่าของสำนักฝ่ายธรรมะ ถึงได้จงใจแต่งงานกับข้า?"
สวี่ชิงซานพลันกระจ่าง
ก่อนหน้านี้ท่านหมอจากในเมืองเคยมาจับชีพจรให้ภรรยา บอกว่านางร่างกายอ่อนแอ ชั่วคราวนี้ยังไม่เหมาะจะร่วมหอ ต้องบำรุงรักษาร่างกายให้ดี
ทั้งสองแต่งงานกันมาหลายเดือน มีเพียงชื่อว่าเป็นสามีภรรยา แต่ไร้ซึ่งพฤตินัยฉันสามีภรรยา
มาถึงตอนนี้ดูเหมือนทุกอย่างจะสมเหตุสมผลแล้ว นางมารตนนี้ปลอมตัวเป็นคนหนีภัยแล้งก็เพื่อหลบหนีการตามล่าจากฝ่ายธรรมะ
ตอนนี้เขาหนีไม่รอด ทำได้เพียงพยายามใช้วิธีการของระบบเพื่อเอาชีวิตรอดให้ได้มากที่สุดเท่าที่จะทำได้ อยู่ให้รอดไปวันๆ จนกว่าเขาจะมีความสามารถหลุดพ้นจากการควบคุมของนางมารตนนี้ได้อย่างสมบูรณ์
"ถ้าเช่นนั้นเรื่องราวในตอนนี้ก็ดูเหมือนจะง่ายขึ้นแล้ว ขอเพียงหาวิธีเอาชีวิตรอดอยู่ข้างกายนางมารตนนี้ให้ได้มากที่สุดเท่าที่จะทำได้ อยู่ให้รอดไปวันๆ ถึงอย่างไรก็สามารถย้อนกลับมาเกิดใหม่ได้อยู่แล้ว"
สวี่ชิงซานปรับอารมณ์ให้เป็นปกติ แสร้งทำเป็นไม่มีอะไรเกิดขึ้นแล้วเตรียมอาหารเย็นจนเสร็จ
ภายใต้แสงตะเกียงน้ำมัน บนโต๊ะอาหารมีเพียงผักป่าผัดเจง่ายๆ หนึ่งจานและน้ำแกงปลาตุ๋น
"ภรรยามีเรื่องกังวลใจหรือ?"
สวี่ชิงซานตักน้ำแกงปลาให้หลินซือซืออย่างใส่ใจ ทว่ากลับเห็นนางจับช้อนคันนั้น คนน้ำแกงในชามด้วยท่าทีเหม่อลอย
หลินซือซือได้ยินดังนั้น ก็ดึงสติกลับมา รีบอธิบายว่า: "เอ๊ะ? ไม่มีอะไรนี่เจ้าคะ น้ำแกงปลาค่อนข้างร้อนไปสักหน่อยเท่านั้น"
"จริงสิสามี ช่วงสองสามวันนี้หิมะตกหนัก ถนนหนทางคงเดินลำบาก ท่านอย่าเพิ่งไปที่เมืองเลยนะเจ้าคะ"
"ได้ ข้าวสารในบ้านยังพอกินไปได้อีกสิบวันครึ่งเดือน ช่วงนี้ข้าก็จะไม่ไปที่เมืองก่อนแล้วกัน"
สวี่ชิงซานพยักหน้า ตอบตกลงคำเดียว
ตอนนี้ต้องพยายามประจบเอาใจผู้หญิงคนนี้ให้มากที่สุด ไม่เช่นนั้นก็เกรงว่าเมื่อไหร่จะจับตนเองไปฆ่าอีก
หลังอาหารเย็น ภายนอกบ้านมีลมหนาวพัดกระหน่ำ
สวี่ชิงซานนอนอยู่บนเตียงด้วยความหวาดหวั่นไม่กล้าขยับตัว ภรรยาที่อยู่ข้างกายก็ได้ยินเพียงเสียงลมหายใจเข้าออกสม่ำเสมอ ส่วนจะหลับไปแล้วหรือไม่นั้น เขาก็ไม่กล้าฟันธง
【ขอแสดงความยินดีกับโฮสต์ที่เอาชีวิตรอดจากน้ำมือภรรยาได้สำเร็จเป็นเวลาหนึ่งวัน】
【จำนวนวันรอดชีวิตต่อเนื่องปัจจุบัน: 1 วัน】
【รางวัลแต้มคุณสมบัติ +1】
เมื่อถึงเวลาเที่ยงคืนตรง ในหัวก็ปรากฏชุดข้อความหนึ่งขึ้นมา
ขณะที่เขากำลังสงสัยว่าแต้มคุณสมบัตินี้ใช้งานอย่างไร หน้าต่างสถานะข้อมูลอีกบานก็ปรากฏขึ้นตรงหน้าแล้ว
【การสังเกตสีหน้าท่าทาง (เลเวล 0)】
【เรียนรู้ด้วยตนเองโดยไร้อาจารย์ (เลเวล 0)】
【อายุยืนยาวร้อยปี (เลเวล 0)】
【ร้อยโรคภัยไม่กล้ำกราย (เลเวล 0)】
【การดูดซับปราณวิญญาณ (เลเวล 0)】
……
ปัจจุบันบนหน้าต่างสถานะมีทั้งหมดห้ารายการ ตามคำแนะนำ เขาสามารถนำแต้มคุณสมบัติที่ได้รับไปอัปเกรดทักษะใดก็ได้หนึ่งทักษะ
สวี่ชิงซานค่อนข้างจับต้นชนปลายไม่ถูก เพราะไม่มีการแสดงประโยชน์หรือผลลัพธ์ของแต่ละทักษะเลย
เขาจึงทำได้เพียงสุ่มกดอัปเกรดทักษะแรก 【การสังเกตสีหน้าท่าทาง】 ขึ้นไปหนึ่งเลเวล
【การสังเกตสีหน้าท่าทาง (เลเวล 1)】
【ท่านได้รับความสามารถในการสังเกตที่เฉียบคมยิ่งขึ้น ไม่ว่าอะไรจะขยับเขยื้อนเคลื่อนไหวก็มิอาจเล็ดลอดสายตาของท่านไปได้】
และหลังจากมีการแจ้งเตือนการอัปเกรดทักษะ สวี่ชิงซานก็ขมวดคิ้วเข้าหากันเล็กน้อย ความสามารถในการรับรู้ของเขายกระดับขึ้นแล้วจริงๆ
ความเคลื่อนไหวผิดปกติภายนอกบ้าน เขาสามารถได้ยินอย่างชัดเจน
รวมถึงภรรยาที่อยู่ข้างกาย เสียงลมหายใจสม่ำเสมอนั่น แท้จริงแล้วจังหวะขึ้นลงค่อนข้างสับสนวุ่นวาย เห็นได้ชัดว่านางยังไม่หลับ
"ที่แท้ก็เป็นเช่นนี้เอง"
เมื่อสวี่ชิงซานรับรู้ถึงผลลัพธ์ของทักษะ ก็ยิ่งคาดหวังกับการอัปเกรดทักษะอื่นๆ มากขึ้นไปอีก
ยามเช้าตรู่ ท้องฟ้าเบายนอกหน้าต่างเพิ่งจะสลัวๆ
ลมที่พัดกระหน่ำมาทั้งคืนหยุดลงแล้ว คืนนี้สวี่ชิงซานไม่ได้นอน
เพราะหลินซือซือเองก็ไม่ได้นอน ระหว่างนั้นนางยังพลิกตัวไปมาหลายครั้ง ดูเหมือนกำลังครุ่นคิดเรื่องอันใดอยู่
"สามี..."
จู่ๆ หลินซือซือก็เอ่ยปาก น้ำเสียงแผ่วเบาและอ่อนโยนยิ่งนัก
"หืม? ภรรยาตื่นเช้าปานนี้เชียวหรือ?"
สวี่ชิงซานแสร้งทำเป็นประหลาดใจ เพราะตามปกติในสภาพอากาศหนาวเหน็บเช่นนี้ ภรรยามักจะนอนต่ออีกสักพักถึงจะเรียกเขาให้ตื่น
"อืม"
"สามี ท่านเป็นคนดีคนหนึ่ง"
สวี่ชิงซาน: "??!"
ประโยคนี้ทำให้เขาตั้งตัวไม่ติดอยู่บ้าง เช้าตรู่ปานนี้ก็มาแจกบัตรคนดีให้เขาแล้วหรือ?
อีกทั้งฟังจากน้ำเสียง คล้ายกับว่าตัดสินใจอะไรบางอย่างได้อย่างแน่วแน่แล้ว
"เหตุใดภรรยาถึงพูดเช่นนี้เล่า?"
สิ้นเสียง จู่ๆ ก็รู้สึกว่าสติค่อยๆ เลือนลางลง ทั้งร่างขยับเขยื้อนไม่ได้เลยแม้แต่น้อย
……
【ท่านถูกภรรยาสังหารแล้ว!】
【ระยะเวลารอดชีวิตปัจจุบัน: 1 วัน】
ลืมตาขึ้นมาอีกครั้ง ภายนอกมีลมหนาวพัดกระหน่ำ มืดมิดจนมองไม่เห็นนิ้วมือ
เวลาย้อนกลับมาก่อนฟ้าสางหนึ่งชั่วยาม
สวี่ชิงซานชาไปทั้งตัวแล้ว บัดซบเอ๊ย ไร้ลางบอกเหตุใดๆ จู่ๆ บอกว่าเขาเป็นคนดีประโยคเดียวก็ฆ่าเขาเสียแล้ว อย่างน้อยก็ช่วยมีลางบอกเหตุสักหน่อยเถอะ?
สำหรับนางมารตนนี้ ตอนนี้เขายิ่งมายิ่งคาดเดาไม่ได้เสียแล้ว
ทว่ามั่นใจได้อย่างหนึ่ง การที่ผู้หญิงคนนี้ฆ่าเขาน่าจะเกี่ยวกับการที่นางนอนไม่หลับมาทั้งคืน บางทีอาจจะคิดมาทั้งคืนแล้วถึงค่อยตัดสินใจว่าจะสังหารเขาจริงๆ
ดังนั้นครั้งนี้สวี่ชิงซานจึงตัดสินใจลงมือชิงความได้เปรียบก่อน ให้นางมารตนนี้เลิกนิสัยเสียที่ชอบฆ่าเขาเสียที
"ภรรยา เจ้านอนไม่หลับหรือ?"
เขาหันศีรษะกลับไป มองดูเงาร่างมืดมิดที่อยู่ข้างกาย
หลินซือซือได้ยินดังนั้น ก็ไม่ได้ตอบกลับในทันที สวี่ชิงซานเองก็สามารถสัมผัสได้ว่าลมหายใจของนางหนักหน่วงขึ้นเล็กน้อย
ผ่านไปเนิ่นนาน ถึงได้ยินนางขานรับคำหนึ่ง: "อืม..."
ไม่รอให้ผู้หญิงคนนี้พูดต่อ สวี่ชิงซานยื่นมือจากในผ้าห่มไปวางทาบลงบนมือเล็กนุ่มนิ่มของนาง
เพียงแต่น่าแปลกมาก มือของหลินซือซือไม่ได้อบอุ่นอย่างที่คิดไว้ กลับเย็นเฉียบอย่างผิดปกติ
การกระทำนี้ทำให้ร่างบอบบางของนางสั่นสะท้านเล็กน้อย ตามสัญชาตญาณนางอยากจะดึงมือออก ทว่ากลับถูกสวี่ชิงซานจับเอาไว้แน่นกว่าเดิม
"ภรรยา ข้ามีเรื่องจะบอกเจ้า"
"หืม?"
"รออีกสักพักหิมะหยุดตก พวกเราก็มาสร้างบ้านเพิ่มอีกสักหลังข้างๆ ลานบ้านเถอะ"
"ทำไมล่ะเจ้าคะ?" หลินซือซือเอ่ยถาม
"เพราะที่อยู่ตอนนี้ไม่กว้างขวางพอ รู้สึกอยู่เสมอว่าทำให้เจ้าต้องทนลำบาก ในวันข้างหน้าหากมีเงินก็อยากจะซื้อเรือนใหญ่แบบสามลานให้เจ้า"
ท่ามกลางม่านราตรี สวี่ชิงซานยิ้มจนเผยให้เห็นฟันขาวสะอาดของตนเอง ให้ความรู้สึกที่อบอุ่นอย่างยิ่ง
ฉากนี้หลินซือซือก็เห็นอยู่ในสายตา นางเงียบไปครู่หนึ่ง จู่ๆ ก็เอ่ยถาม: "สามี ท่านคิดว่าข้าดีไหมเจ้าคะ?"
"นั่นย่อมแน่นอนอยู่แล้ว ต่อให้เอาภูเขาทองภูเขาเงินมาให้ ข้าก็ไม่แลก"
เขาตอบด้วยใบหน้าภาคภูมิใจ
ส่วนความคิดที่แท้จริงในใจของทั้งสองคน เกรงว่าคงมีเพียงเจ้าตัวเท่านั้นที่รู้
เพียงแต่สวี่ชิงซานก็ยิ่งใคร่รู้ ลักษณะนิสัยที่แท้จริงของนางมารผู้นี้เป็นอย่างไรกันแน่?
คือภายนอกอ่อนโยนเหมือนในตอนนี้ แต่แท้จริงแล้วสังหารคนตาไม่กะพริบ
หรือจะบอกว่าความอ่อนโยนในเวลานี้ก็ล้วนเสแสร้งแกล้งทำออกมาทั้งหมด
"กว่าฟ้าจะสางยังเหลือเวลาอีกพักหนึ่ง สามีนอนต่ออีกหน่อยเถิดเจ้าค่ะ"
หลินซือซือไม่ได้ตอบคำถามของเขา และไม่ได้สลัดมือของเขาออก
จนกระทั่งภายนอกหน้าต่างปรากฏแสงสีขาวสลัวๆ ขึ้น ทั้งสองคนก็ไม่ได้พูดอะไรกันอีก สวี่ชิงซานรู้ดีว่านางมารผู้นี้ล้มเลิกความคิดที่จะสังหารตนเองไปอีกครั้งแล้ว
อาศัย 'การสังเกตสีหน้าท่าทาง' เขาพบว่าภายในใจของหลินซือซือดูเหมือนจะเปราะบางอยู่บ้าง หรือจะพูดว่าหวั่นไหวง่าย ถูกอารมณ์ความรู้สึกชักจูงได้โดยง่าย
ให้ความรู้สึกราวกับว่า... ขาดความรัก
นี่อาจจะเกี่ยวข้องกับอดีตของนาง
สวี่ชิงซานพบจุดอ่อนแล้ว เขาตั้งใจจะค่อย ๆ ใช้ความรู้สึกเจาะทะลวงกำแพงใจของหญิงคนนี้