- หน้าแรก
- เทพธิดาจิ่งหลิวที่เป็นไวรัลคนนั้น คือคุณพ่อลูกสองหรอกเหรอ
- บทที่ 7 การปรากฏตัวของราชาคอสเพลย์
บทที่ 7 การปรากฏตัวของราชาคอสเพลย์
บทที่ 7 การปรากฏตัวของราชาคอสเพลย์
บทที่ 7 การปรากฏตัวของราชาคอสเพลย์
อีกด้านหนึ่งของฮอลล์จัดแสดงงาน บริเวณบูธระดับโกลด์ A-01 บรรยากาศกำลังร้อนระอุถึงขีดสุด
“มหาเทพเกา! มหาเทพเกา มองมาทางนี้หน่อย! ฉันเป็นแฟนคลับคุณมาสิบปีแล้วนะ!”
“มหาเทพเกา คอสเพลย์เป็นดันเต้รอบนี้ของคุณหล่อกระชากใจมาก ขอถ่ายรูปด้วยคนสิคะ!”
ชายหนุ่มผู้ถูกขนานนามว่า ‘มหาเทพเกา’ ไม่ใช่ใครที่ไหน เขาคือเกาเทียน ราชาแห่งวงการคอสเพลย์ระดับประเทศผู้ไร้ข้อกังขา
วันนี้เขามาในชุดคอสเพลย์ของตัวละครดันเต้จากเกมเดวิลเมย์คราย ทั้งเรือนผมสีเงินสว่าง ชุดโค้ตสีแดงโดดเด่น ไปจนถึงรอยยิ้มเหยียดหยันที่มุมปาก ล้วนถูกถอดแบบออกมาได้อย่างสมบูรณ์แบบไร้ที่ติ
เขากำลังดื่มด่ำกับเสียงโห่ร้องชื่นชมจากเหล่าแฟนคลับและแสงแฟลชที่สาดส่องเข้ามาอย่างต่อเนื่อง ซึ่งนี่คือสิ่งที่เขาคู่ควรจะได้รับมัน
เพื่อชุดคอสเพลย์ชุดนี้ ช่างตัดเสื้อยอดฝีมือประจำสตูดิโอของเขาต้องอดหลับอดนอนปั่นงานโต้รุ่งถึงสามคืนติด และเพื่อดาบรีเบลเลียนเล่มนี้ เขาถึงขั้นลงมือหล่อเบ้าหลอมและขัดเกลารายละเอียดทุกกระเบียดนิ้วด้วยตัวเองนานนับครึ่งค่อนเดือน
นี่แหละคือความภาคภูมิใจของปรมาจารย์สายเทคนิค
คอสเพลย์คืองานศิลปะ ไม่ใช่การละเล่นปาหี่ของเด็กอมมือ
“ไม่ต้องเบียด ค่อยๆ เข้ามาทีละคน” เกาเทียนเอนกายพิงพนักบัลลังก์ประจำบูธอย่างเกียจคร้าน พร็อพชิ้นนี้เขาสั่งทำพิเศษและขนมาเพื่องานนี้โดยเฉพาะเพื่อขับเน้นมาดราชันอันทรงเสน่ห์ของตน
ทว่าในตอนนั้นเอง ผู้ช่วยหนุ่มร่างท้วมสวมแว่นตากรอบดำก็วิ่งกระหืดกระหอบเข้ามาหน้าตาตื่นราวกับไฟลนก้น พร้อมกับยื่นหน้าจอโทรศัพท์มือถือแทบจะทิ่มหน้าเกาเทียน
“ลูกพี่เกา! แย่แล้วพี่! เกิดเรื่องใหญ่แล้ว!”
เกาเทียนขมวดคิ้วมุ่น รู้สึกขัดใจกับท่าทีลุกลี้ลุกลนเช่นนั้น
“มีเรื่องคอขาดบาดตายอะไรนักหนา ถึงได้ทำตัวแตกตื่นไม่รักษาภาพพจน์เอาเสียเลย”
“พี่ดูนี่สิ!” ผู้ช่วยร่างท้วมรีบยื่นโทรศัพท์ให้ “ในเน็ต... ตอนนี้ในเน็ตระเบิดไปแล้วพี่!”
เกาเทียนรับโทรศัพท์มาดูอย่างส่งๆ
บนหน้าจอเป็นรูปถ่ายรูปหนึ่ง ภายใต้แสงจันทร์สาดส่อง ปรากฏร่างของหญิงสาวเรือนผมสีเงินผู้ดูสง่างามและเย็นเยียบจับขั้วหัวใจ
“จิงหลิวเหรอ” เกาเทียนเลิกคิ้วขึ้น ปฏิกิริยาแรกของเขาไม่ใช่ความตื่นตะลึงงัน หากแต่เป็นการประเมินจับผิดด้วยสัญชาตญาณของความเป็นมืออาชีพ
“หึ ก็แค่พวกหิวแสงสร้างกระแส” เขาโยนโทรศัพท์คืนให้ผู้ช่วย น้ำเสียงแฝงไปด้วยความดูแคลนอย่างปิดไม่มิด
“จัดแสงหลอกตาชัดๆ ดูตรงรอยต่อระหว่างแก้มกับไรผมสิ การจัดแสงเงาแวดล้อมมันดูจงใจเกินไป ไม่มีทางจัดแสงแบบนี้ในสถานที่จริงได้หรอก แล้วก็เนื้อผ้าของชุดนี่ก็ต้องผ่านการรีทัชมาแหงๆ รอยยับตามธรรมชาติของผ้าไม่มีทางออกมาสมบูรณ์แบบขนาดนี้หรอก” เขาพิพากษา ‘ภาพถ่ายระดับเทพ’ รูปนี้ด้วยประโยคสั้นๆ เพียงไม่กี่ประโยค ราวกับเป็นนักตรวจสอบคุณภาพผู้เข้มงวดที่สุด
“แต่... แต่ว่าลูกพี่เกา” ผู้ช่วยร่างท้วมยกมือขึ้นปาดเหงื่อบนหน้าผาก “บล็อกเกอร์ที่โพสต์รูปนี้เขาบอกว่าคนในรูปอยู่ในงานของเราตอนนี้เลยนะพี่! เป็นภาพถ่ายสดๆ ไม่ได้ผ่านการแต่งรูปเลยด้วย!”
“ว่าไงนะ” เกาเทียนเด้งตัวนั่งหลังตรงทันที
ถ่ายสดงั้นเหรอ? ไม่ได้แต่งรูปงั้นเหรอ?
ตลกคาเฟ่ระดับโลกหรือไงกัน!
การที่เกาเทียนสามารถยืนหยัดผงาดเป็นราชาแห่งวงการคอสเพลย์มาได้หลายปีขนาดนี้ ก็เป็นเพราะความเข้มงวดขั้นสุดยอดในการใส่ใจรายละเอียดทุกกระเบียดนิ้วนั่นแหละ
เขาย่อมรู้ดีถึงขีดจำกัดของความสามารถมนุษย์ และรู้ซึ้งถึงขีดจำกัดของพร็อพรวมถึงเทคนิคการแต่งหน้าเป็นอย่างดี
สิ่งที่ปรากฏอยู่ในภาพถ่ายใบนั้น มันก้าวข้ามคำว่า ‘ขีดจำกัด’ ไปไกลลิบแล้ว
“พวกเสพติดแอปแต่งรูปจนกู่ไม่กลับ ถึงขั้นกล้าโผล่หัวมาหลอกลวงผู้คนถึงในงานเลยงั้นเหรอ” เกาเทียนแค่นเสียงหยัน ก่อนจะผุดลุกขึ้นจากบัลลังก์ “น่าสนใจดีนี่ ฉันล่ะอยากจะเห็นหน้า ‘เทพองค์ใหม่’ คนนี้นัก ว่าเป็นใครมาจากไหน ถึงได้กล้ามาลูบคมทำเป็นเก่งอยู่ใต้จมูกฉันแบบนี้”
การขยับตัวของเขาสร้างความฮือฮาให้กับเหล่าแฟนคลับที่อยู่ล้อมรอบในทันที
“มหาเทพเกากำลังจะไปเดินทัวร์งานเหรอ”
“ไปๆๆ! รีบตามไปเร็วเข้า!”
เกาเทียนโบกมือส่งสัญญาณ ท่วงท่าดูสง่างามดุดันราวกับองค์ราชันที่กำลังจะกรีธาทัพออกศึก “พี่น้องทั้งหลาย ตามฉันมา วันนี้ฉันจะไปสั่งสอนเด็กหน้าใหม่ในวงการเสียหน่อย ให้รู้ซึ้งซะบ้างว่าคำว่า ‘เคารพรุ่นพี่’ มันสะกดยังไง!”
“โอ้!” เหล่าแฟนคลับ ‘กองทัพตระกูลเกา’ ที่อยู่เบื้องหลังขานรับอย่างพร้อมเพรียง กลุ่มคอสเพลเยอร์ที่แต่งตัวเป็นตัวละครจากเกมและอนิเมะหลากหลายเรื่องพากันเดินตามหลังเขาไปเป็นขบวนใหญ่ เคลื่อนพลมุ่งหน้าไปยังโซนถ่ายภาพด้วยท่าทีคุกคาม
บรรยากาศภายในงานเริ่มตึงเครียดขึ้นมาทันตากับการเคลื่อนขบวนของคนกลุ่มนี้
ทุกคนในงานต่างรับรู้ได้ว่า ราชาแห่งวงการคอสเพลย์กำลังจะไปเผชิญหน้ากับ ‘เทพ’ องค์ใหม่ที่เพิ่งจุติลงมาอย่างกะทันหัน
ศึกแห่งการปะทะครั้งใหญ่กำลังจะระเบิดขึ้นแล้ว
ทว่าเมื่อเกาเทียนนำทัพมาถึงโซนถ่ายภาพ เขากลับต้องตกตะลึงกับภาพที่ปรากฏอยู่เบื้องหน้า
ที่นั่นไม่ได้มีความวุ่นวายหรือเสียงดังอึกทึกครึกโครมอย่างที่เขาจินตนาการไว้เลยแม้แต่น้อย
ในทางกลับกัน มันกลับกลายเป็นแถวที่ผู้คนต่างพากันมาต่อคิวอย่างเป็นระเบียบเรียบร้อย ทุกคนในมือถือกล้องถ่ายรูป แต่บรรยากาศกลับเงียบสงบราวกับอยู่ในห้องสมุดไม่มีผิด
ที่บริเวณหัวแถวนั้น ร่างของเจ้าของเรือนผมสีเงินยืนหยัดอยู่ท่ามกลางฉากหลังที่เป็นแสงจันทร์นวลผ่อง
“นี่มันบ้าอะไรกันเนี่ย ถึงขนาดต้องมาเข้าแถวรอถ่ายรูปเลยเหรอ” หนึ่งในผู้ติดตามของเกาเทียน ซึ่งเป็นชายกล้ามโตที่กำลังคอสเพลย์เป็นเครโทสจากเกมก็อดออฟวอร์แค่นเสียงหัวเราะอย่างดูแคลน พร้อมกับพยายามเบียดเสียดดันตัวไปข้างหน้า
“เฮ้ย! ทำอะไรของนายเนี่ย! ไปต่อแถวสิวะ!” ช่างภาพที่กำลังเข้าคิวรออยู่รีบเอ่ยปากห้ามปรามทันที
“เข้าแถวงั้นเหรอ ตาบอดหรือไงวะ มองไม่เห็นหรือไงว่ามหาเทพเกาเสด็จมาเยือนถึงที่นี่แล้ว ถ้ารู้ตัวว่าอะไรเป็นอะไรก็หลีกทางไปซะ!” เครโทสอาศัยรูปร่างที่สูงใหญ่บึกบึนของตนผลักอีกฝ่ายจนกระเด็น
การกระทำอันป่าเถื่อนนี้ราวกับเป็นการจุดชนวนระเบิดขึ้นมาในทันที
“ผลักคนอื่นทำไมวะ! ไม่รู้จักกฎระเบียบหรือไง!”
“เป็นมหาเทพเกาแล้วมันยังไงวะ มหาเทพเกาไม่ต้องเข้าคิวหรือไง ตากล้องหวังของพวกเราก็ยังยืนต่อคิวอยู่ตรงนี้เหมือนกันเว้ย!”
บรรดา ‘แฟนคลับเฉพาะกิจ’ รอบตัวซูนั่ว ที่ถูกตกด้วยออร่าอันทรงเสน่ห์ของเธอไปเป็นที่เรียบร้อย บัดนี้ได้แปรสภาพกลายเป็นองครักษ์พิทักษ์คนงามผู้ภักดีขั้นสุด พวกเขาตั้งป้อมประจันหน้ากับกลุ่มแฟนคลับของเกาเทียนอย่างไม่ลดละ
บรรยากาศ ณ จุดเกิดเหตุพลันตึงเครียดและเต็มไปด้วยจิตสังหารในชั่วพริบตา
ทว่าเกาเทียนกลับไม่แยแสเสียงโต้เถียงของพวกปลาซิวปลาสร้อยเหล่านี้เลยสักนิด
ความสนใจทั้งหมดทั้งมวลของเขาถูกดึงดูดไปที่บุคคลเบื้องหน้าสุดของแถวเพียงผู้เดียว
เขาแหวกกลุ่มผู้ติดตามของตนเองออก แล้วสาวเท้าเดินตรงดิ่งไปข้างหน้า
เขาต้องการใช้สายตาอันเฉียบคมที่ถูกขัดเกลามาตลอดสิบปีในวงการ และผ่านการมองงานคอสเพลย์มานับครั้งไม่ถ้วน เพื่อค้นหาจุดบกพร่องของ ‘จอมลวงโลกแห่งแอปแต่งรูป’ คนนี้ด้วยตาของตนเอง
เครื่องสำอางหนาเตอะหรือเปล่า มีคราบกาวโผล่ออกมาตรงขอบวิกผมไหม
คอนแทคเลนส์สีเลื่อนหลุดออกจากตาดำหรือไม่ พร็อพชุดมีด้ายรุ่ยหรือดูเป็นพลาสติกก๊อกแก๊กราคาถูกบ้างหรือเปล่า
ในหัวของเขาได้ลิสต์ข้อผิดพลาดพื้นฐานที่มักจะพบเจอได้บ่อยถึงสามสิบเจ็ดข้อเอาไว้ล่วงหน้าเรียบร้อยแล้ว
หนึ่งก้าว สองก้าว
เขาเดินแหวกฝูงชนทะลุออกมา จนมาหยุดยืนอยู่ที่ริมเส้นแบ่ง ‘อาณาเขตศักดิ์สิทธิ์’ ห่างจากซูนั่วเพียงแค่สามเมตรเท่านั้น
มวลอากาศรอบตัวหยุดนิ่ง
ฝีเท้าของเกาเทียนก็หยุดชะงักลงราวกับถูกแช่แข็งเช่นกัน
เขาอ้าปากเตรียมจะเอื้อนเอ่ยบางสิ่ง ทว่าถ้อยคำเสียดสีเผ็ดร้อนทั้งหมดที่เตรียมการไว้ในหัวกลับมลายหายไปในชั่วพริบตา หลงเหลือเพียงกระแสข้อมูลที่ถาโถมเข้ามาดั่งหิมะถล่มจนสมองประมวลผลไม่ทัน
จุดบกพร่องงั้นเหรอ
ข้อแรก การแต่งหน้า
บนใบหน้าของเธอ... มันไม่มีร่องรอยของการแต่งหน้าเลยสักนิด! มันคือความกระจ่างใสที่ก้าวข้ามเนื้อสัมผัสของรองพื้นทุกยี่ห้อบนโลกใบนี้ มันสมจริงเสียจนมองเห็นเส้นเลือดดำสีฟ้าจางๆ ใต้ชั้นผิวหนังได้อย่างชัดเจน
ข้อที่สอง วิกผม
เส้นผมสีเงินยวงพวกนั้นมันงอกออกมาจากหนังศีรษะของเธอเองเลยหรือไง เส้นผมแต่ละเส้นสะท้อนแสงเงาแตกต่างกันออกไปเมื่อตกกระทบกับแสงไฟ ยิ่งไปกว่านั้น แม้แต่ไรผมเส้นเล็กๆ ตรงโคนผมก็ยังเผยให้เห็นอย่างเด่นชัด
ข้อที่สาม พร็อพ
ดาบเล่มนั้น... ลวดลายสลักเสลาบนใบดาบ ร่องรอยความเก่าแก่ที่หลงเหลืออยู่บนเนื้อโลหะซึ่งผ่านการตีขึ้นรูปและสกัดกลั่นมานับครั้งไม่ถ้วน มันคือรายละเอียดขั้นสุดยอดที่ไม่มีเทคนิคการทำสีใดๆ บนโลกจะสามารถเลียนแบบได้
เกาเทียนรู้สึกราวกับโลกทัศน์ของตนเองกำลังถูกทุบทำลายจนแหลกละเอียดลงไปกองกับพื้นทีละหมัดทีละหมัด
องค์ความรู้ระดับมืออาชีพที่เขาแสนจะภาคภูมิใจ มาตรฐานทางเทคนิคอันสูงส่งที่เขายึดถือและใช้เป็นบันไดไต่เต้าจนโด่งดัง บัดนี้มันได้กลายเป็นเพียงเรื่องตลกขบขันเมื่อต้องมาเผชิญหน้ากับ ‘ตัวตน’ ที่อยู่เบื้องหน้านี้
นี่มันไม่ใช่การคอสเพลย์แล้ว
นี่ไม่ใช่การเลียนแบบตัวละคร
แต่นี่มันคือการจุติลงมาของเทพธิดาตัวเป็นๆ ชัดๆ
ราชันในหมู่มวลมนุษย์ ท้ายที่สุดแล้วก็ยังคงเป็นเพียงมนุษย์เดินดินธรรมดาอยู่วันยังค่ำ เมื่อต้องมาเผชิญหน้ากับ ‘เทพเจ้า’ องค์จริง สิ่งเดียวที่เขาทำได้ก็คือการยืนสั่นสะท้านด้วยความยำเกรง
เสียงวิวาทะรอบกายยังคงดังกึกก้องไม่ขาดสาย
“หลีกทางไปเดี๋ยวนี้! พวกเราจะเข้าไปหาจิงหลิวคนนั้น!”
“เรื่องอะไรพวกฉันต้องหลีกทางให้ด้วยวะ!”
คอสเพลเยอร์เครโทสที่ยืนอยู่เบื้องหลังเกาเทียนยังคงตะโกนโหวกเหวกโวยวายไม่เลิก
ทว่าในตอนนั้นเอง ทุกคนกลับได้ยินเสียง “เคร้ง” ดังสนั่นกึกก้อง
เสียงนั้นดังกังวานและเกิดขึ้นอย่างกะทันหัน
ทุกชีวิตพร้อมใจกันหันขวับไปตามต้นเสียง
ภาพที่ปรากฏแก่สายตาทุกคู่ก็คือ ราชาแห่งวงการคอสเพลย์ จักรพรรดิสายเทคนิคผู้ยิ่งใหญ่ เกาเทียนผู้อหังการ ได้ทำพร็อพ ‘ดาบรีเบลเลียน’ สั่งทำพิเศษมูลค่ากว่าสองหมื่นหยวนซึ่งเป็นของรักของหวงสุดชีวิต ร่วงหล่นจากมือลงไปกระแทกกับพื้นเสียแล้ว