- หน้าแรก
- ข้ามเวลามาลวงใจ พลิกปมรักจักรพรรดิเย็นชา
- บทที่ 18: ในที่สุดก็ได้ระบายเสียที
บทที่ 18: ในที่สุดก็ได้ระบายเสียที
บทที่ 18: ในที่สุดก็ได้ระบายเสียที
ผู้คนที่ห้อมล้อมนางอยู่ต่างพากันหันขวับไปมอง ฮวาชุนเงยหน้าขึ้นมองตาม พลันรู้สึกซาบซึ้งใจขึ้นมาตงิดๆ
น้ำเสียงของฮูหยินว่านยังคงดังฟังชัดเหมือนเคย นางแหวกวงล้อมผู้คนเข้ามาหานาง มองใบหน้าของนางด้วยความเป็นห่วง "เกิดอะไรขึ้นลูก?"
ฮวาชุนคลี่ยิ้มบางๆ ให้นาง "แค่ฝุ่นจากคานบ้านร่วงใส่น่ะขอรับ ไม่มีอะไรหรอก"
"เมื่อคืนเจ้าอยู่ในวังไม่ใช่รึ?" ฮูหยินว่านชะโงกหน้าเข้ามาใกล้พลางยื่นผ้าเช็ดหน้าให้ "ฮ่องเต้ทรงกลั่นแกล้งอะไรเจ้าอีกหรือเปล่า?"
"มองปราดเดียวก็รู้แล้ว พี่หญิงจะมัวถามเซ้าซี้ไปทำไมกัน?" อนุภรรยาเริ่นเอ่ยด้วยน้ำเสียงเรียบเรื่อย "คุณชายใหญ่เหน็ดเหนื่อยมานาน ควรจะได้พักผ่อนอย่างเต็มที่เสียที"
ฮูหยินว่านเงยหน้าขึ้นถลึงตาใส่นาง "นี่เจ้าหาเรื่องรึ? ลูกชายข้าทำงานอาบเหงื่อต่างน้ำเพื่อตระกูลฮวาและราชสำนักทุกวี่ทุกวัน เจ้ากินข้าวแดงแกงร้อนของตระกูลฮวาแท้ๆ ไม่สำนึกบุญคุณแล้วยังจะมาพูดจาถากถางอีกทำไม?"
"พี่หญิงจะใช้ตรรกะวิบัติอีกแล้วหรือ?" อนุภรรยาเริ่นหัวเราะเบาๆ "ข้ายังไม่ได้พูดจาถากถางอะไรสักคำ แค่แสดงความเป็นห่วงคุณชายใหญ่บ้างไม่ได้เชียวหรือ?"
"คนอย่างเจ้าเนี่ยนะ จะเป็นห่วงเขาจริงๆ?" ฮูหยินว่านกัดฟันกรอด "เจ้าคงคันไม้คันมืออยากให้ลูกชายข้าโดนฮ่องเต้ลงโทษใจจะขาดล่ะสิ!"
"ดูพี่หญิงพูดเข้าสิ" อนุภรรยาเริ่นเบ้ปาก "ข้าจะไปมีความคิดเช่นนั้นได้อย่างไร? เพียงแต่ที่คุณหนูสามพูดมามันก็มีเหตุผล หากคุณชายใหญ่ทำผิดพลาดและล่วงเกินเบื้องพระยุคลบาทอยู่ทุกวี่ทุกวัน ย่อมต้องนำภัยมาสู่ตระกูลฮวาเป็นแน่ ในเมื่อข้าก็เป็นคนของตระกูลฮวา ย่อมต้องเป็นกังวลเป็นธรรมดา"
สีหน้าของฮูหยินว่านดำทะมึนลงทันตา และจังหวะที่นางกำลังจะอ้าปากเถียง ฮวาชุนก็ชิงพูดขึ้นมาเสียก่อน "ขอบคุณทุกท่านที่เป็นห่วงขอรับ"
ทุกคนชะงักและหันขวับไปมองนางเป็นตาเดียว
ด้วยคราบฝุ่นที่ยังคงเกาะอยู่บนปลายจมูก สภาพของนางดูทุลักทุเลไม่เบา ทว่าเมื่อนางเอื้อนเอ่ย กลับกล่าวว่า "ฮ่องเต้ไม่ได้ทรงลงโทษข้าหรอกขอรับ เมื่อวานมีมือสังหารลอบเข้าวัง ข้าแค่คอยอารักขาฮ่องเต้ตอนที่เราหลบซ่อนตัว สภาพก็เลยออกมาเป็นแบบนี้แหละขอรับ"
"มือสังหารรึ?" ฮูหยินว่านสะดุ้งตกใจ กวาดสายตามองนางตั้งแต่หัวจรดเท้า "เจ้าบาดเจ็บตรงไหนหรือเปล่า?"
"ไม่ขอรับ" ฮวาชุนตอบพร้อมรอยยิ้ม "แค่เมื่อคืนนอนไม่ค่อยหลับเท่าไหร่ แต่ถึงอย่างนั้น เมื่อวานข้าก็ได้สร้างความดีความชอบเรื่องการช่วยเหลือผู้ประสบภัย ฮ่องเต้จึงทรงมีพระเมตตา อนุญาตให้ตระกูลฮวาปรับปรุงเรือนหลังต่อไปได้ขอรับ"
ทันทีที่สิ้นประโยคนี้ สีหน้าของอนุภรรยาเริ่น คุณหนูสาม และอนุภรรยาเริ่นก็เปลี่ยนไปในทันที
ฮูหยินว่านเองก็ถึงกับอึ้ง มองนางด้วยความไม่อยากจะเชื่อสายตา "ฮ่องเต้... ทรงอนุญาตให้เราปรับปรุงเรือนต่อแล้วรึ?"
"แต่เดิมเรื่องเรือนหลังของตระกูลฮวาก็ไม่ได้เกี่ยวอะไรกับราชสำนักอยู่แล้ว แต่เป็นเพราะพระสนมกุ้ยเฟยฮวาทูลขอ ฮ่องเต้จึงทรงมีรับสั่งเช่นนั้นลงมา" ฮวาชุนอธิบาย "เมื่อวานนี้ ฮ่องเต้ทรงซาบซึ้งในความกตัญญูของข้า และเห็นว่าข้ามีความดีความชอบ จึงพระราชทานพระกรุณานี้ให้เป็นกรณีพิเศษ ท่านแม่ไปกราบเรียนท่านพ่อให้ดำเนินการสร้างเรือนต่อตามแผนเดิมได้เลยขอรับ"
"ประเสริฐแท้!" ฮูหยินว่านดีใจจนเนื้อเต้น รอยยิ้มกว้างปรากฏขึ้นบนใบหน้าทันที พลางส่งสายตาเย้ยหยันไปทางอนุภรรยาเริ่น
"ข้าบอกแล้วไง ว่าลูกชายข้าเก่งกาจ ต่อให้ใครจะพยายามกลั่นแกล้งขัดขวางยังไง เขาก็เอาความสามารถเข้าสู้จนชนะได้อยู่ดี!"
น้ำเสียงของนางเต็มไปด้วยความภาคภูมิใจ ทำเอาบรรดาอนุภรรยาคนอื่นๆ รู้สึกอึดอัดใจเป็นอย่างมาก ก่อนหน้านี้พวกนางเพิ่งจะหัวเราะเยาะฮูหยินว่านไปหยกๆ ว่าฝันเฟื่องไปเอง แต่เวลาผ่านไปแค่สองวัน พวกนางกลับต้องเป็นฝ่ายหน้าแตกเสียเอง
ในขณะที่อนุภรรยาคนอื่นๆ แค่รู้สึกตะขิดตะขิดใจ แต่สำหรับอนุภรรยาเริ่นแล้ว ข่าวนี้ทำเอานางแทบคลั่ง "แล้วเรื่องตำหนักหย่งอันล่ะ?"
ฮวาชุนตอบกลับหน้าตาเฉย "แน่นอนว่าตำหนักหย่งอันยังคงระงับการบูรณะต่อไป ท้องพระคลังกำลังฝืดเคือง การช่วยเหลือผู้ประสบภัยย่อมต้องมาก่อน"
"ด้วยเหตุผลอันใดกัน?!" อนุภรรยาเริ่นขมวดคิ้ว สูดหายใจเข้าลึก พยายามปั้นหน้าให้ดูอ่อนหวานแต่ก็เก็บอาการไม่อยู่ นางจ้องหน้านางด้วยสายตาวาวโรจน์ "ตอนนั้นเราตกลงกันแล้วไม่ใช่หรือ? หากตำหนักหย่งอันระงับการบูรณะ เรือนหลังของตระกูลฮวาก็ต้องระงับด้วยเช่นกัน ในเมื่อตอนนี้พวกเจ้าได้ปรับปรุงเรือนต่อแล้ว เหตุใดจึงยังต้องไปขัดขวางการบูรณะตำหนักหย่งอันของหลิวอิ๋งอีกล่ะ? เราต่างก็เป็นครอบครัวเดียวกัน การที่คุณชายใหญ่ทำเช่นนี้ย่อมทำลายความปรองดองในครอบครัวไม่ใช่หรือ?"
"พูดอะไรออกมาน่ะ?" ฮวาชุนเงยหน้าขึ้นมองนาง "ความคิดริเริ่มที่จะให้ระงับการบูรณะตำหนักหย่งอันนั้นมาจากขุนนางชั้นผู้ใหญ่ในราชสำนัก ในฐานะอัครเสนาบดี ข้าก็แค่ช่วยยื่นฎีกาถวายเท่านั้น ใครจะไปรู้ล่ะว่าพระสนมกุ้ยเฟยฮวาจะมาหาเรื่องข้า และดึงดันจะให้ระงับการปรับปรุงเรือนของตระกูลฮวาเพียงเพื่อให้ตัวเองสบายใจ?"
"เพื่อเห็นแก่ส่วนรวม แม้ว่าเรื่องนี้จะเป็นการโดนลูกหลงเข้าเต็มเปา ข้าก็ยอมทำตามความต้องการของนาง แต่ตอนนี้เป็นฮ่องเต้ต่างหากที่พระราชทานพระกรุณานี้ลงมา ข้าไม่ได้มีส่วนเกี่ยวข้องอะไรตั้งแต่ต้นจนจบ แล้วเหตุใดอนุภรรยาเริ่นจึงมากล่าวโทษข้าเล่า?"
ตั้งแต่เกิดมา ฮวาจิ่งฮวาแทบไม่เคยปริปากพูดอะไรยืดยาวขนาดนี้ตอนอยู่บ้านเลย อาการพูดเป็นต่อยหอยแบบกะทันหันนี้ทำเอาแม้แต่ฮูหยินว่านยังต้องตะลึง
แต่ในฐานะคนเป็นแม่ ฮูหยินว่านก็ตั้งสติได้อย่างรวดเร็วและรีบออกรับแทนลูกชาย "ใช่แล้ว! ลูกสาวของเจ้าเป็นคนก่อเรื่องเองแท้ๆ แล้วยังจะมาโยนความผิดให้คนอื่นอีก ฮวาจิ่งฮวาได้รับพระกรุณานี้ก็เพราะเขาสร้างความดีความชอบ ถ้าเจ้าไม่พอใจ ก็ไปบอกให้หลิวอิ๋งสร้างความดีความชอบบ้างสิ!"
"นี่เจ้า!" ใบหน้าของอนุภรรยาเริ่นซีดเผือดด้วยความโกรธจัด ทว่านางก็ยังมีสติพอที่จะรู้ว่าการปะทะคารมตรงๆ นางไม่มีทางชนะแน่ นางจึงข่มความโกรธไว้แล้วย่อตัวคำนับ "อนุภรรยาผู้นี้ขอตัวก่อน!"
"ข้าไม่ไปส่งนะ" ฮูหยินว่านโบกมือไล่อย่างไม่แยแส
ผ่านไปตั้งเนิ่นนาน ถึงแม้ตัวนางจะเป็นฮูหยินเอก แต่ก็ต้องทนกล้ำกลืนฝืนทนกับความคับแค้นใจเล็กๆ น้อยๆ จากอนุภรรยาเริ่นมาโดยตลอด เมื่อก่อน ฮวาจิ่งฮวาเป็นคนเก็บตัวและไม่ชอบต่อล้อต่อเถียงกับใคร ทำเอาฮูหยินว่านรู้สึกอึดอัดใจแทบบ้า แต่มาตอนนี้ ฮวาจิ่งฮวาตาสว่างแล้วและรู้จักตอกกลับเสียที! ฮูหยินว่านรู้สึกปลาบปลื้มใจเป็นล้นพ้น แทบอยากจะออกไปจุดพลุฉลองหน้าจวนให้รู้แล้วรู้รอด
บรรดาอนุภรรยาที่ยืนอยู่ใกล้ๆ ต่างมองหน้ากันเลิ่กลั่กแล้วพากันเดินคอตกจากไป คุณหนูสามก้มหน้าหลบสายตา ชำเลืองมองฮวาชุนด้วยความรู้สึกผิด ก่อนจะรีบวิ่งตามหลังอนุภรรยาเริ่นไปติดๆ
ฮวาชุนลอบถอนหายใจด้วยความโล่งอก นางหันไปมองผินถานแล้วสั่งว่า "ข้าอยากอาบน้ำ"
ผินถานชะงักไปชั่วครู่ ก่อนจะพยักหน้ารับพร้อมรอยยิ้ม "บ่าวจะไปเตรียมน้ำประเดี๋ยวนี้เจ้าค่ะ"
กลับถึงบ้านปุ๊บก็ต้องมานั่งทำสงครามประสาทปั๊บกว่าจะได้พักผ่อน ฮวาจิ่งฮวานี่ช่างมีชีวิตที่รันทดเสียจริง ฮวาชุนส่ายหน้าไปมา เมื่อหันไปมองฮูหยินว่านที่กำลังกุมมือนางด้วยรอยยิ้มอ่อนโยน นางก็อดไม่ได้ที่จะเอ่ยปากเตือน "ลูกจะพยายามทำหน้าที่ลูกที่ดีให้ท่านแม่ให้ดีที่สุด ท่านแม่ไม่จำเป็นต้องไปต่อล้อต่อเถียงกับพวกนางทุกครั้งหรอกขอรับ"
ความใจสู้ของฮูหยินว่านนั้นออกจะมากเกินไปหน่อย เอะอะก็ด่าทอฉอดๆ ซึ่งมันดูไม่งามเอาเสียเลย
"แม่รู้จ้ะ" เมื่อได้ยินเช่นนั้น ฮูหยินว่านก็รู้สึกผิดขึ้นมานิดๆ "แต่แม่ห้ามปากตัวเองไม่ค่อยอยู่นี่นา แม่คงสร้างความลำบากใจให้เจ้ามาตลอดเลยใช่ไหม?"
"ไม่ใช่เรื่องลำบากใจอะไรหรอกขอรับ แต่ในฐานะฮูหยินเอก ท่านแม่ควรวางตัวให้สมเกียรติ จะลดตัวไปทะเลาะเบาะแว้งกับพวกอนุภรรยาให้เสียราคาทำไมกันขอรับ?"
นี่เป็นครั้งแรกเลยที่ฮวาจิ่งฮวายอมนั่งคุยเปิดอกกับนางด้วยท่าทีสงบเยือกเย็นแบบนี้! ฮูหยินว่านซาบซึ้งใจยิ่งนัก นางกำผ้าเช็ดหน้าแน่น ขยี้มันไปมาพลางพยักหน้ารัวๆ "แม่เข้าใจแล้วจ้ะ"
หวังว่าจะเข้าใจจริงๆ นะ ฮวาชุนถอนหายใจยาว เมื่อเห็นบ่าวไพร่ยกอ่างอาบน้ำและน้ำร้อนเข้ามาในห้อง นางจึงลุกขึ้นยืนแล้วบอกว่า "ท่านแม่กลับไปพักผ่อนเถอะขอรับ ลูกเหนื่อยมากแล้ว อาบน้ำเสร็จคงต้องของีบสักหน่อย"
"ได้จ้ะ" ฮูหยินว่านลุกขึ้นยืน ทอดสายตามองนางด้วยความรักใคร่เอ็นดู ก่อนจะเดินออกจากห้องไป
เมื่อเตรียมน้ำเสร็จสรรพ ผินถานก็หันไปลงกลอนประตูและปิดหน้าต่างทุกบานอย่างมิดชิด
"นายท่าน บ่าวจะช่วยผลัดผ้าให้นะเจ้าคะ"
ฮวาชุนพยักหน้ารับ แล้วเดินตามนางไปหลังฉากกั้น
ตอนที่ดูซีรีส์เรื่องนี้ เธอเอาแต่เฝ้ารอคอยให้ท่านอัครเสนาบดีฮวาตัวเปียกน้ำหรือโชว์เนื้อหนังมังสาบ้าง เพื่อตอบสนองความหื่นกามในใจลึกๆ แต่พอตอนนี้ต้องมาจ้องมองเรือนร่างนั้นในระยะประชิดด้วยตาตัวเอง ความรู้สึกมันช่างซับซ้อนอธิบายไม่ถูกจริงๆ