- หน้าแรก
- เป็นพลโล่แล้วไง ขออัปป้องกันเต็มแม็กซ์ก็แล้วกัน
- บทที่ 104 - เมืองหลินหยวนของเรายังต้องมาขอบใจนายด้วยงั้นสิ?
บทที่ 104 - เมืองหลินหยวนของเรายังต้องมาขอบใจนายด้วยงั้นสิ?
บทที่ 104 - เมืองหลินหยวนของเรายังต้องมาขอบใจนายด้วยงั้นสิ?
บทที่ 104 - เมืองหลินหยวนของเรายังต้องมาขอบใจนายด้วยงั้นสิ?
"ปาร์ตี้หมิงเฉินอยู่ที่ไหนกัน"
ผู้ตรวจการหลินนึกถึงกลุ่มของเฉินหมิงขึ้นมาเป็นอันดับแรก
ในเมื่อเกิดการเปลี่ยนแปลงครั้งใหญ่ขนาดนี้ในเขตที่หนึ่ง
พวกเฉินหมิงก็คงหนีไม่พ้นที่จะได้รับผลกระทบไปด้วยแน่ๆ
ไม่รู้ว่าตอนนี้สถานการณ์ของพวกเขาจะเป็นยังไงบ้าง...
"หวังว่าคงจะปลอดภัยดีนะ"
ผู้ตรวจการหลินมองลงไปยังอเวจีที่พังพินาศอยู่เบื้องล่าง
การที่พื้นที่อเวจีขนาดใหญ่ได้รับความเสียหายถึงเพียงนี้
คงจินตนาการไม่ออกเลยว่าต้องผ่านการต่อสู้ระดับไหนมา
ถ้าดาวรุ่งพุ่งแรงที่เปี่ยมไปด้วยศักยภาพอย่างเฉินหมิงต้องมาเป็นอะไรไปล่ะก็...
ถือเป็นความสูญเสียครั้งใหญ่ของสมาพันธ์เลยทีเดียว
"ใช่ๆ ไอ้เด็กพวกนั้นมันต้องรู้เรื่องที่เกิดขึ้นแน่ๆ!"
"หาตัวให้เจอ ต้องเค้นถามให้รู้เรื่อง"
พวกคนจากเมืองหลินหยวนไม่ได้สนใจความเป็นความตายของพวกเฉินหมิงหรอก
พวกเขาร้อนใจอยากจะสืบหาความจริงเบื้องหลัง 'โศกนาฏกรรมอเวจี' ในครั้งนี้มากกว่า
ทรัพยากรทั้งหมดในเขตที่หนึ่งชั้นนอกเชียวนะ...
หายวับไปกับตาหมดเลย!
นี่มันยิ่งกว่ามหาโจรปล้นบ้านเสียอีก!
พวกผู้บริหารระดับสูงของเมืองหลินหยวน ในตอนนี้แทบจะกระอักเลือดออกมาอยู่แล้ว
"พวกเขายังอยู่ในอเวจีเขตนี้แหละ..."
เจ้าเมืองเซี่ยเอ่ยขึ้นช้าๆ
สายลมแผ่วเบาพัดผ่านหน้าเขาไป แล้วเลือนหายไปในพริบตา
"ไปกันเถอะ"
...
...
อีกด้านหนึ่ง
บริเวณด้านนอกของลานกว้างที่มีกระแสพลังปั่นป่วน
เฉินหมิงตรวจดูผลประกอบการจากการกวาดล้างอเวจีทั้งหมดในครั้งนี้เสร็จเรียบร้อยแล้ว
ตอนนี้ในมิติเก็บของทางจิตของเขา
อัดแน่นไปด้วยทรัพยากรหายากหลากหลายชนิดกองพะเนินเทินทึก
มีเยอะจนพอจะตั้งตัวเป็นพ่อค้าขายส่งทรัพยากรหายากได้สบายๆ เลยทีเดียว
แต่ที่น่าเสียดายก็คือ
ไม่มีทรัพยากรธาตุมิติชิ้นที่สองโผล่มาให้เห็นเลย
"ดูเหมือนการที่ได้เจอเจ้าวัวดำตัวใหญ่นั่น จะเป็นความโชคดีล้วนๆ น่าจะเป็นทรัพยากรธาตุมิติเพียงชิ้นเดียวที่มีอยู่ในอเวจีเขตนี้ล่ะมั้ง"
เฉินหมิงถอนหายใจยาว
ถึงจะแอบผิดหวังอยู่นิดหน่อย แต่ก็อยู่ในระดับที่พอรับได้
ทรัพยากรธาตุมิติไม่ใช่ผักปลาตามตลาดสักหน่อย
แค่โผล่มาให้เห็นชิ้นนึงก็ถือว่าบุญโขแล้ว
"ในเมื่ออเวจีเกิดจากการทับซ้อนของมิติสองโลก ตามหลักการแล้ว..."
"มันก็น่าจะมีของวิเศษธาตุมิติเจ๋งๆ ซ่อนอยู่บ้างสิ"
ถึงจะรู้ว่ามิติที่ทับซ้อนกัน กับทรัพยากรธาตุมิติ มันไม่ได้มีความเกี่ยวข้องกันโดยตรงก็ตามที
แต่เฉินหมิงก็ยังไม่ยอมถอดใจง่ายๆ
เขตชั้นนอกยังมี [เขาหักมายาเวหา] โผล่มาให้เห็นได้ตั้งชิ้นนึงเลยนี่นา
เขตชั้นใน เขาก็ไม่ได้โลภมากขออะไรเยอะแยะหรอก
ไม่ได้เรียกร้องระดับของไอเท็มด้วย...
ขอแบบนี้อีกสักสองสามชิ้น คงไม่มากเกินไปใช่ไหม?
"น่าจะถึงเวลาแล้วล่ะมั้ง"
เฉินหมิงเบนสายตากลับไปมองรอยแยกมิติบนลานกว้างอีกครั้ง
สถานการณ์การกวาดล้างอเวจีอีกฝั่ง
ก็น่าจะใกล้เสร็จแล้วเหมือนกัน
ถึงแม้การค้นหาทรัพยากรธาตุมิติในอเวจีฝั่งนี้จะไม่คืบหน้า
แต่ทรัพยากรพลังจิตบริสุทธิ์จากต่างโลก ก็เป็นอะไรที่น่าตั้งตารอไม่น้อย
และยิ่งไปกว่านั้น...
สำหรับอเวจีฝั่งนู้น เฉินหมิงไม่ได้ออมมือให้เลยสักนิด
เขาปล่อยกองทัพมารกระดูกออกไปเหยียบแสนตัว
มืดฟ้ามัวดิน เดินทัพกันอึกทึกครึกโครม
เป้าหมายคือการกวาดล้างพื้นที่อเวจีฝั่งนู้นทั้งหมดให้เกลี้ยง
เพราะยังไงซะ ทรัพยากรพลังจิตก็ถือเป็นของหายาก
ถ้าไม่กอบโกยมาให้เยอะๆ จะไปพอยาไส้อะไรล่ะ
แถมฝั่งตรงข้ามก็เป็นต่างโลกด้วย...
เฉินหมิงเลยไม่รู้สึกตะขิดตะขวงใจเลยสักนิด
คำสั่งที่เขาให้ไปคือกวาดล้างสัตว์ประหลาด ไม่ได้สั่งให้ไปเข่นฆ่าผู้เปลี่ยนอาชีพของโลกนู้นเสียหน่อย
เฉินหมิงน่ะเป็นคนดีจะตายไป
ตอนนี้ยังไม่ได้มีความคิดอยากจะเป็นจอมมารกระดูกผู้ชั่วร้ายที่ไปรุกรานโลกของคนอื่นหรอกนะ
ในขณะนั้นเอง
ก็มีเสียงแหวกอากาศดังมาจากที่ไกลๆ
ไม่นานนัก คนกลุ่มหนึ่งสิบกว่าคนก็เหาะเหินเดินอากาศมา
ทุกคนล้วนเป็นผู้เปลี่ยนอาชีพเลเวล 40 ขึ้นไปทั้งสิ้น!
และสองคนที่นำหน้ามา ก็คือเจ้าเมืองเซี่ยและผู้ตรวจการหลินที่พาเฉินหมิงมายังอเวจีนี่เอง
เมื่อเห็นว่าเฉินหมิงปลอดภัยดี
ผู้ตรวจการหลินก็พยักหน้าเบาๆ
ถือว่าเบาใจลงไปเปราะหนึ่ง
"รอยแยกมิติ!"
แต่สายตาของเจ้าเมืองเซี่ย กลับพุ่งเป้าไปที่ลานกว้างเบื้องหน้าเป็นอันดับแรก
ในบริเวณที่ถูกห่อหุ้มด้วยกระแสพลังปั่นป่วนนั้น มีรอยแยกยาวเหยียดพาดผ่านกลางอากาศธาตุ
นี่มันรอยแยกมิติชัดๆ!
สายตาของเจ้าเมืองเซี่ยดูลึกล้ำ สีหน้าเคร่งเครียดเอาการ
ตอนนั้นเอง
กลุ่มผู้เปลี่ยนอาชีพจากเมืองหลินหยวนที่ตามมาด้านหลัง ก็สังเกตเห็นรอยแยกมิตินี้เช่นกัน
พวกเขาเผยสีหน้าตกตะลึงออกมา
"ทำไมถึงมีรอยแยกมิติโผล่มาตรงนี้ได้ล่ะ เมื่อก่อนไม่เห็นจะมีเลยนี่"
"รอยแยกมิติใหญ่เบ้อเริ่มเลย!"
หลายคนอุทานออกมาด้วยความประหลาดใจ
ในอเวจีก็มีรอยแยกมิติที่พังทลายอยู่บ้างเหมือนกัน
ถือเป็น 'ของขึ้นชื่อ' อย่างหนึ่งในอเวจี
แต่รอยแยกมิติพวกนั้นมันไม่ได้สมบูรณ์หรอกนะ
ส่วนใหญ่ก็เป็นแค่รอยแตกเล็กๆ เท่านั้น
อันที่ใหญ่ที่สุด ก็มีขนาดแค่เท่าท่อนแขนเท่านั้นแหละ
ถึงกระนั้น มันก็ยังอันตรายสุดๆ อยู่ดี
แต่ตรงหน้าพวกเขาตอนนี้...
กลับมีรอยแยกมิติที่สมบูรณ์แบบปรากฏอยู่
"หรือว่ามันเพิ่งจะโผล่มาหมาดๆ กัน?"
"ที่สัตว์ประหลาดในอเวจีถูกล้างบาง จะเกี่ยวอะไรกับรอยแยกมิตินี้ไหมนะ?"
บรรดาผู้บริหารระดับสูงของเมืองหลินหยวนต่างครุ่นคิดกันหัวหมุน
แล้วก็โยงเรื่องที่สัตว์ประหลาดถูกกำจัดเกลี้ยงไปผูกกับเรื่องนี้ทันที
"พวกเธอคือปาร์ตี้หมิงเฉินใช่ไหม?"
ผู้บริหารระดับสูงคนหนึ่งของเมืองหลินหยวนร่อนลงพื้น แล้วเดินมาหยุดอยู่ตรงหน้าพวกเฉินหมิง
"เมื่อกี้ในอเวจีเขตนี้ มันเกิดอะไรขึ้นกันแน่?" เขาเอ่ยปากถาม
เมื่อได้ยินคำถามนั้น
ฉินจือเสวี่ย, หลินเวย และซุนหยางต่างก็นิ่งเงียบไปตามๆ กัน
เกิดอะไรขึ้นน่ะเหรอ...
แล้วพวกเราจะไปตอบได้ยังไงล่ะ?
จะให้บอกว่าเฉินหมิงอัญเชิญกองทัพจากยมโลกมากวาดล้างอเวจีงั้นเหรอ?
ข้ออ้างนี้ไม่ว่าจะฟังมุมไหนมันก็ดูเวอร์วังเกินไปหน่อย
ดังนั้น ทั้งสามคนจึงรู้ตัวดีว่าควรจะหุบปากไว้จะดีกว่า
เรื่องพรรค์นี้ ต้องให้เฉินหมิงเป็นคนตัดสินใจเองว่าจะเล่าหรือไม่เล่า
"อ้อ เรื่องนั้นน่ะเหรอ..."
เฉินหมิงทำท่าครุ่นคิดอยู่ครู่หนึ่ง
เขามองซ้ายมองขวา
แล้วก็ชี้ไปที่รอยแยกมิติบนลานกว้างเบื้องหน้า
ก่อนจะพูดหน้าตาเฉยว่า:
"พอไอ้เจ้านี่โผล่มา ก็ไม่รู้เหมือนกันว่าทำไมสัตว์ประหลาดในอเวจีถึงได้คลุ้มคลั่งกันขึ้นมา"
"ก็เลยไม่มีทางเลือก ฉันก็เลยต้องจัดการสัตว์ประหลาดแถวนี้ให้หมด จะได้ไม่เกิดเหตุการณ์มอนสเตอร์สไตรก์พุ่งเป้าไปถล่มเมืองหลินหยวนไงล่ะ"
ผู้เปลี่ยนอาชีพของเมืองหลินหยวนคนนั้นถึงกับกะพริบตาปริบๆ
สีหน้าแข็งค้างไปเลย
"แค่นี้เนี่ยนะ?"
"แค่นี้จริงๆ เหรอ?"
เฉินหมิงพยักหน้า "ใช่แล้ว แค่นี้แหละ ง่ายๆ แค่นี้เลย"
ผู้เปลี่ยนอาชีพของเมืองหลินหยวน: "..."
ถ้าฟังจากที่พูดเนี่ย
เมืองหลินหยวนของเรายังต้องมาขอบใจนายด้วยงั้นสิ?
ด้านบน
เมื่อได้ยินข้ออ้างที่ฟังไม่ขึ้นเอาเสียเลยของเฉินหมิง
แม้แต่ผู้ตรวจการหลินยังอดมุมปากกระตุกไม่ได้
ไอ้เด็กนี่มันพูดจาเหลวไหลชัดๆ
รอยแยกมิติทำให้สัตว์ประหลาดคลุ้มคลั่งเนี่ยนะ?
แล้วแถมยังตัวคนเดียวจัดการกับสัตว์ประหลาดที่คลุ้มคลั่งทั้งหมดได้อีก?
"นายจัดการยังไง?"
ครูใหญ่ของเมืองหลินหยวนคนหนึ่งจ้องเขม็งไปที่เฉินหมิงด้วยสีหน้าถมึงทึง
"ก็ฆ่าทิ้งให้หมดไง แล้วจะให้จัดการยังไงอีกล่ะ"
เฉินหมิงตอบหน้าตาย
"เหอะ..."
กลุ่มผู้เปลี่ยนอาชีพของเมืองหลินหยวนถึงกับหัวเราะเยาะด้วยความโมโห
นายเป็นแค่ผู้เปลี่ยนอาชีพเลเวล 10 ดันมาบอกว่าถล่มอเวจีซะราบเป็นหน้ากลองเนี่ยนะ?
หลอกผีเถอะ!!
"ถ้างั้น ที่นายพูดหมายความว่า ทรัพยากรทั้งหมดในเขตที่หนึ่งชั้นนอก ตอนนี้ตกอยู่ในมือนายหมดแล้วใช่ไหม?"
พวกผู้บริหารระดับสูงของเมืองหลินหยวนขี้เกียจต่อล้อต่อเถียงกับเฉินหมิงแล้ว
ขอแค่ทรัพยากรยังอยู่ก็พอ
"ก็แหงล่ะ สัตว์ประหลาดในอเวจีดรอปทรัพยากร ฉันเป็นคนฆ่า มันก็ต้องตกเป็นของฉันสิ"
เฉินหมิงตอบอย่างหน้าตาเฉย
ก็ในเมื่อก่อนหน้านี้ เจ้าเมืองเซี่ยไม่ได้ตั้งกฎเกณฑ์อะไรไว้นี่นา
พอไม่มีกฎ
นั่นก็แปลว่าใครมีฝีมือก็เอาไปได้เลยไม่ใช่เหรอ?
"นี่นาย..."
กลุ่มคนถึงกับพูดไม่ออก
"ท่านเจ้าเมืองเซี่ย!"
พวกเขาพร้อมใจกันหันไปมองเจ้าเมืองเซี่ย
ถึงจะไม่รู้ว่าสัตว์ประหลาดในอเวจีพากันม่องเท่งไปได้ยังไงก็เถอะ
แต่มันน่าจะเกี่ยวข้องกับรอยแยกมิตินี้จริงๆ
บางทีอาจจะเป็นเพราะพลังมิติที่ผิดปกติ หรืออาจจะเป็นเพราะปัจจัยอื่นๆ ก็ได้
ถึงทำให้สัตว์ประหลาดในอเวจีพากันตายเรียบแบบนี้
ส่วนเฉินหมิง...
ไอ้หมอนี่มันต้องฉวยโอกาสแน่ๆ!
แอบฉกทรัพยากรจากสัตว์ประหลาดที่ตายเกลื่อนไปจนหมดเกลี้ยง
นับว่ามันฟลุ๊คสุดๆ ไปเลย!