- หน้าแรก
- เกิดชาตินี้ พี่ขอเป็นเทพ
- บทที่ 92
บทที่ 92
บทที่ 92
บทที่ 92
ภายในห้องควบคุมแรงโน้มถ่วง การต่อสู้ที่แท้จริงเพิ่งเริ่มต้น
ข้างนอก
รองผู้อำนวยการโรงฝึกยุทธ จูเหยียน ได้เดินกลับมาหยุดยืนข้างๆจูหลิง เขาก้มลงพูดเบาๆว่า "นายท่าน เด็กหนุ่มกับพี่สาวของเขา ไปที่ห้องควบคุมแรงโน้มถ่วง เหมือนจะประลองกัน"
“ห้องควบคุมแรงโน้มถ่วง?” จูหลิงขมวดคิ้ว เอ่ยถามอย่างสงสัย "เขาเป็นนักบวช ไปสู้กับนักรบคลั่งจะไม่เป็นไรเหรอ?"
“ฉันจำได้ว่า เขาเพิ่งปลุกพลังได้ไม่นาน นี่คุณแน่ใจ!?”
รองผู้อำนวยการโรงฝึกยุทธครุ่นคิดเล็กน้อย ก่อนพูดว่า "กระผมแน่ใจ ถึงแม้ว่าจะไม่ได้ยิน แต่ดูจากข้างๆ ก็สามารถมองเห็นจิตต่อสู้ที่พลุ่งพล่านของเด็กสาวคนนั้น มันแทบจะทะลักออกมา เหมือนกำลังถือมีดพร้อมฟันคน"
“อืม ถึงแม้ว่าคุณจะแก่แล้ว แต่ยังไงก็เป็นผู้ตื่นรู้เลเวล 20 การรับรู้ของคุณคงไม่ผิดพลาดไปจากนี้มากนัก”
จูหลิงพยักหน้า มองไป๋เซี่ยนเซี่ยนด้วยความสนใจ
"ว่าแต่เธอรู้จักเด็กคนนี้ด้วยเหรอ? เขาเป็นนักเรียนในห้องของฉัน เพิ่งปลุกพลังได้ไม่นาน กำลังอยู่ในช่วงเริ่มต้นออกผจญภัย"
"อืม ฉันสนใจเขามานานแล้ว!" ไป๋เซี่ยนเซี่ยนหรี่ตาเป็นรูปพระจันทร์เสี้ยว "ฉันถึงขนาดอยากจะให้เขาแต่งงานเข้าตระกูลไป๋ด้วยซ้ำ"
จูหลิงสะดุ้งโหยง ตกใจจนหน้าเปลี่ยนสี"ให้เขาแต่งงานเข้า... แล้วจะแต่งกับใคร?"
"ก็ฉันไง!" ไป๋เซี่ยนเซี่ยนตอบอย่างไม่ลังเล
จูหลิงเงียบไปครู่หนึ่ง เธอกำลังอึ้ง เนิ่นนานจึงถามอย่างสงสัย "เธอชอบเขาเหรอ? แต่ฉันว่าไม่น่าจะใช่นะ"
“ไม่ใช่เพราะชอบหรอก แต่เขาคือโอกาส!” ไป๋เซี่ยนเซี่ยนถอนหายใจ "จูหลิง เธอทำลายพันธนาการของตระกูลได้แล้ว เรื่องที่ตระกูลคิดบีบบังคับเธอ เธออยากจะทำยังไงก็ได้ จะปฏิเสธก็ได้ แต่ฉันไม่เหมือนกัน"
“อีกไม่กี่ปี ฉันจะต้องถูกบังคับให้แต่งงาน... และฉันไม่ยอม!”
เมื่อได้ยินเช่นนั้น จูหลิงก็พูดเบาๆ "แต่เขาเป็นแค่เด็กที่เพิ่งปลุกพลัง จะไปทำอะไรได้?"
"เชื่อฉันสิ เขาทำได้แน่" ไป๋เซี่ยนเซี่ยนดวงตาเป็นประกาย "ไม่นานมานี้ เหล่าโจวเคยตรวจสอบเขา และยืนยันจากปากเองเลยว่าอู๋เทียนเป็น.... ผู้มีพรสวรรค์ขั้นสูง!"
“พรสวรรค์ขั้นสูง หมายถึงระดับสีม่วงน่ะเหรอ? งั้นก็พอจะเป็นไปได้นะ ถ้าเขาพยายามหน่อย ก็คงแต่งงานกับเธอได้ แต่แค่นี้ก็ยังเปลี่ยนแปลงแรงกดดันจากตระกูลเธอไม่ได้อยู่ดี” จูหลิงส่ายหัว
แต่ทันใดนั้นเอง เธอก็นึกอะไรขึ้นได้ สองคิ้วขมวดมุ่น
“เดี๋ยวก่อน อย่าบอกนะว่า...... พรสวรรค์สีทอง!?”
“เป็นไปได้สูงทีเดียว!” ไป๋เซี่ยนเซี่ยนพูดด้วยน้ำเสียงทุ้มต่ำ "เหล่าโจวผ่านอะไรมามากมาย เขาดูออกว่าอู๋เทียนอย่างน้อยก็เป็นผู้มีพรสวรรค์สีม่วง และมีโอกาสสูงที่จะเป็นผู้มีพรสวรรค์ระดับสีทอง!"
"ฉันว่าไม่น่าเป็นไปได้ พรสวรรค์ระดับสีทองไม่ได้เจอกันง่ายๆ ยังไงฉันก็ไม่เชื่อ" จูหลิงส่ายหัว พรสวรรค์สีทอง มันหายากมาก ไม่ต้องพูดถึงเมืองสุ่ยเฉิง แม้แต่ในตระกูลจูของเธอ ก็ยังไม่มีซักคน!
ผู้มีพรสวรรค์สีทองทุกคน ขอแค่เอ่ยปากว่าต้องการเข้าร่วมกับขุมพลังใหญ่ๆ ก็จะได้รับการเชื้อเชิญและได้รับการสนับสนุนทรัพยากรมหาศาล
และแน่นอน เมื่อผู้มีพรสวรรค์เข้าร่วมกับขุมพลังใหญ่แล้ว ก็หมายความว่าจะต้องเซ็นสัญญาพิเศษ ถึงตอนนั้นความลับทุกอย่างที่มี หรือกระทั่งความเป็นความตายของผู้มีพรสวรรค์ ก็จะถูกตระกูลควบคุมโดยสมูรณ์
ตระกูลของจูเองก็ลงทุนกับอัจฉริยะมากมาย ในบรรดาคนเหล่านั้น มีคนที่มีพรสวรรค์สีม่วงระดับสูงสุดรวมอยู่ด้วย และอนาคตของเขาช่างสดใส!
“ต่อให้อู๋เทียนไม่ใช่พรสวรรค์ระดับสีทอง ถึงจะเป็นพรสวรรค์สีม่วง ยังไงก็จัดอยู่ในระดับที่หายาก หรือไม่ก็ระดับสูงสุดแน่นอน! หรืออาจจะเป็นพรสวรรค์สีม่วงแบบพิเศษ! ถ้ามีเขาอยู่ เขาต้องช่วยฉันได้แน่นอน!” ไป๋เซี่ยนเซี่ยนพูดอย่างมั่นใจ
จูหลิงไม่เข้าใจ เธอกำลังจะแย้ง แต่ก็พลันนึกถึงเหล่าโจว
ตอนที่เธอเด็กๆ เธอมักจะได้ยินเรื่องราวของคนผู้นี้เสมอ
เหล่าโจวเคยไปต่อสู้ในต่างโลก สังหารผู้คนไปนับล้าน
ดูเหมือนว่า...
เหล่าโจวมีทักษะพิเศษบางอย่าง
เมื่อคิดถึงตรงนี้ จูหลิงก็เลยเห็นด้วยกับที่ไป๋เซี่ยนเซี่ยนพูด "ก็ได้นะ ฉันจะยอมช่วยเธอจับคู่ให้ ว่ายังไง?"
“ไม่...... ไม่ต้องหรอก” ไป๋เซี่ยนเซี่ยนแสดงท่าทีลนลานออกมาอย่างเก้อเขิน "ฉันหาโอกาสเองได้"
"ก็ได้ งั้นตามใจเธอ"
....
ในห้องควบคุมแรงโน้มถ่วง อู๋เทียนไม่รู้ว่ามีคนกำลัง "เพ่งเล็ง" เขาอยู่
สมาธิของเขา จดจ่ออยู่กับการต่อสู้กับหยางอี้อี้
หยางอี้อี้ถือ "ขวานปีศาจสามานย์" วิ่งเข้ามาอย่างบ้าคลั่ง ใช้ทักษะต่อเนื่องไม่หยุด เธอฟาดฟันแต่ละครั้ง ล้วนปลดปล่อยพลังทำลายล้างที่น่าสะพรึงกลัว ฟันไปที่ผนัง ก็ทำให้ห้องควบคุมแรงโน้มถ่วงสั่นสะเทือน
โชคดีที่วัตถุดิบของห้องควบคุมแรงโน้มถ่วงไม่ธรรมดา
จึงไม่ต้องกังวลว่าจะพัง
ส่วนอู๋เทียน..... เขาเลือกที่จะสู้แบบตรงไปตรงมา! ใช้เอฟเฟกต์แบบติดตัว "รัวกำปั้น" ทำให้หมัดของเขามีพละกำลังมหาศาล แถมยังเพิ่มความเร็ว!
เพราะแบบนี้
การโจมตีของเขาถึงได้เร็วกว่านักรบคลั่ง
หมัดแล้วหมัดเล่าถูกปล่อยออกไป ทำให้หยางอี้อี้ที่บ้าคลั่งต้องถอย ถูกเขากำราบจนราบคาบ!
ในที่สุด
อู๋เทียนก็ต่อยอีกครั้ง กำปั้นโดนใบขวาน ทำให้ทั้งคนทั้งขวานกระเด็น ชนเข้ากับผนัง
"พี่อี้อี้ พักก่อนเถอะ แต่ต้องยอมรับเลยว่าพี่แข็งแกร่งมากจริงๆ!" อู๋เทียนชมเชยด้วยรอยยิ้ม
เขาไม่ได้พูดเกินจริง หยางอี้อี้ในอดีต แม้แต่มอนสเตอร์ระดับผู้นำก็ยังสู้ไม่ได้ ตอนนี้หลังจากฝังโครงข่ายมนตรา " ปีศาจออร์ลิค - ผู้คลั่งไคล้" พลังรบของเธอก็เพิ่มขึ้นจนสามารถฆ่ามอนสเตอร์ระดับผู้นำได้แล้ว แต่ก็ยังคงห่างไกลกับมอนสเตอร์ระดับวีรบุรุษอยู่ดี
ขณะที่อู๋เทียนสามารถฆ่ามอนสเตอร์ระดับวีรบุรุษได้ หยางอี้อี้คิดอยากจะเอาชนะเขา...... คงยาก!
แต่ เมื่อหยางอี้อี้ได้ยินเช่นนั้น เธอกลับไม่รู้สึกผิดหวัง ตรงกันข้าม ดวงตาของเธอพลันแดงก่ำ มุมปากยกขึ้น บนใบหน้าเต็มไปด้วยจิตต่อสู้ที่บ้าคลั่ง!
ติ๋ง!
ติ๋ง!
ติ๋ง!
เลือดหยดลงทีละหยด เธอคำรามต่ำๆ ในลำคอ
ในวินาทีต่อมา
เนื้อหนังเดือดพล่าน ผิวหนังปริออกทีละนิด เลือดซึมออกตามตัว กลายเป็นลวดลายมากมาย ปกคลุมไปทั่วร่างกาย!
“สู้!”
ราวกับปีศาจจุติ
หยางอี้อี้กลายเป็น "มนุษย์โลหิต" ถือขวานพุ่งเข้ามา!
“หรือนี่จะเป็น....... กายนักบุญกระหายเลือด!?” อู๋เทียนเบิกตากว้าง