เราไม่เผยแพร่ผลงานที่มีลิขสิทธิ์ในประเทศไทย หากท่านพบเนื้อหาที่ละเมิดลิขสิทธิ์ แจ้งได้ที่เพจ Facebook NovelStore เราจะลบให้โดยเร็ว
ปัญหาการใช้งานเว็บไซต์ ติดต่อได้ที่เพจดังกล่าว
We do not publish or distribute copyrighted works in Thailand. To report infringing content, contact us via our Facebook page and we will remove it promptly. For other issues, use the same channel.

บทที่ 8 - กงซุน

บทที่ 8 - กงซุน

บทที่ 8 - กงซุน


บทที่ 8 - กงซุน

✿ ✿ ✿ ✿ ✿ ✿ ✿ ✿ ✿ ✿

ธงรบประจำราชวงศ์ล้มลงแล้ว!

ทหารม้าคนเถื่อนทั้งหมดบนสมรภูมิแห่งนี้ถึงกับชะงักงัน

ธงที่ถูกกีบเท้าม้านับร้อยเหยียบย่ำอย่างไม่ไยดีผืนนั้น ไม่เพียงแต่เป็นเกียรติยศของชนเผ่าอูหวนของพวกเขาเท่านั้น แต่มันยังเป็นขวัญและกำลังใจของกองทัพอีกด้วย

พวกเขาที่คอยควบม้าสู้รบตามธงราชวงศ์มาโดยตลอด จู่ๆ ก็รู้สึกเคว้งคว้างทำอะไรไม่ถูกขึ้นมา

แม้กระทั่งความกล้าที่จะพุ่งเข้าไปสกัดกั้นและล้อมฆ่ากองทหารขี้แพ้กลุ่มนั้นเมื่อครู่นี้ ก็ราวกับถูกสูบออกจากร่างไปจนหมดสิ้นในชั่วพริบตา

พวกเขาได้แต่เบิกตามองดูกองทหารขี้แพ้ที่มีแค่ไม่กี่ร้อยนายบุกทะลวงผ่านหน้าพวกเขาไปราวกับเดินอยู่ในที่ไร้ผู้คน!

มุ่งสู่แดนใต้!

กองทหารขี้แพ้กลุ่มนั้นยังคงบุกทะลวงมุ่งหน้าลงใต้อย่างไม่ลดละ!

ครู่ต่อมาทหารม้าคนเถื่อนที่ยังไม่ยอมแพ้พยายามรวบรวมความกล้าเพื่อพุ่งเข้าไปสู้รบ

แต่วินาทีต่อมาก็มีเสียงร้องไห้ตะโกนลั่นดังมาจากที่ไกลๆ

"ต๋าหลี่เท่อฉินพลีชีพในสนามรบแล้ว!"

ต๋าหลี่เท่อฉินพลีชีพแล้วเหรอ

ต๋าหลี่เท่อฉินคือใครกัน

ทหารม้าคนเถื่อนบางคนสมองเบลอไปชั่วขณะ พอตั้งสติได้ก็สะดุ้งสุดตัว

นั่นคือแม่ทัพใหญ่ของกองทัพย่อยของพวกเขานี่นา!

แม่ทัพใหญ่ตายแล้ว แล้วพวกเราจะทำยังไงกันดีล่ะ

ทหารม้าคนเถื่อนที่เมื่อครู่ยังคิดจะพุ่งเข้าไปสู้รบถึงกับไปไม่เป็นเลยทีเดียว

วินาทีนี้ทุกคนบนสมรภูมิอันห่างไกลแห่งนี้ต่างก็รู้สึกราวกับตกอยู่ในความฝัน

ทุกสิ่งทุกอย่างดูเหมือนจะไม่ใช่เรื่องจริงเลยสักนิด!

แม้แต่ทหารขี้แพ้เกราะดำหลายร้อยนายที่กำลังไร้พ่ายอยู่ตอนนี้ก็รู้สึกไม่ต่างกัน

ทั้งที่เตรียมใจสู้ตายเอาไว้แล้วแท้ๆ

ทั้งที่ตกอยู่ในความสิ้นหวังอย่างถึงที่สุดแล้วแท้ๆ

แต่แค่พริบตาเดียว ยังไม่ทันที่พวกเขาจะได้รู้ซึ้งถึงรสชาติของมัน

แม่ทัพคนเถื่อนที่กลายร่างเป็นดวงตะวันอันน่าสะพรึงกลัวผู้นั้นก็ถูกยิงร่วงลงมาซะอย่างนั้น

จากนั้นพวกเขาก็แบกสมองที่ยังคงมึนงงควบม้าตามร่างที่นำหน้าไปเรื่อยๆ

มุ่งหน้าลงใต้ตลอดทาง!

แล้วพวกเขาก็บุกทะลวงชนดะจนมาถึงใต้ธงรบของพวกคนเถื่อน

แถมยังใช้ดาบฟันธงที่เป็นสัญลักษณ์แห่งเกียรติยศของพวกมันจนขาดสะบั้น แล้วปล่อยให้ม้าศึกเหยียบย่ำอย่างสะใจ!

ใช้เวลาไม่ถึงครึ่งก้านธูป

พวกเขาสู้ยิบตาเพื่อหาทางรอด!

และสามารถพลิกสถานการณ์ได้อย่างหน้ามือเป็นหลังมือด้วยการสังหารขุนพลและยึดธงมาได้ด้วยทหารขี้แพ้เพียงไม่กี่ร้อยนาย!

นี่มันเป็นเรื่องที่เกินความคาดหมายขนาดไหน!

และเป็นเรื่องที่น่าระทึกใจขนาดไหน!

ทว่าเรื่องราวยังไม่จบแค่นั้น

ในขณะที่เหล่าทหารด้านหลังยังคงอยู่ในอาการตกตะลึง สหายร่วมรบที่อยู่ด้านหน้าก็แผดเสียงตะโกนด้วยความดีใจสุดขีด

"ฝ่าออกมาได้แล้ว!"

เมื่อมองเห็นที่ราบอันกว้างใหญ่ไร้สิ่งกีดขวางอยู่เบื้องหน้า เหล่าทหารที่เพิ่งรอดพ้นจากความตายมาได้หวุดหวิดก็ขอบตาแดงผ่าวอยู่ภายใต้หน้ากากเกราะสีดำในทันที

รอด... รอดชีวิตมาได้แล้ว!

เมื่อปรายตามองไปยังร่างที่ทำหน้าที่เป็น 'หัวหอก' อยู่หน้าสุดของค่ายกล ก็ไม่รู้ว่าเป็นใครที่ชูดาบสยบเหลียวในมือขึ้นสูงเป็นคนแรกแล้วแผดเสียงตะโกนลั่น

"ไร้พ่าย!"

วินาทีต่อมา ดาบยาวสยบเหลียวหลายร้อยเล่มที่ยังคงส่องประกายแวววับก็ชูขึ้นเหนือฟ้า

ราวกับดวงดาวที่ไม่มีวันดับสูญภายใต้ท้องนภาแห่งนี้

"ไร้พ่าย!"

เมื่อได้ยินเสียงความเคลื่อนไหวด้านหลัง หานเซ่าที่เอาแต่ก้มหน้าก้มตาควบม้ามาตลอดก็หันกลับไปมอง

พอเห็นสายตาอันบ้าคลั่งภายใต้หน้ากากเกราะที่ดูดุดันเหล่านั้น หานเซ่าก็รู้สึกว่าถ้าตอนนี้เขาไม่ทำอะไรตอบสนองบ้างคงจะดูแปลกแยกเกินไป

เขาจึงชูดาบยาวในมือขึ้นแล้วตะโกนตอบกลับไป

"ไร้พ่าย!"

คำว่า 'ไร้พ่าย' คำนี้ หานเซ่าตะโกนออกมาจากใจจริง

การทะลุมิติมาอย่างงงๆ ทำให้เขาสับสนไปหมด

พวกเขาต่างหากที่เป็นคนพาเขาวิ่งหนีและบุกทะลวงมาตลอดทาง!

แม้ว่าช่วงหลังเขาจะทำหน้าที่เป็นหัวหอก และดูเหมือนว่าเขาจะเป็นคนพาทหารชุดเกราะที่พังยับเยินเหล่านี้บุกทะลวงมา

แต่จริงๆ แล้วพวกเขาก็ยังคงเป็นผู้นำทางให้กับเขาอยู่ดี!

ถ้าไม่มีพวกเขาเป็นที่ยึดเหนี่ยว หานเซ่าที่โผล่มาอยู่กลางทุ่งหญ้าอันกว้างใหญ่แห่งนี้ก็คงไม่รู้ด้วยซ้ำว่าจะต้องไปทางไหน

แต่อย่างน้อยตอนนี้เขาก็รู้แล้วว่าต้องไปทางใต้!

สถานที่ที่อยู่ทางใต้ซึ่งมีชื่อว่า 'เจิ้นเหลียว' คือจุดหมายปลายทางของการเดินทางครั้งนี้

และบางทีที่นั่น... เขาอาจจะ... น่าจะ... หรือคงจะหาสถานที่สักแห่งเพื่อทำความรู้จักกับโลกใบใหม่นี้ได้

ก็แหงล่ะ ในเมื่อมีชีวิตอยู่ได้ ใครมันจะอยากตายกันวะ

บางทีโลกที่ดูป่าเถื่อนแห่งนี้อาจจะมีอะไรที่น่าหลงใหลซ่อนอยู่ก็ได้ ใครจะไปรู้

หานเซ่าเผลอหันไปมองร่างหนึ่งในค่ายกลตามสัญชาตญาณ

เมื่อสบเข้ากับสายตาที่เย็นชาและเฉยเมยของอีกฝ่าย หานเซ่าก็เบ้ปาก

'ชิ หยิ่งชะมัด!'

หานเซ่าบ่นอุบอิบในใจก่อนจะหันดาบยาวในมือกลับไปชี้ข้างหน้า

"มุ่งสู่แดนใต้!"

"มุ่งสู่แดนใต้!"

เสียงตะโกนรับดังกึกก้องไปทั่วท้องนภาแห่งทุ่งหญ้า

สะเทือนเลื่อนลั่นไปถึงชั้นฟ้า!

ราวกับกำลังประกาศกร้าวท้าทายสวรรค์เบื้องบน!

ทั้งๆ ที่เป็นการหนีตายแท้ๆ แต่กลับแผ่ซ่านไปด้วยความเย่อหยิ่งจองหองในแบบฉบับของผู้ชนะเสียอย่างนั้น

ส่วนกองทหารม้าคนเถื่อนอูหวนที่มีจำนวนมากกว่าพวกเขาหลายเท่าที่อยู่ด้านหลัง กลับได้แต่มองดูทหารขี้แพ้ไม่กี่ร้อยนายกลุ่มนี้ประกาศศักดาอย่างกำเริบเสิบสานแล้วจากไปอย่างลอยนวล

บางทีหากได้พบกันอีกครั้งในสนามรบวันหน้า คงจะเป็นภาพเหตุการณ์ที่ต่างออกไปอย่างสิ้นเชิง

……

สายลมหนาวพัดส่งเสียงหวีดหวิว

ท้องฟ้าที่เริ่มมืดมิดลงถูกปกคลุมไปด้วยเงามืดของเมฆดำครึ้ม

นั่นเป็นสัญญาณว่าหิมะกำลังจะตก

กองทหารขี้แพ้หลายร้อยนายจูงม้าศึกของตัวเองเดินทอดน่องไปอย่างช้าๆ

นอกจากการควบม้าสู้รบในสนามรบแล้ว พวกเขาไม่มีทางยอมให้เพื่อนยากที่ร่วมเป็นร่วมตายเหล่านี้ต้องเหนื่อยล้าเกินความจำเป็นเด็ดขาด

ก่อนหน้านี้หลังจากหนีรอดมาได้ ม้าศึกหลายตัวก็ฟองฟอดเต็มปากและล้มขาดใจตายคาที่ด้วยความเหนื่อยล้า

ชายฉกรรจ์อกสามศอกที่โดนฟันเป็นพันๆ ดาบในสนามรบโดยไม่เคยเสียน้ำตาสักหยด กลับต้องมาร้องไห้โฮราวกับเด็กๆ เมื่อเห็นม้าคู่ใจตายลงต่อหน้าต่อตา

หานเซ่าไม่เข้าใจความรู้สึกนี้ แต่ก็ไม่รู้จะพูดอะไรดี

ทำได้เพียงยืนมองพวกเขาระบายความเสียใจออกมาเงียบๆ

แต่จะว่าไปก็แปลกเหมือนกัน

ม้าศึกที่เขาขี่มาตลอดทางตัวนี้ นอกจากจะต้องแบกเขาบุกทะลวงมาตลอดทางแล้ว มันยังต้องแบกศพมาด้วยอีกหนึ่งศพ

แต่จนถึงตอนนี้มันก็ยังไม่เป็นอะไรเลย แถมยังดูเหมือนมีแรงเหลือเฟืออีกต่างหาก

ทำเอาหานเซ่ารู้สึกทึ่งจนต้องเดาะลิ้นด้วยความชื่นชม

จนกระทั่งเขาเห็นมันจู่ๆ ก็สับเท้าเดินเข้าไปคลอเคลียกับทหารเกราะดำผู้เย็นชาและเย่อหยิ่งคนนั้นอย่างสนิทสนม

หานเซ่าถึงได้ถึงบางอ้อ

"นี่ม้าของเธอเหรอ"

หลังจากลูบหัวม้าเบาๆ อยู่พักหนึ่ง สายตาที่เย็นชาและเฉยเมยคู่นั้นก็ปรายตามองหานเซ่าแวบหนึ่ง

"หิมะกำลังจะตกแล้ว นายควรจะคิดหาที่พักให้เหล่าทหารได้แล้วนะ"

เมื่อได้ยินดังนั้น หานเซ่าก็ถึงกับอึ้งไปเลย

หมายความว่าไงเนี่ย

มาถามฉันทำไม

ถ้าเดาไม่ผิด เจ้าของร่างเดิมนี้ก็เป็นแค่ทหารเลวธรรมดาๆ ไม่ใช่หรือไง

เรื่องสำคัญขนาดนี้ เธอมาโยนให้ทหารเลวอย่างฉันคิด เธอคิดว่ามันสมควรแล้วเหรอ

หานเซ่ารู้สึกว่าตั้งแต่ทะลุมิติมา ความหยาบคายของเขาก็มีแต่จะเพิ่มขึ้นเรื่อยๆ

จนแทบจะทะลุขีดจำกัดอยู่แล้ว

อย่างเช่นตอนนี้ เมื่อต้องเผชิญกับสายตาที่มองลงมาจากที่สูงและถือดีของอีกฝ่าย เขาก็แทบจะกลั้นใจไม่ให้สบถด่าออกมาไม่ได้อีกแล้ว

แต่พอเห็นสายตาที่ยากจะคาดเดาคู่นั้น เขาก็ต้องฝืนกลั้นเอาไว้สุดฤทธิ์

อืม ต้องรักษาภาพพจน์หน่อย!

หานเซ่าพ่นลมหายใจขุ่นมัวออกมาเฮือกหนึ่งเพื่อปรับอารมณ์ตัวเอง

"นี่ไม่น่าจะเป็นเรื่องที่ฉันต้องมานั่งคิดเลยนะ"

หานเซ่าตบเกราะตรงหน้าอกดังปังๆ พร้อมกับพูดอย่างมีเหตุผลว่า

"หานผู้นี้! ตัวฉันน่ะ! เป็นแค่ทหารเลวตัวเล็กๆ ในกองทัพเท่านั้น!"

เมื่อได้ยินคำพูดของหานเซ่า ร่างเย็นชาที่กำลังลูบหัวม้าก็ชะงักไปเล็กน้อย

เธอหันหน้ามามองเขาด้วยสายตาแปลกๆ

ทำไมนายถึงดูภูมิใจกับตำแหน่ง 'ทหารเลว' ของตัวเองนักหนาล่ะ

มุมปากภายใต้หน้ากากเกราะสีดำของอีกฝ่ายกระตุกเบาๆ

หลังจากครุ่นคิดอยู่ครู่หนึ่ง ร่างในชุดเกราะดำที่ดูเย็นชาก็เอ่ยปากพูดอย่างช้าๆ

"ที่ไอ้หมาคนเถื่อนนั่นพูดก่อนหน้านี้ก็ถูกของมันนะ"

"การที่ระดับปรมาจารย์กำเนิดฟ้าต้องมาเป็นแค่ทหารเลวมันก็ดูไม่ค่อยเหมาะสมเท่าไหร่จริงๆ"

"การพ่ายแพ้ครั้งนี้ ทำให้ทหารบาดเจ็บล้มตายเป็นจำนวนมาก กองกำลังต่างๆ ก็แตกกระสานซ่านเซ็นไปหมด..."

เมื่อเห็นอีกฝ่ายพูดถึงความพ่ายแพ้อย่างย่อยยับในครั้งนี้อย่างตรงไปตรงมา

หานเซ่าก็อดไม่ได้ที่จะชะงักไปครู่หนึ่ง จากนั้นก็เห็นอีกฝ่ายชี้ไปยังเหล่าทหารที่อยู่รอบๆ แล้วพูดต่อ

"เอาอย่างนี้ก็แล้วกัน ให้ทหารขี้แพ้หลายร้อยนายนี้จัดตั้งเป็นกองกำลังรบพิเศษขึ้นมาใหม่"

"แล้วนายก็รับตำแหน่งเป็นผู้บังคับการกองรบพิเศษนี้ก็แล้วกัน"

ผู้บังคับการกองรบพิเศษงั้นเหรอ

นี่มัน... ตำแหน่งขุนนางขั้นไหนกันเนี่ย

หานเซ่าทำหน้าเหลอหลา

พอตั้งสติได้ เขาก็มองอีกฝ่ายด้วยสายตาแปลกๆ

เธอคิดว่าตัวเองเป็นใครใหญ่มาจากไหนเนี่ย

นึกอยากจะแต่งตั้งตำแหน่งอะไรให้พ่อคนนี้ก็แต่งตั้งได้เลยหรือไง

เขาเพิ่งจะอ้าปากเตรียมจะพูดอะไรบางอย่าง ก็เห็นอีกฝ่ายถอดหน้ากากเกราะออกเสียก่อน

เพียงชั่วพริบตา ใบหน้างดงามหมดจดราวกับหยกสลักก็ค่อยๆ เผยโฉมออกมาให้หานเซ่าได้เห็น

หานเซ่าถึงกับสูดลมหายใจเข้าลึก

ทำไม

หน้าตาสวยแล้วจะทำอะไรก็ได้งั้นเหรอ

ขณะที่หานเซ่ากำลังแอบด่าทออยู่ในใจอย่างไม่เกรงกลัวอะไร

แต่สิ่งที่เขาคาดไม่ถึงก็คือ ทันทีที่หญิงสาวตรงหน้าถอดหน้ากากเกราะและเผยให้เห็นใบหน้าที่แท้จริง

เหล่าทหารที่กำลังเดินทอดน่องอยู่รอบๆ กลับหยุดชะงักลงพร้อมกัน

หลังจากเพ่งมองอย่างละเอียด ร่างหลายร้อยร่างก็ประสานมือคำนับอย่างพร้อมเพรียงกัน

"ผู้น้อยขอคารวะคุณหนูใหญ่กงซุนขอรับ!"

"ผู้น้อยอยู่ในชุดเกราะ ไม่อาจทำความเคารพได้อย่างเต็มรูปแบบ ขอคุณหนูใหญ่อภัยให้ด้วยขอรับ!"

หญิงสาวที่ถูกเรียกว่าคุณหนูใหญ่กงซุนยังคงใช้น้ำเสียงเย็นชาและเย่อหยิ่งเช่นเดิม

"ลุกขึ้นเถอะ"

พูดจบเธอก็โบกมือเบาๆ

"กฎของกองทัพ เรียกตามตำแหน่งหน้าที่เถอะ"

เมื่อเผชิญกับเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นอย่างกะทันหันตรงหน้า มุมปากของหานเซ่าก็กระตุกยิกๆ

ตำแหน่งหน้าที่เหรอ

อินบทเจ้านายไปหรือเปล่าเนี่ย นี่เธอโดนผีประธานบริษัทเข้าสิงหรือไงวะ!

……

[จบแล้ว]

จบบทที่ บทที่ 8 - กงซุน

คัดลอกลิงก์แล้ว