- หน้าแรก
- ฝึกกระบี่สามพันปี ออกจากเขาคราวนี้ข้าคือเทพไร้เทียมทาน
- บทที่ 6 - สมควรดำรงตำแหน่งเจ้าสำนักคนใหม่
บทที่ 6 - สมควรดำรงตำแหน่งเจ้าสำนักคนใหม่
บทที่ 6 - สมควรดำรงตำแหน่งเจ้าสำนักคนใหม่
บทที่ 6 - สมควรดำรงตำแหน่งเจ้าสำนักคนใหม่
ท้องฟ้าเริ่มมืดมิด ลมยามเย็นพัดโชยมาให้ความรู้สึกเย็นสบาย
บนยอดเขาฉิงเทียนปกคลุมไปด้วยความเงียบสงบ
หลินหมิงมองดูชายชราที่อยู่ตรงหน้า แล้วตกอยู่ในความเงียบไปชั่วขณะ
สำนักเทียนเสวียนเป็นสำนักระดับแนวหน้าของแดนเหนือ
ตำแหน่งเจ้าสำนักเทียนเสวียน ย่อมเป็นตัวแทนของอำนาจและความน่าเกรงขามที่อยู่เหนือผู้คนนับร้อยล้าน
แต่สิ่งเหล่านี้ เขาไม่เคยใส่ใจเลยแม้แต่น้อย
ในเวลาส่วนใหญ่ สายตาของหลินหมิงมีเพียงแค่กระบี่เท่านั้น
ดังนั้น ปฏิกิริยาตอบสนองโดยสัญชาตญาณของเขาก็คือการปฏิเสธ
แต่เมื่อได้เห็นความจริงจังและความคาดหวังในแววตาของชายชรา รวมถึงนึกถึงความห่วงใยที่ชายชรามีให้เขาตลอดหลายปีที่ผ่านมา
ชายชราที่อายุขัยเหลือน้อยและกำลังจะจากโลกนี้ไปตลอดกาลผู้นี้ สิ่งเดียวที่เขาน่าจะยังเป็นห่วงอยู่ ก็คงจะเป็นสำนักเทียนเสวียนนี่แหละ
หลินหมิงลังเลอยู่เพียงครู่เดียว ก่อนจะพยักหน้าตอบตกลง "ตกลง ตั้งแต่วันนี้เป็นต้นไป ข้าคือเจ้าสำนักเทียนเสวียน"
เมื่อรับภาระนี้มาแล้ว หลินหมิงก็ถอนหายใจด้วยความโล่งอกเช่นกัน
เขาติดค้างชายชราผู้นี้มากเกินไปจนไม่อาจตอบแทนได้หมด ทำอะไรให้ได้บ้าง เขาก็จะทำ
"ฮ่าๆๆๆ"
ชายชราแหงนหน้าหัวเราะลั่น รู้สึกปลอดโปร่งโล่งสบายใจอย่างถึงที่สุด
"การตัดสินใจที่ชาญฉลาดที่สุดในชีวิตข้า ก็คือการพาเจ้ามาที่สำนักเทียนเสวียนนี่แหละ"
"ที่ได้เห็นการเติบโตของเจ้าในวันนี้ ข้าดีใจมากจริงๆ"
เขาก้าวไปข้างหน้าอีกก้าว แล้วตบไหล่หลินหมิงเบาๆ สีหน้าเจือไปด้วยความรู้สึกเศร้าสร้อยและหดหู่อยู่บ้าง
จากนั้นเขาก็เดินผ่านหลินหมิงไป ก้าวเดินต่อไปยังดินแดนอันห่างไกลทีละก้าว
แผ่นหลังที่ดูบอบบางภายใต้แสงอาทิตย์ยามอัสดง ยิ่งดูอ้างว้างโดดเดี่ยวมากขึ้นไปอีก
"ท่าน จะไม่ปิดด่านกักตัวแล้วหรือ" หลินหมิงเอ่ยถามขึ้นมากะทันหัน
ชายชราไม่ได้หันหลังกลับมา เพียงแค่โบกมือปฏิเสธ
"ไม่แล้วล่ะ ขั้นครึ่งก้าวราชันศักดิ์สิทธิ์ ข้าติดอยู่ที่ขั้นนี้มาแปดพันปีก็ยังทะลวงผ่านไปไม่ได้ เวลาช่วงสุดท้ายที่เหลืออยู่ ข้าไม่อยากจะดิ้นรนอะไรอีกแล้ว"
เดิมทีที่เขายังเป็นห่วงสำนักเทียนเสวียน ต่อให้มีโอกาสเพียงแค่หนึ่งในร้อยล้าน เขาก็ตั้งใจว่าจะทุ่มสุดกำลังเพื่อแลกมันมา
แต่ตอนนี้ไม่จำเป็นอีกแล้ว
ชายชราถอนหายใจออกมาเบาๆ "เมื่อก่อนไม่เคยสังเกตเลย ว่าแสงพระอาทิตย์ตกดินมันจะสวยงามขนาดนี้"
เขาพูดไปเดินไป "ข้าจะไปหาคู่ปรับเก่าและเพื่อนเก่าของข้าเสียหน่อย ไม่ต้องเป็นห่วงข้า และไม่ต้องตามหาข้าหรอกนะ"
"ถ้าข้าตายอยู่ข้างนอก ก็ไม่ต้องไปตามเก็บศพข้ากลับมาหรอก"
หลินหมิงพยักหน้ารับเบาๆ "ข้าเข้าใจแล้ว"
แววตาของชายชราปรากฏรอยยิ้มบางๆ จากนั้นเขาก็เร่งฝีเท้าให้เร็วขึ้น เพียงพริบตาเดียว ร่างของเขาก็หายวับไปจากสายตา
"ดูงิ้วมาตั้งนานแล้ว ควรจะออกมาได้แล้วกระมัง"
หลังจากร่างของชายชราหายลับไป สีหน้าของหลินหมิงก็เปลี่ยนเป็นเย็นชาขึ้นมาทันที
ห่างออกไปหลายลี้ มีคนสามคนกำลังลอยตัวอยู่กลางอากาศ
ชั่วพริบตา พวกเขาก็มาปรากฏตัวอยู่ตรงหน้าหลินหมิง
ทั้งสามคนนี้ ก็คือผู้อาวุโสสูงสุดทั้งสามแห่งสำนักเทียนเสวียนนั่นเอง
ในยามปกติ พวกเขามักจะใช้เวลาส่วนใหญ่ไปกับการเก็บตัวฝึกฝน แต่ทว่าในวันนี้ค่ายกลพิทักษ์สำนักถูกเปิดใช้งานจนเต็มกำลัง แถมท่านอดีตเจ้าสำนักที่ตัดสินใจปิดด่านกักตัวขั้นเด็ดขาดไปแล้วยังต้องออกจากด่านมา แน่นอนว่าพวกเขาย่อมต้องออกมาดูด้วยเช่นกัน
ในบรรดาผู้อาวุโสสูงสุดทั้งสาม มีสองคนที่เป็นชายวัยกลางคน และอีกคนหนึ่งเป็นหญิงสาวหน้าตาจิ้มลิ้ม ดูแล้วอายุราวๆ สิบหกสิบเจ็ดปีเท่านั้น
แต่หลินหมิงรู้ดีว่า อายุที่แท้จริงของนางนั้น ไม่ได้น้อยไปกว่าอีกสองคนเลยแม้แต่น้อย เผลอๆ อาจจะมากกว่าด้วยซ้ำ
"ท่านเจ้าสำนัก"
ทั้งสามคนเอ่ยปากพร้อมกัน แววตาเต็มไปด้วยความเคารพนบนอบ
ภาพเหตุการณ์เช่นนี้ ทำเอาหลินหมิงรู้สึกประหลาดใจอยู่ไม่น้อย
เมื่ออยู่ต่อหน้าทั้งสามคนนี้ เขาก็เป็นเพียงแค่เด็กรุ่นหลังคนหนึ่งเท่านั้น
"ข้าเป็นเจ้าสำนักเทียนเสวียน พวกท่านไม่มีปัญหาอะไรอย่างนั้นหรือ" หลินหมิงเอ่ยถาม
ทั้งสามคนมองหน้ากัน เพียงชั่วครู่ก็มีคำตอบในใจ
หญิงสาวที่ชื่อม่อหลีเอ่ยขึ้นว่า "นี่เป็นการตัดสินใจของท่านอดีตเจ้าสำนัก พวกเราย่อมไม่มีข้อโต้แย้งใดๆ อยู่แล้ว"
"เพียงแต่ว่า สำนักเทียนเสวียนเป็นหนึ่งในขุมกำลังระดับแนวหน้าที่ยิ่งใหญ่ที่สุดของแดนเหนือ การเปลี่ยนตัวเจ้าสำนักถือเป็นเรื่องใหญ่ ตามธรรมเนียมแล้ว สมควรที่จะต้องประกาศให้ทั่วหล้าได้รับรู้ และเชิญตัวแทนจากขุมกำลังต่างๆ ในแดนเหนือมาร่วมเป็นเกียรติในพิธี"
"มิเช่นนั้น อาจจะตกเป็นขี้ปากของชาวบ้านเอาได้"
"ไม่ทราบว่าท่านเจ้าสำนัก มีความคิดเห็นเกี่ยวกับเรื่องนี้อย่างไรบ้าง"
"ตกเป็นขี้ปากชาวบ้านงั้นหรือ" หลินหมิงหัวเราะอย่างไม่ใส่ใจ "เรื่องของสำนักเทียนเสวียนของเรา มันไปเกี่ยวอะไรกับคนนอกด้วยเล่า"
พอได้ยินประโยคนี้ ผู้อาวุโสสูงสุดทั้งสามต่างก็พากันอึ้งไป
ทว่าในประโยคต่อมา หลินหมิงก็เปลี่ยนเรื่องคุยอย่างรวดเร็ว
"แต่อย่างไรก็ตาม ในเมื่อนี่เป็นธรรมเนียมดั้งเดิมของสำนักเทียนเสวียน ข้าก็ไม่มีความตั้งใจที่จะฝ่าฝืนมันหรอกนะ"
"ถ่ายทอดคำสั่งลงไป อีกสามวันให้หลัง ข้าจะขึ้นรับตำแหน่งเจ้าสำนักเทียนเสวียนอย่างเป็นทางการ"
พูดจบ หลินหมิงก็หันหลังเดินกลับเข้าไปในตำหนักเมฆาผาชัน
ทิ้งให้ผู้อาวุโสสูงสุดทั้งสามคนยืนมองหน้ากันไปมาอย่างทำอะไรไม่ถูก
...
บริเวณรอบนอกของยอดเขาฉิงเทียน
ที่แห่งนี้ยังคงเนืองแน่นไปด้วยบรรดาศิษย์สำนักเทียนเสวียนจำนวนมาก พวกเขามองตามหลินหมิงที่เดินลึกเข้าไปในยอดเขาฉิงเทียนจนลับสายตาไป
ผ่านไปครู่ใหญ่ แรงกดดันที่มองไม่เห็นนั้น ถึงได้มลายหายไปจนหมดสิ้น
หลายคนเริ่มจับกลุ่มวิพากษ์วิจารณ์กันอีกครั้ง
"ศิษย์พี่หลินโคตรดุดันเลย"
มีศิษย์คนหนึ่งอดไม่ได้ที่จะเอ่ยปากชมเปาะ
"ไม่ใช่แค่ดุดันธรรมดานะ แต่นี่มันแข็งแกร่งเกินไป อวดดีเกินไปแล้วด้วยซ้ำ ผู้อาวุโสฝ่ายในตั้งมากมายขนาดนั้น แถมยังมีนายน้อยหยางเซวียนอีก ทำไมถึงแพ้ราบคาบเหมือนกระดาษพับแบบนั้นได้ล่ะ"
"ใครหน้าไหนกล้าบอกว่าศิษย์พี่หลินหมิงเป็นเศษสวะฮะ เศษสวะที่ไหนมันจะเก่งกาจระดับสัตว์ประหลาดได้ขนาดนี้"
"ระดับพลังฝึกตนของหลินหมิง ข้ามองเห็นชัดเจนเลยนะ ว่าเป็นระดับจักรพรรดิขั้นกลางอย่างไม่ต้องสงสัย เหมือนกับเมื่อสามพันปีก่อนเป๊ะ ไม่ได้มีพัฒนาการอะไรเลย แต่ระดับพลังของนายน้อยคือระดับมหาจักรพรรดิขั้นสูงสุดเชียวนะ"
"มันไม่สมเหตุสมผลเลย ไร้สาระสุดๆ"
"สัตว์ประหลาดก็คือสัตว์ประหลาดอยู่วันยังค่ำ เมื่อสามพันปีก่อนเขาก็แข็งแกร่งจนเหลือเชื่อไปแล้ว มาวันนี้ก็ยังคงเป็นเช่นนั้นอยู่"
"แต่นั่นคือนายน้อยของสำนักเทียนเสวียนเราเลยนะ ถูกฆ่าตายง่ายๆ แบบนี้เลยเหรอ"
"เขาฆ่าผู้อาวุโสฝ่ายนอกไปคนเดียวมันยังไม่พอหรอกนะ นี่ถึงขั้นฆ่านายน้อยเลยด้วยซ้ำ ถ้าไม่กำจัดเขาทิ้ง เกรงว่าสำนักเทียนเสวียนของเราคงจะไม่มีหน้าไปยืนหยัดอยู่ในแดนเหนือได้อีกต่อไปแล้ว"
"หลินหมิงเดินลึกเข้าไปในยอดเขาฉิงเทียนแล้ว หรือว่าเขายังคิดจะไปประลองฝีมือกับท่านเจ้าสำนักของเราอีก"
"ก็เป็นไปได้นะ... เดี๋ยวก่อน นั่นมันท่านเจ้าสำนักของเราไม่ใช่เหรอ ทำไมเขาถึงเดินจากไปล่ะ ข้าตาฝาดไปหรือเปล่าเนี่ย"
"ไม่หรอก เจ้าไม่ได้ตาฝาด นั่นคือท่านเจ้าสำนักจริงๆ เขาเดินออกจากยอดเขาฉิงเทียนไปแล้ว แถมยังมีรอยยิ้มประดับอยู่บนใบหน้าด้วย"
"มีรอยยิ้มงั้นหรือ"
"เกิดเรื่องใหญ่โตในสำนักขนาดนี้ ท่านเจ้าสำนักยังจะมีอารมณ์มายิ้มอยู่อีกเหรอ"
ผู้คนในสำนักเทียนเสวียนพากันเงยหน้าขึ้นมองแผ่นหลังของท่านอดีตเจ้าสำนักที่กำลังเดินจากไป ต่างก็รู้สึกงุนงงสับสนกันไปหมด
ทายาทผู้สืบทอดตำแหน่งของตัวเองถูกฆ่าตายแท้ๆ แต่กลับไม่โกรธเป็นฟืนเป็นไฟ หนำซ้ำยังเดินจากไปด้วยสีหน้าที่ดูเหมือนจะโล่งใจอีกต่างหาก
มันมีเหตุผลอะไรมารองรับเรื่องแบบนี้ได้ด้วยหรือ
ท่ามกลางความสับสนงุนงงของทุกคน
ร่างสามร่างก็ปรากฏขึ้นมาจากส่วนลึกของยอดเขาฉิงเทียน
คนของสำนักเทียนเสวียนจำพวกเขาได้ในทันที
"เมื่อกี้ท่านเจ้าสำนักเพิ่งจะจากไป ตอนนี้ท่านผู้อาวุโสสูงสุดทั้งสามก็ออกมาพร้อมกันอีก แต่กลับไม่เห็นแม้แต่เงาของหลินหมิง หรือว่าหลินหมิงจะถูกจับตัวไปแล้ว"
"เป็นไปได้สูงมาก หลินหมิงจะเก่งกาจสักแค่ไหน ก็คงไม่มีทางเก่งไปกว่าท่านเจ้าสำนักและท่านผู้อาวุโสสูงสุดทั้งสามคนรวมพลังกันได้หรอก"
"เหอะ ข้าว่าป่านนี้หลินหมิงคงจะกลายเป็นศพไปแล้วมั้ง"
"อัจฉริยะผู้ยิ่งใหญ่เมื่อสามพันปีก่อน ก็มีน้ำยาแค่นี้เองสินะ"
"อะแฮ่ม"
เมื่อได้ยินเสียงวิพากษ์วิจารณ์ที่ดังมาจากทุกสารทิศ ม่อหลีก็กระแอมไอออกมาเบาๆ แล้วยกมือขึ้นทำท่ากดลง เพื่อเป็นสัญญาณบอกให้ทุกคนเงียบ
บารมีของตำแหน่งผู้อาวุโสสูงสุด ทำให้เพียงแค่การเคลื่อนไหวเล็กๆ น้อยๆ ของนาง ก็ส่งผลลัพธ์ได้อย่างยอดเยี่ยม
เพียงชั่วพริบตาเดียว ทุกคนก็เงียบกริบลงทันที
สายตาทุกคู่ต่างจับจ้องไปที่ม่อหลีเพียงผู้เดียว
จากนั้น นางก็ประกาศเสียงดังกังวานว่า
"หยางเซวียน ใช้อำนาจของนายน้อยในทางที่ผิด กลั่นแกล้งทำร้ายศิษย์ร่วมสำนักอย่างมุ่งร้าย สมควรตาย"
"โจวถง ในฐานะที่เป็นผู้อาวุโสฝ่ายนอกของสำนักเทียนเสวียน ทั้งที่รู้กฎเหล็กของสำนักดี แต่ก็ยังลงมือสังหารศิษย์ในสำนัก ตายไปก็ไม่น่าเสียดาย"
"หลินหมิง ไม่มีความผิด"
"และนับตั้งแต่โบราณกาลมา สำนักเทียนเสวียนของเรามีธรรมเนียมให้ผู้ที่แข็งแกร่งที่สุดในสำนักขึ้นดำรงตำแหน่งเจ้าสำนัก ในเมื่อตอนนี้ ความแข็งแกร่งของหลินหมิงอยู่เหนือทุกคนในสำนักเทียนเสวียนอย่างแท้จริง"
"ดังนั้น เขาจึงสมควรดำรงตำแหน่งเจ้าสำนักคนใหม่"
[จบแล้ว]