- หน้าแรก
- พลังฮีโร่ขยะที่พวกเจ้าว่า แท้จริงคือ คาคาล็อต
- บทที่ 24: มหาวิทยาลัยสหพันธ์ติดโผ
บทที่ 24: มหาวิทยาลัยสหพันธ์ติดโผ
บทที่ 24: มหาวิทยาลัยสหพันธ์ติดโผ
บทที่ 24: มหาวิทยาลัยสหพันธ์ติดโผ
ในระหว่างที่หลินเซียวกำลังเดินทางอยู่นั้น 'ครูใหญ่สง' แห่งมหาวิทยาลัยนครหลวง พร้อมด้วยกลุ่มอธิการบดีจากมหาวิทยาลัยอื่นๆ และกองทัพนักข่าว ได้บุกเข้าไปในห้องโถงใหญ่ของสำนักงานบริหารจัดการดินแดนมายาแห่งประเทศจีนด้วยท่าทีขึงขัง
พวกเขาพากันไปยืนรอฟังผลการสุ่มเลือกของดินแดนมายาหมายเลข 1 อยู่ด้านนอกมาตั้งนานแล้ว อนาคตของนักศึกษาใหม่ในปีนี้จะได้เป็นมังกรผงาดฟ้าหรือเป็นแค่หนอนแมลง ก็สามารถดูแนวโน้มได้ตั้งแต่การลงสนามครั้งแรกในดินแดนมายาหมายเลข 1 นี่แหละ
อธิการบดีหลายท่านมีสายสืบที่สามารถส่งข้อมูลแบบเรียลไทม์จากดินแดนมายามาให้ได้ตั้งแต่เนิ่นๆ
เหล่านักการศึกษาอาวุโสวัยหกสิบกว่าปีเหล่านี้ ต่างก็รู้สึกกระวนกระวายใจ เผลอๆ จะลุ้นยิ่งกว่าตอนหนุ่มๆ ที่ไปยืนรอเมียคลอดหน้าห้องคลอดซะอีก... ความรู้สึกมันเหมือนกับการเปิดกล่องสุ่มสุ่มกาชายังไงยังงั้น
แต่โชคดีที่มีข่าวดีทยอยส่งเข้ามาอย่างต่อเนื่อง
เหมยย่าจิ้ง จากมหาวิทยาลัยนครหลวง ถูก 'วิหารแห่งวิวรณ์' เล็งตัวไว้ล่วงหน้าด้วยสิทธิ์ดราฟต์ถึงสองสิทธิ์!
ไป๋จ้าน จากมหาวิทยาลัยชิงป่าย ถูก 'นครแห่งเทวทูตศักดิ์สิทธิ์' เล็งตัวไว้ด้วยสิทธิ์ดราฟต์หนึ่งสิทธิ์... อ้าว การเล็งตัวล้มเหลวซะงั้น...
มหาวิทยาลัยฟู่หัว...
บรรดาอธิการบดีเฒ่าหลายท่านต่างแสร้งทำทีเป็นสงบนิ่ง ทว่าแท้จริงแล้วพวกเขากำลังแข่งขันกันอย่างดุเดือดอยู่ลึกๆ แม้ว่ากิจกรรมในดินแดนมายาจะกินเวลาถึงสามวัน แต่แค่อันดับในวันแรกก็พอบอกใบ้อะไรได้หลายอย่างแล้ว
อธิการบดีทั้งสามท่านต่างก็แอบด่าทอกันและกันอยู่ในใจ
"หึ พวกตาเฒ่าหัวงู แก่ป่านนี้แล้วทำไมยังไม่ตายๆ ไปซะทีวะ?"
"ขอแค่พวกแกลงโลงกันไปให้หมด ฉันก็จะได้เป็นนักการศึกษาอาวุโสที่ได้รับการยกย่องมากที่สุดในจีนแล้ว!"
แต่แล้วจู่ๆ ทิศทางลมก็เปลี่ยนไป เมื่อมีคนรายงานข่าววงในออกมา
"มหาวิทยาลัยสหพันธ์เมืองอันผิง ทะลุเข้ามาติดท็อป 20 แล้วครับ..."
เหล่าอธิการบดีจากมหาวิทยาลัยซูเปอร์พาวเวอร์ชั้นนำถึงกับหน้าเสียกันเป็นแถบ
"อะไรนะ? มหาวิทยาลัยสหพันธ์บ้าบออะไรนั่นมันคือที่ไหนกัน? กล้าดียังไงถึงมาโผล่บนกระดานจัดอันดับยอดคิลดินแดนมายาระดับประเทศได้? บอร์ดคะแนนมันรวนหรือเปล่าเนี่ย?"
มีรายงานอีกฉบับแจ้งเข้ามา
"เกิดเรื่องแปลกประหลาดขึ้นแล้วครับ มีปาร์ตี้ที่ชื่อเป็นเครื่องหมายคำถามยาวเหยียด กำลังครองอันดับหนึ่งด้วยคะแนนทิ้งห่างแบบไม่เห็นฝุ่นเลย! อุปกรณ์อาจจะขัดข้องจริงๆ ก็ได้นะครับ"
ครูใหญ่สงนั่งไม่ติดเก้าอี้อีกต่อไป อุปกรณ์สับปะรังเคแบบไหนกันถึงได้มีปัญหาขึ้นมาได้? แสดงผลเป็นเครื่องหมายคำถาม เป็นภาพโมเสกงั้นเรอะ?
คิดว่าพวกเรามาดูหนังผู้ใหญ่กันหรือไงฮะ?
ประเทศจีนทุ่มงบประมาณไปตั้งมากมายทุกปี แต่กลับได้ของห่วยแตกแบบนี้มาเนี่ยนะ
เดิมทีเขาเป็นคนอารมณ์ร้อนอยู่แล้ว เขาจึงลุกพรวดขึ้น นำขบวนเหล่าอธิการบดีและลากกองทัพนักข่าว บุกเข้าไปในห้องโถงใหญ่ด้วยความโกรธเกรี้ยว
แต่ยังไม่ทันที่เขาจะได้แผลงฤทธิ์ ร่างแสงสีฟ้าที่เคยสลายไปแล้วก็พลันรวมตัวกันขึ้นมาใหม่ ครูใหญ่สงนึกถึงใครบางคนขึ้นมาได้ทันที เขารีบเปลี่ยนท่าทีกลายเป็นคนว่านอนสอนง่าย อาการเกรี้ยวกราดเมื่อครู่มลายหายไปจากใบหน้าจนหมดสิ้น
เขาปั้นรอยยิ้มประจบประแจง และเอ่ยคำขอโทษต่อลูกแก้วแสงสีฟ้าดวงนั้น
"โอ้ๆ ที่แท้เครื่องตรวจจับดินแดนมายาก็เป็นผลงานสร้างสรรค์ของท่าน 'เทพตู้' นี่เอง ผมนี่ช่างมีตาหามีแววไม่จริงๆ ท่านเทพตู้ครับ ถ้าท่านพอมีเวลาว่างไปเยี่ยมชมโรงเรียนของเราล่ะก็ ผมจะจัดเตรียมการต้อนรับอย่างยิ่งใหญ่ไว้รอเลยครับ"
เมื่อได้ยินดังนั้น ลูกแก้วแสงสีฟ้าจึงค่อยๆ แตกสลายกลายเป็นละอองแสงไปอีกครั้ง
อธิการบดีท่านอื่นๆ ก็รีบก้มหัวปะหลกๆ ใบหน้าเต็มไปด้วยความประจบสอพลอ
"ฮ่าๆ ลาก่อนครับท่านเทพตู้ ยินดีต้อนรับสู่โรงเรียนของเราเพื่อให้คำชี้แนะเสมอนะครับ"
"แล้วเมื่อไหร่ร่างจริงของท่านเทพตู้จะกลับมาที่ดาวบลูสตาร์ล่ะครับ? ท่านค้นพบดาวเคราะห์ดวงไหนที่เหมาะให้มนุษย์อยู่อาศัยบ้างไหมครับ?"
ในขณะที่เหล่าอธิการบดีกำลังง่วนอยู่กับการกล่าวขอโทษ บรรดานักข่าวที่แอบลักลอบเข้ามาในห้องโถงต่างก็ตกตะลึงจนตาค้าง
ข่าวใหญ่ระดับสะเทือนวงการที่ประดังประเดเข้ามาพร้อมๆ กัน ทำเอาพวกเขารู้สึกตื่นเต้นจนแทบจะถึงจุดสุดยอดทางสมองเลยทีเดียว
"ให้ตายเถอะ! เครื่องตรวจจับดินแดนมายาเป็นผลงานของท่านเทพตู้งั้นเรอะ! นี่ฉันเพิ่งเคยได้ยินเป็นครั้งแรกเลยนะเนี่ย"
"อะไรนะ? มหาวิทยาลัยสหพันธ์เมืองอันผิงติดท็อป 200 ด้วยเหรอ? พวกเขาทำได้ยังไงกัน?"
"ซี๊ดดด... ปาร์ตี้เครื่องหมายคำถามครองอันดับหนึ่งอย่างเหนียวแน่นเลยเหรอ? พวกเขาทำลายสถิติยอดคิลเดี่ยวที่ 'เทพจิน' ครองมานานกว่าสิบปีลงได้แล้วเนี่ยนะ!"
"บ้าไปแล้ว! ปาร์ตี้เครื่องหมายคำถามกำลังจะทำลายสถิติยอดคิลทีมที่ 'หนึ่งเทพ หนึ่งปราชญ์ สองดารา' เคยทำไว้ในอดีตด้วยเหรอ? พวกเขาจะโหดเกินไปแล้วมั้ง!"
"ตกลงว่าปาร์ตี้เครื่องหมายคำถามนี่มันเป็นใครกันแน่? พวกเขาทำสัญญากับฮีโร่ระดับ S กันทั้งทีมเลยหรือไง?"
"ต่อให้ทำสัญญากับฮีโร่ระดับ S ทั้งทีม ก็ไม่น่าจะทำผลงานได้ขนาดนี้ปะ? ปาร์ตี้เครื่องหมายคำถามนี่มันน่ากลัวเกินไปแล้ว!"
"ข่าวใหญ่ โคตรอภิมหาข่าวใหญ่เลยโว้ย ชาตินี้ได้ทำข่าวสุดปังขนาดนี้ ต่อให้ตายตอนนี้ฉันก็นอนตายตาหลับแล้ว!"
ด้วยเหตุนี้เอง สถานการณ์คะแนนของดินแดนมายาหมายเลข 1 ที่เดิมทีควรจะถูกเปิดเผยต่อสาธารณชนหลังจากผ่านไปแล้วสามวัน กลับถูกแพร่กระจายออกไปตามช่องทางต่างๆ ตั้งแต่วันแรกที่เริ่มการทดสอบเลย
【ข่าวเด่นประเด็นร้อน: ปาร์ตี้เครื่องหมายคำถามปริศนา ทะยานขึ้นครองอันดับหนึ่งบนกระดานยอดคิลเดี่ยวอย่างห้าวหาญ แซงหน้าสถิติที่ 'เทพจิน' ครองมานานนับสิบปีเป็นที่เรียบร้อย! และกำลังจะทำลายสถิติยอดคิลทีมสูงสุดที่ 'ปาร์ตี้เทพเจ้า' เคยทำไว้ในอดีตอีกด้วย!】
【แท้จริงแล้วปาร์ตี้เครื่องหมายคำถามมีสมาชิกเพียงแค่ 'คนเดียว' เท่านั้น! เขาคือใครกันแน่? และฮีโร่ที่เขาทำสัญญาด้วยคือใคร?】
ที่เมืองอันผิง ภายในบ้านของหลินเซียว ว่านหลิงและพ่อหลินได้เห็นข่าวที่ถูกโหมกระหน่ำอยู่บนโลกอินเทอร์เน็ต พวกเขาสบตากัน และต่างก็มองเห็นความกังวลที่ฉายชัดอยู่ในดวงตาของอีกฝ่าย
เครื่องหมายคำถามงั้นเหรอ? ตัวคนเดียวแต่กลับทำลายสถิติประวัติศาสตร์เนี่ยนะ!
ทุกสิ่งทุกอย่าง... ล้วนชี้เป้าไปที่คนเพียงคนเดียวเท่านั้น นั่นก็คือทายาทผู้ประสบความสำเร็จที่สุดที่พวกเขาร่วมกันสร้างขึ้นมา... หลินเซียว!
"จะเป็นอย่างที่ฉันคิดหรือเปล่านะ? หลังจากที่ลูกคนโตเข้าไปในดินแดนมายาดาวแคระเหลือง และกระตุ้นสายเลือดชาวคริปตันให้ตื่นขึ้นแล้ว เขาก็กลายเป็นผู้ไร้เทียมทาน แล้วก็ไล่เข่นฆ่าล้างบางไปทั่วดินแดนมายาเลยใช่ไหม?"
ว่านหลิงใช้มือลูบแก้มตัวเอง ใบหน้าเต็มไปด้วยความวิตกกังวล การไร้เทียมทานในดินแดนมายามันก็ดีอยู่หรอก แต่ในฐานะผู้ทำสัญญา ท้ายที่สุดแล้วเขาก็ต้องกลับมาที่ดาวบลูสตาร์อยู่ดี
พวกผู้ทำสัญญาที่แข็งแกร่งบนดาวบลูสตาร์ก็ไม่ใช่พวกไก่อ่อนซะด้วย ถ้าหลินเซียวทำตัวโดดเด่นจนเกินหน้าเกินตา จนไปเตะตาพวกหน่วยงานระดับสูงของดาวบลูสตาร์เข้าล่ะก็...
หากความลับเรื่องที่พวกเขาเป็นผู้ลักลอบเข้าเมืองจากดินแดนมายาถูกเปิดเผยออกไป ผลที่ตามมามันคงเลวร้ายจนไม่อยากจะคิดเลยล่ะ
ทั้งสายเลือดชาวคริปตันของพ่อหลิน และยีนมนุษย์กลายพันธุ์ระดับโอเมก้าของเธอ ล้วนแต่เป็นหัวข้อวิจัยที่หาได้ยากยิ่งทั้งสิ้น
เมื่อคิดได้ดังนั้น ว่านหลิงก็อดไม่ได้ที่จะกัดริมฝีปากสีแดงระเรื่อของตัวเอง ก่อนจะหยิกเนื้ออ่อนๆ ที่เอวของพ่อหลินเข้าให้อย่างแรง เป็นความผิดของคุณนั่นแหละที่เอาแต่เรียกร้องทุกคืน... จนฉันเผลอปล่อยปละละเลย ปล่อยให้มีลูกตั้งหลายคน!
หลินรื่อหวังสะดุ้งโหยงราวกับถูกไฟช็อต เขาบิดตัวไปมา ทำหน้าเหยเก และเริ่มร้องขอความเมตตา
"โอ๊ยยย! ที่รักจ๋า เค้าเจ็บนะ เค้าเจ็บ! ทำไมถึงมาหยิกเค้าเพราะความผิดของลูกคนโตล่ะเนี่ย?"
"ลูกคนโตทำผิดอะไรยะ? เขาก็ออกจะว่านอนสอนง่าย เป็นความผิดของคุณนั่นแหละที่เอาแต่เรียกร้องๆๆ อยู่ได้ทุกคืน จนเรามีลูกโผล่มาตั้งสามคนรวด ดูสิเนี่ย พอความลับแตกขึ้นมา แล้วลูกคนรองกับคนเล็กล่ะจะทำยังไง? พวกเขายังเรียนอยู่ชั้นอนุบาลอยู่เลยนะ"
"โธ่ ลูกคนรองกับคนเล็กผู้น่าสงสาร เดิมทีก็หัวทึบอยู่แล้ว ถ้าโดนพวกมนุษย์ดาวบลูสตาร์แสนชั่วช้าพวกนั้นจับตัวไปล่ะก็..."
แค่จินตนาการถึงภาพนั้น ดวงตาของว่านหลิงก็แดงก่ำขึ้นมาทันที คนเป็นแม่ย่อมทนไม่ได้ที่จะเห็นลูกๆ ต้องตกระกำลำบาก โดยเฉพาะเธอที่เป็นพวกคลั่งรักลูกขั้นสุดอย่าง 'สการ์เล็ต วิทช์' ด้วยแล้ว
"ใจเย็นๆ ก่อนน่าที่รัก ลูกคนโตเขารู้ลิมิตของตัวเองดี ตั้งแต่เด็กจนโต เคยมีเรื่องไหนที่เขาทำให้เราต้องหนักใจบ้างล่ะ?"
พ่อหลินยังคงรักษาความเยือกเย็นเอาไว้ได้ ก็แน่ล่ะสิ ในเมื่อหนีก็ไม่ได้ สู้ก็ไม่ชนะ ก็ได้แต่ทำใจยอมรับสภาพนั่นแหละ
เขาสวมกอดเอวคอดกิ่วของวันด้าเอาไว้ เพื่อปลอบประโลมให้เธอคลายกังวล
"พอลูกคนโตกลับมาคราวนี้ ความแข็งแกร่งของเขาน่าจะก้าวกระโดดไปอีกขั้น มันคงถึงเวลาแล้วล่ะที่เราจะต้องบอก 'เรื่องนั้น' ให้เขารู้ คุณว่าไหม?"
"รออีกหน่อยเถอะน่า พลังของเขาในตอนนี้ยังไม่มากพอที่จะต่อกรกับคนทั้งโลกได้หรอก ไอ้จิตสำนึกแห่งจักรวาลสุดชั่วช้านั่น ถ้าไม่ใช่เพราะ 'มัน' คอยจำกัดพลังของเราอยู่ตลอดเวลาล่ะก็ ป่านนี้ดาวเคราะห์ทั้งดวงก็คงสยบอยู่แทบเท้าฉันไปนานแล้ว รอให้ฉันฟื้นฟูพลังกลับมาได้เมื่อไหร่ สิ่งแรกที่ฉันจะทำก็คือ เสกให้มันกลายเป็นหมูซะเลย!"
ประกายแสงสีแดงลุกโชนในดวงตาของว่านหลิง ทำให้ใบหน้าอันงดงามของเธอดูสยดสยองขึ้นมาถนัดตา
"ที่รักจ๋า อย่าโมโหไปเลย เดี๋ยวมันจะเสียสุขภาพเปล่าๆ อดทนอีกนิดเถอะนะ ถ้าทุกอย่างราบรื่นล่ะก็ วันที่เราจะได้กลับบ้านเกิด ก็คงอีกไม่ไกลเกินรอแล้วล่ะ!"
...
หลังจากเดินทางไกลมาหลายชั่วโมง ในที่สุดอาบูก็หยุดลงที่หน้าเนินเขาเตี้ยๆ แห่งหนึ่ง มันยืดตัวขึ้นตรง และชูอุ้งเท้าหน้าข้างหนึ่ง ชี้ตรงไปยังเนินเขาที่อยู่เบื้องหน้า
หลินเซียวมองเห็นรอยแตกขนาดใหญ่ที่บริเวณกึ่งกลางเนินเขา เผยให้เห็นโครงสร้างอาคารสีขาวที่ซ่อนอยู่ภายใน มีสายไฟบางเส้นห้อยต่องแต่งลงมาจากกำแพงที่พังทลาย พร้อมกับประกายไฟฟ้าที่แลบแปลบปลาบส่งเสียงดังเปรี๊ยะๆ ดูเหมือนว่าสถานที่แห่งนี้เพิ่งจะถูกทำลายไปได้ไม่นานนัก
นอกจากฉันแล้ว มีใครมาที่นี่ตัดหน้าไปแล้วงั้นเหรอ? หลินเซียวอดไม่ได้ที่จะรู้สึกสงสัยตะหงิดๆ อยู่ในใจ
เขาหันไปมองอาบู
"อาบู แกเคยพาคนอื่นมาที่นี่ก่อนหน้านี้หรือเปล่า?"
อาบูกะพริบตาประกอบกันทั้งหกข้างสีแดงของมันปริบๆ ทำหน้าราวกับไม่รู้เรื่องรู้ราวอะไรด้วย
มันรีบใช้กรงเล็บตะกุยดินขุดหลุมขนาดใหญ่ หลับตาลง ม้วนตัวกลมดิ๊ก และฝังตัวเองลงไปในดิน เหลือเพียงปอยผมเส้นเดียวที่โผล่พ้นพื้นดินขึ้นมา โบกสะบัดไปมาตามสายลม ดูเหมือนว่ามันตั้งใจจะกบดานอยู่แบบนี้ จนกว่าหลินเซียวจะกลับออกมาล่ะมั้ง
หลินเซียวลองส่งเสียงเรียกเจ้าของเสียงแหบพร่าในใจดู แต่ก็ไร้ซึ่งเสียงตอบรับใดๆ
ดูเหมือนว่าเขาคงต้องพึ่งพาตัวเองในการสำรวจซะแล้วสิ เอาเถอะ โบราณว่าไว้... ในเมื่อมาถึงขั้นนี้แล้ว...
ด้วยค่าสถานะในปัจจุบันของเขา หลินเซียวไม่คิดว่าจะมีสิ่งมีชีวิตหน้าไหนในดินแดนมายาหมายเลข 1 ที่สามารถเป็นภัยคุกคามต่อเขาได้หรอกนะ