เราไม่เผยแพร่ผลงานที่มีลิขสิทธิ์ในประเทศไทย หากท่านพบเนื้อหาที่ละเมิดลิขสิทธิ์ แจ้งได้ที่เพจ Facebook NovelStore เราจะลบให้โดยเร็ว
ปัญหาการใช้งานเว็บไซต์ ติดต่อได้ที่เพจดังกล่าว
We do not publish or distribute copyrighted works in Thailand. To report infringing content, contact us via our Facebook page and we will remove it promptly. For other issues, use the same channel.

บทที่ 28: โอสถปราณโลหิตล้ำค่า

บทที่ 28: โอสถปราณโลหิตล้ำค่า

บทที่ 28: โอสถปราณโลหิตล้ำค่า


แสงแรกแห่งรุ่งอรุณสาดส่องลงมายังแผ่นดินมังกร สรรพสิ่งล้วนตื่นจากการหลับใหล

ณ หมู่บ้านจงอัน

เซียวหมิงนั่งขัดสมาธินิ่งสงบไม่ไหวติง แสงแดดอาบไล้ใบหน้าที่ยังดูอ่อนเยาว์ ทว่าแฝงไว้ด้วยความแกร่งกล้าเกินวัย

จู่ๆ เขาก็ลืมตาขึ้น นัยน์ตาทอประกายสว่างวาบเผยให้เห็นถึงความลึกล้ำสุดหยั่งคาด

"อีกแค่นิดเดียวเท่านั้น หมอกพวกนี้ก็จะควบแน่นกลายเป็นหยดน้ำได้แล้ว"

เซียวหมิงทำสมาธิอยู่ในภูเขาหิมะแห่งห้วงจิตมาตลอดทั้งคืน พลังจิตของเขาเกือบจะควบแน่นเป็นหยดน้ำได้อยู่รอมร่อ แต่เขาก็ไม่ได้รีบร้อน เขารู้ดีถึงหลักการของการค่อยเป็นค่อยไป ช้าๆ ได้พร้าเล่มงาม ดังนั้นเขาจึงมุ่งเน้นไปที่การวางรากฐานให้มั่นคงเสียก่อน

ตอนนั้นเอง โทรศัพท์ของเขาก็สั่นเตือน เซียวหมิงหยิบขึ้นมาดูและพบว่าเป็นสายเรียกเข้าจากอู๋กัง

เซียวหมิงเดาจุดประสงค์ของอู๋กังได้อยู่แล้ว เขาไม่ลังเลและกดรับสายทันที

"สวัสดีครับครูฝึก"

"ไอ้เด็กแสบ ชักจะปีกกล้าขาแข็งใหญ่แล้วนะ เดี๋ยวนี้กล้าเมินสายฉันงั้นรึ" น้ำเสียงหยอกล้อดังมาจากปลายสาย

เซียวหมิงละสายตาจากหน้าจอสนทนา ถึงเพิ่งสังเกตเห็นว่าเมื่อคืนนี้มีสายที่ไม่ได้รับจากอู๋กังเป็นสิบๆ สาย

เขารู้สึกผิดขึ้นมาทันที จึงรีบดึงสติกลับมาแล้วพูดด้วยรอยยิ้มประจบประแจง "แหะๆ ขอโทษจริงๆ ครับครูฝึก เมื่อวานผมเผลอหลับไปน่ะครับ"

"หลับรึ? ฉันไม่เชื่อหรอก แกไม่ได้แอบไปทำอะไรแปลกๆ มาใช่ไหมเนี่ย?" ปลายสายถามอย่างจับผิด

เซียวหมิงกลอกตาเมื่อได้ยินคำพูดของอู๋กัง ก่อนจะตอบกลับไปว่า "ครูฝึกครับ ตั้งแต่เมื่อไหร่กันที่ครูติดตลกขนาดนี้"

"ฮ่าๆๆ เข้าเรื่องกันดีกว่า ฉันจัดการแลกเปลี่ยนของที่ได้จากการต่อสู้ของนายให้หมดแล้วนะ รวมเป็นแต้มสมทบทั้งหมด 2,000 แต้ม ฉันโอนเข้าบัญชีนายไปแล้ว ร้ายกาจไม่เบาเลยนะไอ้หนู ถึงขนาดฆ่าสัตว์ร้ายระดับปรมาจารย์ยุทธ์ขั้นห้าได้ ตอนนี้แม้แต่ฉันก็คงเอาชนะนายไม่ได้แล้วล่ะ" อู๋กังกล่าวเสียงดังฟังชัด

เซียวหมิงตั้งใจฟัง จากน้ำเสียงของอู๋กัง เขาสัมผัสได้อย่างชัดเจนถึงความตื่นเต้นและความรู้สึกจนใจที่แฝงอยู่

เซียวหมิงรู้ดีว่าอู๋กังไม่สามารถทะลวงเข้าสู่ระดับปรมาจารย์ได้เนื่องจากเหตุผลบางประการ การที่ได้เห็นลูกศิษย์ก้าวข้ามตนเองไป ย่อมทำให้เขารู้สึกทั้งยินดีและปลงตกในเวลาเดียวกัน

"ไม่หรอกครับ ผมจะไปชนะครูฝึกได้ยังไง สัตว์ร้ายระดับปรมาจารย์ยุทธ์ขั้นห้าตัวนั้น ผมบังเอิญไปเจอซากของมันเข้าพอดีต่างหาก ต่อให้มีสิบความกล้า ผมก็ไม่กล้าไปแหยมกับสัตว์ร้ายระดับนั้นหรอกครับ" เซียวหมิงพูดด้วยสีหน้าจริงจัง

อันที่จริง ด้วยความแข็งแกร่งของเขาในตอนนั้น เซียวหมิงสามารถต่อกรกับปรมาจารย์ยุทธ์ขั้นห้าได้สบายๆ และหากต้องเผชิญหน้าในตอนนี้ เขาสามารถปลิดชีพมันได้ในดาบเดียวอย่างแน่นอน ทว่าเขาก็ไม่ได้พูดความจริงข้อนั้นออกไป

อู๋กังรู้ดีว่าเซียวหมิงกำลังไว้หน้าตน จึงไม่ได้ไล่ต้อนอะไร "เอาเถอะๆ คิดว่าฉันไม่รู้นิสัยแกรึไง ได้เวลาสอนแล้ว ฉันวางล่ะนะ"

ติ๊ด ติ๊ด ติ๊ด~

เซียวหมิงเตรียมคำยกยอสารพัดเอาไว้ในหัวแล้ว ใครจะไปคิดว่าอีกฝ่ายจะชิงวางสายไปเสียก่อน เขาได้แต่ส่ายหน้า พลางคิดว่าสักวันคงได้ใช้คำหวานหยดย้อยพวกนี้แน่ๆ

อย่างไรก็ตาม เขาค่อนข้างประหลาดใจที่ของที่ได้มาสามารถแลกแต้มสมทบได้ถึง 2,000 แต้ม หากคิดเป็นเครดิตสมาพันธ์ก็ถือว่าเป็นเงินก้อนโตเลยทีเดียว

ความรู้สึกของการเป็นคนรวยเอ่อล้นขึ้นมาในใจของเซียวหมิง เขาทอดถอนใจ รู้สึกเหมือนตัวเองกลายเป็นเศรษฐีหน้าใหม่ ก่อนที่จะทะลุมิติมา เขาไม่มีโอกาสได้สัมผัสอะไรแบบนี้เลย ในเมื่อตอนนี้มีโอกาสแล้ว แน่นอนว่าเขาต้องขอเสวยสุขให้เต็มที่

"จริงสิ จำได้ว่าที่สำนักการต่อสู้สามารถใช้แต้มสมทบแลกดาบและชุดเกราะต่อสู้ได้นี่นา ถือโอกาสเอาของไปคืนพี่เจียงเทาด้วยเลยละกัน" เซียวหมิงพูดพลางถือกล่องกลไกเอาไว้ในมือ

ปกติแล้วเจียงเทามักจะอยู่ที่นั่นในเวลานี้ เขาเพิ่งได้รับการต่อมือที่ขาดไปเมื่อไม่กี่วันก่อน จึงจำเป็นต้องขยันฝึกซ้อมอย่างหนักเพื่อชดเชยเวลาที่เสียไป

พูดจบ เซียวหมิงก็พุ่งตัวออกจากประตู ตรงดิ่งไปยังสำนักการต่อสู้ทันที

ไม่นานนัก เซียวหมิงก็มาถึงชั้นสองของสำนักการต่อสู้

เขาเดินตามหาเจียงเทาไปทั่ว ระหว่างทางก็เอ่ยปากถามผู้คนไปบ้าง

และแล้วเซียวหมิงก็พบตัวเจียงเทา เป็นไปตามคาด เจียงเทากำลังฝึกซ้อมอยู่ในห้องแรงโน้มถ่วง

เซียวหมิงไม่ได้เข้าไปรบกวน เขาเพียงแค่ยืนมองอยู่งียบๆ

ตอนนี้เจียงเทากำลังฝืนทนต่อแรงโน้มถ่วงอันมหาศาลอย่างยากลำบาก

ร่องรอยแห่งความเจ็บปวดปรากฏขึ้นบนใบหน้าของเขา

แต่เขาไม่ยอมแพ้ ซ้ำยังกัดฟันยืนหยัดต่อไป

เซียวหมิงแผ่พลังจิตออกไปเพื่อสังเกตทุกสิ่งที่อยู่ภายใน และเข้าใจสถานการณ์ได้ในทันที

จู่ๆ เสียงตะโกนก้องก็ดังมาจากห้องแรงโน้มถ่วง พลังปราณและโลหิตภายในห้องที่เคยขมุกขมัวเริ่มปรากฏให้เห็นอย่างชัดเจน

ขุมพลังปราณและโลหิตระดับปรมาจารย์ยุทธ์ขั้นสามแผ่ซ่านออกมาจากห้องแรงโน้มถ่วง

ในชั่วขณะนั้น เจียงเทาที่อยู่ด้านในค่อยๆ ลืมตาขึ้น ประกายแสงราวกับสายฟ้าแลบพาดผ่านนัยน์ตาของเขา

ทันทีที่เจียงเทาลืมตาขึ้น เขาก็เห็นเซียวหมิงยืนอยู่หลังกระจก เขาเดินออกมาด้วยสีหน้าประหลาดใจระคนยินดี

"ยินดีด้วยครับพี่เจียง! คราวก่อนที่เจอกัน พี่ยังอยู่แค่ระดับปรมาจารย์ยุทธ์ขั้นหนึ่งอยู่เลย ผ่านไปไม่กี่วันก็ทะลวงถึงขั้นสามซะแล้ว" เซียวหมิงแอบประหลาดใจกับความเร็วในการพัฒนาของเจียงเทาอยู่บ้าง

"นายก็ชมเกินไป ฉันก็แค่ซึมซับเอาความรู้ความเข้าใจในช่วงหลายเดือนที่ผ่านมามาใช้ก็เท่านั้นเอง" เจียงเทากล่าวอย่างถ่อมตัว

เซียวหมิงหยิบกล่องกลไกออกมาและกล่าวด้วยความรู้สึกผิด "พี่เจียง... เอ้อ... ชุดเกราะของพี่..."

เขาพูดพลางเปิดกล่องกลไกออก

"โธ่ น้องเซียว นายก็เกรงใจกันเกินไปแล้ว ถ้าให้ได้ฉันยกให้น้องเซียวไปแล้วล่ะ" เจียงเทาปรายตามองของในกล่อง ก่อนจะหันมาพูดกับเซียวหมิง

เซียวหมิงทำท่าจะพูดอะไรบางอย่าง แต่เจียงเทาก็ขัดขึ้นมาเสียก่อน "น้องเซียว ถ้านายเห็นฉันเป็นพี่ชาย ก็อย่าพูดเรื่องนี้อีกเลย"

เจียงเทารับกล่องกลไกไป และพูดกับเซียวหมิงด้วยน้ำเสียงหนักแน่น

เมื่อได้ยินเช่นนั้น กระแสความอบอุ่นสายหนึ่งก็ไหลอาบเข้าสู่หัวใจของเซียวหมิงทันที

เซียวหมิงไม่ได้เอ่ยคำขอโทษใดๆ ออกมาอีก

"ฉันไปก่อนล่ะ จะเอาชุดนี่ไปซ่อมสักหน่อย" เจียงเทาโบกมือลาแล้วหันหลังเดินจากไป

เซียวหมิงมองตามหลังเจียงเทาไปพลางตกอยู่ในภวังค์ความคิด

เขาคิดว่าการมีพี่ชายคนนี้ก็ไม่เลวเลย เพียงแต่พี่เจียงดูลึกลับไปสักหน่อย

แต่เซียวหมิงก็ไม่ได้คิดอะไรให้มากความ หันกลับมาจดจ่อกับเป้าหมายหลัก นั่นคือการซื้ออุปกรณ์

จุดแลกเปลี่ยนนั้นหาง่ายมาก เพราะตั้งอยู่ติดกับโซนรับภารกิจ

เซียวหมิงมองไปรอบๆ และเห็นหน้าจอทัชสกรีนตั้งอยู่เครื่องหนึ่ง โดยไม่มีเจ้าหน้าที่คอยดูแล

เซียวหมิงสาวเท้าเข้าไปหา เนื่องจากยังเช้าอยู่ บริเวณนั้นจึงไม่ค่อยมีคนพลุกพล่านนัก

เขาล้วงบัตรประจำตัวนักเรียนออกมาจากกระเป๋าแล้วเสียบเข้าไปในช่องอ่านบัตร

ติ๊ด... หน้าจอสว่างวาบขึ้นมาทันที

รายการสิ่งของละลานตาปรากฏขึ้นบนหน้าจอ ทั้งเคล็ดวิชาบ่มเพาะ อาวุธ ชุดเกราะต่อสู้... เซียวหมิงสังเกตเห็นมุมซ้ายบนของหน้าจอแสดงตัวเลขแต้มสมทบ 2,000 แต้ม

จากนั้นสายตาของเซียวหมิงก็กวาดมองไปตามรายการสิ่งของต่างๆ

"เอ๊ะ ทำไมเจ้านี่ถึงได้ถูกนักล่ะ?" เซียวหมิงพึมพำด้วยความสงสัย

เมื่อเขากดเข้าไปในหมวดหมู่โอสถ ก็พบว่า 'โอสถปราณโลหิต' ใช้แต้มสมทบในการแลกเพียงแค่ 1 แต้มเท่านั้น

หากคิดเป็นเครดิตสมาพันธ์ก็ตกอยู่ที่ 1,000 เครดิตเท่านั้น แต่ถ้าไปซื้อที่หอสมบัติยุทธภัณฑ์ เม็ดหนึ่งราคาตั้งหลายหมื่น แพงกว่ากันเป็นสิบเท่าตัวเลยทีเดียว

เซียวหมิงเคยซื้อมาแค่ไม่กี่ครั้งเท่านั้น ด้วยราคาที่สูงลิ่ว ทำให้เขาซื้อได้แค่เม็ดเดียวในรอบหลายเดือน ซึ่งถือว่ายากลำบากมาก มีเพียงคนรวยเท่านั้นแหละที่ซื้อของพวกนี้ได้สบายๆ

เขารีบเปิดโทรศัพท์มือถือและค้นหาราคาโอสถปราณโลหิตในหอสมบัติยุทธภัณฑ์ทันที

และก็ได้เห็นว่า ราคาของที่นี่ถูกกว่าที่หอสมบัติยุทธภัณฑ์อย่างเห็นได้ชัดจริงๆ

เซียวหมิงรู้สึกประหลาดใจเล็กน้อย สำนักการต่อสู้ใจป้ำขนาดนี้เชียวหรือ?

เป็นที่รู้กันดีว่าโอสถปราณโลหิตนั้นมีสรรพคุณมากมาย ไม่ว่าจะเป็นการเสริมสร้างความแข็งแกร่งให้ร่างกาย ยืดอายุขัย และที่สำคัญที่สุดคือการฟื้นฟูพลังปราณและโลหิต

ในสนามรบ โอสถปราณโลหิตมีบทบาทสำคัญเป็นอย่างยิ่ง ด้วยสรีระร่างกายของพวกสัตว์ร้าย พวกมันจึงสามารถฟื้นฟูพลังปราณและโลหิตตามธรรมชาติได้อย่างรวดเร็ว เพื่อต่อกรกับสัตว์ร้ายเหล่านี้ มนุษย์จึงได้คิดค้นโอสถปราณโลหิตขึ้นมา เพื่ออุดช่องโหว่ในจุดนี้นั่นเอง

จบบทที่ บทที่ 28: โอสถปราณโลหิตล้ำค่า

คัดลอกลิงก์แล้ว