- หน้าแรก
- ทะลุมิติไปต่างโลกทั้งที ดันเริ่มต้นเป็นดันเจี้ยนซะงั้น
- บทที่ 2: การมาเยือนของผู้บุกรุก
บทที่ 2: การมาเยือนของผู้บุกรุก
บทที่ 2: การมาเยือนของผู้บุกรุก
บทที่ 2: การมาเยือนของผู้บุกรุก
บริเวณรอบๆ ดันเจี้ยน
ณ ตอนนี้ เหล่านักผจญภัยเริ่มจับกลุ่มเล็กๆ รวมตัวกันในบริเวณโดยรอบแล้ว
ไม่อาจจินตนาการได้เลยว่าจะมีสมบัติมากมายเพียงใดซุกซ่อนอยู่ภายในดันเจี้ยนแห่งใหม่ที่ยังไม่เคยมีใครสำรวจ
ยิ่งไปกว่านั้น มันยังเป็นดันเจี้ยนที่ดูยิ่งใหญ่อลังการถึงเพียงนี้
รูปแบบของมันก็เป็นสิ่งที่พวกเขาไม่เคยพบเห็นมาก่อนเช่นกัน
กลุ่มนักผจญภัยต่างทอดสายตามองไปยังดันเจี้ยนรูปทรงครึ่งวงกลมอันโอ่อ่าและเสาหินที่ตั้งตระหง่าน
นักผจญภัยบางคนไม่อาจข่มความโลภในใจไว้ได้ พุ่งตัวเข้าไปในดันเจี้ยนอย่างไม่คิดชีวิต
เมื่อมีนักผจญภัยคนแรกเป็นผู้เบิกทาง คนที่เหลือก็สลัดความกังวลทิ้งไป ดูเหมือนพวกเขากลัวว่าสมบัติที่อยู่หลังบานประตูจะถูกคนนำหน้ากวาดไปจนหมดเกลี้ยง
ด้วยเหตุนี้ พวกเขาจึงพากันแห่กรูกันเข้าไปด้านใน
เมื่อคนของท่านลอร์ดมาถึงและเห็นร่องรอยกิจกรรมรอบๆ ดันเจี้ยน ซึ่งเป็นการยืนยันว่ามันมีอยู่จริง ตอนแรกพวกเขาต่างดีใจจนเนื้อเต้น แต่แล้วก็สบถด่าออกมา
"เจ้าพวกสามัญชนพวกนี้กล้าดีอย่างไรมาหมายปองทรัพย์สินของท่านลอร์ด!"
"พวกเจ้าสองคน รีบกลับไปรายงานสถานการณ์ให้ท่านลอร์ดทราบเดี๋ยวนี้ ส่วนพวกเจ้าที่เหลือคอยเฝ้าอยู่ข้างนอก พวกเราจะเข้าไปก่อนเพื่อชิงความได้เปรียบและสำรวจดู!"
"ขอรับ!"
ในเวลานี้ ใครๆ ต่างก็อยากเป็นผู้สำรวจดันเจี้ยนแห่งใหม่กันทั้งนั้น ใครจะไปรู้ว่ามีผลประโยชน์อะไรซ่อนอยู่ข้างในบ้าง
ทว่าในเมื่อผู้มียศสูงกว่าย่อมข่มผู้ที่อยู่ต่ำกว่า พวกเขาจึงทำได้เพียงเชื่อฟังคำสั่งเท่านั้น
ภายในดันเจี้ยน
กลุ่มนักผจญภัยที่เข้ามาเป็นกลุ่มแรกต่างพากันมองไปรอบๆ
"ชั้นแรกเป็นถ้ำหิน แถมไม่มีกลิ่นอายของมอนสเตอร์เลย แร่หายากก็ไม่มีสักก้อน"
"ข้าเพิ่งเคยเห็นดันเจี้ยนแบบนี้เป็นครั้งแรกนี่แหละ"
ชายผมบลอนด์ที่ถือดาบใหญ่เอ่ยขึ้นก่อน น้ำเสียงของเขาแฝงไปด้วยความผิดหวัง
"พวกหัวทองนี่มันโง่กันหมดจริงๆ ในดันเจี้ยนที่ลึกมากๆ มอนสเตอร์ในชั้นแรกๆ มักจะเบาบางอยู่แล้ว"
"เกรงว่านี่คงไม่ใช่ดันเจี้ยนธรรมดาๆ เสียแล้วล่ะ"
ชายผมดำเอ่ยขึ้นด้วยความมั่นใจ
คำพูดเหล่านั้นทำให้ดวงตาของเหล่านักผจญภัยที่กำลังผิดหวังกลับมาลุกวาวอีกครั้ง
ใช่แล้ว นี่ต้องเป็นดันเจี้ยนขนาดใหญ่แน่ๆ ชั้นบนๆ ถึงได้ดูว่างเปล่าขนาดนี้
"สิ่งสำคัญที่สุดตอนนี้คือการหาทางลงไปยังชั้นต่อไป"
"ข้าคือ ครอส จากเขตแดนเบนทู หากเราต่างคนต่างลุยกันแบบนี้ ประสิทธิภาพจะต่ำเกินไป"
"อีกอย่าง เราก็ไม่รู้ว่าท่านลอร์ดจะค้นพบดันเจี้ยนนี้เมื่อไหร่ ถึงเวลานั้น คนอย่างพวกเราคงยากที่จะได้แม้แต่เศษเนื้อตกถึงท้อง"
"ข้าขอเสนอให้พวกเราจับมือกันก่อน แล้วแยกย้ายกันตามหาทางลงไปชั้นต่อไป"
ครอสเริ่มปลุกระดมและชักจูงกลุ่มนักผจญภัย
"แต่ถ้ามีใครเจอทางลงแล้วทิ้งพวกเราเข้าไปก่อนล่ะ?"
ใครบางคนเอ่ยถามด้วยความคลางแคลงใจ
"หากใครคิดว่าสามารถสำรวจทั้งชั้นได้ด้วยตัวคนเดียว และเอาตัวรอดจากการถูกแย่งชิงของที่หามาได้ก่อนที่ท่านลอร์ดจะส่งคนมาล่ะก็..."
"...ก็เชิญลองดูได้เลย"
คำพูดของครอสทำให้นักผจญภัยเงียบกริบ และหลังจากนั้นพวกเขาก็ทยอยตอบตกลงเข้าร่วมเป็นพันธมิตรกัน
หลังจากตกลงกันว่าจะทิ้งสัญลักษณ์ของแต่ละคนเอาไว้ กลุ่มนักผจญภัยก็แยกย้ายกันไปสำรวจถ้ำหินชั้นนี้ เพื่อค้นหาทางลงไปยังชั้นถัดไป
ในขณะเดียวกัน หลี่ต้าเหรินเฝ้ามองความเคลื่อนไหวบนชั้นถ้ำหินนี้อยู่ตลอดเวลา
"น่าสนใจ นึกไม่ถึงว่าจะร่วมมือกันจริงๆ"
"ทว่าชั้นของฉันมันไม่ได้ง่ายดายขนาดนั้นหรอกนะ"
ชั้นแรกมีทางเดินลวงตามากมายจนแทบจะกลายเป็นเขาวงกต การที่คนหลายคนจะกลับมาเจอกันได้โดยพึ่งพาแค่สัญลักษณ์นั้นแทบจะเป็นไปไม่ได้เลย
แต่การพึ่งพาแค่เขาวงกตก็ทำได้เพียงถ่วงเวลาเท่านั้น หากจะจัดการกับผู้บุกรุกเหล่านี้จริงๆ เขายังจำเป็นต้องใช้...
"เจ้าหนูแมนเดรก คงต้องพึ่งพวกแกแล้วล่ะ"
ไฟต์ ชายผมบลอนด์แยกตัวจากครอส และไม่นานก็เดินเข้าไปในทางเดินลึกแห่งหนึ่ง
เขากระชับดาบใหญ่ในมือแน่น
ทางเดินแบบนี้มักจะมีไม่ความตายก็สมบัติซ่อนอยู่
แม้ว่่าจะไม่มีกลิ่นอายของมอนสเตอร์ และจนถึงตอนนี้เขายังไม่พบเจอตัวอะไรเลยบนชั้นนี้
แต่ในดันเจี้ยนนั้นจะประมาทไม่ได้เป็นอันขาด
ยิ่งเขาเดินลึกเข้าไปในทางเดินมากเท่าไหร่ แสงสลัวๆ ก็เริ่มสว่างขึ้นเรื่อยๆ
ไฟต์หรี่ตาลง และในที่สุดก็มาถึงสุดทางเดิน
พืชสีเขียวชอุ่มต้นหนึ่งกำลังเจริญเติบโตอย่างเงียบๆ อยู่ที่สุดทาง
กลิ่นหอมชื่นใจโชยมาเตะจมูกเขา
เพียงแค่ได้กลิ่น ไฟต์ก็รู้สึกอบอุ่นไปทั้งร่าง อาการปวดตื้อและฝืดเคืองจากแผลเก่าก็ทุเลาลงเล็กน้อย
"แมนเดรก! มันมีสรรพคุณทางเวทมนตร์ นี่มันสมุนไพรวิเศษชัดๆ!"
หัวใจของไฟต์เต้นรัวแรงจนแทบจะทำอะไรไม่ถูก
ดันเจี้ยนแห่งนี้ไม่ใช่ดันเจี้ยนธรรมดาจริงๆ ด้วย ถึงกับมีสมุนไพรเวทมนตร์ล้ำค่าเติบโตอยู่
เขารีบเก็บดาบใหญ่เข้าฝัก ปรี่เข้าไปใกล้อย่างรวดเร็ว ค่อยๆ ย่อตัวลง นำถุงผ้าออกมา เช็ดมือจนสะอาด แล้วยื่นมือออกไปจับแมนเดรกต้นนั้น
ทว่าวินาทีที่เขาสัมผัสโดนแมนเดรก ลำต้นและใบของมันก็แยกออกกะทันหัน พร้อมกับยิงเข็มใบไม้สีเงินพุ่งออกมา
ในชั่วพริบตา เข็มเหล่านั้นก็ทะลวงเข้าที่ลำคอของไฟต์
ไฟต์ไม่รู้สึกเจ็บปวด มีเพียงอาการชาบริเวณลำคอเท่านั้น
พะ... พิษ!
นี่มันตัวบ้าอะไรกันเนี่ย?!
ไฟต์รีบพยายามจะถอยหนี แต่กลับเห็นแมนเดรกตรงหน้ายิงเข็มใบไม้สีเงินออกมาอีกระลอก
เขารีบยกมือขึ้นมาปัดป้อง ทว่าฝ่ามือก็ถูกแทงทะลุในทันที และความรู้สึกชาหนึบก็แล่นปราดเข้ามาอีกครั้ง
ความหวาดกลัวเอ่อท้นขึ้นมาในใจของไฟต์
เขาอยากจะชักดาบ ทว่าเพียงแค่ขยับตัวจะชัก แมนเดรกก็ยิงเข็มใบไม้ออกมาอีกครั้งเสียแล้ว
คราวนี้ มันพุ่งแทงเข้าที่หน้าอกของเขาเต็มๆ
อาการชาลุกลามไปทั่วทั้งร่าง ไฟต์ทรุดฮวบลงกับพื้น ทำได้เพียงมองดูแมนเดรกเบื้องหน้าโค้งงอลำต้นและใบของมัน เปิดปากอาบเลือดที่เต็มไปด้วยหนามแหลมคมออกอย่างหมดหนทาง
"ไม่นะ ได้โปรด!!!"
..."ผู้บุกรุกลดไปหนึ่ง"
"เจ้าหนูแมนเดรกทำผลงานได้เยี่ยมมาก!"
หลี่ต้าเหรินกำลังจะเอ่ยปากชมเจ้าหนูแมนเดรก แต่แล้วเขาก็เห็นแมนเดรกกำลังอ้าปากอาบเลือดเตรียมจะสวาปามเหยื่อ
"ฉันอนุญาตให้แกกินตอนไหนกัน? ให้ตายเถอะ!"
หลี่ต้าเหรินตบหัวแมนเดรกผ่านความว่างเปล่าไปฉาดหนึ่ง
แมนเดรกชะงักไป มันกำลังจะแสดงความดุร้ายออกมา ทว่าเมื่อสัมผัสได้ถึงกลิ่นอายที่คุ้นเคย มันก็เปลี่ยนท่าทีเป็นน่าสงสารในทันที
ในขณะเดียวกัน ซากศพบนพื้นก็ถูกพื้นดันเจี้ยนกลืนกินและหายวับไป
【กลืนกินเนื้อหนัง เลเวล 3, พลังชีพจรปฐพี +3】
"เพิ่มพลังชีพจรปฐพีได้จริงๆ ด้วย!"
"นักผจญภัยพวกนี้เป็นขุมทรัพย์ชัดๆ!"
หลี่ต้าเหรินตระหนักได้ว่านักผจญภัยเหล่านี้ก็คือทรัพยากรเช่นกัน
พวกเขาอาจนำพาสิ่งอันตรายมาให้เขา แต่ในทำนองเดียวกัน พวกเขาก็สามารถกลายมาเป็นสารอาหารให้เขาได้ด้วย
เขาจะมัวแต่กีดกันไม่ให้นักผจญภัยเข้ามาอย่างหูหนวกตาบอดไม่ได้ และจะฆ่าล้างบางทุกคนที่เข้ามามั่วซั่วก็ไม่ได้เช่นกัน
อันที่จริง เขาถึงขั้นต้องตั้งใจเตรียมสมบัติบางอย่างเอาไว้ให้นักผจญภัยบางคนได้เก็บกลับไปเสียด้วยซ้ำ
"กลยุทธ์การพัฒนานักผจญภัยอย่างยั่งยืนสินะ"
หลี่ต้าเหรินตกอยู่ในห้วงความคิด
ในเวลาเดียวกัน ข้าวของของไฟต์ก็ถูกเทเลพอร์ตมาวางอยู่ตรงหน้าหลี่ต้าเหริน
อุปกรณ์หนังหนึ่งชิ้น ดาบใหญ่หนึ่งเล่ม และถุงใส่เหรียญใบเล็กอีกหนึ่งใบ
ด้านในมีเหรียญเงิน 8 เหรียญ เหรียญทองแดง 16 เหรียญ และอัญมณีสีแดงขุ่นมัวขนาดเท่าปลายนิ้วก้อย
ของพวกนี้นับว่าเป็นสมบัติไหมนะ? มันจะช่วยให้ฉันดูดซับพลังชีพจรปฐพีได้หรือเปล่า?
【พลังชีพจรปฐพี +0.2816/วัน】
ทำไมตัวเลขมันถึงได้เป๊ะเจาะจงขนาดนี้เนี่ย?
หลี่ต้าเหรินเริ่มครุ่นคิด
ในจำนวนนั้น 0.1 เป็นผลมาจากเมล็ดแมนเดรก 0.1 คือบัฟจากทับทิมคุณภาพต่ำ และ 0.08 เป็นบัฟจากเหรียญเงินแปดเหรียญ
ส่วน 0.0016 คือบัฟจากเหรียญทองแดงสิบหกเหรียญ
อุปกรณ์หนังและดาบใหญ่ธรรมดาๆ ไม่มีผลในการช่วยเพิ่มความเร็วในการดูดซับพลังชีพจรปฐพีเลย
แต่อัญมณีกับเหรียญเงินตรา แม้กระทั่งเหรียญทองแดง ล้วนมีผลช่วยเร่งการดูดซับทั้งสิ้น
เงินตราและอัญมณีเป็นของมีค่าที่เป็นสากลจริงๆ แฮะ
หวังว่าของที่เก็บเกี่ยวได้จากพวกที่เหลือจะไม่ทำให้ฉันผิดหวังนะ