- หน้าแรก
- ฝึกกระบี่สามพันปี ออกจากเขาคราวนี้ข้าคือเทพไร้เทียมทาน
- บทที่ 23 - อดีตเจ้าสำนัก สิ้นใจแล้ว
บทที่ 23 - อดีตเจ้าสำนัก สิ้นใจแล้ว
บทที่ 23 - อดีตเจ้าสำนัก สิ้นใจแล้ว
บทที่ 23 - อดีตเจ้าสำนัก สิ้นใจแล้ว
ภายในห้องลับที่ว่างเปล่า เต็มไปด้วยจุดแสงสีขาว
จุดสีขาวเหล่านี้ไม่ใช่รูปแบบการโจมตี แต่เห็นได้ชัดว่าชายชราผมขาวสามารถไปโผล่ที่จุดสีขาวจุดไหนก็ได้ตามใจนึก
"ป้องกันได้ครั้งหนึ่ง แล้วจะป้องกันได้ร้อยครั้ง หมื่นครั้งเชียวหรือ" ชายชราผมขาวไปโผล่อยู่เหนือหัวของหลินหมิง แล้วฟาดฝ่ามือลงมาสุดแรง
ทว่าในวินาทีที่ฝ่ามือนี้กำลังจะฟาดลงมา ประกายกระบี่สายหนึ่งก็ไปจ่ออยู่ที่หน้าผากของชายชราแล้ว
"เจ้าคิดว่าเจ้าจะมีโอกาสได้ลงมือถึงร้อยครั้ง หมื่นครั้งอย่างนั้นหรือ"
หลินหมิงไม่ลังเลเลยแม้แต่น้อย ประกายกระบี่แทงทะลุหน้าผากของชายชราผมขาวในทันที
"โอกาส ข้าให้แค่ครั้งเดียวเท่านั้น"
ใบหน้าของชายชราผมขาวฉายแววตกตะลึงชั่วขณะ ก่อนที่พลังชีวิตจะดับสูญไปจนหมดสิ้น
ทว่าแม้คนจะตายไปแล้ว แต่ดวงตาสีเลือดคู่นั้นกลับยังคงกลอกกลิ้งไปมา
หนำซ้ำ ความเร็วในการกลอกตาก็ยิ่งเร็วจี๋ขึ้นเรื่อยๆ สวนทางกับเลือดเนื้อของชายชราที่เหี่ยวแห้งลงอย่างรวดเร็ว เพียงไม่กี่อึดใจ ก็เหลือเพียงแค่โครงกระดูกขาวโพลน
ดวงตาสีเลือดลอยขึ้นไปในอากาศ
วินาทีต่อมา มันก็พุ่งทะยานด้วยความเร็วแสง ราวกับพังทลายมิติมาโผล่ตรงหน้าหลินหมิง
ระยะห่างระหว่างดวงตาทั้งสองคู่ เหลือเพียงแค่ไม่กี่ชุ่นเท่านั้น
ดวงตาสีเลือดหมุนวนเร็วจี๋ ราวกับกำลังร้อนรนอยากจะเข้าไปแทนที่ดวงตาของหลินหมิงใจจะขาด แต่ไม่ว่าจะพยายามดิ้นรนแค่ไหน มันก็ไม่อาจขยับเข้าไปใกล้ได้มากกว่านี้อีกแล้ว
เพราะในระยะห่างเพียงแค่ชุ่นเดียวนั้น มีเงากระบี่สายหนึ่งขวางกั้นอยู่ เป็นปราการที่แบ่งแยกระหว่างดวงตาของหลินหมิงกับดวงตาสีเลือด
ดวงตาสีเลือดพยายามดิ้นรนอย่างไม่หยุดหย่อน แต่เงากระบี่นั้นกลับตั้งตระหง่านไม่สั่นคลอน
"พลังของเจ้า มันอ่อนแอเกินไป"
หลินหมิงมองดวงตาสีเลือดนั้นด้วยสีหน้าเรียบเฉย เขาสะบัดมือเบาๆ เงากระบี่ก็ขยายขนาดขึ้นสิบเท่า ห่อหุ้มดวงตาสีเลือดเอาไว้มิดชิด ไม่ว่ามันจะดิ้นรนอย่างไร ก็ไม่อาจหลุดรอดจากพันธนาการของเงากระบี่ไปได้
จากนั้น เงากระบี่ก็ซึมซาบเข้าไปในร่างกายของหลินหมิง
ประกายแสงสีเลือดในดวงตาของหลินหมิงสว่างวาบขึ้นมาแวบหนึ่ง ก่อนจะกลับกลายเป็นนัยน์ตาสีดำสนิทตามเดิม
"โครงกระดูกเกลื่อนกลาดพวกนี้ คงเคยเป็นเจ้าของดวงตาคู่นี้มาหมดแล้วสินะ"
หลังจากดวงตาอันชั่วร้ายคู่นี้ถูกหลินหมิงกำราบ เขาก็มองเห็นภาพนิมิตบางอย่าง ทำให้รู้ว่าโครงกระดูกทั้งหมดในห้องลับนี้ ล้วนเคยครอบครองดวงตาคู่นี้มาแล้วทั้งสิ้น
เพียงแต่ดวงตาคู่นี้ดูเหมือนจะถูกกักขังให้อยู่แต่ในห้องลับ ผู้ที่ครอบครองมันก็ไม่สามารถออกไปจากห้องลับได้เช่นกัน
ต่อให้ดวงตาจะมีพลังอำนาจมากแค่ไหน แต่ถ้าออกไปไม่ได้ มันก็ไร้ประโยชน์
และต่อให้มีระดับพลังฝึกตนสูงส่งเพียงใด อายุขัยก็ย่อมมีวันสิ้นสุด สุดท้ายก็ต้องกลายเป็นเพียงโครงกระดูกอยู่ดี
หลินหมิงกวาดตามองรอบๆ ห้องลับ แต่ก็ไม่พบสิ่งใดผิดปกติ เขาจึงให้ดวงตาสีเลือดเปล่งแสงสีแดงออกมา เพื่อใช้พลังของมัน
พริบตาเดียว โลกทั้งใบก็เปลี่ยนไป
ภายในห้องลับ มีเสาขนาดใหญ่สี่ต้นตั้งอยู่ตามทิศทั้งสี่ เหนือ ใต้ ออก ตก
บนเสาแต่ละต้น สลักอักขระคำว่า "ผนึก" เอาไว้แน่นขนัด
พลังที่แผ่ออกมาจากอักขระแต่ละตัวนั้น แข็งแกร่งยิ่งกว่ามหาจักรพรรดิเสียอีก
ห้องลับทั้งห้องนี้ คือกล่องผนึกขนาดใหญ่นี่เอง
เมื่อหลินหมิงใช้พลังของดวงตาสีเลือด เขาก็จะสัมผัสได้ถึงพลังผนึกอันแข็งแกร่งที่มาจากทั่วทุกสารทิศ ยิ่งเข้าใกล้ประตูห้องลับ พลังนั้นก็จะยิ่งน่าสะพรึงกลัวมากขึ้น
ทว่าเมื่อหลินหมิงยกเลิกการใช้ดวงตาสีเลือด พลังผนึกนั้นก็อันตรธานหายไปทันที
เป้าหมายของมันชัดเจนมาก
แต่สิ่งที่แตกต่างจากเจ้าของดวงตาคนก่อนๆ ก็คือ ดวงตาของหลินหมิงยังคงอยู่ ไม่ได้ถูกดวงตาสีเลือดเข้ามาแทนที่แต่อย่างใด
ดวงตาสีเลือดคู่นั้น ถูกเขาผนึกเอาไว้ในเงากระบี่
เวลาที่ต้องการใช้ ก็แค่ขอยืมพลังของมัน เวลาที่ไม่ต้องการ ก็ให้มันอยู่เฉยๆ ในเงากระบี่ แค่คอยป้อนพลังชีวิตให้มันเป็นระยะๆ เพื่อให้มันมีชีวิตรอดต่อไปก็พอแล้ว
หลินหมิงเดินออกจากห้องลับ ทอดสายตามองลึกเข้าไปในหุบเหวปรโลกอีกครั้ง
หุบเหวปรโลกยังไม่สิ้นสุดแค่นี้ ดวงตาสีเลือดเป็นเพียงแค่ของแถมที่บังเอิญเจอเท่านั้น
ขณะที่เขากำลังจะเดินลึกลงไปอีก ป้ายหยกสื่อสารในอกก็สั่นเตือนขึ้นมาอย่างกะทันหัน
"ท่านเจ้าสำนัก ท่านเจ้าสำนัก เกิดเรื่องใหญ่แล้ว"
"ท่านอดีตเจ้าสำนัก ท่านสิ้นใจแล้ว"
เมื่อหลินหมิงได้ยินเสียงที่สั่นเครือและเจือไปด้วยเสียงสะอื้นจากป้ายหยก สีหน้าของเขาก็หมองลงทันที เอ่ยถามด้วยน้ำเสียงที่ไม่อยากจะเชื่อ "แน่ใจหรือ"
"แน่ใจขอรับ ป้ายหยกประจำตัวของท่านอดีตเจ้าสำนักแตกสลายแล้ว"
ผู้ที่ส่งสารมา คือผู้อาวุโสที่ทำหน้าที่ดูแลป้ายหยกประจำตัว และยังเป็นศิษย์สายนอกของท่านอดีตเจ้าสำนัก ซึ่งมักจะได้พูดคุยกับท่านอยู่บ่อยๆ
หลินหมิงนิ่งเงียบไป ป้ายหยกประจำตัวแตกสลาย ย่อมหมายถึงการสิ้นสุดของชีวิตอย่างไม่ต้องสงสัย ไม่มีข้อยกเว้นใดๆ
เพียงแต่ แม้เขาจะรู้ดีว่าท่านอดีตเจ้าสำนักมีอายุขัยเหลือน้อยเต็มที แต่มันก็ไม่ควรจะเร็วขนาดนี้
"ก่อนตาย ท่านอดีตเจ้าสำนักได้ฝากคำพูดอะไรไว้หรือไม่" หลินหมิงถาม
ปลายสายเงียบไปครู่หนึ่ง ก่อนจะตอบกลับมาว่า "ท่านอดีตเจ้าสำนักไม่ได้ฝากคำพูดอะไรไว้ก่อนตายขอรับ แต่เมื่อไม่กี่วันก่อน ข้าเคยได้ยินท่านด่าทอตระกูลหลี่อย่างสาดเสียเทเสีย"
"ตระกูลหลี่หรือ"
หลินหมิงขมวดคิ้ว ท่านอดีตเจ้าสำนักเดิมทีก็เป็นคนของตระกูลหลี่แห่งแดนจงโจว แถมยังเป็นถึงบุตรชายของผู้นำตระกูลด้วย แต่เนื่องจากพรสวรรค์ไม่ถึงขั้น จึงถูกบิดารังเกียจ
คนทั้งตระกูลหลี่ก็ไม่มีใครเห็นหัวท่านเลย
ตระกูลหลี่คือตระกูลใหญ่ระดับแนวหน้าของแดนจงโจว ภายในตระกูลมียอดฝีมือระดับราชันศักดิ์สิทธิ์อยู่ไม่ต่ำกว่าร้อยคน
การที่บุตรชายของผู้นำตระกูล กลับไม่มีพรสวรรค์แม้กระทั่งจะบรรลุถึงขั้นราชันศักดิ์สิทธิ์ได้ ย่อมถือเป็นความอัปยศของตระกูล
ในแดนเหนือ หรือแม้แต่ในขุมกำลังหลายๆ แห่งของแดนจงโจว พรสวรรค์ของท่านอดีตเจ้าสำนักอาจจะถือว่าสูงส่งมากแล้ว แต่เมื่ออยู่ต่อหน้าตระกูลหลี่แห่งแดนจงโจว มันกลับไม่เพียงพอเลย
โดยเฉพาะอย่างยิ่ง เมื่อท่านต้องแบกรับชื่อเสียงของการเป็นบุตรชายผู้นำตระกูลหลี่
ความปรารถนาสูงสุดในชีวิตของท่านอดีตเจ้าสำนัก ก็คือการทะลวงผ่านขั้นราชันศักดิ์สิทธิ์ และสร้างสำนักที่แข็งแกร่งขึ้นมา เพื่อให้บิดาผู้เย่อหยิ่งคนนั้นยอมรับในตัวท่าน
น่าเสียดาย ที่จนถึงวาระสุดท้าย ท่านก็ยังทำไม่สำเร็จ
"ตระกูลหลี่ การตายของท่านอดีตเจ้าสำนัก จะต้องมีส่วนเกี่ยวข้องกับตระกูลหลี่แน่ๆ"
หลินหมิงยืนนิ่งอยู่ในหุบเหวปรโลกอย่างลังเลใจ
สาเหตุการตายของท่านอดีตเจ้าสำนัก เขาจะต้องสืบให้กระจ่าง และสำนักเทียนเสวียนก็จะต้องก้าวขึ้นไปยืนหยัดอยู่บนจุดสูงสุดของแดนจงโจวให้ได้
แต่ทว่า แดนเหนือในเวลานี้ก็ยังต้องการเขาอยู่
การแก้แค้นของพรรคมารแห่งแดนจงโจว จะต้องไม่ได้มีแค่ผู้อาวุโสเจ็ดแห่งสำนักโอสถเพียงคนเดียวแน่ๆ
"เดี๋ยวก่อน"
หลินหมิงนึกถึงพลังของดวงตาสีเลือดขึ้นมาได้
นัยน์ตาสีดำสนิทแปรเปลี่ยนเป็นสีแดงฉาน เส้นทางที่เขาเคยเดินผ่านในหุบเหวปรโลก ปรากฏจุดแสงสีขาวขึ้นมาทันที
เพียงแค่เขาคิด ร่างของเขาก็ไปโผล่อยู่ที่ปากทางเข้าหุบเหวปรโลกแล้ว
หลินหมิงบินขึ้นสู่ท้องฟ้า ทอดสายตามองไปยังสำนักเทียนเสวียนที่อยู่ห่างออกไปหลายหมื่นลี้
ตลอดเส้นทางนั้น ปรากฏจุดแสงสีขาวทอดยาวไปจนถึงสำนักเทียนเสวียน
เขาคิดอีกครั้ง ร่างของเขาก็ไปปรากฏตัวอยู่ที่สำนักเทียนเสวียนซึ่งอยู่ห่างออกไปหลายหมื่นลี้ในชั่วพริบตา
"การกระโดดข้ามมิติ ข้ามผ่านระยะทาง ขอเพียงเป็นสถานที่ที่เคยเห็นมาก่อน ก็สามารถไปถึงได้ในพริบตา"
เมื่อหลินหมิงใช้พลังนี้ ข้อมูลเหล่านี้ก็ผุดขึ้นมาในหัวของเขาทันที
นี่เป็นเพียงหนึ่งในพลังของดวงตาสีเลือดเท่านั้น ความแข็งแกร่งของดวงตาคู่นี้ เหนือกว่าที่หลินหมิงคาดการณ์ไว้มาก
และสาเหตุที่ชายชราผมขาวคนก่อนทำได้แค่เคลื่อนที่ไปมาภายในห้องลับ ก็คงเป็นเพราะถูกพลังผนึกจากเสาทั้งสี่ต้นนั้นสะกดเอาไว้นั่นเอง
ดวงตาสีเลือดที่ทรงพลังวิปริตขนาดนี้ คนที่ผนึกมันเอาไว้ได้ ก็คงจะแข็งแกร่งจนน่าขนลุกเช่นกัน
และนี่ก็ยังไม่ใช่ส่วนที่ลึกที่สุดของหุบเหวปรโลกด้วยซ้ำ
ความลับของเขตหวงห้ามอันดับหนึ่งแห่งแดนเหนือ ดูเหมือนจะมีมากกว่าที่คิดไว้เสียอีก
แต่ในเวลานี้ หลินหมิงไม่มีกะจิตกะใจจะไปสำรวจหุบเหวปรโลกอีกแล้ว เขามีเรื่องสำคัญกว่าที่ต้องไปทำ
[จบแล้ว]