- หน้าแรก
- เกมจำลองในโลกผี
- บทที่ 7 - เวลาพักผ่อนกับผีในกำแพง
บทที่ 7 - เวลาพักผ่อนกับผีในกำแพง
บทที่ 7 - เวลาพักผ่อนกับผีในกำแพง
ตุ๊กตาหมีเต็มไปด้วยรอยปะชุน มีจุดหนึ่งถูกของมีคมกรีดจนฉีกขาด นุ่นข้างในทะลักออกมาจนแทบจะหมดตัว
ฉินนั่วพอจะคุ้นหน้าคุ้นตาเจ้าตุ๊กตาหมีตัวนี้อยู่บ้าง มันคือผู้จัดการของภัตตาคารแห่งนี้ ตำแหน่งสูงกว่าเจ้าพินอคคิโอนั่นเสียอีก
เด็กหญิงมองตุ๊กตาหมีแล้วเอ่ยถามด้วยรอยยิ้ม "มีอะไรเหรอคะ?"
สีหน้าเล็กๆ ของเธอช่างดูงุนงงและไร้เดียงสา ดูเป็นมิตรสุดๆ ทั้งที่เพิ่งจะบดขยี้ไอเทมผีคามือไปแหมบๆ!
ฉินนั่วนึกว่าจะมีเหตุการณ์นองเลือดสุดสยองปะทุขึ้นกลางร้านเสียแล้ว แต่เจ้าตุ๊กตาหมีกลับพูดว่า "คุณลูกค้าครับ เพื่อเป็นการแสดงความขอโทษ มื้อนี้ทางเราขออนุญาตเลี้ยง และการมารับประทานอาหารในครั้งต่อๆ ไป คุณลูกค้าจะได้รับส่วนลด 50% ทุกรายการครับ"
"งั้นเหรอคะ? ถ้างั้นพรุ่งนี้หนูจะมาใหม่ หวังว่าเชฟพรุ่งนี้จะทำอาหารได้ถูกปากหนูนะ"
เด็กหญิงกระโดดลงจากเก้าอี้แล้วเดินออกจากภัตตาคารไป
เรื่องพรรค์นี้เกิดขึ้นเป็นปกติในโลกสยองขวัญ ตราบใดที่คุณแข็งแกร่งพอ คุณก็คือ 'กฎ' และกฎทั้งหลายก็มีไว้ให้คุณเป็นคนกำหนด
ลูกค้าหลายโต๊ะรอบๆ โดนลูกหลงจนอาหารกระจุยกระจาย แต่พวกเขากลับปิดปากเงียบกริบ ไม่กล้าแม้แต่จะปริปากบ่น ได้แต่มองส่งเด็กหญิงเดินจากไปตาปริบๆ
ฉินนั่วไม่รู้หรอกว่าเด็กผู้หญิงคนนั้นน่าสะพรึงกลัวขนาดไหน สิ่งเดียวที่เขาควรทำตอนนี้คือก้มหน้าก้มตาทำงานของตัวเองต่อไปอย่างซื่อสัตย์ก็พอ
ช่วงกลางวันในโลกสยองขวัญนั้นมืดสลัวเสมอ ไร้ซึ่งแสงตะวันสาดส่อง และไม่มีการแบ่งแยกความแตกต่างระหว่างช่วงเช้าหรือบ่าย
เวลาล่วงเลยไปนานเท่าไหร่ก็สุดรู้ ฉินนั่วจัดการเสิร์ฟอาหารเสร็จไปถึงหกออเดอร์
เขายืดเส้นยืดสายบิดขี้เกียจพลางถอนหายใจยาว "ไม่รู้ป่านนี้หลิวเจียฉีกับอีกคนจะเป็นยังไงบ้าง"
ถึงเขาจะไม่ได้รู้สึกพิศวาสอะไรในตัวหวังหยางนัก แต่อย่างน้อยก็เป็นเพื่อนร่วมชั้นกัน ในโลกที่ชีวิตคนไร้ค่าราวกับผักปลาแบบนี้ ในฐานะเพื่อนมนุษย์ด้วยกัน ฉินนั่วก็ยังแอบอวยพรให้หมอนั่นโชคดีอยู่ลึกๆ
ทันใดนั้น ความหนาวเหน็บเสียดกระดูกก็แผ่ซ่านมาจากด้านหลัง ราวกับมีดวงตาคู่หนึ่งจ้องเขม็งรดต้นคอ
ฉินนั่วหันขวับไปมอง ก็พบกับพินอคคิโอที่โผล่มายืนเงียบๆ อยู่แทบเท้าตั้งแต่เมื่อไหร่ก็ไม่รู้
"ฉันทำงานส่วนของฉันเสร็จแล้วนะ" ฉินนั่วอธิบายเสียงเรียบ
"นายทำผลงานได้ดี สองชั่วโมงต่อจากนี้คือเวลาพักผ่อนของนาย แน่นอนว่าอิสระที่ว่านี้จำกัดอยู่แค่ภายในภัตตาคารเท่านั้น ห้ามออกไปข้างนอกเด็ดขาด"
พูดจบ เจ้าพินอคคิโอก็เดินจากไป
"หมายความว่าฉันจะเดินร่อนไปไหนก็ได้ในร้านงั้นสิ?" ฉินนั่วครุ่นคิดอยู่ครู่หนึ่ง ก่อนจะหมุนตัวเดินตรงไปยังประตูหลัง
สิบนาทีต่อมา
ฉินนั่วก็มาหยุดอยู่หน้าอาคารหลังหนึ่ง ซึ่งเป็นโซนรับผิดชอบของพนักงานทำความสะอาดทั้งหมด
"ถังหมิงน่าจะอยู่ที่นี่สินะ?"
เขาพึมพำพลางผลักประตูเข้าไป
ภายในโถงทางเดิน หญิงชราหลังค่อมคนหนึ่งกำลังคลานตะคุ่มๆ อยู่บนพื้น สองมือสะเปะสะปะควานหาอะไรบางอย่าง
"คุณยายครับ หาอะไรอยู่เหรอ?" ฉินนั่วลองเอ่ยปากถาม ดูจากเครื่องแต่งกายก็เดาได้ไม่ยากว่าเธอคงเป็นพนักงานทำความสะอาดของตึกนี้
ยายเฒ่าทำเหมือนหูทวนลม คลานงมหาของต่อไป
"หาแว่นสายตาอยู่เหรอครับ?" ฉินนั่วนึกอยากจะช่วยหา แต่พอขยับเท้า เขาก็รู้สึกได้ถึงก้อนกลมๆ บางอย่างใต้ฝ่าเท้า
มันคือลูกตา
มุมปากของฉินนั่วกระตุกยิกๆ เขาหยิบลูกตาดวงนั้นขึ้นมาแล้วยื่นให้หญิงชราหน้าตาเฉย "คุณยายครับ หาเจ้านี่อยู่หรือเปล่า?"
ยายเฒ่ารับลูกตาไปแล้วยัดมันกลับเข้าไปในเบ้าตาดำมืด ถึงแม้ลูกตาจะกลับเข้าที่เดิมแล้ว แต่มันก็ยังดูพิลึกพิลั่นอยู่ดี
ทว่าหญิงชรากลับฉีกยิ้มบางๆ ออกมา "ขอบใจมากนะพ่อหนุ่ม!"
"ไม่เป็นไรครับยาย แล้วนี่ผมเดินดูรอบๆ ได้ไหม?" ฉินนั่วถาม
ก่อนจะเสริมว่า "ผมเป็นพนักงานเสิร์ฟจากภัตตาคารข้างหน้าน่ะ"
หญิงชราโบกไม้โบกมือไล่ พลางเดินนวดหลังนวดเอวกลับเข้าห้องไป
"ที่นี่ไม่ใช่ที่ที่จะมาเดินเพ่นพ่านได้ตามใจชอบหรอกนะ ระวังจะหลงทางเอาล่ะ"
ฉินนั่วมองส่งเธอจนลับเข้าห้องไป ก่อนจะเดินขึ้นบันได
โถงทางเดินชั้นสองนั้นทอดยาวสุดลูกหูลูกตา มีห้องหับขนาดเล็กใหญ่เรียงรายอยู่สองฝั่ง ทางเดินเต็มไปด้วยกองขยะสุมท่วมหัว แถมยังมีกลิ่นเหม็นเน่าลอยโชยมาจากห้องน้ำจนชวนอ้วก
ฉินนั่วเดินไปตามโถงทางเดิน หวังว่าจะบังเอิญเจอเพื่อนร่วมชั้นที่คุ้นหน้าคุ้นตาบ้าง
แต่ไม่นานเขาก็ต้องตระหนักว่า ไม่ว่าจะเดินไปไกลแค่ไหน เบื้องหน้าก็ยังมีแต่ความมืดมิด ทอดยาวออกไปอย่างไม่มีที่สิ้นสุด
"โดนผีเล่นตุกติกเข้าให้แล้ว!" ฉินนั่วขมวดคิ้ว
นี่ไม่ใช่แค่คำอุทานลอยๆ
แต่มันคือฝีมือของผีสางที่กำลังล้อเล่นกับเขาอยู่จริงๆ!
ขณะที่กำลังสงสัย จู่ๆ ก็มีมือซีดเผือดคู่หนึ่งพุ่งพรวดออกมาจากกำแพง คว้าหมับเข้าที่ไหล่ของฉินนั่ว แล้วพยายามกระชากเขาเข้าไปในกำแพง!
"หนูสกปรกที่ไหนหลงเข้ามาเนี่ย? เอาของกินมาประเคนให้ถึงที่เลยหรือไง?"
มือซีดเซียวจำนวนนับไม่ถ้วนยื่นยาวออกมา พันธนาการรัดร่างของฉินนั่วไว้จนแน่นขนัด
"ฉันเป็นพนักงานเสิร์ฟของภัตตาคารโว้ย!!"
ฉินนั่วตะโกนลั่น
"อยู่ที่นี่ แกก็ต้องอยู่ใต้ตีนข้า"
ผีกำแพงไม่ได้สะทกสะท้านกับคำขู่เลยสักนิด
"เวรเอ๊ย!" ฉินนั่วสบถลั่น งัด 《ค้อนกระบองบดกระดูก》 ออกมา แล้วเหวี่ยงทุบอัดกำแพงเข้าเต็มแรง!
เลือดที่อาบชุ่มอยู่บน 《ค้อนกระบองบดกระดูก》 ราวกับมีเวทมนตร์ลึกลับแฝงอยู่ ทันทีที่ฟาดเปรี้ยงลงไป กำแพงก็ยุบตัวเป็นหลุมลึก พร้อมกับเลือดสีดำทะลักทลายออกมาเป็นสาย
ตามมาด้วยเสียงกรีดร้องโหยหวน!
"แกไปเอาไอเทมผีนั่นมาจากไหน?!" ผีกำแพงดูจะหวาดระแวง 《ค้อนกระบองบดกระดูก》 เอามากๆ
ค้อนเดียวรู้เรื่อง... ฉินนั่วตระหนักได้ทันทีว่าไอ้ผีตัวนี้มันกระจอก ระดับต่ำต้อยแถมพลังก็ไม่ได้มากมายอะไรเลย
เขาแค่นเสียงหัวเราะเยาะ "แกคิดว่าฉันจะกล้ามาเดินเล่นในที่แบบนี้โดยไม่มีของดีติดตัวมาหรือไง? ลองแตะต้องตัวฉันอีกสักเส้นสิ พ่อจะทุบให้วิญญาณแตกสลายเลย เชื่อไหมล่ะ?"
ผีกำแพงเงียบกริบ
ฉินนั่วรู้เลยว่ามันกำลังปอดแหก
【 《ดวงตาปีศาจ》: คุณข่มขู่ผีในกำแพงจนหวาดกลัว ได้รับไอเทมผี — 《ตะปูกระดูกมนุษย์》! 】
เมื่อได้ยินเสียงแจ้งเตือนจากระบบ สีหน้าของฉินนั่วก็ยิ่งดุดันและได้ใจมากขึ้นไปอีก "ตอบคำถามฉันมาทีละข้อ แล้วฉันจะไม่หาเรื่องแก"
"มีมนุษย์อยู่ในตึกนี้กี่คน?"
ในเมื่อมันสิงอยู่ในกำแพงมาตลอด มันก็ต้องรู้ความเคลื่อนไหวทั้งหมดสิ
"เมื่อวานมา 20 คน ตายไป 4 คน"
"เห็นคนที่คาดผ้าคาดหัวบ้างไหม?"
ถังหมิงบ้าบาสเกตบอลเอามากๆ ไม่รู้ว่าแค่อยากโชว์เท่หรือเรียกร้องความสนใจจากสาวๆ หมอนั่นถึงได้รัดผ้าคาดหัวติดเหม่งแทบจะทุกวัน
"ตัวสูงๆ ผอมๆ ใส่ชุดสีแดงใช่ไหม?"
ตาของฉินนั่วเป็นประกาย "ใช่! หมอนั่นอยู่ไหน?"
"มันรับหน้าที่ทำความสะอาดห้องน้ำชั้นนี้ แต่ข้าว่าป่านนี้คงกลายเป็นศพไปแล้วล่ะ"
ก่อนที่ฉินนั่วจะได้อ้าปากถาม ผีกำแพงก็ชิงพูดขึ้นก่อน "ถ้าอยากรู้ว่าทำไม ก็ลองไปดูที่ห้องน้ำสุดทางเดินนั่นเอาเองเถอะ"
ฉินนั่วหันไปมอง ก็พบว่าโถงทางเดินที่เคยมืดมิดราวกับขุมนรก บัดนี้ไอคลุ้มคลั่งของผีได้จางหายไปจนมองเห็นทางได้ชัดเจนแล้ว
ฉินนั่วยังไม่รีบเดินจากไป เขาหยิบ 《ตะปูกระดูกมนุษย์》 ขึ้นมาทาบ แล้วเงื้อ 《ค้อนกระบองบดกระดูก》 ตอกอัดเข้ากับกำแพงอย่างแรง!
ราวกับเหล็กหลอมละลายจิ้มทะลุก้อนเนยแข็ง 《ตะปูกระดูกมนุษย์》 พุ่งฝังลึกเข้าไปในกำแพงอย่างง่ายดาย
ตามมาด้วยเสียงกรีดร้องลั่นด้วยความตื่นตระหนกของผีกำแพง "แกทำบ้าอะไรเนี่ย?!"
"กันเหนียวไว้ก่อน เผื่อแกคิดจะเล่นตุกติก ฉันจะฝากตะปูนี่ไว้ตรงนี้ก่อนแล้วกัน ถ้าฉันรอดกลับมาได้แบบครบสามสิบสอง ฉันจะช่วยดึงออกให้" ฉินนั่วพูดหน้าตาย
ผีกำแพงสัมผัสได้ถึงฤทธิ์เดชของ 《ตะปูกระดูกมนุษย์》 ที่กำลังกัดกินอยู่ภายในร่าง ราวกับถูกฉีดยาพิษเข้าเส้นเลือด มันทั้งตกตะลึงและหวาดกลัวสุดขีด
"ไอ้หนูผีชาติหมา!!"
เสียงก่นด่าด้วยความเคียดแค้นดังก้องไปทั่วทั้งโถงทางเดิน
ฉินนั่วปล่อยให้มันแหกปากโวยวายไปตามระเบียบ ส่วนตัวเองก็เดินล้วงกระเป๋าชิลล์ๆ มุ่งหน้าไปยังอีกฝั่งของทางเดิน
เมื่อมาถึงสุดทาง เขาก็เห็นห้องน้ำ
ประตูถูกล็อคตายจากด้านนอก ไอพลังผีอันเข้มข้นแผ่ซ่านออกมาระลอกแล้วระลอกเล่า มองจากที่ไกลๆ ช่างดูไม่ต่างอะไรกับประตูสู่ขุมนรก!
ขนาดอยู่ห่างตั้งสิบเมตร ฉินนั่วยังรู้สึกเหมือนตัวเองตกลงไปในถ้ำน้ำแข็ง ร่างกายสั่นสะท้านไปด้วยความหนาวเหน็บ
"ห้องน้ำนี่มันเกิดบ้าอะไรขึ้นวะเนี่ย?" ฉินนั่วแอบประหลาดใจอยู่ลึกๆ
แอ๊ด!
จังหวะนั้นเอง ประตูบานหนึ่งใกล้ๆ ก็ค่อยๆ แง้มเปิดออก พร้อมกับดวงตาคู่หนึ่งที่แอบโผล่มาด้อมๆ มองๆ อย่างเงียบเชียบ
ฉินนั่วกำ 《ค้อนกระบองบดกระดูก》 แน่น พลิกข้อมือเตรียมหมุนตัวฟาดแบบไม่ออมแรง
"อย่า... อย่าตีฉันนะ!!"
ร่างในเงามืดสะดุ้งเฮือก รีบละล่ำละลักร้องห้าม ตัวสั่นเป็นเจ้าเข้า
เมื่อฉินนั่วเพ่งมองร่างนั้นชัดๆ เขาก็ต้องชะงักไปเล็กน้อย "เซียวเยว่ซิน?"