- หน้าแรก
- นายทวารท้าลิขิต ระบบคัดกรองศิษย์ขออภัยสำนักนี้ไม่ต้อนรับคนบาป
- บทที่ 28 - กฎเกณฑ์แห่งน้ำบรรลุความสมบูรณ์
บทที่ 28 - กฎเกณฑ์แห่งน้ำบรรลุความสมบูรณ์
บทที่ 28 - กฎเกณฑ์แห่งน้ำบรรลุความสมบูรณ์
บทที่ 28 - กฎเกณฑ์แห่งน้ำบรรลุความสมบูรณ์
✿ ✿ ✿ ✿ ✿ ✿ ✿ ✿ ✿ ✿
"เจ้าไม่มีวาสนาต่อลัทธิท้าลิขิต หากยังโผล่มาอีก ข้าจะฟาดเจ้าให้ดับดิ้นไปเสีย"
วารีตวาดเสียงกร้าวใส่สิ่งมีชีวิตที่โผล่หน้ามาเป็นครั้งที่ห้า
สิ้นเสียงคำพูด รังสีอำมหิตก็แผ่ซ่าน เกลียวคลื่นลูกมหึมาม้วนตัวถาโถมลงมาราวกับแผ่นฟ้าถล่ม
นักพรตที่อยู่ฝั่งตรงข้ามอ้าปากค้าง ยืนอึ้งมองดูวารี ผู้อาวุโสที่เคยมีท่าทีอ่อนโยนก่อนหน้านี้ เหตุใดจู่ๆ ถึงได้เกรี้ยวกราดปานนี้
เกลียวคลื่นอันทรงพลังซัดสาดเข้าปากจนนักพรตผู้นั้นไม่มีโอกาสได้เอื้อนเอ่ยสิ่งใดอีก ร่างกายของมันลอยละลิ่วปลิวไปไกลลิบ
[ทำหน้าที่ปกป้องประตูเกาะเต่ามังกรทองสำเร็จ สกัดกั้นศิษย์ด้อยคุณภาพระดับขั้นเซียนแท้จริงระดับกลางคนเดิมไม่ให้เข้าร่วมลัทธิท้าลิขิต ได้รับกฎเกณฑ์แห่งน้ำ 1 แต้ม]
ทันทีที่เสียงแจ้งเตือนอันคุ้นเคยสิ้นสุดลง วารีก็สัมผัสได้ถึงกลิ่นอายแห่งมรรคอันลึกล้ำสุดหยั่งคาดระเบิดขึ้นภายในร่างกาย ร่างกายของเขาดูเหมือนจะได้รับการเปลี่ยนแปลงไปอย่างสิ้นเชิง
วารีที่กำลังดีใจรีบเปิดหน้าจอข้อมูลส่วนตัวขึ้นมาทันที
ผู้เฝ้าประตู : วารี
ฐานะ : ศิษย์ลัทธิท้าลิขิต
สายเลือด : แม่น้ำปฐมธาตุ (189/3000)
เคล็ดวิชา : วิถีแห่งค่ายกล 35%
วิชาศักดิ์สิทธิ์ : ร่างจำแลงนอกกาย
กฎเกณฑ์ : กายาวิญญาณวารี (ยังไม่เปิดใช้งาน) กฎเกณฑ์แห่งไม้ (3567/10000) กฎเกณฑ์แห่งดิน (2475/10000) กฎเกณฑ์แห่งทอง (1542/10000) กฎเกณฑ์เบญจธาตุ (1000/10000) กฎเกณฑ์แห่งอัคคี (800/10000) กฎเกณฑ์แห่งพิษ (400/10000) กฎเกณฑ์แห่งความมืด (100/10000) กฎเกณฑ์แห่งวิถีมาร (1/10000)
"ฟู่ ในที่สุดกฎเกณฑ์แห่งน้ำก็บรรลุความสมบูรณ์ กลายเป็นกายาวิญญาณวารีเสียที"
เมื่อมองดูหน้าจอบนอากาศ ดวงตาของวารีก็เต็มไปด้วยความปีติยินดี
หลายปีมานี้ค่ายกลและแต้มสายเลือดพัฒนาไปอย่างเชื่องช้า มีเพียงกฎเกณฑ์แห่งน้ำเท่านั้นที่รุดหน้าไปได้ดี และในที่สุดวินาทีที่แต้มครบหนึ่งหมื่นก็มาถึง
เมื่อหยั่งรู้กฎเกณฑ์สายใดสายหนึ่งจนสมบูรณ์ นั่นก็หมายความว่าก้าวเข้าสู่ขั้นเซียนทองคำไร้ขีดจำกัดแล้ว และหากเปิดใช้งานเพื่อหลอมรวมร่างกายเข้ากับกฎเกณฑ์จนกลายเป็นกายากฎเกณฑ์ ก็จะบรรลุขั้นมหาเทพทองคำไร้ขีดจำกัด
ทั่วทั้งแผ่นดินยุคบรรพกาลในยามนี้ นอกจากปฐมบรรพจารย์ในวังเมฆาม่วงแล้ว คงไม่มีผู้ใดหยั่งรู้กฎเกณฑ์แห่งน้ำได้ลึกซึ้งเท่าเขาอีกแล้ว แม้ยอดคนผู้บรรลุมรรคจะหยั่งรู้กฎเกณฑ์ถึงสามพันสาย ทว่าพวกเขาทั้งหมดล้วนเดินบนเส้นทางแห่งการตัดสามศพ แม้จะเข้าถึงกฎเกณฑ์มากมาย แต่ก็มีโอกาสสูงมากที่จะยังไม่บรรลุความสมบูรณ์เลยสักสายเดียว
ในเวลาเดียวกันนั้นเอง ไอพลังวิญญาณอันมหาศาลก็พวยพุ่งขึ้นบนเกาะเต่ามังกรทอง
สิ่งมีชีวิตมากมายที่อาศัยอยู่ภายในร่างกายของวารีต่างก็ทะลวงผ่านระดับกันถ้วนหน้า ผู้ที่เบิกสติปัญญาได้สำเร็จก็มีมากมายนับไม่ถ้วน ท่ามกลางต้นไม้ใบหญ้าสองฝั่งแม่น้ำ ภูตพฤกษาตัวน้อยๆ ทยอยกระโดดออกมาวิ่งเล่นหยอกล้อกันเหนือน้ำ
วานรวิเศษเริงระบำ นกกระเรียนโบยบินสู่ท้องฟ้า ฝูงปลาแหวกว่ายกระโดดฮุบเหยื่อ เกาะเต่ามังกรทองทั้งเกาะอบอวลไปด้วยกลิ่นอายแห่งความเป็นเซียนในชั่วพริบตา
เต่าน้อยที่กำลังนอนหมอบบำเพ็ญเพียรอยู่ก้นสระน้ำวิญญาณสัมผัสได้ถึงคลื่นพลังบางอย่างที่แผ่ซ่านมา "ฮ่าฮ่า ข้าทะลวงเข้าสู่ขั้นเซียนสวรรค์แล้ว"
ใช้เวลาเพียงไม่ถึงร้อยปีก็บรรลุขั้นเซียนสวรรค์ได้สำเร็จ เต่าน้อยดีใจเป็นอย่างมาก มันรู้สึกว่าตัวเองสามารถจำแลงกายได้ทุกเมื่อ และมันก็รู้ดีว่าทั้งหมดนี้ล้วนเป็นเพราะความดีความชอบของวารี
เต่าน้อยลุกขึ้นยืนด้วยสองขาหลัง ประสานขาหน้าทั้งสองข้างเข้าด้วยกันแล้วค้อมตัวลงกราบอย่างนอบน้อม "ขอบพระคุณท่านอาจารย์"
บนเกาะเต่ามังกรทอง สิ่งมีชีวิตนับไม่ถ้วนต่างพากันคุกเข่ากราบไหว้ ภูตพฤกษาดอกไม้ก็หันหน้าเข้าหาลำธารและแสดงความเคารพอย่างสุดซึ้ง แววตาของพวกมันเต็มไปด้วยความเลื่อมใสศรัทธา ผู้ที่คอยช่วยเหลือให้ได้บำเพ็ญเพียรและเบิกสติปัญญาให้ ย่อมเปรียบเสมือนบิดามารดาผู้ให้กำเนิด
"กลิ่นอายนี้ ศิษย์พี่วารีทะลวงระดับอีกแล้วงั้นหรือ"
เซียนเมฆาดำที่กำลังนั่งหลับตาบำเพ็ญเพียรลืมตาขึ้นมา แววตาฉายแววความประหลาดใจ หลังจากตั้งสมาธิสัมผัสดูครู่หนึ่ง เขาก็รีบลุกเดินออกจากถ้ำไป
มีลำธารสายเล็กๆ ไหลผ่านหน้าถ้ำของเขา เซียนเมฆาดำเดินเข้าไปใกล้แล้วย่อตัวลง ทันใดนั้นสีหน้าของเขาก็เปลี่ยนเป็นตื่นตะลึง
ภายในลำธารสายนี้ เขาสัมผัสได้ถึงกฎเกณฑ์แห่งน้ำอันเข้มข้น ร่างต้นกำเนิดของเขาคือมัจฉาเต่ามังกรหนวดทอง ซึ่งบำเพ็ญเพียรในกฎเกณฑ์แห่งน้ำเช่นเดียวกัน ย่อมไม่มีทางสัมผัสผิดพลาดแน่
ด้วยความที่มีระดับพลังสูงส่ง ถ้ำของเขาจึงอยู่ใกล้กับวังมรกต ภายในวังมรกตมักจะมีพลังแห่งกฎเกณฑ์ไหลทะลักออกมาอยู่เสมอ ทว่าความเข้มข้นของกฎเกณฑ์แห่งน้ำกลับยังเทียบไม่ได้กับลำธารสายนี้เลย
"ศิษย์พี่วารีหยั่งรู้กฎเกณฑ์แห่งน้ำได้ลึกซึ้งถึงเพียงนี้เชียวหรือ"
แม้จะรู้ดีว่าร่างต้นกำเนิดของวารีคือแม่น้ำวิญญาณ ทว่าเขาก็คาดไม่ถึงเลยว่าจะน่าสะพรึงกลัวถึงเพียงนี้ ทั้งที่วารีก็ยังไม่ได้จำแลงกายเลยแท้ๆ
เขายืนนิ่งอยู่ริมฝั่ง แววตาทอประกายแห่งความคิด สุดท้ายเขาก็ตัดสินใจทำบางสิ่งที่สำคัญยิ่ง
เซียนเมฆาดำประสานมือคารวะสายน้ำในลำธารอย่างนอบน้อม "ศิษย์พี่วารี โปรดช่วยชี้แนะการบำเพ็ญเพียรให้แก่ศิษย์น้องด้วยเถิด"
เขาติดแหง็กอยู่ที่ระดับขั้นไท่อี้เซียนทองคำระดับสูงสุดมานานมากแล้ว แม้ยามนี้จะได้ฝากตัวเป็นศิษย์ของยอดคนผู้บรรลุมรรคและสภาพแวดล้อมในการฝึกฝนจะดีขึ้นมาก ทว่าเซียนเมฆาดำก็ยังคงรู้สึกว่าหนทางสู่ขั้นมหาเทพทองคำนั้นยังอีกยาวไกลนัก
กฎเกณฑ์แห่งน้ำอันบริสุทธิ์ของวารีทำให้เขามองเห็นทางเลือกใหม่
"ได้สิ"
สิ้นเสียงของเขา เสียงอันอ่อนโยนก็ลอยแว่วมาจากผิวน้ำ
เซียนเมฆาดำมีสีหน้าปีติยินดี เขาค้อมตัวคารวะอีกครั้ง "ขอบพระคุณศิษย์พี่"
พูดจบเขาก็กระโจนตัวขึ้นสู่อากาศ จำแลงกายกลับเป็นมัจฉาเต่ามังกรหนวดทองแล้วดำดิ่งลงสู่ลำธาร เซียนเมฆาดำเองก็ไม่เคยคิดเลยว่า หลังจากจำแลงกายเป็นมนุษย์มานานแสนนาน จะมีวันที่เขาต้องกลับคืนสู่ร่างเดิมเพื่อบำเพ็ญเพียรอีกครั้ง
ทันทีที่ลงน้ำ เซียนเมฆาดำก็สัมผัสได้ถึงกฎเกณฑ์แห่งน้ำอันเข้มข้นที่พุ่งเข้ามาห่อหุ้ม ราวกับว่าร่างกายของเขากำลังแหวกว่ายอยู่ท่ามกลางมหาสมุทรแห่งกฎเกณฑ์
ในวินาทีนี้ เซียนเมฆาดำได้ประจักษ์ถึงความแข็งแกร่งของวารีอย่างถ่องแท้ ศิษย์พี่ผู้เป็นที่โปรดปรานของท่านอาจารย์ผู้นี้ ช่างแข็งแกร่งและน่าสะพรึงกลัวยิ่งกว่าที่เขาจินตนาการไว้เสียอีก
ศิษย์ร่วมสำนักหลายคนที่คุ้นเคยกับวารีต่างก็มีสีหน้าตกตะลึงเช่นเดียวกัน พวกเขายิ่งรู้สึกใคร่รู้ในตัวศิษย์ร่วมสำนักผู้เป็นที่โปรดปรานของท่านอาจารย์ผู้นี้มากขึ้นไปอีก
ส่วนศิษย์คนอื่นๆ ที่ไม่เคยพบหน้าวารีมาก่อน ต่างก็คิดว่าเป็นฝีมือของท่านทะลวงฟ้า พวกเขาพากันหันหน้าไปทางวังมรกตและกล่าวขอบคุณด้วยความซาบซึ้ง
"นี่สินะคือความแข็งแกร่งของกฎเกณฑ์ที่สมบูรณ์ น้ำอยู่ที่ใด ข้าก็อยู่ที่นั่น"
วารีไม่ได้สนใจปฏิกิริยาของสิ่งมีชีวิตบนเกาะ ร่างกายของเขาปรากฏขึ้นและหายตัวไปกลางอากาศอย่างต่อเนื่อง
นี่ไม่ใช่วิชาเคลื่อนย้ายพริบตา ทว่าเป็นการปรากฏตัวขึ้น ณ จุดที่สายตาทอดมองไปถึงได้โดยตรง
แม้จะยังไม่ได้หลอมรวมกับกฎเกณฑ์จนเป็นกายากฎเกณฑ์และยังไม่ถึงขั้นที่ว่าตราบใดที่กฎเกณฑ์ไม่สูญสลายร่างกายก็จะไม่มีวันตาย ทว่าขอเพียงมีน้ำอยู่ที่ใด ที่นั่นย่อมมีตัวเขาอยู่
เดิมทีอัตราการรอดชีวิตของเขาก็สูงปรี๊ดอยู่แล้ว หากไม่ใช่ยอดคนผู้บรรลุมรรคเป็นผู้ลงมือ ก็คงไม่มีใครสามารถสังหารเขาได้ ยามนี้เขาแข็งแกร่งยิ่งกว่าจ้าวแห่งทะเลเลือดเสียอีก
ข้อจำกัดเพียงอย่างเดียวในตอนนี้ก็คือการที่เขายังไม่ได้จำแลงกาย ทำให้สามารถปรากฏตัวได้เพียงแค่ในระยะสายตาเท่านั้น ทว่าวารีก็ยังคงไม่คิดที่จะจำแลงกายอยู่ดี
ณ บริเวณรอบนอกของเกาะเต่ามังกรทอง ร่างกายของวารีกำลังแผ่ขยายออกไป เขามองเห็นสิ่งมีชีวิตมากมายที่มารับการทดสอบ มองเห็นปีศาจราชสีห์และมังกรวารีโลหิต มองเห็นหม่าหยวนที่กำลังหลบซ่อนตัวบำเพ็ญเพียรอยู่ในถ้ำ และยังเห็นสิ่งมีชีวิตอีกหลายตนที่ถูกเขาซัดกระเด็นออกมา
ไกลออกไปบนผืนทะเล ยังมีเงาร่างอีกมากมายกำลังมุ่งหน้ามา
วารีไม่ได้สนใจ เขาปล่อยให้ร่างกายขยายใหญ่ขึ้นเรื่อยๆ สัมผัสรับรู้แผ่ซ่านครอบคลุมกลิ่นอายพลังนับไม่ถ้วน
หนึ่งแสนลี้ หนึ่งล้านลี้ สิบล้านลี้ ร้อยล้านลี้ พันล้านลี้ หมื่นล้านลี้ แสนล้านลี้ ล้านล้านลี้... ร่างกายของเขายังคงขยายใหญ่อย่างต่อเนื่อง จนกระทั่งถึงระดับร้อยล้านล้านลี้ เขาก็เริ่มรู้สึกว่าไอพลังวิญญาณชักจะไม่เพียงพอแล้ว
เกาะเต่ามังกรทองนั้นกว้างใหญ่ไพศาลมากอยู่แล้ว เมื่อใช้เกาะเป็นศูนย์กลาง รัศมีร้อยล้านล้านลี้ย่อมกว้างใหญ่สุดลูกหูลูกตา ทว่ารอบทิศทางก็ยังคงเป็นทะเลอันเวิ้งว้าง ไม่เห็นแม้แต่เงาของแผ่นดินยุคบรรพกาล วารีอดไม่ได้ที่จะทอดถอนใจว่าโลกยุคบรรพกาลช่างกว้างใหญ่เสียจริง
น้ำในทะเลล้วนไหลเวียนไปมา ไม่เหมือนกับแม่น้ำบนเกาะ หากต้องการรักษาสภาพร่างกายเอาไว้ก็ต้องใช้พลังเวทคอยค้ำจุน ซึ่งวารีย่อมไม่ทำเช่นนั้นแน่
เมื่อกฎเกณฑ์แห่งน้ำบรรลุความสมบูรณ์ ร่างกายของเขาก็ไม่ใช่เพียงแม่น้ำวิญญาณธรรมดาอีกต่อไป เขาไม่ยอมปล่อยให้สิ่งมีชีวิตในทะเลตะวันออกได้ผลประโยชน์ไปเปล่าๆ หรอก
"เอ๋ พลังธาตุไฟเข้มข้นมาก"
ขณะที่กำลังจะดึงพลังกลับมา วารีก็สัมผัสได้ถึงพลังธาตุไฟอันบริสุทธิ์บนเกาะแห่งหนึ่งทางทิศใต้ของเกาะเต่ามังกรทอง
"กฎเกณฑ์แห่งอัคคียังถือว่าอ่อนด้อยอยู่ แวะไปฝึกฝนสักหน่อยก็ดีเหมือนกัน"
วารีพึมพำเสียงเบาก่อนจะดึงร่างกายกลับมา
เพราะร่างต้นกำเนิดคือแม่น้ำ เขาจึงมีความเข้าใจในกฎเกณฑ์แห่งอัคคีไม่ถึงหนึ่งพันแต้มเสียด้วยซ้ำ แม้จะไม่เกรงกลัว ทว่าโดยสัญชาตญาณแล้วเขาก็ยังคงไม่ค่อยถูกกับไฟสักเท่าไหร่
ในเมื่อกฎเกณฑ์สายหนึ่งบรรลุความสมบูรณ์แล้ว เขาก็ตั้งใจจะศึกษาค้นคว้าหาวิธีหลอมรวมร่างกายเข้ากับกฎเกณฑ์ดูสักหน่อย
หากสามารถหลอมรวมจนเป็นกายากฎเกณฑ์ได้ แล้วยังจะต้องจำแลงกายไปทำไมอีกล่ะ
ข้าคือกฎเกณฑ์ กฎเกณฑ์คือข้า มีตัวตนอยู่ทุกหนทุกแห่งทั่วทั้งแผ่นดินยุคบรรพกาล
นี่แหละคือสิ่งที่วารีปรารถนาอย่างแท้จริง
[จบแล้ว]