เราไม่เผยแพร่ผลงานที่มีลิขสิทธิ์ในประเทศไทย หากท่านพบเนื้อหาที่ละเมิดลิขสิทธิ์ แจ้งได้ที่เพจ Facebook NovelStore เราจะลบให้โดยเร็ว
ปัญหาการใช้งานเว็บไซต์ ติดต่อได้ที่เพจดังกล่าว
We do not publish or distribute copyrighted works in Thailand. To report infringing content, contact us via our Facebook page and we will remove it promptly. For other issues, use the same channel.

บทที่ 12 - ลิงปีศาจตัวนั้นหนีไปแล้ว

บทที่ 12 - ลิงปีศาจตัวนั้นหนีไปแล้ว

บทที่ 12 - ลิงปีศาจตัวนั้นหนีไปแล้ว


บทที่ 12 - ลิงปีศาจตัวนั้นหนีไปแล้ว

✿ ✿ ✿ ✿ ✿ ✿ ✿ ✿ ✿ ✿

เวลาผ่านไปครึ่งเดือนเศษมังกรวารีโลหิตตัวนั้นก็ไม่โผล่หน้ามาอีกเลย

ตลอดระยะเวลาที่ผ่านมาก็ไม่มีใครหน้าไหนบุกขึ้นเกาะมาอีกเช่นกัน

แม้ศิษย์หลายคนที่ท่านทะลวงฟ้ารับเข้ามาจะถูกปล่อยปละละเลยประหนึ่งการเลี้ยงสัตว์ ทว่าเห็นได้ชัดว่าข้อเรียกร้องในการรับศิษย์นั้นยังคงเข้มงวดเอาการ

ในเมื่อมีเวลาเหลือเฟือ หลังจากแวะเวียนไปดูลิงหกหูที่กำลังบำเพ็ญเพียรแล้ว วารีก็หันมาทุ่มเทให้กับการศึกษาค่ายกลอย่างตั้งใจ

ส่วนบรรดาศิษย์ลัทธิท้าลิขิตที่ท่านทะลวงฟ้าพามาจากเขาคุนหลุนน่ะหรือ เขาไม่มีกะจิตกะใจจะไปผูกมิตรด้วยหรอกนะ

ในมุมมองของวารี คนพวกนั้นคงมีผู้ที่มีอุปนิสัยย่ำแย่แฝงตัวอยู่ไม่น้อยเลยทีเดียว

ตรงกันข้ามเขากลับตั้งหน้าตั้งตารอคอยการปรากฏตัวของจ้าวกงหมิงและสามพี่น้องเซียวเสียมากกว่า

ในบรรดาศิษย์ทั้งหมดของลัทธิท้าลิขิต สี่คนนี้น่าจะเป็นกลุ่มคนที่น่านับถือและเป็นที่ชื่นชอบมากที่สุดแล้ว

ณ ถ้ำแห่งหนึ่งบนเกาะเต่ามังกรทอง ราชสีห์ขนเขียวที่หมอบซุ่มอยู่กับพื้นค่อยๆ ลืมตาอันดุร้ายขึ้นมา

หลังจากเก็บตัวบำเพ็ญเพียรอยู่นานนับเดือน ในที่สุดมันก็รักษาอาการบาดเจ็บจนหายเป็นปกติ

"หากไม่ได้ชำระแค้นครั้งนี้ ข้าขอสาบานว่าจะไม่ขอเป็นราชสีห์อีกต่อไป!"

เสียงคำรามต่ำหลุดลอดออกมาจากลำคอก่อนที่มันจะจำแลงกายเป็นนักพรตแล้วพุ่งตัวทะยานออกจากถ้ำไป

ในฐานะศิษย์ของลัทธิท้าลิขิต การถูกทุบตีคาสำนักตัวเองเช่นนี้ หากเรื่องนี้แพร่งพรายออกไป ภายภาคหน้ามันจะเอาหน้าไปไว้ที่ไหนได้อีก

ในจังหวะที่มันกำลังจะพุ่งตรงไปยังวังมรกต จู่ๆ มันก็ชะงักฝีเท้าลง หลังจากลังเลอยู่ครู่หนึ่งมันก็ตัดสินใจเปลี่ยนเส้นทางกะทันหัน

ใช้เวลาเพียงไม่นานมันก็เดินทางมาถึงสถานที่อันคุ้นเคย

เพียงแค่ปรายตามอง นักพรตก็กระโจนตัวพุ่งหลาวลงไปในสระน้ำแห่งนั้นทันที

แม้ภายในสระจะยังมีไอพลังวิญญาณหลงเหลืออยู่บ้าง แต่มันก็เทียบไม่ได้เลยกับเมื่อก่อน ช่างแตกต่างกันราวฟ้ากับเหว

ต้นหลิวที่เบิกสติปัญญาได้ต้นนั้นก็อันตรธานหายไปอย่างไร้ร่องรอย ยิ่งไม่ต้องพูดถึงเจ้าลิงที่ซ้อมมันจนน่วมเลย

"บัดซบเอ๊ย! เจ้าลิงปีศาจนั่นดันหนีไปเสียได้!"

นักพรตที่เหาะทะยานขึ้นสู่อากาศมีสีหน้าโกรธเกรี้ยวจนเขียวคล้ำ

ก่อนหน้านี้มันคิดว่าอีกฝ่ายอาจจะเป็นศิษย์ร่วมสำนัก แต่พอดูตอนนี้แล้วมันจะใช่ศิษย์ร่วมสำนักที่ไหนกันเล่า เห็นชัดๆ ว่าเป็นเผ่าปีศาจพื้นเมืองที่อาศัยอยู่บนเกาะเต่ามังกรทองต่างหาก

พวกมันคงจะกลัวการล้างแค้นของมันจนต้องพากันหลบหนีไปตั้งแต่เมื่อคืนเป็นแน่

การถูกเผ่าปีศาจพื้นเมืองทำร้ายจนบาดเจ็บคาถิ่นของตัวเองทำให้นักพรตมีสีหน้าย่ำแย่เหลือทน ช่างเป็นเรื่องที่น่าอับอายขายหน้าเสียนี่กระไร

นักพรตกวาดสายตามองไปรอบๆ ก่อนจะพุ่งทะยานมุ่งหน้าไปยังชายฝั่งที่อยู่ใกล้ที่สุด

เกาะเต่ามังกรทองจะกว้างใหญ่ไพศาลเพียงใดนั้นมันยังไม่อาจทราบได้ในตอนนี้ แต่มันเชื่อว่าหากอีกฝ่ายคิดจะหนี พวกมันย่อมต้องมุ่งหน้าไปให้ไกลจากวังมรกตอย่างแน่นอน

ไม่ว่าจะเกิดอะไรขึ้น มันก็จะต้องตามหาตัวอีกฝ่ายให้พบจงได้

ร่างจำแลงบนพื้นดินแตกสลายไปอีกครั้ง วารีถอนหายใจออกมาแผ่วเบา "ดูเหมือนว่าข้าจะไม่ควรมองข้ามขั้นตอนไปจริงๆ"

ผู้อื่นเวลาหยั่งรู้วิถีแห่งค่ายกลจำเป็นต้องคอยเฝ้าสังเกตและวาดลวดลายค่ายกล แต่เขากลับสามารถข้ามขั้นตอนเหล่านั้นไปได้มากมาย เพียงแค่อาศัยร่างกายของตนลอกเลียนแบบค่ายกลก็เป็นอันใช้ได้แล้ว

ในบรรดาวิถีแห่งค่ายกลที่ท่านทะลวงฟ้าถ่ายทอดมาให้ ล้วนครอบคลุมมหาค่ายกลอันเลื่องชื่อไว้อย่างมากมาย

นอกเหนือจากค่ายกลกระบี่สังหารเซียนที่แข็งแกร่งที่สุดของท่านทะลวงฟ้า และค่ายกลหมื่นเซียนที่ยังมิอาจศึกษาค้นคว้าได้เนื่องจากจำนวนศิษย์ที่ยังไม่มากพอแล้ว ค่ายกลไท่จี๋ ค่ายกลสองลักษณ์ และค่ายกลสี่รูปลักษณ์ต่างก็ปรากฏรวมอยู่ด้วย แม้แต่ค่ายกลแม่น้ำเหลืองเก้าโค้งของสามพี่น้องเซียว และค่ายกลสิบสลายของสิบราชันสวรรค์ก็ยังถูกรวบรวมไว้ในที่แห่งนี้เช่นกัน

หลังจากทำความคุ้นเคยกับทฤษฎีความรู้ของค่ายกลต่างๆ อย่างถ่องแท้แล้ว วารีก็ตั้งใจที่จะลองลอกเลียนแบบค่ายกลสี่รูปลักษณ์ที่ดูไม่ได้ทรงพลังมากนักดูบ้าง ทว่าใครจะคาดคิดว่ามันกลับแตกสลายลงครั้งแล้วครั้งเล่า

การที่เขาหลอมรวมร่างกายเป็นค่ายกลนั้นช่วยให้สามารถหยั่งรู้ค่ายกลได้ ทว่ามันก็ยังคงยากลำบากอยู่ดี

หนทางนี้คงต้องค่อยๆ ก้าวเดินไปทีละก้าวเท่านั้น คงทำได้เพียงเริ่มต้นศึกษาจากค่ายกลที่อ่อนแอกว่าไปก่อน

ท่ามกลางความกลัดกลุ้มของวารี จู่ๆ ดวงตาของเขาก็เปล่งประกายขึ้น ร่างกายแปรสภาพเป็นสายน้ำก่อนจะไหลลงไปบรรจบรวมกับแม่น้ำเบื้องล่าง

ณ ทิศตะวันตกเฉียงใต้ของเกาะเต่ามังกรทอง ปลาสีดำยักษ์ตัวหนึ่งกระโจนทะยานขึ้นสู่อากาศและจำแลงกายเป็นนักพรตร่อนลงบนเกาะ

"ฮ่าฮ่าฮ่า! ในที่สุดข้าก็ฝ่าด่านทดสอบของยอดคนผู้บรรลุมรรคมาได้เสียที"

ใช้เวลาเพียงไม่กี่เดือนก็ผ่านด่านทดสอบมาได้ คงมีสิ่งมีชีวิตไม่กี่ตัวหรอกที่จะทำเวลาได้รวดเร็วเท่ากับมัน

"สหายนักพรต! เจ้าดีใจเร็วเกินไปแล้ว"

วารีที่ผุดขึ้นมาจากแม่น้ำจ้องมองชายร่างกำยำใบหน้าดำทะมึนในชุดสีดำด้วยรอยยิ้ม

แบกรับหนี้กรรม: 15

แม้จะน้อยกว่ามังกรวารีโลหิตตัวก่อนหน้านี้อยู่บ้าง แต่เจ้านี่ก็ถูกหนี้กรรมพันธนาการไว้เช่นเดียวกัน จึงไม่อาจให้เข้าร่วมลัทธิท้าลิขิตได้

สีหน้าตื่นเต้นของชายร่างกำยำแปรเปลี่ยนเป็นเคร่งเครียดลงทันตา มันจ้องมองวารีด้วยท่าทีระแวดระวัง

แค่ร่างจำแลงงั้นหรือ

"เจ้าเป็นใครกัน"

นักพรตขมวดคิ้วแน่นและตวาดถามด้วยน้ำเสียงต่ำทุ้ม

แม้อีกฝ่ายจะส่งยิ้มมาให้ แต่มันกลับรู้สึกสังหรณ์ใจว่าคงไม่ใช่เรื่องดีเป็นแน่

"เจ้าเข้าลัทธิท้าลิขิตไม่ได้หรอก กลับไปเสียเถอะ!"

วารียังคงแสดงความเป็นมิตรออกมาอย่างเช่นเคย แววตาของเขาเปี่ยมล้นไปด้วยความโอบอ้อมอารี

การบำเพ็ญเพียรด้วยตัวเองนั้นช่างยากลำบากเหลือเกิน สู้มาทำหน้าที่เฝ้าประตูแบบนี้ยังจะสบายกว่ากันเยอะเลย

จนถึงขั้นมองนักพรตหน้าตาอัปลักษณ์ที่มีริ้วรอยย่นยับเต็มหน้าผากและมีผิวคล้ำดำปี๋ผู้นี้ได้อย่างสบายตาขึ้นมาเลยทีเดียว

????

"ข้าผ่านด่านทดสอบของยอดคนผู้บรรลุมรรคจนก้าวเท้าขึ้นมาเหยียบเกาะเต่ามังกรทองได้แล้ว จะหาว่าข้าไร้วาสนาได้อย่างไร"

ชายร่างกำยำตะโกนลั่นด้วยสีหน้าถมึงทึง ใครหน้าไหนที่กล้ามาขัดขวางเส้นทางการบรรลุมรรคของข้า ข้าขอจองเวรมันไปชั่วชีวิต!

ในอดีตมันเคยมีความคิดอยากจะฝากตัวเป็นศิษย์ของยอดคนผู้บรรลุมรรค ทว่าเขาคุนหลุนนั้นอยู่ไกลแสนไกล มันจึงไม่ได้ดั้นด้นเดินทางไปเสียที

กระทั่งเมื่อไม่กี่วันก่อนท่านทะลวงฟ้าได้เปิดสำนักและประกาศรับศิษย์อย่างกว้างขวางบนเกาะเต่ามังกรทองอย่างกะทันหัน มันจึงดีใจจนเนื้อเต้นและรีบมุ่งหน้ามายังที่นี่ทันที

แล้วมันก็ไม่ทำให้ความพยายามต้องสูญเปล่า มันสามารถฝ่าด่านทดสอบจนก้าวเท้าขึ้นมาบนเกาะเต่ามังกรทองได้สำเร็จ ทว่าจู่ๆ กลับมีตัวประหลาดโผล่มาบอกว่ามันไม่มีวาสนาเสียนี่

"ข้าบอกว่าไม่มีวาสนาก็คือไม่มีวาสนา!"

วารีไม่ได้มีท่าทีโกรธเคืองแต่อย่างใด เขายังคงส่งยิ้มแป้นให้เหมือนเช่นเคย

ชายร่างกำยำขมวดคิ้วแน่นพร้อมกับสะกดกลั้นจิตสังหารในใจเอาไว้ ก่อนจะก้าวเท้ายาวๆ ทะยานมุ่งหน้าไปยังทิศทางเบื้องหน้า

สถานที่แห่งนี้คือเกาะเต่ามังกรทอง การที่อีกฝ่ายโผล่มาแบบมีเงื่อนงำเช่นนี้ทำให้มันไม่อยากก่อเรื่องวุ่นวายโดยไม่จำเป็น

แต่เพิ่งจะออกตัวไปได้เพียงนิดเดียว เกลียวคลื่นจำนวนนับไม่ถ้วนก็ม้วนตัวพวยพุ่งขึ้นมาจากแม่น้ำโดยรอบ

"หึ!"

สีหน้าของชายร่างกำยำแปรเปลี่ยนเป็นมืดครึ้ม

มันใช้ชีวิตอยู่ในน้ำมาตั้งแต่เกิด การที่คนผู้นี้บังอาจมาเล่นน้ำต่อหน้ามัน ช่างเหมือนกับการเอามะพร้าวห้าวไปขายสวนเสียจริง

ชายร่างกำยำหาได้ใส่ใจเกลียวคลื่นที่อยู่ล้อมรอบไม่ มันอ้าปากพ่นมวลน้ำออกมารีบจู่โจมลงไปหาวารีที่อยู่เบื้องล่าง

วารีเพียงแค่ยิ้มรับ เขากระอักก้อนน้ำลายพ่นสวนกลับไปปะทะด้วยเช่นเดียวกัน

ชายร่างกำยำรู้สึกเหมือนโดนดูถูกเหยียดหยาม ทว่าในวินาทีถัดมาสีหน้าของมันก็เปลี่ยนไปอย่างฉับพลัน

ลำน้ำที่มันพ่นออกไป หลังจากที่เข้าปะทะกับก้อนน้ำลายก้อนนั้นแล้ว มันกลับพลิกผันเปลี่ยนทิศทางพุ่งย้อนกลับมาหามันเสียอย่างนั้น

ชายร่างกำยำที่เอามือไพล่หลังรีบเร่งร่ายเวทป้องกัน ทว่าวารีกลับไม่เปิดโอกาสให้มันได้ทำเช่นนั้นเลย

เกลียวคลื่นลูกมหึมาที่แผ่ปกคลุมไปทั่วทั้งแผ่นฟ้าม้วนตัวกวาดซัดลงมา ฟาดปีศาจปลาดำจนสลบเหมือดล้มตึงไปกองกับพื้นในทันที

[ทำหน้าที่ปกป้องประตูเกาะเต่ามังกรทองสำเร็จ สกัดกั้นศิษย์ด้อยคุณภาพระดับขั้นเซียนแท้จริงระดับสูงหนึ่งตนไม่ให้เข้าร่วมลัทธิท้าลิขิต ได้รับกฎเกณฑ์แห่งน้ำ 100 แต้ม กฎเกณฑ์แห่งดิน 100 แต้ม แต้มสายเลือด 2 แต้ม]

ทั้งที่ปีศาจปลาดำตัวนี้มีค่าหนี้กรรมน้อยกว่ามังกรวารีโลหิตแท้ๆ แต่เป็นเพราะระดับการบำเพ็ญเพียรที่สูงกว่าหนึ่งขั้นย่อย รางวัลที่ได้จึงทวีคูณเพิ่มขึ้นเป็นเท่าตัวเลยเชียว

วารีรู้สึกอารมณ์ดีเป็นอย่างมาก!

"อีกเดี๋ยวก็รีบๆ กลับมาไวๆ ล่ะ"

วารีโบกมือขวาด้วยใบหน้าที่เต็มไปด้วยความปีติยินดี

เกลียวคลื่นม้วนตัวห่อหุ้มร่างของปีศาจปลาดำเอาไว้ก่อนจะเหวี่ยงโยนร่างนั้นทิ้งลงไปในท้องทะเลตะวันออก

การบำเพ็ญเพียรช่างน่าเบื่อหน่ายเสียจริง มีเพียงตอนทำหน้าที่เฝ้าประตูเท่านั้นแหละที่จะมีเรื่องสนุกๆ ให้ทำบ้างนิดหน่อย

ผิดคาดจากที่วารีคิดไว้ ผ่านไปเพียงครู่เดียวปีศาจปลาดำก็โผล่ขึ้นเกาะมาในตำแหน่งเดิมเป๊ะเลย

วารีไม่ได้เกรงใจแต่อย่างใด เขาลงมือฟาดอีกฝ่ายจนสลบเหมือดอย่างป่าเถื่อนแล้วโยนกลับลงสู่ทะเลตะวันออกอีกครั้ง ครั้งนี้เขาได้รับกฎเกณฑ์แห่งน้ำและดินอย่างละสิบแต้ม ทว่ากลับไม่ได้แต้มสายเลือดเลย

ผ่านไปครึ่งค่อนวัน วารีมองดูปีศาจปลาดำที่ยังคงดึงดันขึ้นเกาะมาที่จุดเดิมด้วยสีหน้าที่ดูแปลกประหลาดไป

มังกรวารีโลหิตตัวก่อนหน้านี้ยังรู้จักเปลี่ยนจุดขึ้นเกาะ แต่เจ้านี่กลับหัวดื้อหัวรั้นเอาแต่มุ่งมั่นจะขึ้นเกาะที่เดิมอยู่ร่ำไป

โดยไม่พูดพร่ำทำเพลง เขาก็ส่งตัวอีกฝ่ายกลับบ้านเก่าไปอีกหนึ่งรอบ

หลังจากที่ตบอีกฝ่ายจนคว่ำในจุดเดิมมาถึงหกครั้งและได้พิสูจน์แล้วว่าสามารถรีดไถแต้มได้เพียงแค่ห้าครั้งเท่านั้น วารีก็จ้องมองปีศาจปลาดำที่ก้าวขึ้นเกาะมาอีกหนด้วยสายตาที่ทอประกายแวววับอย่างยากจะคาดเดา

สำหรับสิ่งมีชีวิตที่มีความมุ่งมั่นพยายามถึงปานนี้ วารีรู้สึกชื่นชมเป็นอย่างยิ่ง ถือว่ามีประโยชน์อย่างมหาศาลเลยทีเดียว

ครั้งนี้เขาไม่ได้ลงมือซัดอีกฝ่ายกระเด็นไปในทันที ทว่าเขากลับระบายยิ้มบนใบหน้าเผยให้เห็นถึงความเป็นมิตรอย่างเต็มเปี่ยม

"ทำไมกัน"

เมื่อไม่มีการโจมตีพุ่งเข้ามา ปีศาจปลาดำก็ตวาดถามด้วยน้ำเสียงเกรี้ยวกราดที่แหบพร่า

ตลอดช่วงเวลาหลายวันที่ผ่านมา มันรู้สึกโกรธแค้นจนแทบจะคลั่งตายอยู่แล้ว

ไม่ใช่แค่เพราะมีคนคอยขัดขวางไม่ให้มันขึ้นเกาะเท่านั้น แต่ยังเป็นเพราะความอัดอั้นตันใจที่สุมอกอยู่ด้วย

การกระทำทั้งหมดของเจ้าย่อมต้องมีเหตุผลมารองรับสิ

นอกจากการพูดคุยกันสั้นๆ กับวารีในครั้งแรกแล้ว ในครั้งต่อๆ มาทุกครั้งที่มันก้าวขึ้นเกาะ มันก็จะโดนฟาดจนสลบแล้วถูกโยนส่งกลับไปเสียทุกรอบ

จะไม่ให้มันโกรธได้ยังไงล่ะ

ยังดีที่อีกฝ่ายไม่ได้เอาชีวิตของมันไป ไม่เช่นนั้นมันคงไม่กล้าโผล่หัวมาอีกแน่

และในที่สุดตอนนี้มันก็สามารถเอื้อนเอ่ยประโยคนี้ออกมาได้เสียที

"พี่ชายนักพรตโปรดอย่าเพิ่งโกรธเคืองไปเลย ข้าเป็นศิษย์ของท่านอาจารย์ ที่ทำไปก่อนหน้านี้ก็เพียงเพื่อทดสอบความอดทนของเจ้าเท่านั้น และบัดนี้เจ้าก็ผ่านด่านทดสอบเป็นที่เรียบร้อยแล้ว"

วารีเดินอมยิ้มเข้าไปหาพลางเอ่ยด้วยน้ำเสียงที่นุ่มนวล

"ผ่านแล้วงั้นหรือ"

ปีศาจปลาดำออกอาการมึนงงไปชั่วขณะ

ความแตกต่างอย่างสุดขั้วของอีกฝ่ายทำให้มันตั้งรับไม่ทันและไม่อาจปรับตัวได้ในทันที

เมื่อหลายครั้งก่อนหน้าไม่ทันได้พูดจาอะไรก็โดนกระหน่ำซัดจนอ่วมอรทัยราวกับคนบ้าคลั่ง แต่ตอนนี้ดันมาบอกว่าข้าผ่านการทดสอบแล้วเนี่ยนะ

"ถูกต้องแล้ว ทว่า..."

วารีพยักหน้าตอบรับก่อนจะจงใจทอดเสียงให้ช้าลง

[จบแล้ว]

จบบทที่ บทที่ 12 - ลิงปีศาจตัวนั้นหนีไปแล้ว

คัดลอกลิงก์แล้ว