- หน้าแรก
- ราชันข้ามมิติ เปิดตำนานคำสาปวิญญาณสยบจักรวาล
- บทที่ 28: พักฟื้นหลังสิ้นสุดสงคราม
บทที่ 28: พักฟื้นหลังสิ้นสุดสงคราม
บทที่ 28: พักฟื้นหลังสิ้นสุดสงคราม
ศูนย์บัญชาการหน่วยพิฆาตอสูร
อุบุยาชิกิ คางายะ ซึ่งนอนเอนกายอยู่บนเตียง ตั้งใจฟังรายงานสถานการณ์การต่อสู้ที่หมู่บ้านช่างตีดาบจากอุบุยาชิกิ อามาเนะ ผู้เป็นภรรยา
ร่างกายของเขาเต็มไปด้วยผ้าพันแผล รอยพิษสีม่วงคล้ำลุกลามไปทั่วทั้งใบหน้า ส่งผลให้เขาไออย่างรุนแรงออกมาหลายครั้ง ทว่าเมื่อได้รับฟังข่าวแห่งชัยชนะอันยิ่งใหญ่ ความปีติยินดีก็ฉายชัดบนใบหน้าของเขา
คามิยะ เซอิจิ ผู้บีบให้อสูรข้างขึ้นลำดับที่ 1 ต้องล่าถอย คันโรจิ มิตสึริ และ โทคิโท มุอิจิโร่ ผู้ปลุกปานปรากฏกอสูรได้สำเร็จ รวมถึงความก้าวหน้าอย่างก้าวกระโดดของทันจิโร่
"ดูเหมือนความหวังในการกวาดล้างคิบุตสึจิ มุซัน ให้สิ้นซาก จะฝากไว้กับคนรุ่นนี้สินะ แค่ก แค่ก อามาเนะ ช่วยเขียนประกาศให้ฉันที"
คางายะหอบหายใจหนักหน่วง อามาเนะรีบหยิบกระดาษและพู่กันขึ้นมาจดบันทึกทุกถ้อยคำของเขาอย่างตั้งใจ
"อามาเนะ สำหรับการประชุมเสาหลักที่กำลังจะมาถึง ฉันคงต้องรบกวนให้เธอช่วยจัดการให้เรียบร้อยด้วยนะ เธอเหน็ดเหนื่อยมาตลอดเลย"
คางายะทอดสายตาอันอ่อนโยนผ่านนัยน์ตาสีซีดขาวที่มองไม่เห็นสิ่งใดไปยังภรรยาของเขา ทำเอาอามาเนะกลั้นน้ำตาไว้ไม่อยู่ ปล่อยให้มันรินไหลออกมาอย่างเงียบๆ
"ค่ะ!"
ศูนย์บัญชาการ คฤหาสน์ผีเสื้อ
ทันจิโร่กำลังนั่งสวาปามอาหารอยู่บนเตียงอย่างเอร็ดอร่อย ในขณะที่ด้านนอก คันซากิ อาโออิ และเด็กน้อยทั้งสามกำลังวิ่งเล่นกับเนซึโกะอย่างสนุกสนาน
ความรู้สึกเหมือนเพิ่งจากที่นี่ไปได้ไม่นาน ทว่าเขากลับต้องกลับมานอนพักฟื้นที่นี่อีกแล้ว หรือนี่คือโชคชะตากันนะ? ทันจิโร่ที่กำลังยัดข้าวเข้าปากจู่ๆ ก็ฉุกคิดขึ้นมาได้ ความเร็วในการกินของเขาชะงักลงเล็กน้อย เขาไม่อยากเอาแต่เจ็บตัวกลับมาแบบนี้หรอกนะ!
แต่ถึงอย่างนั้น มันก็เป็นเรื่องที่น่ายินดีอย่างยิ่ง ทุกคนปลอดภัยดี และที่สำคัญที่สุดคือ เนซึโกะสามารถเอาชนะแสงตะวันได้แล้ว
"จะว่าไปแล้ว เรื่องของ... เอ่อ น้องสาวของนายน่ะ ถือเป็นเรื่องที่น่าเหลือเชื่อมากเลยนะ" คาคุชิที่คอยดูแลเขาเอ่ยขึ้น
"เอ๋? งั้นเหรอครับ? อาจจะนิดหน่อยมั้งครับ"
ทันจิโร่ยังคงไม่ตระหนักถึงความสำคัญอันยิ่งใหญ่ของเนซึโกะในตอนนี้เลยแม้แต่น้อย
"แต่ท่านเสาหลักสุริยันนี่แข็งแกร่งของจริงเลยนะ ได้ยินมาว่าเขาถูกอสูรข้างขึ้นลำดับที่ 1 และ 5 รุมโจมตีพร้อมกัน แต่ไม่เพียงแค่ขับไล่อสูรข้างขึ้นลำดับที่ 1 ไปได้เท่านั้น เขายังปลิดชีพอสูรข้างขึ้นลำดับที่ 5 ลงได้อีกด้วย"
คาคุชิข้างกายเอ่ยชื่นชมความแข็งแกร่งของคามิยะ เซอิจิ อย่างออกรส หน่วยพิฆาตอสูรไม่เคยมีนักดาบที่ทรงพลังเช่นนี้มาก่อน หากจะมี ก็คงเป็นเหล่านักดาบรุ่นแรกเริ่ม และบัดนี้ นักดาบผู้ยิ่งใหญ่เช่นนั้นก็ได้ปรากฏตัวขึ้นอีกครั้งในยุคสมัยนี้
"ใช่ครับ ใช่เลย! คุณเซอิจิยอดเยี่ยมมากจริงๆ ก่อนหน้านี้เขาก็เคยไล่ตะเพิดอสูรข้างขึ้นลำดับที่ 3 จนกระเจิงมาแล้ว แถมเขายังช่วยสอนวิชาดาบสุดเจ๋งให้ผมอีกหลายกระบวนท่า ถ้าไม่ได้วิชาพวกนั้นล่ะก็ ผมคงตายไปนานแล้วล่ะครับ"
ทันจิโร่เห็นพ้องกับคำชื่นชมเหล่านั้นอย่างเต็มที่ เขายังแอบคิดด้วยซ้ำว่าคำชมแค่นี้ยงน้อยไปเสียด้วยซ้ำ
"ท่านเสาหลักสุริยันเป็นคนสอนวิชาดาบให้นายเหรอ? ถ้าอย่างนั้น นายก็คือผู้สืบทอดของท่านเสาหลักสุริยันน่ะสิ?"
"แค่ก แค่ก!"
คาคุชิเอ่ยถามด้วยความอยากรู้อยากเห็น หารู้ไม่ว่าคำถามนั้นทำเอาทันจิโร่ชะงักงัน ตะเกียบที่คีบข้าวค้างเติ่งอยู่กลางอากาศ
ผู้สืบทอดงั้นเหรอ? ฉันกับคุณเซอิจิเนี่ยนะ…
ทันจิโร่รีบโบกไม้โบกมือปฏิเสธเป็นพัลวัน เหงื่อแตกพลั่ก การที่ต้องมาเป็นผู้สืบทอดของคนรุ่นราวคราวเดียวกันมันออกจะพิลึกไปหน่อย
ด้านนอก จู่ๆ ก็เกิดเสียงเอะอะโวยวายดังลั่น ทำเอาเก็นยะที่นอนพักฟื้นอยู่เตียงข้างๆ สะดุ้งตื่นขึ้นมา
"หนวกหูโว้ย!"
เก็นยะตะโกนด่าลั่น ทันจิโร่วางชามข้าวลง นึกสงสัยว่าเกิดเรื่องอะไรขึ้นข้างนอก
"ทันจิโร่!"
เซ็นอิตสึพุ่งพรวดเข้ามา จับไหล่ทั้งสองข้างของทันจิโร่แน่น แล้วเอ่ยด้วยน้ำเสียงเรียบเฉยผิดปกติ
"ไอ้หมูป่ามันอยู่ไหน? ฉันจะไปฆ่ามัน"
"หา?"
ทันจิโร่ทำหน้างงเป็นไก่ตาแตก
"ก็ไอ้เจ้าอิโนะสุเกะน่ะสิ มันบังอาจสอนให้เนซึโกะจังเรียกชื่อมัน! บ้าเอ๊ย! เนซึโกะจังต้องหัดเรียกชื่อฉันเป็นคนแรกสิฟะ!"
เซ็นอิตสึเริ่มคร่ำครวญอีกระลอก เก็นยะทนรำคาญไม่ไหว ดึงผ้าห่มขึ้นมาคลุมโปงปิดหูเสียเลย
"เซ็นอิตสึ ดีใจจริงๆ ที่ได้เจอนายอีกนะ" ทันจิโร่เมินเสียงโอดครวญของเซ็นอิตสึ เพราะเขารู้สึกดีใจจากใจจริง การต่อสู้ที่หมู่บ้านช่างตีดาบคือการเฉียดใกล้ความตายอย่างแท้จริง หากไม่ได้เซอิจิช่วยเหลือ พวกเขาคงไม่รอดชีวิตกลับมาแน่ๆ
เซ็นอิตสึหยุดโวยวาย เมื่อเห็นรอยยิ้มอันอบอุ่นของทันจิโร่ เขาก็อดไม่ได้ที่จะสวมกอดเพื่อนรักแน่น
"นายคิดว่าพูดแบบนี้แล้วฉันจะยอมยกโทษให้ไอ้หมูป่านั่นหรือไง!"
เซ็นอิตสึผละออกจากทันจิโร่ ทำหน้าถมึงทึง คว้าดาบแล้วเดินดุ่มๆ ออกไปตามล่าอิโนะสุเกะ
"เพื่อนนายเนี่ย พลังเหลือล้นจริงๆ นะ" คาคุชิที่อยู่ข้างๆ เอ่ยแซว
โครม! ร่างของใครบางคนพุ่งทะลุหน้าต่างเข้ามา เศษกระจกแตกกระจายเกลื่อนกลาด ไม่ใช่ใครที่ไหน... อิโนะสุเกะนั่นเอง
"ฮ่าฮ่าฮ่า ทันจิโร่ การฝึกฝนกำลังจะเริ่มขึ้นแล้วโว้ย!"
คันซากิ อาโออิ วิ่งหน้าตื่นเข้ามาดูตามเสียงดัง เมื่อเห็นเศษกระจกเกลื่อนพื้นก็ถึงกับอ้าปากค้าง
หลังจากนั้น ทันจิโร่ก็ได้แต่นั่งมองอิโนะสุเกะถูกเทศนาชุดใหญ่พร้อมกับโดนสั่งให้นั่งคุกเข่าสำนึกผิด
"เอ่อ คือว่า ขอผมคุยกับอิโนะสุเกะก่อนได้ไหมครับ? สัญญาว่าจะคืนตัวให้เดี๋ยวนี้เลย"
ทันจิโร่ยกมือขึ้นขออนุญาต แน่นอนว่าคันซากิ อาโออิ ยินยอมแต่โดยดี เธอให้ความเคารพทันจิโร่เสมอมา แต่ก็แอบปวดหัวกับสองคู่หูตัวป่วนอย่างเซ็นอิตสึและอิโนะสุเกะอยู่ไม่น้อย โดยเฉพาะรายหลัง ไม่รู้ทำไม ช่วงนี้เธอถึงได้เป็นห่วงเป็นใยเรื่องของหมอนี่อยู่บ่อยๆ
"อิโนะสุเกะ ที่นายบอกว่าการฝึกกำลังจะเริ่มน่ะ หมายความว่ายังไงเหรอ?"
ทันจิโร่เอ่ยถามด้วยความอยากรู้อยากเห็น
"หึหึ ทันจิโร่ พวกเสาหลักของหน่วยพิฆาตอสูรลงมติกันแล้วว่าจะลงมาฝึกสอนพวกเราด้วยตัวเองเลย เริ่มตั้งแต่วันนี้เป็นต้นไป! แกต้องรีบหายไวๆ นะ ไม่งั้นจะโดนท่านอิโนะสุเกะคนนี้ทิ้งห่างแบบไม่เห็นฝุ่นแน่!"
ทันจิโร่นอนซมอยู่บนเตียงมากว่าสิบวัน เพิ่งจะฟื้นขึ้นมาวันนี้ เขาไม่คาดคิดเลยว่าจะเกิดความเปลี่ยนแปลงครั้งใหญ่ขนาดนี้ภายในหน่วยพิฆาตอสูร
"แล้วรูปแบบการฝึกมันเป็นยังไงเหรอ?"
"ตามประกาศ ท่านเสาหลักเสียงรับหน้าที่ฝึกความอึด ถัดมาคือการฝึกความเร็วของท่านเสาหลักหมอก การฝึกความยืดหยุ่นของท่านเสาหลักความรัก การฝึกจัดระเบียบท่าดาบของท่านเสาหลักอสรพิษ การฝึกจู่โจมแบบบ้าบิ่นของท่านเสาหลักวายุ การฝึกเสริมสร้างกล้ามเนื้อของท่านเสาหลักหินผา และปิดท้ายด้วยท่านเสาหลักสุริยัน หรือก็คือคุณเซอิจิ ที่รับหน้าที่ฝึกสอนแบบครอบจักรวาล"
เซ็นอิตสึเดินคอตกเข้ามาจากหน้าประตู และเป็นคนอธิบายรายละเอียดการฝึกให้ทันจิโร่ฟัง เพราะขืนรอให้อิโนะสุเกะจำมาเล่า มีหวังชาติหน้าก็คงไม่รู้เรื่อง
พอสองคนนี้เจอหน้ากันปุ๊บ ก็เปิดฉากวางมวยกันปั๊บ
ทันจิโร่รู้สึกตื่นเต้นไม่น้อย เพราะนั่นคือการฝึกสอนจากระดับเสาหลักเชียวนะ! หากผ่านการฝึกฝนจากพวกท่านแล้ว เขาจะพัฒนาขึ้นไปได้อีกไกลแค่ไหนกัน? ในการต่อสู้ที่หมู่บ้านช่างตีดาบ เขาตระหนักได้ดีว่าความแข็งแกร่งของตนเองนั้นยังห่างไกลจากคำว่าเพียงพออีกมากนัก
ถ้าหากร่างกายของเขากำยำล่ำสันกว่านี้ ผลข้างเคียงจากการใช้วิชาดาบจะรุนแรงน้อยลงไหม? ถ้าหากเขาเคลื่อนไหวได้รวดเร็วกว่านี้ เขาจะสามารถช่วยชีวิตมุอิจิโร่ไว้ได้ทันท่วงทีหรือเปล่า?
คำถามมากมายวนเวียนอยู่ในหัวของทันจิโร่ ในที่สุด เขาก็คว้าชามข้าวขึ้นมายัดทะนานเข้าปากคำโต เขาต้องรีบฟื้นตัวให้เร็วที่สุดเพื่อจะได้เข้าร่วมการฝึก ในเมื่อคนอื่นๆ ต่างก็ทุ่มเทฝึกฝนกันอย่างหนัก เขาจะยอมน้อยหน้าไม่ได้เด็ดขาด
ย้อนกลับไปเมื่อไม่กี่วันก่อน
คามิยะ เซอิจิ เอื้อมมือคว้าอีกาที่บินถลาเข้ามาทางหน้าต่าง
"ท่านคามิยะ นี่คือประกาศจากท่านอุบุยาชิกิครับ และมีจดหมายส่วนตัวของท่านปะปนอยู่ด้วย"
เซอิจิเปิดอ่านกระดาษโน้ต เนื้อหาส่วนใหญ่เป็นการไถ่ถามอาการบาดเจ็บของเขา ชื่นชมในวีรกรรมอันกล้าหาญ และปิดท้ายด้วยกำหนดการประชุมเสาหลักที่จะจัดขึ้นในเช้าวันพรุ่งนี้
นอกจากนี้ยังมีจดหมายประกาศที่ส่งถึงสมาชิกหน่วยพิฆาตอสูรทุกคน เนื้อหาในนั้นบรรยายถึงเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นในหมู่บ้านช่างตีดาบ และยกย่องเชิดชูผู้ที่มีส่วนร่วมในการต่อสู้ทุกคนอย่างสมเกียรติ
เขากวาดสายตาอ่านคร่าวๆ แล้ววางมันลง ก่อนจะหันไปเปิดจดหมายส่วนตัว ฉบับแรกเป็นของโคโจ ชิโนบุ ที่เขียนมาไถ่ถามสารทุกข์สุกดิบ พร้อมกับเล่าเรื่องราวส่วนตัวของเธอเล็กน้อย ส่วนฉบับที่สองเป็นจดหมายแสดงความขอบคุณจากมุอิจิโร่
ดูเหมือนจะไม่มีเหตุการณ์สำคัญอะไรเกิดขึ้นเป็นพิเศษ นอกจากการประชุมที่กำลังจะมาถึง
เซอิจินั่งขัดสมาธิ หลับตาลงเพื่อพักผ่อน
"เปิดหน้าต่างสถานะ"
ชื่อ: คามิยะ เซอิจิ
ความแข็งแกร่ง: ระดับ 1
พลังวิญญาณ: 250/250 (ขีดจำกัดสูงสุดของมนุษย์ในโลกนี้)
ทักษะพื้นฐาน: ความเชี่ยวชาญภาษาญี่ปุ่น (1700/7500), วิชาดาบ - ปรมาจารย์ขั้นสูง (10000/100000), ความเชี่ยวชาญด้านการแพทย์และพิษวิทยา (100/50000)
ความสามารถเหนือธรรมชาติ: ปราณตะวัน - เพ่งจิตรวมปราณขั้นสูงสุด (ขีดจำกัด 40000/100000), ปราณตะวัน - เพ่งจิตรวมปราณขั้นสูงสุด (4300/100000), ดาบแดงเพลิง - เชี่ยวชาญ (30000/50000), โลกที่มองเห็นทะลุปรุโปร่ง - เชี่ยวชาญ (100/10000), ทักษะผสานวิชาปราณ - ระดับเริ่มต้น (100/100000), วิชาปราณ (ขยาย)
พรสวรรค์ชั่วคราว: ผู้เข้าใกล้วิถีแห่งมรรค
ประเมินระดับ: ระดับ 1 ขั้นสูงสุด!!
เขาแข็งแกร่งขึ้นอีกแล้ว! แต่ถึงอย่างนั้น เซอิจิก็ไม่มีความคิดที่จะย่อหย่อนในการฝึกฝนเลยแม้แต่น้อย ภายในห้องกลับคืนสู่ความเงียบสงัด มีเพียงเสียงลมหายใจเข้าออกเป็นจังหวะสม่ำเสมอของเขาเท่านั้น
ในเวลานี้ เขายังไม่ล่วงรู้เลยว่า ข่าวคราวความสำเร็จของเขาได้สร้างความสั่นสะเทือนไปทั่วทั้งหน่วยพิฆาตอสูรเสียแล้ว!