- หน้าแรก
- ระบบสังหารไร้พ่าย จากพลทหารสู่ยอดขุนพลแดนใต้
- บทที่ 8 - กงซุน
บทที่ 8 - กงซุน
บทที่ 8 - กงซุน
บทที่ 8 - กงซุน
✿ ✿ ✿ ✿ ✿ ✿ ✿ ✿ ✿ ✿
ธงรบประจำราชวงศ์ล้มลงแล้ว!
ทหารม้าคนเถื่อนทั้งหมดบนสมรภูมิแห่งนี้ถึงกับชะงักงัน
ธงที่ถูกกีบเท้าม้านับร้อยเหยียบย่ำอย่างไม่ไยดีผืนนั้น ไม่เพียงแต่เป็นเกียรติยศของชนเผ่าอูหวนของพวกเขาเท่านั้น แต่มันยังเป็นขวัญและกำลังใจของกองทัพอีกด้วย
พวกเขาที่คอยควบม้าสู้รบตามธงราชวงศ์มาโดยตลอด จู่ๆ ก็รู้สึกเคว้งคว้างทำอะไรไม่ถูกขึ้นมา
แม้กระทั่งความกล้าที่จะพุ่งเข้าไปสกัดกั้นและล้อมฆ่ากองทหารขี้แพ้กลุ่มนั้นเมื่อครู่นี้ ก็ราวกับถูกสูบออกจากร่างไปจนหมดสิ้นในชั่วพริบตา
พวกเขาได้แต่เบิกตามองดูกองทหารขี้แพ้ที่มีแค่ไม่กี่ร้อยนายบุกทะลวงผ่านหน้าพวกเขาไปราวกับเดินอยู่ในที่ไร้ผู้คน!
มุ่งสู่แดนใต้!
กองทหารขี้แพ้กลุ่มนั้นยังคงบุกทะลวงมุ่งหน้าลงใต้อย่างไม่ลดละ!
ครู่ต่อมาทหารม้าคนเถื่อนที่ยังไม่ยอมแพ้พยายามรวบรวมความกล้าเพื่อพุ่งเข้าไปสู้รบ
แต่วินาทีต่อมาก็มีเสียงร้องไห้ตะโกนลั่นดังมาจากที่ไกลๆ
"ต๋าหลี่เท่อฉินพลีชีพในสนามรบแล้ว!"
ต๋าหลี่เท่อฉินพลีชีพแล้วเหรอ
ต๋าหลี่เท่อฉินคือใครกัน
ทหารม้าคนเถื่อนบางคนสมองเบลอไปชั่วขณะ พอตั้งสติได้ก็สะดุ้งสุดตัว
นั่นคือแม่ทัพใหญ่ของกองทัพย่อยของพวกเขานี่นา!
แม่ทัพใหญ่ตายแล้ว แล้วพวกเราจะทำยังไงกันดีล่ะ
ทหารม้าคนเถื่อนที่เมื่อครู่ยังคิดจะพุ่งเข้าไปสู้รบถึงกับไปไม่เป็นเลยทีเดียว
วินาทีนี้ทุกคนบนสมรภูมิอันห่างไกลแห่งนี้ต่างก็รู้สึกราวกับตกอยู่ในความฝัน
ทุกสิ่งทุกอย่างดูเหมือนจะไม่ใช่เรื่องจริงเลยสักนิด!
แม้แต่ทหารขี้แพ้เกราะดำหลายร้อยนายที่กำลังไร้พ่ายอยู่ตอนนี้ก็รู้สึกไม่ต่างกัน
ทั้งที่เตรียมใจสู้ตายเอาไว้แล้วแท้ๆ
ทั้งที่ตกอยู่ในความสิ้นหวังอย่างถึงที่สุดแล้วแท้ๆ
แต่แค่พริบตาเดียว ยังไม่ทันที่พวกเขาจะได้รู้ซึ้งถึงรสชาติของมัน
แม่ทัพคนเถื่อนที่กลายร่างเป็นดวงตะวันอันน่าสะพรึงกลัวผู้นั้นก็ถูกยิงร่วงลงมาซะอย่างนั้น
จากนั้นพวกเขาก็แบกสมองที่ยังคงมึนงงควบม้าตามร่างที่นำหน้าไปเรื่อยๆ
มุ่งหน้าลงใต้ตลอดทาง!
แล้วพวกเขาก็บุกทะลวงชนดะจนมาถึงใต้ธงรบของพวกคนเถื่อน
แถมยังใช้ดาบฟันธงที่เป็นสัญลักษณ์แห่งเกียรติยศของพวกมันจนขาดสะบั้น แล้วปล่อยให้ม้าศึกเหยียบย่ำอย่างสะใจ!
ใช้เวลาไม่ถึงครึ่งก้านธูป
พวกเขาสู้ยิบตาเพื่อหาทางรอด!
และสามารถพลิกสถานการณ์ได้อย่างหน้ามือเป็นหลังมือด้วยการสังหารขุนพลและยึดธงมาได้ด้วยทหารขี้แพ้เพียงไม่กี่ร้อยนาย!
นี่มันเป็นเรื่องที่เกินความคาดหมายขนาดไหน!
และเป็นเรื่องที่น่าระทึกใจขนาดไหน!
ทว่าเรื่องราวยังไม่จบแค่นั้น
ในขณะที่เหล่าทหารด้านหลังยังคงอยู่ในอาการตกตะลึง สหายร่วมรบที่อยู่ด้านหน้าก็แผดเสียงตะโกนด้วยความดีใจสุดขีด
"ฝ่าออกมาได้แล้ว!"
เมื่อมองเห็นที่ราบอันกว้างใหญ่ไร้สิ่งกีดขวางอยู่เบื้องหน้า เหล่าทหารที่เพิ่งรอดพ้นจากความตายมาได้หวุดหวิดก็ขอบตาแดงผ่าวอยู่ภายใต้หน้ากากเกราะสีดำในทันที
รอด... รอดชีวิตมาได้แล้ว!
เมื่อปรายตามองไปยังร่างที่ทำหน้าที่เป็น 'หัวหอก' อยู่หน้าสุดของค่ายกล ก็ไม่รู้ว่าเป็นใครที่ชูดาบสยบเหลียวในมือขึ้นสูงเป็นคนแรกแล้วแผดเสียงตะโกนลั่น
"ไร้พ่าย!"
วินาทีต่อมา ดาบยาวสยบเหลียวหลายร้อยเล่มที่ยังคงส่องประกายแวววับก็ชูขึ้นเหนือฟ้า
ราวกับดวงดาวที่ไม่มีวันดับสูญภายใต้ท้องนภาแห่งนี้
"ไร้พ่าย!"
เมื่อได้ยินเสียงความเคลื่อนไหวด้านหลัง หานเซ่าที่เอาแต่ก้มหน้าก้มตาควบม้ามาตลอดก็หันกลับไปมอง
พอเห็นสายตาอันบ้าคลั่งภายใต้หน้ากากเกราะที่ดูดุดันเหล่านั้น หานเซ่าก็รู้สึกว่าถ้าตอนนี้เขาไม่ทำอะไรตอบสนองบ้างคงจะดูแปลกแยกเกินไป
เขาจึงชูดาบยาวในมือขึ้นแล้วตะโกนตอบกลับไป
"ไร้พ่าย!"
คำว่า 'ไร้พ่าย' คำนี้ หานเซ่าตะโกนออกมาจากใจจริง
การทะลุมิติมาอย่างงงๆ ทำให้เขาสับสนไปหมด
พวกเขาต่างหากที่เป็นคนพาเขาวิ่งหนีและบุกทะลวงมาตลอดทาง!
แม้ว่าช่วงหลังเขาจะทำหน้าที่เป็นหัวหอก และดูเหมือนว่าเขาจะเป็นคนพาทหารชุดเกราะที่พังยับเยินเหล่านี้บุกทะลวงมา
แต่จริงๆ แล้วพวกเขาก็ยังคงเป็นผู้นำทางให้กับเขาอยู่ดี!
ถ้าไม่มีพวกเขาเป็นที่ยึดเหนี่ยว หานเซ่าที่โผล่มาอยู่กลางทุ่งหญ้าอันกว้างใหญ่แห่งนี้ก็คงไม่รู้ด้วยซ้ำว่าจะต้องไปทางไหน
แต่อย่างน้อยตอนนี้เขาก็รู้แล้วว่าต้องไปทางใต้!
สถานที่ที่อยู่ทางใต้ซึ่งมีชื่อว่า 'เจิ้นเหลียว' คือจุดหมายปลายทางของการเดินทางครั้งนี้
และบางทีที่นั่น... เขาอาจจะ... น่าจะ... หรือคงจะหาสถานที่สักแห่งเพื่อทำความรู้จักกับโลกใบใหม่นี้ได้
ก็แหงล่ะ ในเมื่อมีชีวิตอยู่ได้ ใครมันจะอยากตายกันวะ
บางทีโลกที่ดูป่าเถื่อนแห่งนี้อาจจะมีอะไรที่น่าหลงใหลซ่อนอยู่ก็ได้ ใครจะไปรู้
หานเซ่าเผลอหันไปมองร่างหนึ่งในค่ายกลตามสัญชาตญาณ
เมื่อสบเข้ากับสายตาที่เย็นชาและเฉยเมยของอีกฝ่าย หานเซ่าก็เบ้ปาก
'ชิ หยิ่งชะมัด!'
หานเซ่าบ่นอุบอิบในใจก่อนจะหันดาบยาวในมือกลับไปชี้ข้างหน้า
"มุ่งสู่แดนใต้!"
"มุ่งสู่แดนใต้!"
เสียงตะโกนรับดังกึกก้องไปทั่วท้องนภาแห่งทุ่งหญ้า
สะเทือนเลื่อนลั่นไปถึงชั้นฟ้า!
ราวกับกำลังประกาศกร้าวท้าทายสวรรค์เบื้องบน!
ทั้งๆ ที่เป็นการหนีตายแท้ๆ แต่กลับแผ่ซ่านไปด้วยความเย่อหยิ่งจองหองในแบบฉบับของผู้ชนะเสียอย่างนั้น
ส่วนกองทหารม้าคนเถื่อนอูหวนที่มีจำนวนมากกว่าพวกเขาหลายเท่าที่อยู่ด้านหลัง กลับได้แต่มองดูทหารขี้แพ้ไม่กี่ร้อยนายกลุ่มนี้ประกาศศักดาอย่างกำเริบเสิบสานแล้วจากไปอย่างลอยนวล
บางทีหากได้พบกันอีกครั้งในสนามรบวันหน้า คงจะเป็นภาพเหตุการณ์ที่ต่างออกไปอย่างสิ้นเชิง
……
สายลมหนาวพัดส่งเสียงหวีดหวิว
ท้องฟ้าที่เริ่มมืดมิดลงถูกปกคลุมไปด้วยเงามืดของเมฆดำครึ้ม
นั่นเป็นสัญญาณว่าหิมะกำลังจะตก
กองทหารขี้แพ้หลายร้อยนายจูงม้าศึกของตัวเองเดินทอดน่องไปอย่างช้าๆ
นอกจากการควบม้าสู้รบในสนามรบแล้ว พวกเขาไม่มีทางยอมให้เพื่อนยากที่ร่วมเป็นร่วมตายเหล่านี้ต้องเหนื่อยล้าเกินความจำเป็นเด็ดขาด
ก่อนหน้านี้หลังจากหนีรอดมาได้ ม้าศึกหลายตัวก็ฟองฟอดเต็มปากและล้มขาดใจตายคาที่ด้วยความเหนื่อยล้า
ชายฉกรรจ์อกสามศอกที่โดนฟันเป็นพันๆ ดาบในสนามรบโดยไม่เคยเสียน้ำตาสักหยด กลับต้องมาร้องไห้โฮราวกับเด็กๆ เมื่อเห็นม้าคู่ใจตายลงต่อหน้าต่อตา
หานเซ่าไม่เข้าใจความรู้สึกนี้ แต่ก็ไม่รู้จะพูดอะไรดี
ทำได้เพียงยืนมองพวกเขาระบายความเสียใจออกมาเงียบๆ
แต่จะว่าไปก็แปลกเหมือนกัน
ม้าศึกที่เขาขี่มาตลอดทางตัวนี้ นอกจากจะต้องแบกเขาบุกทะลวงมาตลอดทางแล้ว มันยังต้องแบกศพมาด้วยอีกหนึ่งศพ
แต่จนถึงตอนนี้มันก็ยังไม่เป็นอะไรเลย แถมยังดูเหมือนมีแรงเหลือเฟืออีกต่างหาก
ทำเอาหานเซ่ารู้สึกทึ่งจนต้องเดาะลิ้นด้วยความชื่นชม
จนกระทั่งเขาเห็นมันจู่ๆ ก็สับเท้าเดินเข้าไปคลอเคลียกับทหารเกราะดำผู้เย็นชาและเย่อหยิ่งคนนั้นอย่างสนิทสนม
หานเซ่าถึงได้ถึงบางอ้อ
"นี่ม้าของเธอเหรอ"
หลังจากลูบหัวม้าเบาๆ อยู่พักหนึ่ง สายตาที่เย็นชาและเฉยเมยคู่นั้นก็ปรายตามองหานเซ่าแวบหนึ่ง
"หิมะกำลังจะตกแล้ว นายควรจะคิดหาที่พักให้เหล่าทหารได้แล้วนะ"
เมื่อได้ยินดังนั้น หานเซ่าก็ถึงกับอึ้งไปเลย
หมายความว่าไงเนี่ย
มาถามฉันทำไม
ถ้าเดาไม่ผิด เจ้าของร่างเดิมนี้ก็เป็นแค่ทหารเลวธรรมดาๆ ไม่ใช่หรือไง
เรื่องสำคัญขนาดนี้ เธอมาโยนให้ทหารเลวอย่างฉันคิด เธอคิดว่ามันสมควรแล้วเหรอ
หานเซ่ารู้สึกว่าตั้งแต่ทะลุมิติมา ความหยาบคายของเขาก็มีแต่จะเพิ่มขึ้นเรื่อยๆ
จนแทบจะทะลุขีดจำกัดอยู่แล้ว
อย่างเช่นตอนนี้ เมื่อต้องเผชิญกับสายตาที่มองลงมาจากที่สูงและถือดีของอีกฝ่าย เขาก็แทบจะกลั้นใจไม่ให้สบถด่าออกมาไม่ได้อีกแล้ว
แต่พอเห็นสายตาที่ยากจะคาดเดาคู่นั้น เขาก็ต้องฝืนกลั้นเอาไว้สุดฤทธิ์
อืม ต้องรักษาภาพพจน์หน่อย!
หานเซ่าพ่นลมหายใจขุ่นมัวออกมาเฮือกหนึ่งเพื่อปรับอารมณ์ตัวเอง
"นี่ไม่น่าจะเป็นเรื่องที่ฉันต้องมานั่งคิดเลยนะ"
หานเซ่าตบเกราะตรงหน้าอกดังปังๆ พร้อมกับพูดอย่างมีเหตุผลว่า
"หานผู้นี้! ตัวฉันน่ะ! เป็นแค่ทหารเลวตัวเล็กๆ ในกองทัพเท่านั้น!"
เมื่อได้ยินคำพูดของหานเซ่า ร่างเย็นชาที่กำลังลูบหัวม้าก็ชะงักไปเล็กน้อย
เธอหันหน้ามามองเขาด้วยสายตาแปลกๆ
ทำไมนายถึงดูภูมิใจกับตำแหน่ง 'ทหารเลว' ของตัวเองนักหนาล่ะ
มุมปากภายใต้หน้ากากเกราะสีดำของอีกฝ่ายกระตุกเบาๆ
หลังจากครุ่นคิดอยู่ครู่หนึ่ง ร่างในชุดเกราะดำที่ดูเย็นชาก็เอ่ยปากพูดอย่างช้าๆ
"ที่ไอ้หมาคนเถื่อนนั่นพูดก่อนหน้านี้ก็ถูกของมันนะ"
"การที่ระดับปรมาจารย์กำเนิดฟ้าต้องมาเป็นแค่ทหารเลวมันก็ดูไม่ค่อยเหมาะสมเท่าไหร่จริงๆ"
"การพ่ายแพ้ครั้งนี้ ทำให้ทหารบาดเจ็บล้มตายเป็นจำนวนมาก กองกำลังต่างๆ ก็แตกกระสานซ่านเซ็นไปหมด..."
เมื่อเห็นอีกฝ่ายพูดถึงความพ่ายแพ้อย่างย่อยยับในครั้งนี้อย่างตรงไปตรงมา
หานเซ่าก็อดไม่ได้ที่จะชะงักไปครู่หนึ่ง จากนั้นก็เห็นอีกฝ่ายชี้ไปยังเหล่าทหารที่อยู่รอบๆ แล้วพูดต่อ
"เอาอย่างนี้ก็แล้วกัน ให้ทหารขี้แพ้หลายร้อยนายนี้จัดตั้งเป็นกองกำลังรบพิเศษขึ้นมาใหม่"
"แล้วนายก็รับตำแหน่งเป็นผู้บังคับการกองรบพิเศษนี้ก็แล้วกัน"
ผู้บังคับการกองรบพิเศษงั้นเหรอ
นี่มัน... ตำแหน่งขุนนางขั้นไหนกันเนี่ย
หานเซ่าทำหน้าเหลอหลา
พอตั้งสติได้ เขาก็มองอีกฝ่ายด้วยสายตาแปลกๆ
เธอคิดว่าตัวเองเป็นใครใหญ่มาจากไหนเนี่ย
นึกอยากจะแต่งตั้งตำแหน่งอะไรให้พ่อคนนี้ก็แต่งตั้งได้เลยหรือไง
เขาเพิ่งจะอ้าปากเตรียมจะพูดอะไรบางอย่าง ก็เห็นอีกฝ่ายถอดหน้ากากเกราะออกเสียก่อน
เพียงชั่วพริบตา ใบหน้างดงามหมดจดราวกับหยกสลักก็ค่อยๆ เผยโฉมออกมาให้หานเซ่าได้เห็น
หานเซ่าถึงกับสูดลมหายใจเข้าลึก
ทำไม
หน้าตาสวยแล้วจะทำอะไรก็ได้งั้นเหรอ
ขณะที่หานเซ่ากำลังแอบด่าทออยู่ในใจอย่างไม่เกรงกลัวอะไร
แต่สิ่งที่เขาคาดไม่ถึงก็คือ ทันทีที่หญิงสาวตรงหน้าถอดหน้ากากเกราะและเผยให้เห็นใบหน้าที่แท้จริง
เหล่าทหารที่กำลังเดินทอดน่องอยู่รอบๆ กลับหยุดชะงักลงพร้อมกัน
หลังจากเพ่งมองอย่างละเอียด ร่างหลายร้อยร่างก็ประสานมือคำนับอย่างพร้อมเพรียงกัน
"ผู้น้อยขอคารวะคุณหนูใหญ่กงซุนขอรับ!"
"ผู้น้อยอยู่ในชุดเกราะ ไม่อาจทำความเคารพได้อย่างเต็มรูปแบบ ขอคุณหนูใหญ่อภัยให้ด้วยขอรับ!"
หญิงสาวที่ถูกเรียกว่าคุณหนูใหญ่กงซุนยังคงใช้น้ำเสียงเย็นชาและเย่อหยิ่งเช่นเดิม
"ลุกขึ้นเถอะ"
พูดจบเธอก็โบกมือเบาๆ
"กฎของกองทัพ เรียกตามตำแหน่งหน้าที่เถอะ"
เมื่อเผชิญกับเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นอย่างกะทันหันตรงหน้า มุมปากของหานเซ่าก็กระตุกยิกๆ
ตำแหน่งหน้าที่เหรอ
อินบทเจ้านายไปหรือเปล่าเนี่ย นี่เธอโดนผีประธานบริษัทเข้าสิงหรือไงวะ!
……
[จบแล้ว]