เราไม่เผยแพร่ผลงานที่มีลิขสิทธิ์ในประเทศไทย หากท่านพบเนื้อหาที่ละเมิดลิขสิทธิ์ แจ้งได้ที่เพจ Facebook NovelStore เราจะลบให้โดยเร็ว
ปัญหาการใช้งานเว็บไซต์ ติดต่อได้ที่เพจดังกล่าว
We do not publish or distribute copyrighted works in Thailand. To report infringing content, contact us via our Facebook page and we will remove it promptly. For other issues, use the same channel.

บทที่ 5 - ภาระนี้ เจ้าจะรับไว้หรือไม่

บทที่ 5 - ภาระนี้ เจ้าจะรับไว้หรือไม่

บทที่ 5 - ภาระนี้ เจ้าจะรับไว้หรือไม่


บทที่ 5 - ภาระนี้ เจ้าจะรับไว้หรือไม่

บรรดาศิษย์ที่มามุงดูเรื่องสนุกอยู่รอบนอกของยอดเขาฉิงเทียนต่างก็พากันอ้าปากค้าง

คนส่วนใหญ่ในหมู่พวกเขาไม่เคยใช้ชีวิตร่วมยุคสมัยเดียวกับหลินหมิงมาก่อน เคยได้ยินมาก็แค่ว่าอัจฉริยะผู้ไร้เทียมทานเมื่อสามพันปีก่อนผู้นั้น ถูกนางมารจากพรรคมารล่อลวงจนทำให้หัวใจกระบี่ต้องพินาศ

กลายเป็นเศษสวะที่รู้จักแต่ฝึกวิชากระบี่พื้นฐาน แต่ก็ไม่เคยฝึกได้สำเร็จเลย

ทว่าภาพเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นบนยอดเขาฉิงเทียนในวันนี้ กลับพลิกความเชื่อทั้งหมดของพวกเขาไปโดยสิ้นเชิง

หลินหมิงกระชับกระบี่เหล็กในมือ ก้าวเดินไปหาหยางเซวียน

"เจ้าต้องการจะฆ่าข้า ข้าก็จะฆ่าเจ้า ถือว่ายุติธรรมดีแล้ว"

น้ำเสียงราบเรียบของเขาดังก้องไปทั่วยอดเขาฉิงเทียน

แววตาของหยางเซวียนฉายแววตื่นตระหนกออกมาแวบหนึ่ง แต่เพียงชั่วพริบตาเขาก็ตั้งสติได้ แล้วแค่นหัวเราะออกมา

"ท่านอาจารย์ไม่รู้ว่าจะมีชีวิตอยู่ได้อีกกี่วัน จึงเลือกปิดด่านกักตัวขั้นเด็ดขาดไปแล้ว"

"ส่วนเจ้าในตอนนี้ ไม่เพียงแต่จะทำร้ายผู้อาวุโสของสำนักไปตั้งมากมาย"

"แถมยังคิดจะฆ่าข้าอีกด้วย"

"หลินหมิงเอ๋ยหลินหมิง พรรคมารแห่งแดนเหนือจ้องจะงาบสำนักเทียนเสวียนของเรามาโดยตลอด การที่เจ้ามาก่อความวุ่นวายในสำนักตอนที่ท่านอาจารย์กำลังปิดด่านแบบนี้ นี่เจ้ากำลังจะปูทางให้พรรคมารเข้ามายึดครองสำนักเทียนเสวียนอย่างนั้นหรือ"

ถึงแม้จะรู้ตัวดีว่าความแข็งแกร่งของตนอาจจะสู้หลินหมิงไม่ได้ แต่หยางเซวียนก็ไม่มีความคิดที่จะยอมแพ้หรือก้มหัวยอมจำนนเลยแม้แต่น้อย กลับกลายเป็นว่าเขายังโยนความผิดข้อหาใหญ่หลวงไปใส่หัวหลินหมิงอีกต่างหาก

แต่หลินหมิงก็ไม่ได้ใส่ใจเลยสักนิด

เขาพุ่งกระบี่เหล็กในมือออกไป แทงตรงไปยังหยางเซวียน

ความเร็วของกระบี่เหล็กที่เต็มไปด้วยสนิมเล่มนั้นไม่ได้รวดเร็วอะไรนัก แต่มันกลับแฝงไปด้วยพลังอันแปลกประหลาดที่ยากจะหยั่งถึง แม้จะยังอยู่ห่างออกไปอีกระยะหนึ่ง แต่สัญชาตญาณของหยางเซวียนกลับร้องเตือนว่า กระบี่เล่มนี้ เขาหลบไม่พ้นแน่

ในเมื่อหลบไม่พ้น เขาก็ไม่คิดจะหลบอีกต่อไป

ปัง

หยางเซวียนกระทืบเท้าลงบนพื้นอย่างแรง ที่ด้านหน้าของเขาห่างออกไปสามฉื่อ ร่างของมังกรยักษ์ตัวหนึ่งก็ผุดขึ้นมาจากพื้นดิน มันแยกเขี้ยวคำรามด้วยใบหน้าดุร้าย พุ่งเข้าปะทะกับกระบี่เหล็กของหลินหมิง

ในขณะเดียวกัน หยางเซวียนก็ร่ายมุทราด้วยมือ พร้อมกับฟาดฝ่ามือเทียนหลัวออกไป

ตามติดมาด้วยชุดเกราะเส้นไหมสีทองที่ปรากฏขึ้นครอบคลุมร่างกายของเขา บนชุดเกราะนั้นเต็มไปด้วยอักขระเวทมนตร์ที่สลับซับซ้อน

ในเวลานี้ อักขระเหล่านั้นราวกับมีชีวิตขึ้นมาจริงๆ พวกมันก่อตัวกลายเป็นม่านแสงป้องกันเคลือบอยู่บนร่างของหยางเซวียนชั้นแล้วชั้นเล่า

สุดท้าย เขาก็ยังรู้สึกว่ามันยังไม่ปลอดภัยพอ จึงตะโกนก้องออกมาว่า

"ค่ายกลพิทักษ์สำนัก จงเปิดออกซะ"

ท้องฟ้าเหนือสำนักเทียนเสวียนทั้งหมด พลันถูกปกคลุมไปด้วยม่านแสงเก้าสีในทันที

และในฐานะที่เป็นยอดเขาหลัก ม่านแสงเก้าสีที่ครอบคลุมอยู่เหนือยอดเขาฉิงเทียนจึงมีความแข็งแกร่งมากกว่าจุดอื่นถึงสามส่วน

ยิ่งไปกว่านั้น ม่านแสงเก้าสียังทอดตัวลงมา ก่อร่างสร้างเป็นเกราะป้องกันอีกชั้นหนึ่งที่เบื้องหน้าของหยางเซวียน

เมื่อเป็นเช่นนี้ หยางเซวียนจึงรู้สึกอุ่นใจขึ้นมาได้ในที่สุด

ด้วยการป้องกันระดับนี้ เขามั่นใจว่า ต่อให้เป็นสุดยอดฝีมือที่บรรลุถึงขั้นราชันศักดิ์สิทธิ์ ก็ไม่มีทางทะลวงเข้ามาได้ในเวลาอันสั้นอย่างแน่นอน

ทว่าในวินาทีต่อมา

มังกรยักษ์ถูกบดขยี้จนกลายเป็นผุยผง ฝ่ามือเทียนหลัวแตกสลายหายวับไปกับตา

ม่านแสงที่เปล่งประกายด้วยอักขระเวทมนตร์บนชุดเกราะอันแข็งแกร่ง ถูกแทงทะลุไปทีละชั้นๆ ในชั่วพริบตา

ตัวชุดเกราะเองก็บอบบางราวกับแผ่นกระดาษ แตะปุ๊บก็ขาดปั๊บ

ม่านตาของหยางเซวียนหดเกร็งอย่างรุนแรง เพียงชั่วพริบตาเดียว การป้องกันเบื้องหน้าของเขาก็เหลือเพียงแค่ค่ายกลพิทักษ์สำนักเพียงชั้นเดียวเท่านั้น

"หลินหมิง เจ้ารู้ตัวไหมว่ากำลังทำอะไรอยู่"

"เจ้ามันเป็นคนบาปของสำนักเทียนเสวียน"

"ท่านอาจารย์จะไม่มีวันให้อภัยเจ้า บรรพชนแห่งสำนักเทียนเสวียนก็จะไม่มีวันให้อภัยเจ้า"

"ถ้าวันนี้เจ้าฆ่าข้า สำนักเทียนเสวียนก็คงยากที่จะต้านทานการโจมตีของพรรคมารได้"

"เจ้าจะต้องกลายเป็นคนทรยศของสำนักเทียนเสวียน"

"ศิษย์สำนักเทียนเสวียนทุกรุ่นทุกสมัยจะพากันรุมสาปแช่งถ่มน้ำลายใส่เจ้า"

หยางเซวียนตะโกนแหกปากอย่างบ้าคลั่ง

ทว่านั่นก็ไม่ได้ช่วยหยุดการพุ่งทะยานของกระบี่เหล็กได้เลย

แม้แต่การป้องกันที่แข็งแกร่งที่สุดจากค่ายกลพิทักษ์สำนัก ก็ไม่อาจขวางกั้นกระบี่เหล็กขึ้นสนิมเล่มนี้ไว้ได้

"ไม่ ข้าคือนายน้อยแห่งสำนักเทียนเสวียน เจ้าจะฆ่าข้าไม่ได้นะ"

เมื่อเห็นว่าค่ายกลพิทักษ์สำนักก็ยังต้านทานกระบี่เล่มนี้ไม่อยู่ หยางเซวียนก็ยิ่งแหกปากร้องโวยวายอย่างเสียสติ พร้อมกับพยายามบินหนีไปให้ไกลอย่างสุดชีวิต

แต่น่าเสียดาย ที่มันไม่ได้มีความหมายอะไรเลย

กระบี่เหล็กที่ดูเหมือนจะเชื่องช้า พริบตาเดียวก็พุ่งทะลุทะลวงหน้าอกของหยางเซวียนไปเสียแล้ว

ชิ้ง

เสียงกระบี่ดังระงม

พลังอันมหาศาลได้ตอกร่างของหยางเซวียนให้ติดแหง็กอยู่กับเสาหินขนาดใหญ่บนยอดเขาฉิงเทียนอย่างจัง

หยางเซวียนเบิกตากว้าง แววตาเต็มไปด้วยความไม่อยากจะเชื่อ

แต่เพียงไม่กี่ลมหายใจ พลังชีวิตของเขาก็ไหลทะลักออกไปจนหมดสิ้น กลายเป็นเพียงร่างไร้วิญญาณร่างหนึ่ง

ทั่วทั้งสำนักเทียนเสวียนตกอยู่ในความเงียบงัน

ผู้อาวุโสนับสิบคนที่ถูกซัดกระเด็นออกไปได้บินกลับมาแล้ว แต่พวกเขากลับไม่กล้าปริปากพูดอะไรออกมาอีกเลย

นายน้อยที่มีพลังระดับมหาจักรพรรดิขั้นสูงสุด นึกจะฆ่าก็ฆ่าทิ้งอย่างง่ายดาย บรรดาผู้อาวุโสอย่างพวกเขาก็คงไม่กล้ารนหาที่ตายหรอก

หลินหมิงเดินเข้าไปหาหยางเซวียนช้าๆ แล้วดึงกระบี่เหล็กออก ร่างของหยางเซวียนก็รูดไถลลงมากองกับพื้นตามแรงโน้มถ่วง

"เจ้าวางใจได้ สำนักเทียนเสวียนจะไม่มีวันตกไปอยู่ในมือของพรรคมารเด็ดขาด"

"ตราบใดที่ข้ายังอยู่ สำนักเทียนเสวียนก็จะต้องอยู่"

"เจ้า จงไปสู่สุคติเถอะ"

พูดจบ หลินหมิงก็สะบัดมือเบาๆ ร่างกายของหยางเซวียนก็แปรสภาพกลายเป็นเถ้าถ่าน ปลิวสลายหายไปในอากาศทันที

นายน้อยผู้เพิ่งจะขึ้นกุมอำนาจแห่งสำนักเทียนเสวียน ต้องมาตายอย่างไร้ศพให้ฝังเช่นนี้เอง

บรรดาผู้อาวุโส เจ้าแห่งยอดเขา และศิษย์จากยอดเขาต่างๆ แห่งสำนักเทียนเสวียน ต่างพากันยืนอยู่ด้านนอกยอดเขาฉิงเทียน มองดูหลินหมิงจากที่ไกลๆ

ไม่มีใครกล้าก้าวล่วงเข้าไปแม้แต่ก้าวเดียว

หลินหมิงเอามือไพล่หลัง เดินลึกเข้าไปในยอดเขาฉิงเทียนเพียงลำพัง

เขาไม่ได้มีความผูกพันอะไรกับสำนักเทียนเสวียนมากนัก แต่ภายในสำนักแห่งนี้ มีผู้มีพระคุณของเขาอยู่

ในช่วงเวลาที่เขาตกต่ำที่สุด ก็ได้ท่านเจ้าสำนักเทียนเสวียนนี่แหละที่เป็นคนดึงเขาขึ้นมา พาเขาเข้าสำนักเทียนเสวียน และยังคัดค้านเสียงวิจารณ์ของคนส่วนใหญ่ มอบทรัพยากรการฝึกฝนที่ดีที่สุดให้กับเขา

ชายชราผู้นั้นมอบความรักความเมตตาให้เขามากมาย ราวกับปฏิบัติต่อลูกแท้ๆ ของตัวเอง

ตลอดสามพันปีมานี้ ผู้คนบนโลกต่างเยาะเย้ยและเหยียดหยามเขา ภายในสำนักเทียนเสวียนก็มักจะมีเสียงเรียกร้องให้ขับไล่เขาออกจากสำนักอยู่เสมอ

แต่ชายชราผู้นั้นก็ยังคงเหมือนในอดีต

คัดค้านเสียงวิจารณ์ของคนส่วนใหญ่ ยอมให้เขาอยู่ที่เชิงภูเขากระบี่ต่อไป

แม้คนทั้งโลกจะมองว่าเขาถูกนางมารล่อลวงจนกลายเป็นเศษสวะไปแล้วก็ตาม

แต่ชายชราผู้นั้น ก็ยังคงเชื่อมั่นและสนับสนุนเขาอย่างไม่มีเงื่อนไข

ในช่วงเวลาสามพันปีนี้ ชายชรามาเยี่ยมเยียนเขานับครั้งไม่ถ้วน น่าจะไม่ต่ำกว่าหมื่นครั้งเลยทีเดียว

และในที่สุด วันนี้หลินหมิงก็ฝึกฝนกระบี่ที่แข็งแกร่งที่สุดในใจจนสำเร็จ

แต่ชายชราผู้นั้นกลับเลือกที่จะปิดด่านกักตัวขั้นเด็ดขาด เพราะอายุขัยใกล้จะสิ้นสุดลงแล้ว

ศัตรูก็ต้องฆ่าทิ้ง

บุญคุณ ก็ต้องตอบแทนเช่นกัน

ชายชราผู้นี้ มีความสำคัญในใจของเขา ยิ่งใหญ่กว่าผืนฟ้าเสียอีก

ภายนอกตำหนักเมฆาผาชันบนยอดเขาฉิงเทียน

ชายชราผู้มีคิ้วและหนวดเคราขาวโพลน รูปร่างดูค่อมไปบ้างเล็กน้อย กำลังมองดูหลินหมิงที่เดินเข้ามาใกล้ด้วยรอยยิ้ม

เขาผู้นี้ ก็คือเจ้าสำนักเทียนเสวียนนั่นเอง

เพียงแต่อายุขัยเหลือน้อยเต็มทีแล้ว ลมหายใจรวยรินราวกับเปลวเทียนที่ริบหรี่ท่ามกลางสายลม

"ท่าน ออกจากการกักตัวแล้วหรือ"

ขอบตาของหลินหมิงแดงระเรื่อ น้ำเสียงเจือไปด้วยความเศร้าสร้อย

"ก็ใช่น่ะสิ ค่ายกลพิทักษ์สำนักถูกเปิดใช้งานเต็มกำลัง เรื่องใหญ่ขนาดนี้ เจ้าสำนักอย่างข้าก็ต้องออกมาดูหน่อยสิ" ชายชรากล่าวด้วยรอยยิ้มอารมณ์ดี

"ท่านเจ้าสำนัก ข้าฆ่าหยางเซวียนไปแล้ว" หลินหมิงเอ่ยด้วยความรู้สึกผิดเล็กน้อย

"ข้าเห็นแล้วล่ะ" ชายชราโบกมือปฏิเสธ "เจ้าไม่ต้องรู้สึกกดดันอะไรหรอก เรื่องที่เขาอยากจะฆ่าเจ้า มันก็ไม่ใช่เรื่องที่เพิ่งจะเกิดขึ้นวันสองวันเสียหน่อย ตาแก่หัวหงอกอย่างข้าไม่ได้โง่นะ"

"หลงระเริงในอำนาจของตำแหน่งนายน้อย แล้วมาทำร้ายศิษย์ร่วมสำนัก ตายไปก็ไม่น่าเสียดายหรอก"

"เป็นเจ้าต่างหากล่ะ ที่มอบความประหลาดใจครั้งใหญ่ให้ข้าจริงๆ พลังของเจ้าในตอนนี้ น่าจะเหนือกว่าข้าไปไกลแล้วล่ะ สำนักเทียนเสวียนฝากไว้ในมือเจ้า ข้าก็วางใจแล้ว"

ชายชราเดินไปข้างหน้าไม่กี่ก้าว เข้าไปใกล้หลินหมิง

แววตาของเขาเต็มไปด้วยความจริงจังแบบที่ไม่เคยมีมาก่อน "ข้าอยากจะส่งมอบตำแหน่งเจ้าสำนักเทียนเสวียนให้แก่เจ้า"

"ตั้งแต่วันนี้เป็นต้นไป เจ้าคือเจ้าสำนักเทียนเสวียนคนใหม่"

"ภาระอันหนักอึ้งนี้ เจ้าจะรับไว้หรือไม่"

[จบแล้ว]

จบบทที่ บทที่ 5 - ภาระนี้ เจ้าจะรับไว้หรือไม่

คัดลอกลิงก์แล้ว