- หน้าแรก
- ระบบสังหารไร้พ่าย จากพลทหารสู่ยอดขุนพลแดนใต้
- บทที่ 34 - ปิดล้อม
บทที่ 34 - ปิดล้อม
บทที่ 34 - ปิดล้อม
บทที่ 34 - ปิดล้อม
✿ ✿ ✿ ✿ ✿ ✿ ✿ ✿ ✿ ✿
ภายใต้ธงบัญชาการลายหมาป่าผืนใหญ่
ขุนพลใหญ่เผ่าอูหวน ลาซ่านอู้เหลียง ทอดสายตามองไปยังสนามรบอันวุ่นวายเบื้องหน้า นัยน์ตาที่แหลมคมและดุดันของเขาฉายแววประหลาดใจออกมาแวบหนึ่ง
"แม่ทัพเผ่ายงผู้นั้นช่างห้าวหาญยิ่งนัก!"
นำกองทัพเดนตายเพียงไม่กี่ร้อยนาย แต่กลับทะลวงค่ายกลทหารม้านับพันนายให้แตกพ่ายได้ในเวลาเพียงชั่วอึดใจ
แถมในระหว่างนั้น ยังใช้พละกำลังเพียงลำพัง สังหารปรมาจารย์ขั้นกำเนิดฟ้าที่อยู่ในระดับเดียวกันไปได้ตั้งหลายคน!
บุคคลเยี่ยงนี้ ต่อให้เป็นตัวเขาเองก็ยังอดที่จะรู้สึกหวั่นใจไม่ได้
"พวกแกรู้จักมันหรือไม่"
เมื่อได้ยินคำถามของลาซ่านอู้เหลียง เหล่าแม่ทัพคนเถื่อนที่รายล้อมอยู่ก็รีบกระตุ้นม้าให้ก้าวมาข้างหน้าเล็กน้อย
"เรียนท่านขุนพลใหญ่ ไอ้สวะนี่มีชื่อว่าหานเซ่าขอรับ"
"ได้ยินมาว่าเป็นเพียงทหารเลวคนหนึ่งในทัพสยบเหลียวแห่งแคว้นโยวโจว คงจะมีความห้าวหาญติดตัวอยู่บ้าง ก็เลยไม่น่าแปลกใจเท่าไหร่..."
เมื่อได้ยินคำพูดของแม่ทัพคนเถื่อนข้างกาย มุมปากของลาซ่านอู้เหลียงก็ยกขึ้นเป็นรอยยิ้มเย้ยหยัน
"ไม่น่าแปลกใจงั้นรึ เอาอย่างนี้ก็แล้วกัน แกพากองพันทหารม้าหนึ่งพันนายไปเด็ดหัวมันมาให้ข้าที"
ลาซ่านอู้เหลียงพูดพลางหุบรอยยิ้มบนใบหน้าลงทันที
"ถ้าหากเอาหัวมันมาไม่ได้ ข้าก็จะตัดหัวแกเสียบแทน ว่ายังไงล่ะ"
เมื่อเห็นใบหน้าเย็นชาดุจน้ำแข็งของลาซ่านอู้เหลียง แม่ทัพที่พูดเมื่อครู่ก็ตัวสั่นเทิ้ม รีบกลิ้งตกลงมาจากหลังม้าทันที
"ท่านขุนพลใหญ่โปรดไว้ชีวิตด้วย! บ่าวพูดผิดไปแล้วขอรับ!"
"แม่ทัพเผ่ายงผู้นี้ห้าวหาญเกินมนุษย์ บ่าวไม่ใช่คู่ต่อสู้ของมันหรอกขอรับ!"
"เพื่อไม่ให้แผนการของท่านขุนพลใหญ่ต้องเสียการ ขอท่านขุนพลใหญ่โปรดถอนคำสั่งด้วยเถิดขอรับ..."
พูดไปก็โขกหัวให้กับลาซ่านอู้เหลียงอย่างแรงไม่หยุด
เมื่อได้ยินเสียงโขกหัวที่ดังกึกๆ ราวกับสากตำข้าว ใบหน้าของลาซ่านอู้เหลียงถึงได้คลายความตึงเครียดลงบ้าง
"ลุกขึ้นมา"
"ไปรับโทษโบยร้อยไม้ซะ จะได้หลาบจำ"
เมื่อแม่ทัพคนนั้นได้ยินคำสั่ง สีหน้าก็ซีดเผือดลงทันที
โบยร้อยไม้ นั่นมันแส้เหล็กเชียวนะ
ต่อให้เป็นปรมาจารย์ขั้นกำเนิดฟ้าโดนโบยไปชุดนี้ ก็คงสาหัสเอาเรื่องเหมือนกัน
แต่เขาก็ไม่กล้าขัดขืนแม้แต่น้อย ซ้ำยังทำหน้าซาบซึ้งใจพลางโขกหัวให้ลาซ่านอู้เหลียง
"บ่าว! ขอบพระคุณท่านขุนพลใหญ่ที่เมตตาขอรับ!"
พูดจบก็รีบลุกขึ้นแล้ววิ่งหน้าตั้งไปรับโทษโบยทันที
เพราะเขากลัวว่าลาซ่านอู้เหลียงจะเปลี่ยนใจ
ใครๆ ก็รู้ว่าพวกขุนนางใกล้ชิดท่านข่าน มักจะไม่ค่อยปกติเท่าไหร่นัก
ยิ่งเป็นลาซ่านอู้เหลียงที่มาจากกระโจมทองของท่านข่านด้วยแล้ว ยิ่งหนักเข้าไปใหญ่!
และก็เป็นอย่างที่คิด พอเขารีบวิ่งหนีไป ลาซ่านอู้เหลียงก็มองตามแผ่นหลังของเขาไป พลางพูดด้วยน้ำเสียงเสียดาย
"เฮ้อ เมื่อกี้ข้าน่าจะฆ่ามันซะ..."
"ปล่อยให้ไอ้โง่แบบนี้มีชีวิตอยู่บนโลก ก็รังแต่จะเปลืองเสบียงของเผ่าอูหวนเราเปล่าๆ"
เมื่อได้ยินดังนั้น แม่ทัพคนเถื่อนคนอื่นๆ ที่อยู่รอบๆ ก็หน้าถอดสีตามๆ กัน
"ท่านขุนพลใหญ่ช่างเมตตา! สวรรค์เบื้องบนจะต้องคุ้มครองท่านแน่ขอรับ!"
พากันพูดจบก็รีบเปลี่ยนเรื่องทันที
"แม่ทัพเผ่ายงผู้นั้นห้าวหาญถึงเพียงนี้ ท่านขุนพลใหญ่จะลงมือเองเลยหรือไม่ขอรับ"
แต่พอพูดจบ แม่ทัพที่ออกความเห็นก็โดนแส้ม้าฟาดเข้าให้หนึ่งที
"พวกไร้ประโยชน์! เรื่องแค่นี้ก็ต้องให้ข้าลงมือเอง แล้วท่านข่านจะเลี้ยงพวกขยะอย่างพวกแกไว้ทำไม!"
ลาซ่านอู้เหลียงตวาดลั่น
"ไป! ถ้าจัดการกองทัพเดนตายพวกเผ่ายงพวกนั้นไม่ได้ ข้าจะทูลขอให้ท่านข่านสั่งประหารพวกขยะอย่างพวกแกให้หมด!"
เมื่อเห็นว่าอารมณ์ของลาซ่านอู้เหลียงเริ่มจะไม่คงที่
เหล่าแม่ทัพคนเถื่อนรอบกายก็สั่นสะท้านไปด้วยความกลัว พวกเขามองหน้ากัน ก่อนจะรีบอธิบายอย่างร้อนรน
"ท่านขุนพลใหญ่! ไม่ใช่ว่าพวกบ่าวกลัวตาย! และไม่ใช่ว่าพวกบ่าวไม่ทุ่มเทสุดกำลังนะขอรับ!"
"แต่ในกองทัพเดนตายนั้น มีปรมาจารย์ขั้นประตูสวรรค์ซ่อนอยู่ด้วยนะขอรับ!"
"ต๋าหลี่เท่อฉิน ก็ตายเพราะถูกลอบโจมตีนี่แหละขอรับ!"
พอได้ยินชื่อของต๋าหลี่ สีหน้าของลาซ่านอู้เหลียงก็ยิ่งเต็มไปด้วยความเดือดดาล
"อย่าเอาชื่อไอ้สวะนั่นมาพูดให้ข้าได้ยินนะ!"
มีสายเลือดอันสูงส่งของราชวงศ์แท้ๆ วันๆ เอาแต่ทำตัวหยิ่งผยองพองขน คิดว่าตัวเองเก่งกาจเทียบเท่าพวกอัจฉริยะตระกูลใหญ่ของเผ่ายง
แต่แค่ให้ไปล้อมจับกองทัพเดนตายทัพสยบเหลียวแค่นี้ กลับเอาชีวิตไปทิ้งซะได้!
ช่างไร้สาระ น่าขัน และน่าสมเพชสิ้นดี!
ทำเอาเผ่าอูหวนต้องเสียหน้าจนป่นปี้!
ต่อให้มันไม่ตาย แค่มันปล่อยให้กองทัพเดนตายหลุดมือไปได้ ลาซ่านอู้เหลียงก็แทบอยากจะบิดคอมันให้หักคามืออยู่แล้ว
เพื่อไม่ให้ไอ้สวะนี่ต้องมาแปดเปื้อนสายเลือดอันสูงส่งของราชวงศ์!
แต่พอสงบสติอารมณ์ลงได้ ลาซ่านอู้เหลียงก็คิดว่าสิ่งที่พวกขยะตรงหน้าพูดมันก็มีเหตุผล
การที่สามารถสังหารไอ้สวะต๋าหลี่ได้ในพริบตา ปรมาจารย์ขั้นประตูสวรรค์ผู้นั้นก็ย่อมไม่ใช่เล่นๆ พวกมันรับมือไม่ไหวหรอก
ถึงแม้ลาซ่านอู้เหลียงจะหมั่นไส้ไอ้สวะต๋าหลี่มาตลอดก็ตาม
แต่ก็ต้องยอมรับว่าวิชาลับราชวงศ์ของไอ้สวะนั่น ฝึกฝนจนเข้าขั้นพอตัวแล้ว
การที่ถูกยิงตายด้วยธนูดอกเดียว พิสูจน์ให้เห็นแล้วว่าปรมาจารย์ขั้นประตูสวรรค์ที่ซ่อนตัวอยู่ในกองทัพเดนตายนั้น ไม่ใช่ปรมาจารย์ธรรมดาๆ แน่นอน
หลังจากใช้ความคิดอยู่ครู่หนึ่ง ลาซ่านอู้เหลียงก็พูดด้วยน้ำเสียงเย็นชา
"ล้อมพวกมันต่อไป! รอจนกว่าปรมาจารย์หมาแดนใต้ผู้นั้นจะเผยตัว ถึงตอนนั้นข้าจะลงมือเอง!"
เมื่อได้ยินคำสั่งของลาซ่านอู้เหลียง เหล่าทหารม้าคนเถื่อนก็ค่อยเบาใจลงได้บ้าง
แต่ในใจก็ยังคงมีข้อสงสัย ด้วยฝีมือระดับท่านขุนพลใหญ่ การจะจัดการกับกองทัพเดนตายกลุ่มนี้ มันก็ง่ายเหมือนพลิกฝ่ามือ
แล้วทำไมถึงไม่ยอมลงมือตั้งแต่แรกล่ะ
เพียงแต่ด้วยความเกรงกลัวในอำนาจบารมีของลาซ่านอู้เหลียง จึงไม่มีใครกล้าถามออกไป
มองดูแม่ทัพเผ่าอูหวนเหล่านั้นรับคำสั่งแล้วถอยออกไป แววตาอันดุดันของลาซ่านอู้เหลียงก็ฉายแววเยาะเย้ยออกมา
จะให้ข้าบอกพวกแกรึไง ว่าที่ทำแบบนี้ก็เพื่อบั่นทอนกำลังของพวกชนเผ่าเล็กๆ พวกนี้
ชนเผ่าบนทุ่งหญ้าแห่งนี้มันมีเยอะเกินไปแล้ว
ถึงแม้เบื้องหน้าพวกมันจะยกย่องท่านข่านเป็นกษัตริย์ และในสายตาของเผ่ายงหลายๆ คน พวกมันก็คือคนของเผ่าอูหวนเหมือนกัน
แต่ในความเป็นจริงมันไม่ได้เป็นเช่นนั้นเลย
เผ่าอูหวน เป็นเพียงเผ่าที่แข็งแกร่งที่สุดในบรรดาชนเผ่าทั้งหมดบนทุ่งหญ้าอันกว้างใหญ่แห่งนี้ก็เท่านั้นเอง
พวกมันยอมรับฟังคำสั่งของท่านข่าน
แต่พวกมันจะไม่ยอมตายแทนท่านข่านเด็ดขาด!
ดังนั้นเพื่อสานต่อปณิธานอันยิ่งใหญ่ของท่านข่าน ทุ่งหญ้าทั้งหมดนี้จะต้องถูกรวมให้เป็นปึกแผ่นเหมือนกับเผ่ายงทางใต้!
ต้องหลอมรวมทุ่งหญ้าทั้งหมดให้เป็นหนึ่งเดียวกันอย่างแท้จริงเท่านั้น เผ่าอูหวนถึงจะมีต้นทุนไปต่อกรกับราชวงศ์ต้ายงได้
และเพื่อการนี้ การที่มีคนต้องตายไปบ้างมันจะไปสำคัญอะไรล่ะ
ต่อให้ต้องนำศพมากองรวมกันจนกลายเป็นภูเขาซากศพที่สูงเทียบเท่ากับภูเขาศักดิ์สิทธิ์บนทุ่งหญ้าแห่งนี้
ในสายตาของลาซ่านอู้เหลียง มันก็คุ้มค่าแล้ว!
เพราะฉะนั้น ก่อนจะถึงวันนั้น ก็คงต้องขอเชิญให้บางคนสมัครใจไปตายก่อนก็แล้วกัน...
เมื่อคิดได้ดังนั้น รอยยิ้มแสยะอันยากจะคาดเดาก็ผุดขึ้นที่มุมปากของลาซ่านอู้เหลียง
และในขณะที่ทหารม้าคนเถื่อนบางส่วนที่ยังไม่ได้นำทัพออกไป กำลังรู้สึกหนาวสั่นไปถึงกระดูกกับรอยยิ้มอันน่าสะพรึงกลัวนั้น
จู่ๆ ลาซ่านอู้เหลียงก็ใช้แส้ม้าในมือชี้ไปที่สนามรบเบื้องล่าง
"น่าสนใจแฮะ หนีตายทั้งทียังจะกระเตงผู้หญิงไปด้วย..."
ดูเหมือนลาซ่านอู้เหลียงจะนึกไอเดียดีๆ อะไรบางอย่างออก จู่ๆ เขาก็หัวเราะลั่น
"ถ่ายทอดคำสั่งข้า!"
เมื่อได้ยินเช่นนั้น ทหารม้าคนเถื่อนทั้งหลายก็รีบตั้งใจรอรับคำสั่งทันที
"เลิกล้อมพวกกองทัพเดนตายเผ่ายงนั่นได้แล้ว สั่งให้พวกเด็กๆ ไปล้อมพวกผู้หญิงที่ตามหลังมาแทน!"
เมื่อเห็นว่าจู่ๆ ลาซ่านอู้เหลียงก็เปลี่ยนใจกะทันหัน เหล่าทหารม้าคนเถื่อนก็แสดงสีหน้างุนงง
"ทำแบบนั้น พวกหมาแดนใต้จะไม่หนีรอดไปได้หรือขอรับ"
ทหารม้าคนเถื่อนคนหนึ่งรวบรวมความกล้าถามขึ้นมา
"ไม่ต้องห่วง พวกมันไม่หนีหรอก..."
ลาซ่านอู้เหลียงขี้เกียจจะอธิบายให้พวกโง่นี่ฟัง จากนั้นก็เหมือนจะนึกเรื่องสนุกๆ อะไรขึ้นมาได้ รอยยิ้มแสยะบนใบหน้ายังไม่จางหายไป
"ข้าอยากจะเห็นพวกมันตายไปทีละคนต่อหน้าข้าด้วยตาตัวเอง..."
...
ทหารม้าคนเถื่อนที่ขวางทางอยู่ด้านหน้า ไม่รู้ว่าเบาบางลงตั้งแต่เมื่อไหร่
ทำให้กองทัพเดนตายทัพสยบเหลียวที่กำลังพุ่งทะลวงลงใต้อย่างหนัก รู้สึกเบาแรงลงไปมาก
แต่หานเซ่าที่ควบม้านำหน้ามาเป็นคนแรก กลับรู้สึกได้ถึงความผิดปกติบางอย่างตามสัญชาตญาณ
ราวกับเป็นปฏิกิริยาตอบสนองอัตโนมัติ ร่างของหานเซ่าพุ่งทะยานขึ้นจากหลังม้าลอยขึ้นไปในอากาศทันที
วิสัยทัศน์ที่กว้างไกลขึ้นอย่างกะทันหัน ทำให้เขามองเห็นการเคลื่อนไหวของกองทัพทหารม้าคนเถื่อนได้ในปราดเดียว
และเพียงแค่การมองแวบเดียวนี้เอง ก็ทำให้ดวงตาที่เคยสงบนิ่งของหานเซ่าเบิกกว้างขึ้นมาทันที
ดังนั้น ในจังหวะที่ยังไม่มีใครทันได้ตั้งตัว
หานเซ่าก็ทิ้งตัวลงมาบนหลังม้า เขาพ่นลมหายใจขุ่นมัวออกมายาวเหยียด ก่อนจะตะโกนด้วยน้ำเสียงหนักแน่น
"วกรถกลับ!"
...
[จบแล้ว]