- หน้าแรก
- เป็นพลโล่แล้วไง ขออัปป้องกันเต็มแม็กซ์ก็แล้วกัน
- บทที่ 103 - เฉินหมิงรื้ออเวจีทิ้งแล้วเหรอ?!
บทที่ 103 - เฉินหมิงรื้ออเวจีทิ้งแล้วเหรอ?!
บทที่ 103 - เฉินหมิงรื้ออเวจีทิ้งแล้วเหรอ?!
บทที่ 103 - เฉินหมิงรื้ออเวจีทิ้งแล้วเหรอ?!
อันที่จริง ยังมีอีกเหตุผลสำคัญนั่นก็คือ
แม้อเวจีจะไม่มีการจำกัดเวลาเหมือนดันเจี้ยนทั่วๆ ไป
แต่ภายในอเวจีก็มีกฎเหล็กที่ไม่ได้เขียนไว้อยู่ข้อหนึ่ง...
นั่นคือ ห้ามอยู่ในอเวจีนานเกิน 3 วัน
มิฉะนั้น
พลังจิตจะลดลง
และไม่ใช่แค่บาดเจ็บธรรมดาๆ
แต่เป็นการลดลงอย่างถาวร!
เทียบเท่ากับอาการบาดเจ็บที่ไม่อาจฟื้นฟูได้
ร้ายแรงยิ่งกว่านั้น
อาจจะก่อให้เกิด 'การกลายพันธุ์' อันเลวร้ายบางอย่างของอเวจีขึ้นได้
เรื่องพรรค์นี้ คนที่เข้ามาในอเวจีจะค่อยๆ สัมผัสได้เอง
ยิ่งอยู่ในอเวจีนานเท่าไหร่ ก็จะยิ่งรู้สึกทรมานมากขึ้นเท่านั้น
เกิดความรู้สึกต่อต้านขึ้นมาตามสัญชาตญาณ
ยิ่งเป็นผู้เปลี่ยนอาชีพเลเวลต่ำ ผลลัพธ์ก็จะยิ่งรุนแรง
ดังนั้น การเปิดอเวจีในครั้งนี้ ก็เหมือนเป็นการให้เวลาอัจฉริยะจากเมืองต่างๆ ได้เข้ามาฝึกฝนเพียงแค่สามวันเท่านั้น...
ไม่กระทบกระเทือนอะไรมากหรอก!
แต่มาตอนนี้ สถานการณ์กลับพลิกผันไปเกินกว่าที่พวกเขาจะคาดคิดเสียแล้ว
การที่ค่าพลังงานในเขตที่หนึ่งลดลงฮวบฮาบขนาดนี้ มันเหลือเชื่อเกินไปหน่อยแล้ว
"หรือว่าไอ้เด็กเฉินหมิงนั่น..."
"จะรื้ออเวจีเขตที่หนึ่งทิ้งไปแล้วเนี่ย?!"
"แกบ้าไปแล้วเหรอ? เด็กเลเวล 10 คนเดียวเนี่ยนะ จะมีปัญญาทำแบบนั้นได้?"
มีคนค้านขึ้นมาทันควัน
"นั่นสิ เขายังไม่ได้ปลุกสกิลใหม่ด้วยซ้ำ จะมีปัญญาไปถล่มอเวจีจนราบเป็นหน้ากลองได้ยังไง?"
"ใช่แล้วล่ะ ต้องมีอะไรผิดปกติเกิดขึ้นในอเวจีแน่ๆ ถ้าไม่ใช่นะ ฉันยอมกินขี้เลย!"
ด้านหน้า
เจ้าเมืองเซี่ยนิ่งเงียบไปครู่หนึ่ง
การลดลงของค่าพลังงานในครั้งนี้มันดูเวอร์เกินไปจริงๆ นั่นแหละ
ต่อให้เฉินหมิงจะเก่งกาจทะลุฟ้าแค่ไหน ก็ไม่มีทางทำอะไรแบบนี้ได้หรอก
"เอาล่ะ ในเมื่อสถานการณ์มันดูไม่ชอบมาพากล งั้นก็..."
ยังไม่ทันที่เจ้าเมืองเซี่ยจะพูดจบประโยค
ศิลาโลหะในเขตที่หนึ่งก็สว่างวาบขึ้นมาอีกครั้ง
ตัวเลขพลังงานที่กำลังดิ่งลงเหวหยุดชะงักลง
แต่ทว่าคราวนี้ เมื่อเห็นภาพตรงหน้า กลุ่มคนจากเมืองหลินหยวนกลับไม่ได้รู้สึกโล่งใจเลยสักนิด
เพราะนี่มันเหมือนกับเหตุการณ์เมื่อกี้นี้เป๊ะๆ เลยไม่ใช่รึไง
มีบทเรียนให้เห็นอยู่ทนโท่ พวกระดับสูงของเมืองหลินหยวนก็ไม่กล้าจะวางใจอีกต่อไปแล้ว
"คงไม่ใช่ว่ากำลังจะปล่อยของใหญ่อีกหรอกนะ"
ท่ามกลางบรรยากาศที่เงียบสงัดจนแทบจะได้ยินเสียงเข็มตก
ทุกคนต่างจดจ่ออยู่กับการเปลี่ยนแปลงของศิลาโลหะ
ตอนนี้ค่าพลังงานอยู่ที่ [17800]!
เมื่อเทียบกับค่าพลังงานทั้งหมดในตอนแรกของเขตที่หนึ่งแล้ว มันหายวับไปเป็นหมื่นเลยทีเดียว
วินาทีต่อมา
ตัวเลขที่ค้างเติ่งอยู่ก็เริ่มขยับอีกครั้ง
[17800] → [7800]
→ [0]!
คราวนี้ ไม่เปิดโอกาสให้ทุกคนได้ตั้งตัวเลยด้วยซ้ำ
เปลี่ยนรวดเดียวสองสเต็ป แล้วตัวเลขก็กลายเป็นศูนย์ในทันที!
"เชี่ยไรวะเนี่ย?"
"หมดเกลี้ยงเลยเหรอ?!"
ผู้เปลี่ยนอาชีพจากเมืองหลินหยวนต่างมองหน้ากันเลิ่กลั่ก
สีหน้าเต็มไปด้วยความงุนงง
ค่าพลังงานเหลือศูนย์
นั่นหมายความว่า หากไม่ใช่เพราะศิลาโลหะพัง
ก็แปลว่า ทรัพยากรจากสัตว์ประหลาดในอเวจีถูกกวาดเรียบไปหมดแล้ว
เขตที่หนึ่งทั้งเขตถูกเก็บเกี่ยวจนเหี้ยนเตียน!
ไม่เหลือแม้แต่หยดเดียวเลยงั้นรึ?!
เจ้าเมืองเซี่ยหรี่ตาลง แม้แต่เขาก็ยังแอบอยากรู้ว่าเกิดอะไรขึ้นในเขตที่หนึ่งที่เฉินหมิงอยู่กันแน่
...
...
ในขณะเดียวกัน
ณ เขตที่หนึ่งของอเวจี
บริเวณด้านนอกของลานกว้างที่มีกระแสพลังปั่นป่วน
ฉินจือเสวี่ยและเพื่อนร่วมทีมต่างจับจ้องไปที่รอยแยกมิติเบื้องหน้าด้วยแววตาที่เต็มไปด้วยความซับซ้อน
เฉินหมิงเข้าไปในรอยแยกมิตินี้ได้พักใหญ่แล้ว
แต่จนป่านนี้ก็ยังไม่กลับมา
เรื่องนี้ทำให้พวกเขาอดไม่ได้ที่จะรู้สึกกังวลอยู่ลึกๆ
และเบื้องหลังของพวกเขา
มีกองทรัพยากรหลากสีสันเปล่งประกายเจิดจ้า วางกองพะเนินเป็นภูเขาขนาดย่อมอยู่
กองทัพมารกระดูกออกปฏิบัติการพร้อมกัน แถมยิ่งสู้ก็ยิ่งรวดเร็ว
เพราะยิ่งกำจัดสัตว์ประหลาดไปได้มากเท่าไหร่ จำนวนมารกระดูกที่รุมทึ้งสัตว์ประหลาดแต่ละตัวก็ยิ่งเพิ่มขึ้นทวีคูณ
ดังนั้น สงครามกวาดล้างอเวจีในครั้งนี้ จึงจบลงด้วยความเร็วที่เหนือความคาดหมาย
ในยามนี้
กองทัพมารกระดูกที่ปกคลุมไปทั่วทั้งหุบเขาและท้องทุ่ง ต่างยืนอออยู่รอบนอกลานกว้าง
พวกมันเสร็จสิ้นภารกิจกวาดล้างอเวจีแล้ว
ตอนนี้จึงยืนสงบนิ่งอยู่รอบๆ ลานกว้างโดยไม่ขยับเขยื้อน
ช่างเป็นภาพที่ดูอลังการงานสร้างเสียจริง
อเวจี + กองทัพมารกระดูก
โลกที่มีโทนสีมืดมิดอยู่แล้ว กลับเต็มไปด้วยพวกกระดูกเดินได้ยืนเบียดเสียดกันแน่นขนัด
หากมีใครหลงเข้ามาเห็น คงนึกว่าที่นี่คือขุมนรกขุมไหนสักแห่งแน่ๆ
ในตอนนั้นเอง
ฟึ่บ—
มีแรงสั่นสะเทือนที่บิดเบี้ยวแผ่ออกมาจากรอยแยกมิติ
วินาทีต่อมา
ร่างๆ หนึ่งก็ปรากฏตัวขึ้นกลางลานกว้าง
เฉินหมิงนั่นเอง
เมื่อเห็นเฉินหมิงเดินออกมาจากรอยแยกมิติ
ฉินจือเสวี่ยก็ถอนหายใจออกมาด้วยความโล่งอกในที่สุด
"พี่เฉิน!"
"ในที่สุดพี่ก็ออกมาซะที!"
ซุนหยางตะโกนลั่น
จากนั้นเขาก็รีบถามด้วยสีหน้าตื่นเต้นสุดๆ:
"พี่เฉิน อีกฝั่งนึงมันคืออะไรอะ หลุดออกจากอเวจีไปเลยหรือเปล่า?"
"เอ่อ..."
ไม่แค่หลุดออกจากอเวจีนะ แต่หลุดออกจากโลกมนุษย์ไปเลยต่างหากล่ะ
เฉินหมิงเดินออกไปนอกลานกว้าง
ฉินจือเสวี่ยกับหลินเวยก็มองเขาด้วยสายตาที่เต็มไปด้วยคำถามเช่นกัน
พวกเธอก็อยากรู้เหมือนกันว่า 'อีกฝั่ง' ของรอยแยกมิติมันคืออะไรกันแน่
"จะพูดยังไงดีล่ะ..."
เฉินหมิงครุ่นคิดอยู่ครู่หนึ่ง
"ถ้าฉันบอกว่าฉันแวะไปเที่ยวโลกใบอื่นที่อยู่นอกดาวโลกมา พวกเธอจะเชื่อไหม?"
พอประโยคนี้หลุดออกมา
ฉินจือเสวี่ยทั้งสามคนก็เงียบกริบไปทันที
"ฮ่าๆ พี่เฉินนี่ชอบพูดเล่นจังเลยนะ" ซุนหยางพูดปัดๆ ไป
ปฏิกิริยาของทั้งสามคน อยู่ในความคาดหมายของเฉินหมิงอยู่แล้ว
เรื่องพรรค์นี้ ขืนพูดออกไปก็คงไม่มีใครเชื่อหรอก มันฟังดูหลุดโลกเกินไปหน่อย
แต่เรื่องที่เขาพูดน่ะ เป็นความจริงทุกประการ
อีกด้านหนึ่งของมิติที่ทับซ้อนกันในอเวจี ก็คืออีกโลกหนึ่งของผู้เปลี่ยนอาชีพนั่นเอง
"ยุคนี้พูดความจริงก็ไม่มีใครเชื่อซะแล้ว"
จากนั้น เฉินหมิงก็เดินไปที่กองทรัพยากรตรงหน้า
ใช้ท่าไม้ตายสูบเข้าคลังอย่างชำนาญ
พร้อมกันนั้น เขาก็เรียกประตูยมโลกทั้งสิบบานออกมา
เริ่มเก็บกองทัพมารกระดูกกลับเข้าไปในหอคอยกระดูก
มารกระดูกนับหมื่นตัวหลั่งไหลเข้าไปในประตู
จนกระทั่งมารกระดูกตัวสุดท้ายก้าวผ่านบานประตูไป
ประตูยมโลกก็ค่อยๆ ปิดลง และหายวับไปกับตา
"พี่เฉิน งั้นต่อไปพวกเราจะมุ่งหน้าไปเขตชั้นในของอเวจีเลยไหม?"
ซุนหยางเอ่ยถาม
"ยังต้องรออีกหน่อยน่ะ"
เฉินหมิงส่ายหน้าเบาๆ
"การกวาดล้างอเวจีอีกฝั่งยังไม่เสร็จเลย"
"อเวจีอีกฝั่งนึงเหรอ?"
ฉินจือเสวี่ยมองมาด้วยความสงสัย
เธอจับใจความที่เฉินหมิงพูดได้แล้ว
"'ฝั่งตรงข้าม' ของรอยแยกมิติ เป็นอเวจีอีกแห่งหนึ่งงั้นเหรอ?"
เฉินหมิงพยักหน้า
"เป็นอเวจีของโลกใบนึงที่อยู่นอกดาวโลกน่ะ"
"เอ่อ นี่มัน..."
ทั้งสามคนเงียบไปอีกครั้ง
ซุนหยางเกาหัว "พี่เฉินไม่ได้ล้อเล่นใช่ไหมเนี่ย?"
เฉินหมิงก็ไม่ได้อธิบายอะไรให้มากความ
มันไม่ใช่เรื่องที่จะอธิบายให้จบได้ในเวลาสั้นๆ
"เรื่องนี้ เอาไว้ค่อยคุยกันวันหลังแล้วกัน"
...
อีกด้านหนึ่ง
กลุ่มคนจากเมืองหลินหยวนพร้อมด้วยเจ้าเมืองเซี่ยและพรรคพวก ได้เดินทางมาถึงเขตชั้นนอกของอเวจี
ทันทีที่ก้าวเท้าเข้าสู่เขตที่หนึ่ง ทุกคนก็ถึงกับอ้าปากค้าง
"ซี้ด..."
"นี่มันเกิดบ้าอะไรขึ้นเนี่ย?!"
ภาพที่ปรากฏแก่สายตาของทุกคนก็คือ...
ผืนดินสีดำที่แห้งแล้งและเต็มไปด้วยร่องรอยการทำลายล้าง
สภาพภูมิประเทศด้านล่าง ไม่ว่าจะเป็นป่าอเวจี หรือที่ราบ ล้วนพังพินาศย่อยยับ
แถมยังมองเห็นซากศพของสัตว์ประหลาดอเวจีนับไม่ถ้วนเกลื่อนกลาดไปทั่ว
"อเวจีถูกล้างบางแล้วเหรอ?"
ในที่สุด
ทุกคนก็แน่ใจแล้ว
ศิลาโลหะไม่ได้พัง
แต่สัตว์ประหลาดอเวจีทั้งหมดในเขตที่หนึ่ง ถูกเชือดทิ้งจนหมดเกลี้ยงจริงๆ!
"อเวจี... ถูกบุกรุกงั้นเหรอ?"
ความคิดสุดแสนจะพิลึกพิลั่นนี้ผุดขึ้นในหัวของทุกคน
อเวจีถือเป็นพื้นที่ขนาดใหญ่ที่มีการป้องกันอย่างแน่นหนา และถูกปิดผนึกด้วยพลังงานมิติ
แล้วมันจะถูกบุกรุกได้ยังไงกัน?
แต่ทว่า
ภาพที่ปรากฏอยู่เบื้องหน้าของทุกคนในตอนนี้
มันช่างละม้ายคล้ายคลึงกับว่าเขตที่หนึ่งเพิ่งจะผ่านพ้นสงครามการรุกรานอันแสนน่าสะพรึงกลัวมาหมาดๆ
...
(สุขสันต์วันปีใหม่!)
(ขอให้ผู้อ่านทุกท่านอายุยืนหมื่นๆ ปี ไม่มีวันตาย!)