- หน้าแรก
- ผีตัวประกอบ
- บทที่ 6 - คู่มือมือใหม่
บทที่ 6 - คู่มือมือใหม่
บทที่ 6 - คู่มือมือใหม่
ฟู่เหยียนเบี่ยงตัวหลบ เผยให้เห็นป้ายบ้านเลขที่ที่เมื่อครู่ถูกบังไว้ "ฉันอยู่ที่นี่"
"คุณพระช่วย! ไม่จริงน่า! ลูกพี่! เกมมันบั๊กหรือเปล่าเนี่ย? สลัมนี่มันสำหรับพวกไก่กา พวกอ่อนแอ หรือไม่ก็พวกหนีทัพชัดๆ นี่เกมมันบ้าไปแล้วเหรอ ถึงเอาลูกพี่มาทิ้งไว้ที่นี่?!" ชุยฮ่าวสลับมองป้ายบ้านเลขที่กับฟู่เหยียนด้วยใบหน้าที่เต็มไปด้วยความตกตะลึง
ในทางกลับกัน ฟู่เหยียนกลับมีท่าทีสงบกว่ามาก เขารู้อยู่เต็มอกว่าไอ้เกมขยะนี่มันกำลังเล่นตุกติก!
แต่ไอ้คำว่า 'กิลด์' กับ 'ชุมชน' ที่ไอ้เด็กนี่พูดถึงมันคืออะไรกันล่ะ?
เกมเฮงซวยนี่ไม่เห็นจะมีคู่มือมือใหม่โผล่มาให้สักนิด
ฟู่เหยียนเอ่ยถาม "กิลด์กับชุมชนที่นายเพิ่งพูดถึง มันเอาไว้ทำอะไร?"
ชุยฮ่าวทำหน้าประหลาดใจ "ลูกพี่ ผู้เล่นทุกคนจะได้คู่มือมือใหม่ตอนเข้ามานะ ลูกพี่ไม่ได้เหรอ?"
ฟู่เหยียนสูดหายใจเข้าลึกๆ ข่มความรู้สึกอยากจะพังไอ้เกมขยะนี่ทิ้งให้ราบเป็นหน้ากลอง ก่อนจะกัดฟันพูดทีละคำ "ตอนนี้ ฉัน มี แล้ว"
คนอื่นเขามีกันหมด ยกเว้นเขา ไอ้เกมเวรนี่มันจงใจเล่นงานเขาชัดๆ
ชุยฮ่าวสัมผัสได้ถึงรังสีอำมหิตในน้ำเสียงของฟู่เหยียน จึงรีบเปลี่ยนเรื่องอย่างฉลาดเฉลียว "จริงๆ แล้วกิลด์กับชุมชนก็ไม่ต่างกันมากหรอกพี่ เอาไว้เพื่อความสะดวกในการจัดการนั่นแหละ"
"เกมสยองขวัญ แบ่งออกเป็นสองส่วนหลักๆ คือ ดันเจี้ยน กับ ชุมชน"
"ดันเจี้ยนน่ะ ลูกพี่เพิ่งไปลุยมาหมาดๆ มันก็คือรังอสูรกลืนคนนั่นแหละ ส่วนชุมชนคือสถานที่พักผ่อนของผู้เล่น เวลาผู้เล่นไม่ได้อยู่ในดันเจี้ยน พวกเขาก็จะอาศัยอยู่ในชุมชน"
"ในเกมสยองขวัญมีชุมชนเป็นพันๆ แห่ง เพื่อให้ง่ายต่อการบริหารจัดการ แต่ละชุมชนก็เลยตั้งกิลด์ของตัวเองขึ้นมา กิลด์พวกนี้จะถูกแบ่งเป็นระดับสูง กลาง และต่ำ ขึ้นอยู่กับการพัฒนาและการก่อสร้างของชุมชนนั้นๆ"
"กิลด์ที่ลูกพี่อยู่ตอนนี้ชื่อว่า 'เขตมรณะสิบสาม' เมื่อก่อนเคยเป็นกิลด์ระดับสูงที่ฮอตฮิตมาก แต่ไม่รู้ทำไม จู่ๆ ผู้เล่นในชุมชนนี้ก็ตายเรียบในชั่วข้ามคืน กิลด์นี้ก็เลยตกต่ำลงจนตอนนี้ไม่มีแม้แต่คนคุมด้วยซ้ำ สภาพแย่ยิ่งกว่ากิลด์ระดับต่ำสุดเสียอีก ใครๆ ก็เลยเรียกที่นี่ว่าสลัมไง"
"ลูกพี่ เอาตรงๆ นะ ที่นี่มันไม่คู่ควรกับลูกพี่เลยสักนิด ย้ายมาอยู่กิลด์ผมเถอะ ถึงชุมชนกิลด์เราจะเล็กไปหน่อย สภาพแวดล้อมอาจจะดูซอมซ่อไปนิด คนก็น้อยไปบ้าง แต่มันก็ยังดีกว่าที่นี่เยอะ! เห็นลูกพี่ต้องมาทนอยู่ในที่บัดซบแบบนี้ ผมปวดใจจนแทบหายใจไม่ออกเลย! พี่ชาย..."
ชุยฮ่าวพูดยังไม่ทันขาดคำ ขี้นกก็ร่วงเผาะลงมาจากฟ้า เฉียดหน้าเขาไปแค่นิดเดียว
ชุยฮ่าว: "..."
ฟู่เหยียน: "..."
"จู่ๆ ฉันก็รู้สึกว่าที่นี่มันก็ไม่ได้แย่อะไรนะ" ฟู่เหยียนอายุเริ่มเยอะแล้ว การต้องมาทนดูการแสดงละครน้ำเน่าเบอร์ใหญ่ขนาดนี้มันทำลายสายตาเขาเกินไป
ชุยฮ่าวรีบละล่ำละลัก "อย่าเลยลูกพี่! ที่นี่ทั้งชื้นทั้งหนาว แดดก็ส่องไม่ถึง อยู่ไปมีหวังเป็นรูมาตอยด์กินกระดูกแน่ ตอนนี้ลูกพี่ยังหนุ่มยังแน่นอาจจะทนได้ แต่พอแก่ตัวไปสักสองสามปี โรคภัยไข้เจ็บพวกนี้มันจะรุมเร้าเอานะ!"
"แล้วลูกพี่เห็นหมอกขาวๆ ตรงขอบชุมชนนั่นไหม? ตอนกลางวันหมอกพวกนี้ดูไม่มีอะไรหรอก แต่พอตกกลางคืนเมื่อไหร่ล่ะก็ ผีหลอกวิญญาณหลอนเชียวแหละ..."
"ผีหลอกวิญญาณหลอน?" ฟู่เหยียนเริ่มหูผึ่ง "ขยายความหน่อยสิ"
ชุยฮ่าวกระแอมไอ ต่อหน้าไอดอลในดวงใจ เขาไม่มีกั๊กอยู่แล้ว "จริงๆ แล้ว ทุกชุมชนจะเริ่มต้นจากการเป็นที่ดินรกร้างว่างเปล่า ผู้เล่นต้องใช้แต้มสร้างมันขึ้นมาทีละนิด ขั้นตอนแรกของการสร้างชุมชนคือการกำจัดไอ้หมอกขาวๆ พวกนี้ออกไป"
"ตอนกลางวันหมอกพวกนี้ไม่มีอันตรายอะไร มันแค่ล้อมรอบชุมชนไว้ แยกแต่ละชุมชนออกจากกัน แต่พอตกกลางคืน มันจะกลายเป็นหมอกดำทะมึนกลืนกินทั้งชุมชน แถมยังปล่อยไอ้ตัวอะไรก็ตามที่ซ่อนอยู่ในหมอกออกมาด้วย"
ฟู่เหยียนถามต่อ "มีผีอยู่ในหมอกงั้นเหรอ?"
ชุยฮ่าวตอบ "เขาว่ากันแบบนั้นนะ ผมเองก็ยังไม่เคยเห็นกับตา ชุมชนของเรามีกงล้อสุริยันจันทรา หมอกดำก็เลยเข้ามาไม่ได้ แต่ผมเคยเห็นคนโดนหมอกดำฆ่าตายนะ เนื้อหนังมังสาหายเกลี้ยง เหลือแต่หนังมนุษย์บางๆ ทิ้งไว้ สยดสยองสุดๆ"
ฟู่เหยียนหมดความสนใจในทันที นึกว่าไอ้หมอกนี่มันจะแน่สักแค่ไหน ที่แท้ก็งั้นๆ
"ไอ้กงล้อสุริยันจันทราที่นายพูดถึงมันคืออะไร?"
"ไม่จริงน่าลูกพี่! นี่ลูกพี่ไม่รู้เหรอ? เปิดหน้าต่างระบบขึ้นมา คลิกไปที่ร้านค้าแต้มมุมซ้ายบน เห็นไอเทมรูปหยินหยางสีเทาๆ นั่นไหม? นั่นแหละ กงล้อสุริยันจันทรา"
"ทุกชุมชนต้องมีไอ้นี่แหละ เอาไปแขวนไว้เหนือชุมชน ตอนกลางวันมันจะสาดแสงสว่างเจิดจ้า อาบไล้ทั้งชุมชนให้สว่างไสวเหมือนดวงอาทิตย์ ส่วนตอนกลางคืนมันจะเปล่งแสงสีขาวนวล คอยกางม่านสกัดกั้นพวกหมอกดำที่พยายามจะทะลวงเข้ามาในชุมชน"
ฟู่เหยียนทำตามที่ชุยฮ่าวบอก เปิดร้านค้าแต้มขึ้นมาและมองหาไอเทมรูปหยินหยาง
เขาจ้องมองไอเทมนั้นด้วยสีหน้าลังเล "อืม... มันไม่ได้เป็นสีเทานะ"
"หา?" ชุยฮ่าวทำหน้างง อะไรไม่ได้เป็นสีเทา?
ฟู่เหยียนกวาดสายตามองไอเทมในร้านค้าแต้ม "ฉันใช้ไอเทมที่สว่างอยู่ในนี้ได้หมดเลยหรือเปล่า?"
ชุยฮ่าวบรรลุถึงบางอ้อทันทีว่าไอ้คำว่า 'ไม่ได้เป็นสีเทา' มันหมายความว่ายังไง เขาหันขวับไปจ้องหน้าฟู่เหยียนตาเขม็ง น้ำเสียงสั่นเครือด้วยความตื่นเต้น "ลูกพี่... ขอผมดู... ร้านค้าแต้มของลูกพี่... หน่อยได้ไหม..."
ร้านค้าแต้มก็เหมือนกับข้อมูลผู้เล่น ถือเป็นความลับส่วนบุคคล หากเจ้าตัวไม่อนุญาต คนอื่นก็ไม่มีสิทธิ์เห็น
ชุยฮ่าวเพิ่งจะรู้สึกตัวว่าหลุดปากขออะไรที่เสียมารยาทออกไป ร้านค้าแต้มมันเป็นของส่วนตัว การไปขอหน้าด้านๆ แบบนี้มันเสียมารยาทสิ้นดี เป็นความผิดเขาเองที่ตื่นเต้นจนลืมตัว "ลูกพี่ ไม่เป็นไรๆ ผมไม่ดูแล้ว ผมก็แค่..."
"เอาสิ"
ยังไม่ทันที่ชุยฮ่าวจะพูดจบ ฟู่เหยียนก็โชว์หน้าร้านค้าแต้มให้เขาดูเสียแล้ว
"เชี่ยยยยยยย!" ชุยฮ่าวเบิกตากว้างจ้องมองไอเทมที่เรียงรายส่องประกายวิบวับในร้านค้าของฟู่เหยียน ตื่นเต้นจนมือไม้สั่นระริก
นี่สินะความต่างชั้นระหว่างเทพเจ้ากับมนุษย์เดินดิน!
ผ่านดันเจี้ยนมาเหมือนกัน คนธรรมดาได้แต้มสูงสุดแค่ร้อยแต้ม แต่ระดับเทพเจ้าปาเข้าไปสามร้อยล้านแต้มจากการเล่นแค่รอบเดียว!
ในชุมชนอื่น คนเป็นล้านๆ รวมหัวกันยังแทบจะซื้อกงล้อสุริยันจันทราไม่ได้สักอัน แต่ระดับเทพเจ้าซื้อทีเดียวสามอัน เอาไปแขวนอันนึง ทิ้งเล่นอันนึง ก็ยังเหลืออีกอัน!
น้ำตาแห่งความอิจฉาตาร้อนของชุยฮ่าวไหลพรากอาบสองแก้ม
เมื่อกี้เขายังกล้าดีไปเรียกเทพเจ้าว่า 'พี่ชาย' ช่างบังอาจนัก!
ฟู่เหยียนเลื่อนดูร้านค้าแต้มอย่างเมามัน ไอเทมในนี้ละลานตาไปหมด ตั้งแต่ของใช้ในบ้านยันการ์ดสกิลดันเจี้ยน อยากได้อะไรก็มีให้หมด แต่ราคาก็แพงหูฉี่ตามไปด้วย
แน่นอนว่านั่นมันสำหรับคนธรรมดา สำหรับฟู่เหยียนแล้ว เขาสามารถกว้านซื้อไอเทมในนี้ได้เกือบหมดนั่นแหละ
ฟู่เหยียนเปลี่ยนไปหน้าหมวดสถาปัตยกรรม สายตาไปสะดุดเข้ากับปราสาทแวมไพร์สุดอลังการ
ปราสาทแวมไพร์ราคาประเมินไว้ที่สามร้อยล้านแต้ม ซึ่งพอดีเป๊ะกับแต้มที่เขามีอยู่ตอนนี้
เอาอันนี้แหละ ว่าไปแล้ว เขายังไม่เคยรับบทเป็นแวมไพร์เลยสักครั้ง
ฟู่เหยียนกดปุ่มยืนยันการทำธุรกรรม ชุยฮ่าวมองดูแต้มของฟู่เหยียนที่ร่วงหล่นลงมาเหลือศูนย์ แล้วร้องเสียงหลง "ลูกพี่! ลูกพี่ซื้ออะไรไปน่ะ?!"
ฟู่เหยียนกอดอก พยักพเยิดหน้าให้ชุยฮ่าวมองไปข้างหน้า
ตึกร้างที่สร้างไม่เสร็จเมื่อครู่อันตรธานหายวับไปกับตา แทนที่ด้วยปราสาทยุโรปโบราณอันโอ่อ่าตระการตา รายล้อมไปด้วยดอกกุหลาบ ปรากฏขึ้นตรงหน้าพวกเขาในชั่วพริบตา
ชุยฮ่าวอ้าปากค้าง ตะลึงงันกับภาพตรงหน้าจนพูดไม่ออกไปพักใหญ่ เขาเคยเห็นปราสาทอลังการงานสร้างแบบนี้แค่ในชุมชนระดับสูงเท่านั้น
จังหวะนั้นเอง ก็มีหน้าต่างแจ้งเตือนเด้งขึ้นมาบนแผงควบคุมของฟู่เหยียน:
【 สามารถรีไซเคิล 'ตึกร้างก่อสร้างไม่เสร็จ' ได้ในราคา 1 แต้ม ผู้เล่นต้องการรีไซเคิลหรือไม่? 】
แต้มเดียวเนี่ยนะ? ดูถูกกันเกินไปไหม?!
แต่ฟู่เหยียนก็กดรีไซเคิลไปโดยไม่เสียเวลาคิด
ช่วยไม่ได้ ก็เขาเป็นคนประหยัดมัธยัสถ์นี่นา
"ลูกพี่! ลูกพี่เอาแต้มสามร้อยล้านไปเปย์ปราสาทหมดเลย แล้วกงล้อสุริยันจันทราล่ะ? ลูกพี่ควรจะเก็บแต้มไว้ใช้ยามฉุกเฉินบ้างสิ! ตอนนี้ลูกพี่กำลังดังเป็นพลุแตก ไม่มีกิลด์คอยคุ้มกะลาหัวแบบนี้ ไม่รู้ว่าในดันเจี้ยนหน้าจะมีคนซุ่มรอเก็บลูกพี่กี่คน ลูกพี่ควรจะเก็บแต้มไว้ซื้อการ์ดสกิลบ้างสิ!"
ชุยฮ่าวมองแต้มที่เหลือศูนย์ด้วยความปวดใจ ประหนึ่งพ่อแก่ๆ ที่หมดปัญญาจะสั่งสอนลูกชายตัวดีที่ใช้เงินมือเติบ
ฟู่เหยียนโบกมือปัดอย่างไม่ใส่ใจ "ฉันไม่ต้องการของพวกนั้นหรอก นายมีอะไรอีกไหม? ถ้าไม่มี ฉันจะไปนอนล่ะ"
ชุยฮ่าว: "..."
เขารู้สึกเหมือนโดนไอดอลหลอกใช้แล้วเขี่ยทิ้งยังไงชอบกล