- หน้าแรก
- นายทวารท้าลิขิต ระบบคัดกรองศิษย์ขออภัยสำนักนี้ไม่ต้อนรับคนบาป
- บทที่ 14 - วิวัฒนาการสู่แม่น้ำปฐมธาตุ
บทที่ 14 - วิวัฒนาการสู่แม่น้ำปฐมธาตุ
บทที่ 14 - วิวัฒนาการสู่แม่น้ำปฐมธาตุ
บทที่ 14 - วิวัฒนาการสู่แม่น้ำปฐมธาตุ
✿ ✿ ✿ ✿ ✿ ✿ ✿ ✿ ✿ ✿
"เจ้าเป็นใครกัน"
เมื่อมองดูร่างที่ดูเหมือนจะขวางทางอยู่นั้น ราชสีห์ขนเขียวก็เอ่ยถามด้วยน้ำเสียงทุ้มต่ำ
มันปรายตามองไปรอบๆ คิ้วก็ขมวดเข้าหากันโดยไม่รู้ตัว จู่ๆ มันก็พบว่าแม่น้ำรอบตัวดูจะมีเยอะผิดปกติ โดยเฉพาะบริเวณรอบนอกของเกาะเต่ามังกรทอง
เมื่อลองคิดดูให้ดี ตลอดเส้นทางที่ผ่านมาดูเหมือนว่าทุกๆ ระยะไม่กี่ลี้ก็จะมีแม่น้ำไหลพาดผ่าน แม่น้ำหลายสายไหลมาบรรจบและทับซ้อนกันจนดูเกินจริงไปหน่อย
ทว่าในเวลานี้มันก็ไม่มีเวลามาคิดให้ถี่ถ้วน มันก้าวยาวๆ ตรงเข้าไปหาวารี
เป็นแค่ร่างจำแลง ดูท่าทางแล้วยังไม่จำแลงกายด้วยซ้ำ น่าจะเป็นเผ่าปีศาจพื้นเมืองบนเกาะเต่ามังกรทองเป็นแน่ เอามาใช้ระบายความโกรธในใจพอดีเลย
"เจ้าขึ้นเกาะเต่ามังกรทองไม่ได้หรอกนะ!"
เมื่อเผชิญหน้ากับนักพรตที่เดินเข้ามา ภายในใจของวารีกลับเต็มไปด้วยความเบิกบาน
เดิมทีคิดว่าจะมีเพียงพวกที่เดินทางมาฝากตัวเป็นศิษย์เท่านั้นที่จะมอบรางวัลให้กับเขาได้ นึกไม่ถึงเลยว่าศิษย์ร่วมสำนักก็มีเรื่องเซอร์ไพรส์ให้ด้วย
????
ราชสีห์ขนเขียวชะงักฝีเท้าลง มันโกรธจนหัวเราะออกมา
สมแล้วที่เป็นเกาะที่ท่านปรมาจารย์เลือกสรร เผ่าปีศาจพื้นเมืองบนเกาะแห่งนี้ช่างอวดดีกันเสียเหลือเกิน
เจ้าลิงนั่นก่อนหน้านี้ก็ทีหนึ่งแล้ว ขนาดเป็นศิษย์ของยอดคนผู้บรรลุมรรคก็ยังกล้าลงมือ
มาคราวนี้ยิ่งแล้วใหญ่ มันก็แค่ออกไปเดินเล่นบนผืนทะเลมาครู่เดียว เจ้านี่ถึงกับไม่ยอมให้มันกลับขึ้นเกาะ ที่นี่มันสำนักของลัทธิท้าลิขิตนะ ตอนนี้ก็ถือว่าเป็นบ้านของมันแล้ว
ราชสีห์ขนเขียวไม่รู้ว่าตัวเองกำลังโกรธแค้นหรือกำลังขำกับความโง่เขลาของสิ่งมีชีวิตตรงหน้ากันแน่ สิ่งมีชีวิตที่อยู่ห่างไกลจากแผ่นดินยุคบรรพกาลช่างโง่เง่าเต่าตุ่นเสียจริงๆ
"เมื่อครู่ข้าฟังไม่ถนัด เจ้าลองพูดใหม่อีกทีสิ!"
ราชสีห์ขนเขียวที่หยุดหัวเราะแล้วเปลี่ยนมาทำหน้าถมึงทึงพร้อมกับตวาดถาม
ทั่วทั้งแผ่นดินยุคบรรพกาลมีที่ใดบ้างที่มันไปไม่ได้ ยามนี้กลับถูกขัดขวางบนเกาะเต่ามังกรทอง เจ้านี่คิดว่าที่นี่เป็นบ้านของตัวเองไปแล้วหรือไง
วารีไม่ได้พูดอะไรออกมาอีก แต่เขาใช้การกระทำเป็นการอธิบายที่ชัดเจนที่สุด
เขาตวัดมือออกไป เกลียวคลื่นรอบทิศทางก็พลันม้วนตัวเข้าถาโถมใส่ทันที
รอยยิ้มบนใบหน้าของราชสีห์ขนเขียวอันตรธานหายไป
ก่อนหน้านี้บริเวณนอกวังมรกต ในหมู่ลูกศิษย์ที่ท่านปรมาจารย์รับเข้ามาก็ไม่มีเจ้านี่อยู่ด้วย
ไอ้อีแอบที่กระโดดออกมาจากไหนก็ไม่รู้ช่างอวดดีเกินไปแล้ว ตอนนี้ความโกรธกำลังแผดเผาอยู่ในใจของมัน
เมื่อหนึ่งพันปีก่อนถูกลิงพื้นเมืองตัวหนึ่งซัดจนน่วม ตามหามาเป็นพันปีก็ยังไม่พบตัว
เดิมทีในใจก็โกรธแค้นอยู่แล้ว จู่ๆ ก็มีตัวประหลาดโผล่มา มันตั้งใจจะหาที่ระบายอารมณ์อยู่พอดี ใครจะไปคิดว่าเจ้านี่กลับทำให้มันโมโหหนักยิ่งกว่าเดิม
ในบรรดาศิษย์ของลัทธิท้าลิขิต แม้พลังของมันจะไม่แข็งแกร่งนัก แต่ก็ไม่ใช่สิ่งที่สิ่งมีชีวิตที่ยังไม่จำแลงกายตนหนึ่งจะกล้ามาท้าทายได้
มันแผดเสียงคำรามลั่นพร้อมกับฟาดฝ่ามือสีทองอร่ามออกไป ทว่าน่าเสียดายที่ในวินาทีต่อมา สีหน้าของราชสีห์ขนเขียวก็ต้องแปรเปลี่ยนไปอย่างรุนแรง
ท่าไม้ตายที่ถนัดที่สุดกลับแตกสลายลงท่ามกลางเกลียวคลื่นที่อีกฝ่ายม้วนตัวเข้ามาหา อีกฝ่ายแกล้งทำตัวอ่อนแอเพื่อหลอกกินเสือหรอกหรือนี่ เป็นเผ่าปีศาจพื้นเมืองที่เก่งกาจกว่ามันอีกตนงั้นหรือ!
"หยุดเดี๋ยวนี้นะ! ข้าคือ..."
ยังไม่ทันจะพูดจบประโยค ราชสีห์ขนเขียวก็สัมผัสได้ถึงพลังอันแข็งแกร่งที่พุ่งเข้ามากระแทกร่าง มันลอยละลิ่วปลิวไปไกลราวกับกำลังขี่เมฆเหาะเหิน
ยังไม่ทันจะได้ร่วงหล่นลงสู่ทะเล มันก็หมดสติไปเสียก่อนแล้ว
[เที่ยงธรรมไร้เอนเอียง ทำการสกัดกั้นศิษย์ร่วมสำนักที่ถูกหนี้กรรมพันธนาการไม่ให้ขึ้นเกาะเป็นครั้งแรก ได้รับกฎเกณฑ์เบญจธาตุ 1000 แต้ม แต้มสายเลือด 10 แต้ม วิถีแห่งค่ายกล 1%]
เสียงแจ้งเตือนที่ดังก้องอยู่ข้างหูทำให้วารีถึงกับกลั้นหายใจไปชั่วขณะ
ตลอดหลายปีที่ผ่านมา เขาขัดขวางสิ่งมีชีวิตไปไม่น้อย แต่รางวัลที่ได้มักจะเป็นกฎเกณฑ์แค่หนึ่งหรือสองร้อยแต้ม แต้มสายเลือดก็แค่หนึ่งหรือสองแต้มเท่านั้น
ตอนนี้แค่ไม่ให้ศิษย์ลัทธิท้าลิขิตคนหนึ่งขึ้นเกาะ รางวัลที่ได้รับไม่เพียงแต่จะมีจำนวนมหาศาล แต่ยังเป็นกฎเกณฑ์เบญจธาตุที่หายากอีกด้วย และที่สำคัญที่สุดคือยังมีวิถีแห่งค่ายกลเพิ่มมาให้อีก
แม้จะแค่หนึ่งเปอร์เซ็นต์ ทว่ามันก็เทียบเท่ากับการที่เขาตั้งหน้าตั้งตาบำเพ็ญเพียรมาตลอดหนึ่งพันปีเลยเชียวนะ
วารีไม่มีเวลามาสนใจราชสีห์ขนเขียวที่ถูกซัดกระเด็นไป เขารีบดึงสติกลับมาแล้วพุ่งทะยานกลับไปยังร่างต้นกำเนิดดั้งเดิมในชั่วพริบตา
สระน้ำวิญญาณเดือดพล่านอย่างรุนแรง ไอพลังวิญญาณจำนวนมหาศาลพวยพุ่งขึ้นมา ขุมพลังอันบริสุทธิ์ระเบิดออกมาจากภายในสระ
วารีที่กำลังตื่นเต้นดีใจรีบเปิดหน้าจอระบบขึ้นมาทันที
ผู้เฝ้าประตู : วารี
ฐานะ : ศิษย์ลัทธิท้าลิขิต
สายเลือด : แม่น้ำปฐมธาตุ (3/3000)
เคล็ดวิชา : วิถีแห่งค่ายกล 17%
กฎเกณฑ์ : กฎเกณฑ์แห่งน้ำ (6159/10000) กฎเกณฑ์แห่งไม้ (2567/10000) กฎเกณฑ์แห่งดิน (2175/10000) กฎเกณฑ์แห่งทอง (1542/10000) กฎเกณฑ์เบญจธาตุ (1000/10000) กฎเกณฑ์แห่งอัคคี (800/10000) กฎเกณฑ์แห่งพิษ (400/10000) กฎเกณฑ์แห่งความมืด (100/10000)...
เขาวิวัฒนาการแล้ว จากแม่น้ำวิญญาณได้วิวัฒนาการกลายเป็นแม่น้ำปฐมธาตุ
ท่ามกลางความรู้สึกที่เลือนราง วารีก็กระจ่างแจ้งแก่ใจ
แม่น้ำวิญญาณก่อนหน้านี้ถือเป็นเพียงสายเลือดที่ก่อกำเนิดขึ้นในภายหลังเท่านั้น เนื่องจากข้อจำกัดของรากฐาน ต่อให้เขาบำเพ็ญเพียรมานานนับพันล้านปีก็ยังไม่มีความคืบหน้าใดๆ หากไม่มีวาสนาอันยิ่งใหญ่ระดับท้าทายสวรรค์ ก็แทบจะเป็นไปไม่ได้เลยที่จะทำลายพันธนาการนั้นลงได้
ทว่าด้วยระบบตัวเลขข้อมูล ใช้เวลาเพียงแค่หนึ่งพันปีสั้นๆ เขาก็สามารถบรรลุเป้าหมายได้อย่างง่ายดาย
สรรพสิ่งในใต้หล้าล้วนวิวัฒนาการมาจากสี่ปฐมธาตุแต่กำเนิด ได้แก่ ดิน ลม น้ำ และไฟ การวิวัฒนาการเป็นแม่น้ำปฐมธาตุทำให้สามารถควบแน่นแก่นแท้ของปฐมธาตุได้ ซึ่งมีประโยชน์อย่างใหญ่หลวงต่อสิ่งมีชีวิต
คลื่นพลังที่ไม่อาจหาคำมาบรรยายได้แผ่ขยายออกไปครอบคลุมร่างอันใหญ่โตของวารี
พร้อมกับคลื่นพลังนั้น ไอพลังวิญญาณอันเปี่ยมล้นก็พวยพุ่งขึ้นมาจากแม่น้ำแต่ละสาย ไอพลังวิญญาณบนเกาะเต่ามังกรทองทั้งเกาะพลันหนาแน่นขึ้นหลายเท่าตัวในชั่วพริบตา
สิ่งมีชีวิตจำนวนไม่น้อยที่อาศัยอยู่ภายในแม่น้ำและสองฝั่งแม่น้ำล้วนเบิกสติปัญญาได้สำเร็จ พวกมันต่างพากันคุกเข่ากราบไหว้วารีเพื่อแสดงความขอบคุณต่อพระคุณที่เขาประทานให้
ลิงหกหูและหลิวน้อยที่อยู่ริมสระน้ำวิญญาณก็สะดุ้งตื่นจากการบำเพ็ญเพียรในทันที
"เกิดอะไรขึ้นกันเนี่ย ทำไมไอพลังวิญญาณถึงได้เพิ่มขึ้นพรวดพราดมากมายขนาดนี้ล่ะ"
ลิงหกหูที่ลุกพรวดขึ้นมายืนตะโกนร้องด้วยความตกใจ
ด้วยความที่เป็นสถานที่ตั้งสำนักของยอดคนผู้บรรลุมรรค ตลอดหลายปีที่ผ่านมาไอพลังวิญญาณบนเกาะเต่ามังกรทองจึงหนาแน่นขึ้นอย่างต่อเนื่อง โดยเฉพาะบริเวณรอบนอกวังมรกต แต่ก็ยังไม่ถึงขั้นที่เกินจริงแบบตรงหน้านี้
"เป็นนายท่านเจ้าค่ะ! ระดับพลังของนายท่านทะลวงขีดจำกัดแล้ว"
หลิวน้อยที่ถือกำเนิดและเติบโตมาพร้อมกับวารีย่อมค้นพบต้นตอได้ในทันที น้ำเสียงของนางเต็มไปด้วยความปีติยินดี
ลิงหกหูที่กำลังเกาหัวหันขวับไปมอง มันก็พบว่าสระน้ำวิญญาณที่อยู่ด้านข้างถูกปกคลุมไปด้วยแสงมงคลห้าสีตั้งแต่เมื่อไหร่ก็ไม่รู้ และไม่เห็นร่องรอยของสระน้ำวิญญาณแบบก่อนหน้านี้อีกต่อไป
"ไอพลังวิญญาณช่างหนาแน่นเหลือเกิน! หรือว่าท่านอาจารย์กำลังจะจำแลงกายแล้ว"
หลังจากฝากตัวเป็นศิษย์แล้ว ลิงหกหูก็ได้รับรู้เรื่องราวบางส่วนของวารีจากปากของหลิวน้อย
มันรู้สึกประหลาดใจที่วารียังไม่ได้จำแลงกาย แต่มันก็ไม่เคยเคลือบแคลงสงสัยในความแข็งแกร่งของอีกฝ่ายเลย
ยามนี้เมื่อได้สัมผัสกับกลิ่นอายอันหนาแน่นและศักดิ์สิทธิ์ ลิงหกหูก็ตระหนักได้ทันทีว่าท่านอาจารย์ของมันไม่ใช่คนธรรมดาอย่างแน่นอน
ภายในใจของหลิวน้อยสว่างวาบขึ้นมา แววตาของนางก็ฉายแววแห่งความคาดหวังเช่นเดียวกัน
แม้ว้าตัวนางจะแตกต่างจากภูเขาและแม่น้ำ ทว่าด้วยความเชื่อมโยงของแหล่งกำเนิดชีวิต นางก็มีความจำเป็นที่จะต้องจำแลงกายเช่นเดียวกัน
การจำแลงกายก็นับว่าเป็นการเปลี่ยนแปลงรูปแบบหนึ่งของสิ่งมีชีวิต
ความเปลี่ยนแปลงอันยิ่งใหญ่เช่นนี้ ท่านทะลวงฟ้าที่กำลังนั่งบำเพ็ญเพียรอยู่ก็สามารถรับรู้ได้เช่นกัน
ในสายตาของเขาตอนนี้ เกาะเต่ามังกรทองทั้งเกาะกำลังเปล่งประกายระยิบระยับ ไอพลังวิญญาณจำนวนมหาศาลกำลังพวยพุ่งออกมา
"สายเลือดแต่กำเนิด! ช่างคู่ควรที่จะเป็นศิษย์ลัทธิท้าลิขิตของข้าเสียจริงๆ!"
ภายในดวงตาที่แฝงด้วยกลิ่นอายแห่งความโกลาหลของท่านทะลวงฟ้า มีแสงสว่างอันแปลกประหลาดทอประกายพาดผ่าน
เขาคือสายเลือดที่แท้จริงของปฐมเทพเบิกฟ้า เป็นเทวะอสูรแต่กำเนิด และต่อมาก็ฝากตัวเป็นศิษย์ของปฐมบรรพจารย์ เขาย่อมรู้ดีกว่าใครว่าการที่สิ่งมีชีวิตจะสามารถเปลี่ยนแปลงรากฐานของตนเองได้นั้นยากเย็นแสนเข็ญเพียงใด
ด้วยสภาพของแผ่นดินยุคบรรพกาลในยามนี้ สิ่งของที่สามารถยกระดับสายเลือดได้นั้นแทบจะสูญสิ้นไปจนหมดแล้ว
การที่วารีสามารถยกระดับสายเลือดขึ้นมาได้ขนาดนี้ก็เป็นเพราะผลพลอยได้จากการที่เกาะเต่ามังกรทองอยู่ห่างไกลจากแผ่นดินยุคบรรพกาล จึงไม่ได้รับผลกระทบจากการทำลายล้างของเผ่าพันธุ์นับหมื่น เขาได้ดูดซับสายเลือดของสิ่งของวิเศษมากมาย ทว่าการจะวิวัฒนาการไปสู่รากฐานแต่กำเนิดได้นั้น ก็ยังคงเป็นเรื่องที่ยากลำบากราวกับการเบิกฟ้าแยกดินอยู่ดี
แต่วารีกลับสามารถทำเรื่องที่เป็นไปไม่ได้อย่างสิ้นเชิงเช่นนี้ให้เกิดขึ้นได้
มหามรรคมีห้าสิบ สวรรค์ให้วิวัฒนาการได้แค่สี่สิบเก้า สรรพสิ่งในใต้หล้าล้วนมีแสงสว่างแห่งความหวังอันริบหรี่
ท่านทะลวงฟ้ารู้สึกเบิกบานใจเป็นอย่างยิ่ง หลักคำสอนของเขาไม่มีทางผิดพลาด
"เพียงแต่ไม่รู้ว่าเจ้าจะเลือกเดินไปในเส้นทางสายใดกันนะ"
ท่านทะลวงฟ้าเอ่ยพึมพำเสียงเบาก่อนจะค่อยๆ หลับตาลง
เขาเฝ้ารอคอยที่จะได้เห็นการตัดสินใจของวารี และเฝ้ารอคอยการเปิดรับศิษย์ในอีกหนึ่งแสนปีข้างหน้าเช่นเดียวกัน
การเปลี่ยนแปลงอันยิ่งใหญ่ถึงเพียงนี้ บรรดาศิษย์ลัทธิท้าลิขิตที่อยู่บนเกาะย่อมรับรู้ได้เช่นกัน
แต่ละคนล้วนหันไปมองวังมรกตด้วยความปีติยินดี หลายคนถึงกับประสานมือคารวะเพื่อแสดงความขอบคุณอย่างนอบน้อม เห็นได้ชัดว่าพวกเขายกความดีความชอบจากการเปลี่ยนแปลงบนเกาะเต่ามังกรทองนี้ให้แก่ท่านทะลวงฟ้า
มีเพียงแค่นักพรตสรรพสมบัติและคนอื่นๆ ที่เคยพบหน้าวารีมาก่อนเท่านั้นที่ต่างก็มีสีหน้าตกตะลึง
แม้จะเคยพบกันเพียงแค่ครั้งเดียว แต่กลิ่นอายพลังแบบนี้มีหรือที่พวกเขาจะไม่คุ้นเคย
ศิษย์น้องคนใหม่ผู้เป็นที่โปรดปรานของท่านอาจารย์จนได้รับการถ่ายทอดวิถีแห่งค่ายกลให้ บัดนี้กำลังเกิดการเปลี่ยนแปลงครั้งยิ่งใหญ่ขึ้นในตัวของเขาแล้ว
[จบแล้ว]