- หน้าแรก
- เกิดใหม่ชาตินี้ข้าจะไม่ยอมให้สามีถูกรังแก
- บทที่ 11: ฝันกลางวันเรื่องอะไรกัน
บทที่ 11: ฝันกลางวันเรื่องอะไรกัน
บทที่ 11: ฝันกลางวันเรื่องอะไรกัน
บทที่ 11: ฝันกลางวันเรื่องอะไรกัน!
ทันทีที่ไป๋ซิ่วซิ่วเอ่ยปาก สีหน้าของจ้าวคุ้ยเฟินก็ทะมึนลงทันที "โรงงานเขาต้องการคนงานชั่วคราวที่เรียนจบอย่างน้อย ม.ต้น กันทั้งนั้น ก่อนจะพูดอะไร ทำไมหล่อนไม่หัดดูสารรูปผัวตัวเองซะบ้างล่ะ? เขามีปัญญาขนาดนั้นเชียวรึ? โรงงานที่ไหนเขาจะอยากรับเข้าไปทำงาน? ฝันกลางวันเรื่องอะไรอยู่!"
เมื่อได้ยินดังนั้น ไป๋ซิ่วซิ่วก็แค่นหัวเราะหยันใส่จ้าวคุ้ยเฟินสองที "เหอะ... แม่คะ ก่อนแม่จะพูด แม่ไม่ได้ส่องกระจกดูตัวเองบ้างเลยเหรอคะ? ในเมื่อชิงเหอของเราไม่มีปัญญาไปเป็นคนงานในโรงงาน ถ้างั้นเขาก็ย่อมไม่มีปัญญาไปหาเงินมาให้เหมือนกันนั่นแหละค่ะ
การขึ้นเขาไปล่าสัตว์ในช่วงหน้าหนาวเพื่อเอามาทำกินแก้ขัดและบำรุงคนในบ้าน ถือเป็นเรื่องที่ชาวบ้านต่างก็หลับตาข้างเดียวปล่อยผ่านกันทั้งนั้น
แต่ถ้าขืนบุ่มบ่ามขึ้นเขาไปในฤดูนี้เพราะหวังจะหาเงินล่ะก็ แบบนั้นก็ต้องเอาของป่าไปแอบขายในตลาดมืดไม่ใช่เหรอคะ? นั่นมันผิดกฎหมายนะ! ถ้าถูกจับได้ มีหวังโดนจับขังคุกแหงๆ!
สรุปก็คือ ผลประโยชน์ตกเป็นของคนอื่น แต่ความเสี่ยงทั้งหมดชิงเหอต้องเป็นคนรับงั้นสิ? นี่แม่กำลังฝันกลางวันเรื่องอะไรอยู่คะ?"
ไป๋ซิ่วซิ่วกวาดสายตามองสีหน้าของทุกคนในห้อง ซึ่งดูไม่ค่อยจะสบอารมณ์กันสักเท่าไหร่
ที่แท้ พวกเขาทุกคนก็แค่อยากจะกอบโกยผลประโยชน์จากหวังชิงเหอกันทั้งนั้น!
ก่อนที่เธอจะตายในชีวิตที่แล้ว หวังชิงเหอต้องทนยอมถูกคนบ้านนี้เอารัดเอาเปรียบและรับมือกับข้อเรียกร้องร้อยแปดพันเก้าของพวกเขาสารพัดอย่างเงียบๆ หากเธอไม่ตายไปเสียก่อน เขาคงถูกคนพวกนี้สูบเลือดสูบเนื้อจนแห้งกรอบ โดยไม่คิดจะลุกขึ้นสู้ไปจนวันตายเป็นแน่!
เมื่อคิดถึงความเป็นไปได้นั้น ไป๋ซิ่วซิ่วก็รู้สึกเดือดดาลขึ้นมา
สามีของเธอ มีแค่เธอเท่านั้นที่เอาเปรียบได้ คนพวกนี้มีสิทธิ์อะไรมาทำแบบนี้!
ใบหน้าของจ้าวคุ้ยเฟินเขียวปัดยิ่งกว่าใบผักเมื่อได้ยินคำพูดของไป๋ซิ่วซิ่ว หล่อนกระแทกตะเกียบลงบนโต๊ะอย่างแรงด้วยความโมโห "นังตัวซวย ทำไมตระกูลหวังของเราถึงต้องแต่งหล่อนเข้ามาด้วยฮะ? คำพูดคำจาของหล่อนมันช่างไร้หัวใจสิ้นดี! เจ้าใหญ่ อย่าไปฟังคำพูดของนังสะใภ้ผลาญสมบัตินี่นะ!
คนบ้านนี้ทั้งบ้าน ล้วนแต่เป็นพี่น้องร่วมสายเลือดของแกทั้งนั้น!
ถ้าน้องชายแกได้เป็นคนงานในเมือง มันก็เป็นหน้าเป็นตาให้ครอบครัวเราทั้งตระกูลไม่ใช่รึไง?
เวลาแกเดินออกไปไหนมาไหนในฐานะพี่ชาย แกจะพลอยได้หน้าไปด้วยไม่ใช่รึไง?"
"ชิงเหอมีลูกของตัวเองค่ะ เขาไม่จำเป็นต้องพึ่งพาน้องชายมาเชิดหน้าชูตาให้หรอก" ไป๋ซิ่วซิ่วพูดแทรกขึ้นมาด้วยน้ำเสียงเย็นชา
"นัง...!" จ้าวคุ้ยเฟินโกรธจนแทบอยากจะพุ่งเข้าไปบีบคอสะใภ้คนนี้ให้ตายคามือ ใบหน้าเหี่ยวย่นที่ดูราวกับมะระขี้นกบิดเบี้ยวจนดูดุร้ายน่ากลัว
ไป๋ซิ่วซิ่วคร้านที่จะปรายตามองหล่อนด้วยซ้ำ เธอรู้ตื้นลึกหนาบางและธาตุแท้ของคนบ้านนี้ดีเกินพอแล้ว!
"เอาล่ะๆ จะโวยวายอะไรกันนักหนา? อายุอานามก็ปูนนี้แล้ว ยังจะไปทะเลาะกับลูกสะใภ้อีก" เฒ่าหวังเห็นท่าไม่ดีจึงรีบออกหน้าไกล่เกลี่ย โดยหันไปปรามเมียเฒ่าของตัวเองก่อน
จ้าวคุ้ยเฟินฮึดฮัดในลำคออย่างไม่สบอารมณ์
จากนั้นเฒ่าหวังก็หันไปมองหวังชิงเหอ "เจ้าใหญ่ ครอบครัวเราเอาเปรียบแกมาตลอดจริงๆ เรื่องนี้พ่อกับแม่ต่างก็รู้ดี แต่ถึงยังไงพวกเราก็เป็นครอบครัวเดียวกัน และการได้เจอโอกาสดีๆ แบบนี้ก็ถือเป็นบุญของบ้านเรา ถ้าน้องชายแกได้ดิบได้ดีเป็นคนงานขึ้นมา วันหน้าเขาก็ต้องช่วยเหลือแกได้แน่ๆ
ปกติแกจะตามใจเมียมันก็ไม่ผิดหรอก แต่เรื่องสำคัญๆ แบบนี้ แกจะปล่อยให้ผู้หญิงมาตัดสินใจแทนไม่ได้นะ"
"ใช่แล้วพี่ใหญ่ ไม่ต้องห่วงนะ ถ้าผมได้เป็นคนงานล่ะก็ วันหน้าผมจะต้องช่วยเหลือพวกพี่แน่ๆ" หวังชิงฝู ลูกชายคนรองรีบเอ่ยรับลูกทันทีที่เห็นช่องทาง
"พี่ใหญ่ ไม่ต้องกังวลไปหรอกครับ ผมกับเจียวเจียวขอรับรองเลยว่า ขอแค่ผมได้เป็นคนงาน พวกเราจะช่วยดูแลลูกๆ ของพี่กับพี่สะใภ้ใหญ่ให้เอง!" หวังชิงฉี ลูกชายคนห้าก็รีบเสนอหน้า ไม่อยากน้อยหน้าเช่นกัน
โจวเจียวเจียวรู้สึกขัดใจอยู่ลึกๆ ทำไมสามีของเธอได้เป็นคนงานแล้วยังต้องไปช่วยไป๋ซิ่วซิ่วเลี้ยงลูกด้วยล่ะ?
แต่ถึงจะรู้สึกไม่พอใจ เธอก็ไม่ได้แสดงออกทางสีหน้า ท้ายที่สุดแล้ว เรื่องได้เป็นคนงานย่อมสำคัญที่สุด!
ไป๋ซิ่วซิ่วมองดูสีหน้าของคนในครอบครัวนี้แล้วก็นึกอยากจะหัวเราะออกมา หวังชิงเหอ สามีของเธอมีข้อดีที่สำคัญที่สุดอยู่อย่างหนึ่ง นั่นก็คือเขาเชื่อฟังเธอ! ถ้าเธอไม่เห็นด้วย มีหรือที่เขาจะตกลง!
ในชีวิตก่อน เขาเอาแต่อดทนเงียบๆ ก็เพราะเธอไม่ได้ปริปากพูดอะไร
ตราบใดที่เรื่องนั้นไม่ได้คุกคามผลประโยชน์ของเธอ เธอก็คร้านที่จะพูด
แต่ตอนนี้เธออยากจะปกป้องเขา และยิ่งไม่ยอมให้คนบ้านนี้มาข่มเหงรังแกเธอได้ตามใจชอบอีกต่อไป เธอจึงยอมเอ่ยปาก
และแน่นอนว่า เขาไม่มีทางยอมตกลงเด็ดขาด!
หวังชิงเหอไม่ได้เงียบอยู่นานนัก อันที่จริง ตั้งแต่ตอนที่คนในครอบครัวเปิดประเด็นเรื่องนี้ขึ้นมา เขาก็คอยลอบสังเกตพวกเขาอยู่เงียบๆ
ซิ่วซิ่วทำตัวผิดแปลกไปจากปกติ เธอเปลี่ยนท่าทีที่ไม่เคยสนใจไยดีเรื่องคนอื่น มาออกรับหน้าแทนเขาอย่างแข็งขัน
ส่วนบรรดาน้องชายผู้แสนดีของเขา แต่ละคนล้วนมีคำว่าโลภแปะหราอยู่บนหน้า ท่าทางกระตือรือร้นออกนอกหน้าของเจ้ารองกับเจ้าห้าดูแล้วน่าขันสิ้นดี ส่วนเจ้าสามกับเจ้าสี่ที่ไม่มีสิทธิ์ได้เป็นคนงานและไม่อยากให้ทางบ้านเอาเงินไปประเคนให้น้องชายคนอื่น ก็มีสีหน้าร้อนรนกระวนกระวาย ซึ่งนั่นก็ทำให้เขารู้สึกเบื่อหน่ายเช่นกัน
แต่ละคน ล้วนแต่อยากจะชักใยควบคุมเขาเพื่อผลประโยชน์ของตัวเองทั้งนั้น
"เจ้าใหญ่ แกก็พูดจุดยืนของแกมาสิ" เฒ่าหวังเร่งเร้าเมื่อเห็นลูกชายคนโตเอาแต่เงียบ
"พ่อครับ ฤดูนี้เป็นช่วงที่สัตว์ร้ายบนเขาออกหากิน ผมไม่ใช่พรานป่าฝีมือดีอะไร ถ้าผมเข้าไปล่าสัตว์ในป่าลึกจริงๆ ผมอาจจะไม่ได้กลับออกมาอีกเลยก็ได้ หรือต่อให้ผมโชคดีรอดกลับมาได้ การล่าสัตว์ในฤดูนี้ก็หมายความว่าทางบ้านจะต้องเอาเนื้อไปแอบขายในตลาดมืดเพื่อแลกเป็นเงินอยู่ดี
ถ้าถูกจับได้ ผมก็คงต้องเข้าไปนอนในคุก
พ่อรู้ถึงอันตรายพวกนี้อยู่แล้วแต่ก็ยังเสนอให้ผมขึ้นเขางั้นเหรอ? หรือว่าพ่อไม่รู้ ไม่เข้าใจ และหวังแค่จะได้เงินกลับมาเท่านั้น?"
หวังชิงเหอเงยหน้าขึ้น สบสายตามองพวกเขาทีละคน
ถ้าเขาตายไป คนพวกนี้ก็คงไม่แคร์ซิ่วซิ่วหรือลูกสองคนของเขาเลยแม้แต่นิดเดียว
แววตาของเฒ่าหวังสั่นไหว รู้สึกผิดขึ้นมาเล็กน้อย
จ้าวคุ้ยเฟินแสดงความไม่พอใจออกมาทันที "แกจะมาเล่นใหญ่ทำไมฮะ? อะไรกัน? แกไม่อยากดูแลน้องชายสองคนแค่เพราะกลัวอันตรายนิดๆ หน่อยๆ งั้นสิ? แกก็แค่ระวังตัวตอนอยู่บนเขาไม่ได้หรือไง? ฉันว่าแกมันก็แค่พวกเชื่อฟังเมียนั่นแหละ!"
"ยายเฒ่า! พูดจาเหลวไหลอะไรของแก?" เฒ่าหวังรีบห้ามปรามทันควัน
เขาอธิบายกับลูกชายคนโตว่า "ชิงเหอ อย่าไปถือสาแม่แกเลย แม่แกก็แค่ไม่รู้เรื่องน่ะ ถ้าแกไม่อยากไปก็ไม่ต้องไปหรอก แต่ครอบครัวเราต้องพลาดโอกาสดีๆ แบบนี้ไปมันก็น่าเสียดายจริงๆ... ยายเฒ่า แกไปบอกทางบ้านเดิมของแกเถอะว่าเรื่องนี้คงต้องยกเลิกไป"
"พ่อคะ แม่คะ อย่าเพิ่งปฏิเสธไปเลยค่ะ ถ้าพี่ใหญ่ไม่เต็มใจจะขึ้นเขา ฉันไปเองก็ได้ค่ะ ฉันเคยเจอสมุนไพรดีๆ บนเขามาก่อน ทำไมไม่ให้ฉันลองขึ้นเขาดูล่ะคะ? บางทีฉันอาจจะเจอของดีอะไรเข้าก็ได้" โจวเจียวเจียวรีบพูดแทรกขึ้นมา
เธอจะยอมให้เรื่องนี้ถูกยกเลิกไม่ได้เด็ดขาด!
สามีของเธอต้องได้เป็นคนงาน ไม่อย่างนั้น เธอจะเอาอะไรไปสู้หน้าไปเทียบรัศมีกับไป๋ซิ่วซิ่วล่ะ?
"จะทำแบบนั้นได้ยังไง?" จ้าวคุ้ยเฟินเป็นคนแรกที่คัดค้าน นี่คือลูกสะใภ้คนโปรดของหล่อนเชียวนะ
อีกอย่าง หล่อนอยากให้ลูกชายคนโตเป็นคนไปล่าสัตว์แล้วเอาไปขายเอาเงินมาต่างหาก จะได้ไม่ต้องควักเงินเก็บของที่บ้านออกมาใช้
"แม่คะ ไม่ต้องห่วงฉันหรอกค่ะ เดี๋ยวฉันจะขอให้พี่สะใภ้ใหญ่ไปเป็นเพื่อนเอง" โจวเจียวเจียวมีหน้าตาจิ้มลิ้มพริ้มเพรา เวลาที่เธอยิ้มก็จะมีลักยิ้มสองข้าง ดูอ่อนหวานน่ารัก พูดจบเธอก็หันไปมองไป๋ซิ่วซิ่ว "พี่สะใภ้ใหญ่ ไหนๆ พี่ก็อยู่บ้านเฉยๆ อยู่แล้ว ทำไมไม่ขึ้นเขาไปเป็นเพื่อนฉันหน่อยล่ะคะ?"
เธอจะต้องหาเรื่องให้ไป๋ซิ่วซิ่วลำบากให้จงได้!
จ้าวคุ้ยเฟินเห็นสะใภ้ห้ากระตือรือร้นวางแผนเพื่อลูกชายของตนขนาดนั้นก็รู้สึกซาบซึ้งใจขึ้นมานิดๆ หล่อนรีบหันไปเล่นงานไป๋ซิ่วซิ่วทันที "สะใภ้ใหญ่ ในเมื่อหล่อนไม่ยอมให้ผัวหล่อนขึ้นเขา ถ้างั้นอย่างน้อยหล่อนก็ขึ้นไปเป็นเพื่อนสะใภ้ห้าแถวๆ ตีนเขาหน่อยไม่ได้รึไง?
ยังไงซะหล่อนก็เอาแต่อยู่บ้านเฉยๆ อยู่แล้วนี่!"
"พวกเรากินเสร็จแล้วค่ะ พ่อ แม่ พวกเราขอตัวกลับห้องก่อนนะคะ" ในขณะที่พวกเขากำลังเถียงกันอยู่นั้น ไป๋ซิ่วซิ่วก็รีบป้อนข้าวลูกๆ และกินส่วนของตัวเองจนอิ่มแปล้ไปเรียบร้อยแล้ว!
เมื่อเห็นสามีของตัวเองกินเสร็จแล้วเช่นกัน เธอจึงพูดขัดจังหวะวงสนทนาอย่างเด็ดขาด
เธอไม่มีอารมณ์มานั่งดูคนบ้านนี้เล่นงิ้วหรอกนะ