เราไม่เผยแพร่ผลงานที่มีลิขสิทธิ์ในประเทศไทย หากท่านพบเนื้อหาที่ละเมิดลิขสิทธิ์ แจ้งได้ที่เพจ Facebook NovelStore เราจะลบให้โดยเร็ว
ปัญหาการใช้งานเว็บไซต์ ติดต่อได้ที่เพจดังกล่าว
We do not publish or distribute copyrighted works in Thailand. To report infringing content, contact us via our Facebook page and we will remove it promptly. For other issues, use the same channel.

บทที่ 6 - ยิงตะวัน

บทที่ 6 - ยิงตะวัน

บทที่ 6 - ยิงตะวัน


บทที่ 6 - ยิงตะวัน

✿ ✿ ✿ ✿ ✿ ✿ ✿ ✿ ✿ ✿

หว่านเหนียง?

หานเซ่าจับคำศัพท์ใหม่ได้อีกคำในพริบตา

มันคือชื่อคน

แถมยังเป็นชื่อผู้หญิงชัดๆ

หานเซ่ารู้สึกปวดหัวตึบๆ ขึ้นมาทันที

แต่ในระหว่างที่ม้ากำลังห้อตะบึง เขาก็ยังหันกลับไปมองด้านหลังแวบหนึ่ง

ใบหน้าที่ถูกปิดบังด้วยหน้ากากเกราะสีดำเหล่านั้นมองไม่ออกเลยว่าพวกเขากำลังรู้สึกอย่างไร

แต่สายตาที่ดูร้อนรนเหล่านั้นกลับฟ้องความกระวนกระวายใจของพวกเขากันหมดแล้ว

เมื่อเห็นดังนั้นหานเซ่าก็ฉีกยิ้มกว้างก่อนจะหัวเราะหึๆ

"พวกเราเกิดมาตัวเปล่าเล่าเปลือยบนโลกใบนี้ หรือว่าจะมีใครรอดชีวิตกลับไปได้จริงๆ งั้นเหรอ"

"ในเมื่อสุดท้ายก็ต้องตายกลับไปอยู่ดี สู้ทำตัวให้มันเด็ดขาดไปเลยดีกว่า ถึงคราวตายก็ต้องตาย!"

เมื่อได้ยินมุกตลกที่ฝืดสุดๆ ของหานเซ่า

กองทหารขี้แพ้เกราะดำต่างก็อึ้งไปครู่หนึ่ง พอตั้งสติได้ก็ระเบิดเสียงหัวเราะออกมาพร้อมกัน

"ถูกต้อง! ถึงคราวตายก็ต้องตาย! มัวแต่อิดออดจะได้ชื่อว่าเป็นลูกผู้ชายได้ยังไง!"

เสียงหัวเราะดังกึกก้องอย่างห้าวหาญเริ่มดังขึ้นเรื่อยๆ

จนดูเหมือนจะสั่นสะเทือนไปทั่วทั้งฟ้าดิน

ทำเอาอูหวนต๋าหลี่ที่อยู่ใต้ธงรบของราชวงศ์อูหวนในระยะไกลถึงกับหน้าดำคร่ำเครียด

"ดื้อด้านไม่เข้าเรื่อง!"

เมื่อเกลี้ยกล่อมไม่สำเร็จ เขาก็รู้สึกเสียหน้าอย่างแรง จึงตวาดเสียงกร้าว

"ได้ยินมาว่าเผ่ายงของพวกเจ้ามีคำกล่าวโบราณว่า 'ไม่เห็นโลงศพไม่หลั่งน้ำตา' สินะ!"

"รอให้ข้าจับตัวเจ้าได้ก่อนเถอะ ข้าไม่เชื่อหรอกว่าเจ้าจะไม่ยอมจำนน!"

เขาไม่เชื่อหรอก!

แค่เด็กเมื่อวานซืนเผ่ายงคนหนึ่ง ต่อให้จะมีพรสวรรค์สักแค่ไหน กระดูกมันจะแข็งสักแค่ไหนกันเชียว!

ระหว่างที่พูด ร่างของอูหวนต๋าหลี่ก็พุ่งทะยานขึ้นสู่ท้องฟ้าราวกับวิหคปีศาจยักษ์ในชั่วพริบตา

เพียงเวลาสั้นๆ ก็กลายร่างเป็นดวงตะวันเจิดจ้าพุ่งตรงดิ่งมาทางหานเซ่าและกองทหารขี้แพ้หลายร้อยนาย

ชั่วขณะนั้นแรงกดดันอันมหาศาลที่ไม่อาจหาคำบรรยายได้ก็แผ่ปกคลุมไปทั่วอาณาบริเวณหลายลี้

เมื่อเห็นภาพตรงหน้า รูม่านตาของหานเซ่าก็หดเล็กลง

"นี่มัน..."

"ปราณยุทธ์แท้จริง! ปรมาจารย์ขั้นประตูสวรรค์!"

พอได้ยินเสียงอุทานของคนคอยตบมุกอยู่ด้านหลัง หานเซ่าถึงได้เข้าใจแจ่มแจ้ง

น่าเสียดายที่ระดับพลังที่เรียกว่าปรมาจารย์ขั้นกำเนิดฟ้าของเขา เมื่อต้องมาอยู่ต่อหน้าพลังที่น่าสะพรึงกลัวขนาดนี้

มันก็เปรียบเสมือนแสงหิ่งห้อยที่หาญกล้าไปแข่งแสงกับดวงจันทร์

ไม่มีค่าให้พูดถึงเลยสักนิด!

เมื่อต้องเผชิญกับตัวตนที่น่าเกรงขามเช่นนี้ หานเซ่าที่เคยมีความหวังลมๆ แล้งๆ อยู่บ้างก็ถึงกับถอนหายใจยาวในใจ

"ขอโทษทีนะ ฉันผิดคำพูดซะแล้ว วันนี้คงได้ตายหยังเขียดจริงๆ..."

เมื่อได้ยินคำขอโทษที่แฝงไปด้วยความจนปัญญาของหานเซ่า ทหารม้าหลายร้อยนายด้านหลังกลับหัวเราะร่วน

"เพิ่งจะบอกอยู่หมัดว่าถึงคราวตายก็ต้องตาย พี่เซ่าคงไม่ได้คิดจะเปลี่ยนใจหรอกนะ!"

"ใช่ๆ!"

เมื่อหานเซ่าได้ยินเช่นนั้นก็คลี่ยิ้มออกมาบางๆ พร้อมกับด่ากลับไปว่า

"คนฉลาดบนโลกนี้มีตั้งมากมายเป็นพันเป็นหมื่น!"

"แต่ดันให้ฉันมาเจอพวกบ้าบิ่นไม่กลัวตายอย่างพวกนายซะได้!"

ทหารขี้แพ้เกราะดำหลายร้อยนายที่โดนด่ากลับไม่ได้รู้สึกโกรธเคืองเลยสักนิด ตรงกันข้ามกลับรู้สึกเหมือนได้รับคำชมเสียด้วยซ้ำ

แถมยังหัวเราะเสียงดังกว่าเดิมอีก

ในเมื่อเป็นแบบนี้ หานเซ่าก็ไม่มัวมานั่งเล่นตัวอีกต่อไป

เขากระตุกสายบังเหียนหักเลี้ยวม้ากลับมาพร้อมกับชูดาบยาวในมือขึ้นสูง

"บ้านของพวกเราอยู่ทางใต้! จะยอมหันหน้าไปทางเหนือแล้วตายไม่ได้เด็ดขาด!"

"กลับลำ!"

เมื่อได้ยินเสียงตวาดก้องของหานเซ่า

ทหารขี้แพ้หลายร้อยนายที่รู้ตัวดีว่านี่คือวาระสุดท้ายของชีวิตก็ไม่มีใครลังเลเลยแม้แต่น้อย

เพียงชั่วพริบตาเดียวพวกเขาก็หันม้ากลับมาต่อท้ายหานเซ่าอย่างรวดเร็ว

เบื้องหน้าคือทิศใต้!

คือแคว้นโยวโจว!

คือเมืองเจิ้นเหลียว!

ภายใต้หน้ากากเกราะสีดำที่ดูดุดันน่ากลัว นัยน์ตาที่เย็นชาหลายร้อยคู่ต่างก็แฝงไปด้วยความอาลัยอาวรณ์และความปรารถนา

พ่อแม่ที่แก่เฒ่า ภรรยาที่แสนจะดุร้าย แล้วก็ลูกน้อยที่ซุกซนจนน่าตี...

น่าเสียดาย... ที่กลับไปไม่ได้อีกแล้ว...

หวังเพียงว่าความพ่ายแพ้ที่หลีกเลี่ยงไม่ได้ในครั้งนี้จะไม่ลุกลามไปถึงพวกเขา...

พวกเราพยายามอย่างถึงที่สุดแล้วจริงๆ!

"บ้านของพวกเราอยู่ทางใต้! จะยอมหันหน้าไปทางเหนือแล้วตายไม่ได้เด็ดขาด!"

เมื่อต้องเผชิญหน้ากับดวงตะวันเจิดจ้าที่พุ่งตรงลงมาจากท้องฟ้า ทหารขี้แพ้หลายร้อยนายก็แหงนหน้าคำรามก้อง

ปราณยุทธ์แท้จริง! ปรมาจารย์ขั้นประตูสวรรค์แล้วยังไงล่ะ

ก็แค่ตายเท่านั้นแหละ!

ในวินาทีนี้จิตวิญญาณอันแข็งแกร่งที่ระเบิดออกมาจากทหารขี้แพ้หลายร้อยนายในชั่วพริบตาได้หลอมรวมพวกเขาให้กลายเป็นหนึ่งเดียว

ถึงขนาดยังทำให้พื้นที่ว่างเปล่าเบื้องบนบิดเบี้ยวไปเล็กน้อยอีกด้วย

อูหวนต๋าหลี่ที่กลายร่างเป็นดวงตะวันทอดสายตามองลงมาจากเบื้องบน แววตาที่เคยเหี้ยมเกรียมและหยิ่งยโสกลับฉายแววตกตะลึงและหวาดกลัวขึ้นมาวูบหนึ่ง

"พลังกองทัพของสำนักการทหารงั้นหรือ"

สำนักการทหาร ในฐานะที่เป็นหนึ่งในสำนักที่พิเศษที่สุดในบรรดาร้อยสำนักปรัชญาของเผ่ายง!

พวกเขาถนัดเรื่องการใช้คนหมู่มากเอาชนะคนหมู่น้อยมาแต่ไหนแต่ไร!

แค่ลูกศิษย์สำนักการทหารเพียงคนเดียว หากต้องสู้ตัวต่อตัวก็อาจจะสู้สำนักอื่นไม่ได้

แต่ถ้าปล่อยให้ลูกศิษย์สำนักการทหารมารวมตัวกันตั้งเป็นกองทัพและสร้างพลังกองทัพขึ้นมาได้เมื่อไหร่ล่ะก็

ต่อให้เป็นผู้บำเพ็ญเพียรที่มีระดับพลังสูงกว่าหนึ่งขั้นก็ทำได้แค่หนีหัวซุกหัวซุนเท่านั้น

นึกถึงสมัยที่สำนักการทหารรุ่งเรือง พวกเขาสามารถสะกดข่มทั่วทั้งแปดทิศหกบรรจบของต้ายงได้เลยทีเดียว!

ไม่มีขุมกำลังไหนในแผ่นดินที่จะกล้าต่อกรด้วย!

แม้แต่สามดินแดนศักดิ์สิทธิ์ของต้ายงอย่างสำนักขงจื๊อ สำนักพุทธ และสำนักเต๋า ก็ยังต้องยอมหลีกทางให้ถึงสามส่วน

น่าเสียดายที่ในเวลาต่อมาต้ายงเกิดกบฏภายใน ยอดฝีมือสำนักการทหารหลายคนถูกกวาดล้างครั้งแล้วครั้งเล่า

จนทำให้สำนักซบเซาและไม่ฟื้นคืนกลับมาอีกเลย

แต่นี่ก็เป็นเพียงความโชคร้ายของเผ่ายง สำหรับชนเผ่าอูหวนของพวกเขาแล้วมันคือโชคดีมหาศาลต่างหาก!

ทว่าอูหวนต๋าหลี่ไม่เคยคิดเลยว่า วันนี้เขาจะได้เห็นเค้าลางของพลังกองทัพในตัวทหารขี้แพ้ไม่กี่ร้อยคนนี้!

ไร้สาระน่า!

ลองคิดดูสิว่าหลายปีมานี้ ชนเผ่าอูหวนของพวกเขาแอบรวบรวมคัมภีร์ที่หลงเหลือของสำนักการทหารมาอย่างลับๆ และเฝ้าเพียรพยายามศึกษาค้นคว้ามาตั้งเท่าไหร่

แต่จนถึงป่านนี้ก็ยังไม่เคยสัมผัสถึงแก่นแท้ของพลังกองทัพได้เลยสักนิด

'หรือว่าเผ่ายงพวกนั้น... จะเป็นที่โปรดปรานของสวรรค์จริงๆ งั้นหรือ?!'

'แต่ตามที่ท่านคานเคยศึกษามา! ชนเผ่าอูหวนของเราก็เป็นแค่สายเลือดหนึ่งที่แยกตัวออกมาจากยุคโบราณไม่ใช่หรือไง!'

'สวรรค์เบื้องบน! ทำไมถึงได้โปรดปรานแต่ไอ้หมาแดนใต้พวกนั้น!'

อูหวนต๋าหลี่รู้สึกโกรธแค้นอยู่ในใจ

เขาจ้องมองลงไปยังกองทัพทหารขี้แพ้เกราะดำเบื้องล่างด้วยสายตาที่เปี่ยมไปด้วยจิตสังหารอันดุดัน

ถึงตอนนี้เขาตัดสินใจแน่วแน่แล้วว่า หากหานเซ่าไม่ยอมจำนนจริงๆ ก็ต้องรีบฆ่าทิ้งซะ!

มิฉะนั้นหากปล่อยให้มันหาโอกาสหนีรอดกลับต้ายงไปได้ ในวันข้างหน้าไอ้เด็กนี่ต้องกลายเป็นภัยพิบัติครั้งใหญ่แน่นอน!

และในเวลานี้ หานเซ่าที่ยังไม่รู้ตัวว่าตัวเองเพิ่งได้รับแพ็กเกจพระเอก 'ในวันข้างหน้าไอ้เด็กนี่ต้องกลายเป็นภัยพิบัติครั้งใหญ่' ไปหมาดๆ ก็ได้เตรียมใจตายเอาไว้เรียบร้อยแล้ว

หานเซ่าแหงนหน้ามองดวงตะวันเจิดจ้าที่กำลังพุ่งดิ่งลงมาแต่ไกล พลางคิดในใจ

'ขอแค่ให้เรื่องนี้... เป็นเพียงแค่ฝันร้ายก็พอ...'

แต่บนใบหน้ากลับเต็มไปด้วยความเด็ดเดี่ยวและจิตสังหาร

"ทัพสยบเหลียว!"

"อยู่!"

"บุกทะลวง!"

เมื่อสิ้นเสียง 'บุกทะลวง' ของหานเซ่า ทหารขี้แพ้หลายร้อยนายที่เร่งความเร็วม้าจนถึงขีดสุดก็พุ่งทะยานราวกับสายฟ้าสีดำแลบผ่านทุ่งหญ้าอันกว้างใหญ่

เป้าหมายของพวกเขา แน่นอนว่าไม่ใช่แม่ทัพคนเถื่อนอูหวนที่ลอยตัวอยู่บนฟ้าและกลายร่างเป็นดวงตะวัน

เพราะยังไงก็เอื้อมไม่ถึงอยู่แล้ว

ขั้นประตูสวรรค์ หมายถึงผู้ที่ได้เห็นเทพเจ้าแล้ว!

การลอยตัวบนอากาศได้นั้นไม่ใช่สิ่งที่คนธรรมดาจะต่อกรได้เลย!

ดังนั้นสิ่งที่อยู่ในสายตาของพวกเขาในเวลานี้จึงมีเพียงธงรบผืนใหญ่ที่ปักลวดลายวิหคปีศาจเก้าหัวเท่านั้น!

ธงของราชวงศ์งั้นเรอะ

ฟันมันให้ขาดกระจุยไปเลยสิ!

โง่เขลาอย่างนั้นเหรอ

การไปนั่งคุยเรื่องสติปัญญากับคนที่พร้อมจะตายต่างหากล่ะที่เรียกว่าโง่เขลาของแท้

หานเซ่าไม่สนใจอะไรทั้งนั้น ยังไงวันนี้เขาก็ทำเรื่องบ้าๆ บอๆ มามากพอแล้ว

ทหารขี้แพ้หลายร้อยนายเบื้องหลังก็ไม่สนอะไรแล้วเหมือนกัน

ความพ่ายแพ้ยับเยินในการออกศึกครั้งนี้ แม้ว่าสุดท้ายพวกเขาจะได้แต่หนีหัวซุกหัวซุน แต่การได้ฆ่าพวกหมาคนเถื่อนไปบ้างก็ถือว่าคุ้มค่าแล้ว

แทนที่จะกลับไปเผชิญหน้ากับครอบครัวของสหายร่วมรบที่สละชีพ สู้ยอมตายไปซะยังจะดีกว่า!

ในเมื่อเป็นเช่นนั้น ก็สู้ยอมตายระหว่างที่กำลังบุกทะลวงไปเลยดีกว่า

จะได้ไม่เสียชื่อทัพสยบเหลียว!

ทว่าในขณะที่ทุกคนรวมถึงหานเซ่ากำลังเตรียมใจที่จะตายอยู่นั้น

จู่ๆ หานเซ่าก็สัมผัสได้ถึงอะไรบางอย่าง เขาเพิ่งจะหันขวับกลับไปมองด้านหลัง ก็มีเสียงกระซิบแผ่วเบาราวกับเสียงยุงบินดังแว่วเข้ามาในหู

"ไม่ต้องหันกลับมา บุกต่อไป ทุกอย่างปล่อยให้เป็นหน้าที่ข้าเอง"

บุกบ้าบออะไรล่ะ!

นายเป็นใครวะเนี่ย!

แถมยังบอกว่าทุกอย่างปล่อยให้เป็นหน้าที่นาย? แล้วก่อนหน้านี้หายหัวไปไหนมาวะ!

หานเซ่ารู้สึกโมโหจัดจนอ้าปากเตรียมจะด่า

แต่ในตอนนั้นเอง อูหวนต๋าหลี่ที่ลอยอยู่กลางอากาศก็เห็นว่าเป้าหมายของพวกเขาคือธงราชวงศ์!

"สามหาว! รนหาที่ตาย!"

อูหวนต๋าหลี่โกรธจัดและเร่งความเร็วพุ่งลงมาทันที

เมื่อปรมาจารย์โกรธเกรี้ยว ย่อมสามารถส่งผลกระทบต่อสภาพอากาศได้

เพียงชั่วพริบตา ดวงตะวันที่เคยลอยอยู่สุดขอบฟ้าก็เริ่มสว่างจ้าและร้อนแรงขึ้นเรื่อยๆ

เมื่อมองดูแบบเบลอๆ ก็จะรู้สึกราวกับว่าบนท้องฟ้ามีดวงอาทิตย์ปรากฏขึ้นมาพร้อมกันถึงสองดวง

และเมื่อดวงตะวันบนท้องฟ้าพุ่งเข้ามาใกล้ หานเซ่าก็ถูกแสงสว่างแผดเผาจนแทบลืมตาไม่ขึ้น

จู่ๆ เจตจำนงแห่งการต่อสู้อันแหลมคมและดุดันไร้เทียมทานก็พวยพุ่งขึ้นมาจากเบื้องหลัง

หานเซ่าหันขวับกลับไปมอง และเห็นร่างในชุดเกราะดำร่างหนึ่งกระโดดทะยานขึ้นสู่ท้องฟ้าในชั่วพริบตา

คันธนูขนาดใหญ่ที่สลักลวดลายซับซ้อนในมือถูกง้างจนสุดราวกับพระจันทร์เต็มดวงในพริบตา

ประกายแสงของลูกศรที่ควบแน่นขึ้นมาอย่างกะทันหันทำให้หานเซ่ารู้สึกปวดแปลบที่ดวงตาและหว่างคิ้วอย่างรุนแรง

แข็งแกร่ง!

แข็งแกร่งเกินไปแล้ว!

มันคือความแข็งแกร่งที่หานเซ่าไม่สามารถทำความเข้าใจได้เลยในตอนนี้!

ส่วนอูหวนต๋าหลี่ที่ลอยอยู่บนท้องฟ้าเบื้องบนก็สัมผัสได้ตั้งแต่ตอนที่ร่างในชุดเกราะดำนั้นแผ่เจตจำนงแห่งการต่อสู้ออกมาแล้ว

"ไอ้หมาแดนใต้ขี้โกง!"

เสียงสบถด่าดังกึกก้องราวกับฟ้าร้อง

ดวงตะวันที่เคยพุ่งดิ่งลงมาอย่างรวดเร็วกลับดึงตัวเองเชิดขึ้นสูงอย่างกะทันหันราวกับต้องการจะหนี

แต่น่าเสียดายที่โดนดักทางไว้ก่อนแล้ว ในเวลาแบบนี้จะหนีทันได้ยังไงกัน

"ประหาร!"

น้ำเสียงนั้นช่างเยือกเย็นและเด็ดขาด

ผึง

สายธนูลั่นดังกึกก้องปานสายฟ้าฟาด!

พริบตาต่อมา ลำแสงสายหนึ่งก็พาดผ่านท้องฟ้าราวกับดาวตก

ตู้ม

พลังแห่งฟ้าดินอันมหาศาลและกว้างใหญ่ไพศาลระเบิดออกอย่างบ้าคลั่ง

"ไอ้หมาแดนใต้!"

สิ้นเสียงคำรามที่เต็มไปด้วยความคับแค้นใจและความสิ้นหวังอันไร้ขีดจำกัด

ดวงตะวันก็ร่วงหล่นลงมา!

หนึ่งธนู!

ยิงตะวัน!

……

[จบแล้ว]

จบบทที่ บทที่ 6 - ยิงตะวัน

คัดลอกลิงก์แล้ว